<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับสมดุลร่างกายหลังเทศกาลเจ เลือกสิ่งดีมีประโยชน์ดูแลสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมดช่วงเทศกาลกินเจ พลังใจจากการทำบุญด้วยการละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์คงช่วยเติมพลังร่างกายไม่มากก็น้อย แต่อย่างไรก็ตาม มองข้ามไม่ได้ว่าอาหารเจมักจะมีส่วนประกอบของน้ำมันพืชและแป้งเป็นหลัก เพราะเมนูส่วนใหญ่จะเน้นทอดหรือผัด ซึ่งนั่นทำให้น้ำหนักตัวของหลายคนพุ่งขึ้นมาเล็กน้อย แม้ว่าบางคนจะหันมาปรุงอาหารเจรับประทานกันเองที่บ้าน เพราะเป็นกังวลเรื่องการออกไปร่วมเทศกาลอาหารเจที่โรงเจใกล้บ้าน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ดังนั้นการหันมาดูแลร่างกายหลังช่วงเทศกาลถือศีลกินผักจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มณทิพา กานต์วรัญญู&amp;rdquo; พยาบาลวิชาชีพชำนาญการจากศูนย์แพทย์โพธาราม จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลว่า สิ่งที่ควรทำหลังจากเทศกาลกินเจผ่านพ้นไปคือ การปรับสมดุลให้ร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติเหมือนกับชีวิตประจำวันทั่วไป โดยช่วง 1-2 วัน หลังเทศกาลกินเจผ่านไป ให้ค่อยๆ ปรับโดยหันมากินเนื้อสัตว์ที่ความนุ่มอ่อน สามารถช่วยย่อยได้ดี และมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากเป็นกลุ่มเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีน ได้แก่ เนื้อไก่ ตับหมู เนื้อปลา เต้าหู้ไข่ เนื่องจากในช่วงกินเจนั้นเราจะได้รับประโยชน์จากอาหารเจที่เน้นโปรตีนจากพืชเป็นหลัก แต่โปรตีนในเนื้อสัตว์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญดี ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย อีกทั้งเป็นกลุ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ได้ให้พลังงานมากเกินไป และหากต้องรับประทานแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตนั้น ก็แนะนำให้กินข้าวกล้องเป็นหลักก็จะดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ก็ให้รับประทานผักตามฤดูกาล ก็จะช่วยลดการนำสารพิษเข้าสู่ร่างกายได้เช่นกัน ที่สำคัญให้เน้นปรุงอาหารด้วยการต้ม นึ่ง ตุ๋น เพื่อลดปริมาณไขมันในร่างกายลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กัน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงหลังกินเจ แต่เน้นว่าควรเป็นการออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน เพราะการไปออกกำลังกายนอกบ้านในขณะที่เราต้องสวมหน้ากากอนามัยก็จะทำให้หายใจไม่สะดวก ดังนั้นการออกกำลังกายในบ้านจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการดูแลสุขภาพในช่วงหลังกินเจ ที่ช่วงนี้มีกระแสข่าวเรื่องพายุที่กำลังจะเข้าบ้านเรา ซึ่งอาจส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกนั้น ก็แนะนำว่าให้ทุกคนหมั่นอัปเดตข่าวสาร และก่อนออกจากบ้านในช่วงนี้ให้เตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนพกติดกระเป๋าสม่ำเสมอ รวมถึงยาแก้ปวด ยาลดไข้ และยาแก้หวัด รวมถึงหน้ากากอนามัยสำรองเตรียมพร้อมไว้เสมอเช่นเดียวกัน เพื่อสร้างสมดุลให้ร่างกายและป้องกันโรคภัยที่อาจตามมาหลังจากนี้ ที่สำคัญก็ต้องใช้ชีวิตด้วยวิถีนิวนอร์มอลควบคู่กันไปเช่นเดียวกัน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119553</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับสมดุลร่างกายหลังเทศกาลเจ เลือกสิ่งดีมีประโยชน์ดูแลสุขภาพ, มณทิพา กานต์วรัญญู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_61657bd050cf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถักหนังยางเอกเซอร์ไซส์ ป้องกันการล้มการลื่นได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานดีไอวายสำหรับผู้สูงอายุ ถ้าจะให้ดีนั้นควรช่วยกันลื่นกันล้ม และทำให้ผู้สูงอายุได้ออกกำลังกายโดยการยืดเหยียดร่างกาย ก็จะเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพไม่น้อย เช่น การถักหนังยางสำหรับยืดออกกำลังกายกล้ามเนื้อแขนและขา ที่สำคัญทำไม่ยากและไม่ต้องใช้สายตามากนัก ยังเรียกได้ว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะช่วยให้คุณตาคุณยายสามารถออกกำลังกายได้ด้วยตัวเอง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลโดย:มณทิพา กานต์วรัญญู&amp;nbsp;
พยาบาลผู้สูงอายุ รพ.โพธาราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43527</URL_LINK>
                <HASHTAG>มณทิพา กานต์วรัญญู, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉลองตรุษจีนแบบสุขภาพดี เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(เพื่อสุขภาพผู้สูงอายุควรบริโภคอาหารไหว้เจ้าที่มีผักและปลาเป็นส่วนประกอบหลัก และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มันจัด หวานจัด เค็มจัด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากการไหว้เจ้าช่วงเทศกาลตรุษจีนแล้ว การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในช่วงวันปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีน ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ประจวบเหมาะกับมีคำเตือน เรื่องการจุดกระดาษและธูปเทียน ที่อาจก่อให้เกิดมลพิษและปัญหาสุขภาพ ในช่วงฝุ่นควันพิษคลุ้งเมืองและปริมณฑล พี่เตี่ยง-มณทิพา กานต์วรัญญู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี มาให้ข้อมูลดูแลสุขภาพช่วงปีใหม่จีน ในผู้สูงวัยไว้น่าสนใจ เนื่องจากเป็นช่วงที่ชาวไทยเชื้อสายจีน มักตระเวนทำบุญที่บางครั้งต้องอยู่ท่ามกลางสภาพแออัดของผู้คนและฝุ่นละอองได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(มณทิพา กานต์วรัญญู)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่เตี่ยง-มณทิพา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ บอกว่า &amp;ldquo;ตอนนี้มีคำเตือนจากภาครัฐเกี่ยวกับค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินมาตรฐานทั้งกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล แต่การที่จะห้ามไม่ให้ไหว้เจ้าก็คงเป็นเรื่องที่ลำบาก เนื่องจากเป็นประเพณีและวัฒนธรรมความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน ดังนั้นหากบ้านไหนที่จำเป็นต้อง &amp;ldquo;จุดกระดาษเงินและกระดาษทอง&amp;rdquo; แนะนำว่าให้ลูกหลานเป็นคนจุดแทนผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันการรับควันพิษ จากกระดาษมงคลดังกล่าว และผู้จุดควรสวมหน้ากากอนามัยด้วย และถ้าจะให้ดีเมื่อจุดแล้วก็ควรรีบออกจากบริเวณนั้นให้ไกล และเข้ามาเก็บอุปกรณ์เมื่อสังเกตว่า ควันจากกระดาษได้จางหายไปแล้ว ในกรณีที่อยู่ต่างจังหวัด ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ในเมือง การเลี่ยงจุดกระดาษเงินกระดาษทองก็จะดีที่สุด หรือหากจำเป็นต้องจุด ก็ควรรีบดับให้เร็วตามคำเตือนที่ออกมาก่อนหน้านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ช่วงตรุษจีนหากลูกหลานพาผู้สูงวัยออกไปทำบุญปิดทองฝังลูกนิมิต ควรไปช่วงเช้าที่คนไม่พลุกพล่าน เพื่อป้องกันคุณตาคุณยายสูดควันพิษจากธูปที่จุดไหว้พระ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้เทศกาล &amp;ldquo;ปิดทองฝังลูกนิมิต&amp;rdquo; ที่จะจัดขึ้น 9 วัน 9 คืน ในช่วงตรุษจีน ซึ่งเปิดโอกาสให้คนไทยเชื้อสายจีนได้ทำบุญนั้น และจะต้องมีจุดธูปไหว้พระเพื่อขอพร ตรงนี้แนะนำว่าลูกหลานควรพาผู้สูงอายุไปปิดทองฝังลูกนิมิตในช่วงเช้าจะดีที่สุด เพราะถ้าเป็นเวลาเที่ยงวันหรือตอนบ่าย จะมีฝุ่นเยอะ และความร้อนจากอากาศก็จะส่งผลให้ควันธูป และควันบุหรี่จะฟุ้งกระจายได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อปอดและสุขภาพของผู้สูงวัยได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องของ &amp;ldquo;อาหารไหว้เจ้า&amp;rdquo; โดยเฉพาะขนมหวานอย่างขนมเข่ง ที่มีความเหนียว ดังนั้นก็แนะนำให้ลูกหลานหั่นเป็นชิ้นขนาดเล็ก เพื่อให้ผู้สูงอายุรับประทาน เพื่อป้องกันภาวะอาหารติดคอ เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะต้องใส่ฟันปลอม ทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ดังนั้นขนมหวานต้องเป็นชิ้นพอคำ ส่วนอาหารมันเลี่ยนนั้น อย่างไก่นึ่ง,&amp;nbsp; ขาหมูพะโล้, ผัดหมี่ซั่ว ฯลฯ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยง หรือรับประทานให้น้อยที่สุด เนื่องจากจะทำให้ย่อยยาก และผู้สูงอายุเลือกเมนูที่ปรุงจากผักให้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเป็นไปได้ในช่วงนี้ ผู้สูงอายุยังไม่ควรไปออกกำลังกายนอกบ้าน เนื่องจากปัญหาฝุ่นควันพิษ แต่แนะนำว่าให้ออกกำลังกายภายในบ้าน อย่างการ &amp;ldquo;ยืนแกว่งแขน&amp;rdquo; 3 เวลา (เช้า กลางวัน เย็น) และทำ 30-60 ครั้ง หรือออกกำลังประมาณครั้งละ 10-20 นาที ก็จะช่วยส่งเสริมสุขภาพ และทำให้ปอดแข็งแรงค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28218</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, มณทิพา กานต์วรัญญู, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c56ec811c2ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินทางช่วงส่งท้ายปีเก่าปลอดภัย อย่าลืม..เตรียมสุขภาพให้พร้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุขภาพของผู้สูงอายุต้องมาก่อน โดยเฉพาะช่วงสิ้นปีที่วัยเก๋าหลายคนอาจต้องเดินทางไปเยี่ยมญาติในต่างจังหวัด หรือไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนวัยเดียวกัน เนื่องจากช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั้น ถือเป็นเทศกาลที่หลายคนต้องอยู่พร้อมหน้าครอบครัวและญาติมิตร ดังนั้นการเช็กอัพสุขภาพระหว่างที่โดยสารขึ้นเหนือล่องใต้ เป็นที่สิ่งที่ผู้สูงอายุต้องเตรียมสุขภาพให้พร้อม และลูกหลานซึ่งทำหน้าที่สารถีคอยรับ-ส่งต้องหมั่นสังเกตอาการของคุณตาคุณยายระหว่างเดินทางเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มณทิพา กานต์วรัญญู)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พี่เตี่ยง-มณทิพา กานต์วรัญญู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;สำหรับช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หากว่าผู้สูงวัยจะต้องเดินทางไปยังต่างจังหวัด ไม่ว่าจะไปพักผ่อนกับครอบครัว ไปเยี่ยมญาติ หรือไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อน สิ่งที่ต้องเตรียมตัวคือเรื่องของ &amp;ldquo;การขับถ่าย&amp;rdquo; ซึ่งบางครั้งการจราจรอาจจะติดขัด ยิ่งถ้าไปในช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปี ดังนั้นแนะนำว่าผู้สูงอายุควรใส่แพมเพิร์ส หรือผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ เพื่อป้องกันปัญหาปัสสาวะราด ในการที่ต้องรอคิวการเข้าห้องน้ำ ประการสำคัญผู้สูงวัยหลายคนก็มักจะเกรงใจลูกหลาน หากต้องจอดรถบ่อยๆ จึงควรสวมใส่อุปกรณ์เพื่อสุขอนามัยดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;ldquo;การจัดเตรียมอาหารรับประทานระหว่างทาง&amp;rdquo; เพื่อป้องกันผู้สูงอายุท้องว่างในการที่จะต้องรับประทานยารักษาโรคประจำตัว ลูกหลานไม่ควรมองข้ามเรื่องอาหารการกินที่ต้องเตรียมใส่รถไว้ รวมไปถึง &amp;ldquo;การจัดเตรียมยาสามัญประจำบ้านป้องกันการวิ่งเวียน&amp;rdquo; อาทิ ยาลม, ยาดมแก้วิงเวียน เพราะในระหว่างที่โดยสารรถยนต์อาจจะมีสภาพอาการที่ร้อนอบอ้าว ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะหน้ามืดเป็นลมได้ง่าย รวมถึงยาทาแก้ปวดเมื่อย และยารักษาโรคประจำตัวที่จำเป็นสำหรับปู่ย่าตายาย เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินอย่างอาการของโรคประจำกำเริบ อาทิ โรคหอบหืด หรือโรคลมชัก เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบได้ว่าผู้อายุอาจเกิดอาการปวดเมื่อยจากการนั่งรถนานๆ ซึ่งลูกหลานควรหมั่น &amp;ldquo;หาจุดจอดพักรถ&amp;rdquo; เพื่อให้คุณตาคุณยายได้ลงไปเดินยืดเส้นสาย เพื่อลดอาการปวดขา ปวดแขน จากการอยู่ในอิริยาบถเดิมนานๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ยาหอม ยาดม และยารักษาโรคประจำตัวที่เหมาะกับผู้สูงวัย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สิ่งที่ลูกหลานลืมไม่ได้คือ การหมั่นตรวจเช็กสภาพลมยาง และความพร้อมของรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกหรือเกียร์รถ ที่ปัดน้ำฝน เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของสมาชิกทุกคนที่โดยสารในรถยนต์คันเดียวกัน อีกทั้งต้องขับขี่โดยการเคารพกฎจราจรด้วยเช่นกัน เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวสามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้ปลอดภัย และระหว่างเดินทางก็ควรชวนกันพูดคุยเพื่อป้องกันอาการหลับใน ที่สำคัญการชวนคุณพ่อคุณแม่คุยในเรื่องต่างๆ ก็ถือเป็นการกระชับความผูกพันได้เป็นอย่างดี เช่น การเล่าเรื่องสมัยที่พ่อแม่เป็นหนุ่มสาวให้ลูกหลานฟังขณะเดินทาง ก็ถือเป็นการระลึกถึงความทรงจำที่ดีและความประทับใจของผู้สูงวัยอีกด้วยค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24012</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, มณทิพา กานต์วรัญญู, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0fb14398a7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนมหวานน้อย-อ่อนนิ่มเคี้ยวง่าย เติมความกระปรี้กระเปร่าผู้สูงวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;กล้วยตาก&amp;rdquo; ขนมหวานไร้น้ำตาลจากรุ่นสู่รุ่นที่ผู้สูงอายุสามารถรับประทานได้)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นคำถามที่ลูกหลานหลายคนอยากรู้ว่า ผู้สูงวัยสามารถบริโภคขนมได้เหมือนกับคนทั่วไปหรือไม่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน หรือโรคอ้วนลงพุง เพราะอย่าลืมว่าอาหารหวานนั้นถือเป็นแหล่งสร้างพลังงานที่ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แต่กินมากไปก็อาจจะกระตุ้นภาวะของโรคให้เป็นมากยิ่งขึ้น พี่เตี่ยง-มณทิพา กานต์วรัญญู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี มาให้ข้อมูลในการเลือกรับประทานเมนูของหวานที่เหมาะกับสุขภาพของคุณตาคุณยาย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มณทิพา กานต์วรัญญู)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พยาบาลมณทิพา ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;อันที่จริงแล้วผู้สูงอายุสามารถรับประทานขนมได้ ไม่ได้มีข้อห้าม เพียงแต่ว่าข้อจำกัดบางอย่างของคุณตาคุณยายอย่างการใส่ฟันปลอม ดังนั้นขนมที่รับประทานต้องมีลักษณะอ่อนนุ่ม เคี้ยวได้ง่าย ที่สำคัญเลยจะต้องเลี่ยงขนมที่มีความหวานจัดและมันจัดจากกะทิ โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มีปัญหาโรคหวาน ความดันโลหิตสูง กระทั่งโรคอ้วน ต้องเลี่ยงปัจจัยดังกล่าว ดังนั้นของหวานเมนูไทยๆ ที่คุ้นเคยกันดีและเป็นขนมที่ผู้สูงวัยรับประทานกันมาแต่โบราณ ขอแนะนำ ได้แก่ &amp;ldquo;กล้วยบวชชีหวานน้อย&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ถั่วปั่น 5 สี&amp;rdquo; ที่ประกอบด้วย ถั่วเขียว ถั่วแดง และถั่วเหลือง ฯลฯ จากนั้นใส่น้ำผึ้งเพื่อให้ความหวานเล็กน้อย เหมาะกับผู้สูงวัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมนูนี้จะคล้ายน้ำปั่น คือมีความเหลวจึงรับประทานง่าย และการบริโภคธัญพืชก็จะช่วยเสริมโปรตีนในร่างกาย ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นที่เหมาะ ในการให้พลังงานกับคุณตาคุณยายที่เคลื่อนไหวน้อยลง และยังช่วยทำให้การย่อยและขับถ่ายดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;เมล็ดทานตะวันคั่ว&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เกาลัดอบ&amp;rdquo; ของกินเล่นที่เหมาะกับคนหลัก 5 หลัก 6 เนื่องจากไม่ใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบหลัก)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รองลงมาขอแนะนำเป็นเมนูที่เกี่ยวกับฟักทอง เช่น &amp;ldquo;ฟักทองนึ่ง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ฟักทองแกงบวด&amp;rdquo; ซึ่งต้องปรุงให้หวานน้อยเช่นเดียวกัน เพราะฟักทองมีสารเบตาแคโรทีนที่ช่วยบำรุงสายตา และยังช่วยชะลอวัยได้อีกด้วย หรือจะเป็นของหวานแบบไทยอย่างง่ายที่สามารถหาได้ทั่วไปอย่าง &amp;ldquo;กล้วยตาก&amp;rdquo; ซึ่งก็ดีต่อสุขภาพคุณตาคุณยาย เพราะมีความหวานจากธรรมชาติ รวมถึง &amp;ldquo;เมล็ดทานตะวันคั่ว&amp;rdquo; ก็ดีต่อสุขภาพเช่นกัน เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่สร้างพลังงานให้ร่างกายของคนหลัก 5 หลัก 6 ที่สำคัญยังเป็นของกินเล่นที่อบหรือคั่ว นั่นแปลว่าไม่ใส่น้ำมันและไม่ได้ทอด จึงดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ &amp;ldquo;เมล็ดเกาลัดอบบรรจุแพ็ก&amp;rdquo; ก็สามารถรับประทานเป็นของหวานได้เช่นกัน เพราะมีความนิ่มและไม่ใช้น้ำมันในการปรุง ในส่วนของผลไม้อบแห้งที่หวานน้อยอย่าง ลูกเกดอบแห้ง, สับปะรดอบแห้งที่ไม่มีแกน, สตรอว์เบอร์รีอบแห้ง ก็ยังสามารถรับประทานได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับขนมหวานที่ผู้สูงอายุควรเลี่ยง ได้แก่ เมนู &amp;ldquo;ข้าวเหนียวแดง&amp;rdquo; เพราะส่วนใหญ่จะมีรสชาติหวานจัดและแข็งอาจทำให้เคี้ยวไม่ละเอียด ซึ่งจะมีผลต่อการย่อย รวมไปถึง &amp;ldquo;กะละแม&amp;rdquo; ที่มีทั้งความหวานและความเหนียวเช่นกัน เมื่อผู้สูงวัยรับประทานอาจติดคอและกระตุ้นโรคเบาหวานได้เช่นกัน รวมไปถึงขนมทอดที่ใช้น้ำมันเยอะอย่าง กล้วยทอด, มันทอด, ไข่นกกระทาทอด ซึ่งไม่เพียงทำให้ภาวะไขมันในร่างกายสูงหากผู้สูงวัยเป็นโรคอ้วนลงพุงอยู่ก่อนแล้ว แต่อาหารหรือของหวานที่มีไขมันสูง จะทำให้ย่อยยากขับถ่ายลำบาก ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะท้องอืดได้ จึงควรหลีกเลี่ยงจะดีที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุควรเลี่ยงการบริโภคขนมรสหวานจัด และมีลักษณะเหนียวแข็ง เพราะจะทำให้โรคเบาหวานกำเริบ และทำให้ย่อยยาก เกิดภาวะท้องอืดท้องเฟ้อ)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ยากเกินไปใช่ไหมค่ะสำหรับเมนูขนมหวานของผู้สูงวัยที่เน้นหวานน้อย มันน้อย ที่สำคัญเพื่อสุขภาพไม่ควรบริโภคในปริมาณที่เยอะจนเกินไป หรือแค่พอลิ้มรส งานนี้รับรองดีต่อกายและใจของปู่ย่าตายาย...จริงไหมค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23654</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, มณทิพา กานต์วรัญญู, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c09103eefe99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“หนาวอากาศแห้ง”อย่าละเลยดูแลผิว เลือกเครื่องนุ่งห่มเหมาะกับร่างกาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ช่วงหน้าหนาวควรหลีกเลี่ยงการฟอกสบู่ เพราะมีฤทธิ์เป็นกรดซึ่งกระตุ้นให้ผิวของคนวัยเก๋าแห้งและลอกเป็นขุยได้ง่าย แต่ควรเลือกครีมอาบน้ำแบบเหลวของเด็กที่มีความอ่อนโยนต่อผิว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การดูแลสุขภาพผิวของผู้สูงวัยในช่วงหน้าหนาวเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ เพราะปัญหาผิวแห้ง โดยเฉพาะช่วงที่สายลมเย็นโปรยมา เป็นสิ่งที่สร้างปัญหาสุขภาพได้ไม่น้อย ทั้งก่อให้เกิดอาการผื่นแดง คัน หรือผิวแห้งลอกเป็นขุย ที่ไม่เพียงกระตุ้นให้คุณตาคุณยายเกิดอาการคันยุกยิก แต่บางครั้งการเลือกเครื่องนุ่งห่มกันลมเย็นๆ ที่ไม่ถูกสุขลักษณะก็สามารถกระตุ้นโรคภูมิแพ้ได้เช่นเดียวกัน เพื่อสุขภาพของผู้สูงวัย การดูแลผิวช่วงอากาศเย็นและการเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับสภาพผิว เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มณทิพา กานต์วรัญญู)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พี่เตี่ยง-มณทิพา กานต์วรัญญู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;เมื่อเข้าสู่วัยหลัก 6 แล้ว คนวัยนี้จะมีปัญหาเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม หรือการย่อยและการเผาผลาญพลังงานในร่างกายที่ไม่ดี จึงทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นได้ง่าย ประกอบกับใกล้ช่วงหน้าหนาวที่อากาศเริ่มเย็นลง จึงส่งผลให้ผิวแห้งได้ค่อนข้างง่าย ดังนั้นการใช้ครีมบำรุงผิว หรือเลือกใช้ออยล์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อป้องกันอาการแห้งเป็นขุยและคัน อีกหนึ่งกลุ่มอาการที่พบได้บ่อยในช่วงอากาศเย็นคือ &amp;ldquo;ผดผื่นแดง&amp;rdquo; ที่บริเวณผิวหนัง ตรงนี้แนะนำว่าผู้สูงอายุไม่ควรใช้สบู่ฟอกตัว เนื่องจากมีความเป็นกรดค่อนข้างสูง ซึ่งจะทำให้ผิวแห้ง ทำให้รูขุมขนกว้าง ประกอบกับมีเศษฝุ่นละอง ก็อาจทำให้เกิดผดผื่นแดง เป็นต้น แต่ควรเปลี่ยนมาเลือกครีมน้ำอาบหรือสบู่เหลวที่มีฤทธิ์อ่อนโยน เช่น ครีมอาบน้ำเด็ก จะดีต่อผิวของคนวัยเกษียณ ที่สำคัญก็ให้เลี่ยงการอาบน้ำอุ่นในช่วงหน้าหนาว เพราะจะยิ่งส่งผลให้ผิวแห้งขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุควรเลี่ยงเสื้อกันหนาวขนเป็ด โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่อากาศร้อนจัด จะทำให้อากาศภายในร่างกายไม่ระบาย รวมถึงเสื้อกันหนาวไหมพรมที่มีขนเยอะ ซึ่งต่อเสี่ยงการกระตุ้นโรคภูมิแพ้จากเส้นขนที่เข้าทางจมูก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการ &amp;ldquo;เลือกเสื้อกันหนาว&amp;rdquo; ที่เหมาะกับผู้สูงวัย ควรเลือกชนิดที่เนื้อผ้าหนาและนุ่ม ซึ่งถ้าหากเลือกเป็นเสื้อไหมพรม ก็ต้องเลือกชนิดที่ไม่มีขน เพราะจะทำให้ขนเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจผ่านทางจมูก หรือทำให้อาการของโรคภูมิแพ้กำเริบได้ ที่สำคัญอาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนังเช่นกัน ทั้งนี้ ผู้สูงวัยไม่ควรใส่เสื้อกันหนาวตัวเดียวกันทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ควรจะมีการสับเปลี่ยน เช่น ในช่วงกลางวันที่คุณตาคุณยายอาจจำเป็นต้องทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ ทำสวน หรือออกกำลังกาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ช่วงกลางวันของฤดูหนาว แนะนำให้ผู้สูงอายุเลือกสวมเสื้อกันหนาว หรือเสื้อคลุมที่มีลักษณะบางลงมา และไม่มีขน ที่เสี่ยงต่อการระคายเคืองผิวหนังและอาจกระตุ้นภูมิแพ้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นจึงควรสวมเครื่องนุ่งห่มกันหนาวไหมพรมที่มีลักษณะบางลงมา และไม่มีขน เพื่อป้องกันเหงื่อออก และทำให้เกิดการหมักหมมที่อาจส่งผลต่อผิวหนัง ที่สำคัญให้เลี่ยงเสื้อกันหนาวขนเป็ดที่มีลักษณะเสื้อพองนุ่ม เนื่องจากไม่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศในบ้านเรา และจะทำให้ร่างกายไม่ระบายเหงื่อ ส่วนช่วงกลางคืนก็แนะนำสวมเสื้อกันหนาวไหมพรมที่ความหนาพอสมควร และควรสวมถุงมือถุงเท้าในช่วงที่มีอากาศเย็นร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ช่วงหน้าหนาว&amp;rdquo; ลูกหลานสามารถปรุงอาหารที่ทำจากน้ำมันหมูให้ผู้สูงวัยรับประทานได้ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย แต่ควรรับประทานขณะร้อนๆ เพื่อป้องกันอาหารเป็นไข ซึ่งจะทำให้ย่อยยาก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของการรับประทานอาหารในช่วงหน้าหนาวอากาศเย็น ผู้ดูแลสามารถปรุงอาหารที่ทำจาก &amp;ldquo;น้ำมันหมู&amp;rdquo; ให้ผู้สูงวัยรับประทานได้ เพราะจะช่วยเพิ่มไขมันในการขับไล่ความหนาวเย็น และทำให้ผิวชุ่มชื่น โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือ แต่ข้อควรระวังคือ ต้องรับประทานขณะที่ยังร้อนอยู่ เพื่อป้องกันอาหารเป็นไข และอาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดภาวะอาหารไม่ย่อยได้ อีกทั้งต้องหมั่นจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะความแห้งด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20721</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ภูมิแพ้, มณทิพา กานต์วรัญญู, เสื้อกันหนาว, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1b3120cece.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยเก๋าเลี้ยงสัตว์เสี่ยงปัญหาสุขภาพ ลูกหลานต้องชวนทำกิจกรรมแก้เหงา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(คุณตาคุณยายที่ไม่มีลูกหลานสามารถเลี้ยงแมวซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงขี้อ้อนคล้ายกับมนุษย์ แต่ควรพาเจ้าเหมียวไปรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นข่าวกันอยู่บ่อยๆ สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง แต่แวดล้อมไปด้วยสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก ทั้งสุนัข แมว กระทั่งนกพิราบ ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับผู้พบเห็นและเพื่อนบ้าน และสิ่งที่ลืมไม่ได้คือ ปัญหาสุขภาพที่อาจมาจากสัตว์ที่แออัดอยู่ภายในบ้าน แม้สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นความสุขทางใจของผู้สูงอายุที่อยู่เพียงลำพัง รวมถึงความสงสารสัตว์ที่ไม่สามารถหาอาหารกินเองได้ จึงเกิดการเลี้ยงดูปูเสื่อสัตว์เหล่านี้ไว้เป็นเพื่อน แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง เหตุผลที่คนวัยเกษียณทุ่มเทความรักให้กับเจ้าสี่ขา หรือนกน้อยกลอยใจ ก็เป็นเพราะ &amp;ldquo;ความเหงา&amp;rdquo; ที่หากปล่อยปละละเลยอาจทำให้เสี่ยงต่อการป่วยโรคซึมเศร้านั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มณทิพา กานต์วรัญญู)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พี่เตี่ยง-มณทิพา กานต์วรัญญู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลว่า จากการที่ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้สูงวัยในชุมชน ส่วนใหญ่ก็จะมักพบว่าคุณตาคุณยายจะเลี้ยงหลาน เพราะเด็กๆ จะขี้อ้อน ถึงขึ้นมีโฆษณาในทีวีที่บอกว่า &amp;ldquo;ปู่ย่าชอบให้ขนมหลาน&amp;rdquo; และทำให้ผู้สูงวัยรู้สึกไม่เหงาและกระชุ่มกระชวย แม้หลายคนจะพูดว่าเลี้ยงลูกมาจนโตแล้ว ยังต้องมาเลี้ยงหลานอีก แต่นั่นถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนวัยเกษียณ แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีลูกหลานคอยดูแลก็สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ เช่น แมว ซึ่งเป็นสัตว์ขี้อ้อนคล้ายกับมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลี้ยงลูกหลานเป็นอีกวิธีที่ช่วยคลายเหงาให้กับผู้สูงอายุได้ดี แม้บางครั้งจะมีเสียงคนรอบข้างกระเซ้าเย้าแหย่ผู้สูงวัย ว่าเลี้ยงลูกมาจนโตก็ยังต้องมาเลี้ยงหลานอีก แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าการที่ปู่ย่าตายายเลี้ยงหลานด้วยตัวเองนั้น ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นและสนิทสนมกับผู้สูงวัย ตรงนี้ไม่เพียงทำให้เด็กมีความสุข แต่คุณตาคุณยายที่เลี้ยงดูเขาก็มีความสุขเช่นกัน ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าผู้สูงอายุจะต้องนอนกลางวัน และถ้าคนไหนเลี้ยงหลานก็จะนอนหลับไปด้วยกัน นี่จึงเป็นความผูกพันกันอย่างหนึ่งระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ผู้สูงอายุเลี้ยงนกพิราบ&amp;rdquo; เนื่องจากความเหงาและความสงสาร อาจเสี่ยงป่วยโรคซึมเศร้าและโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ รวมถึงโรคระบาดอย่างไข้หวัดนก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นถ้าเลือกได้ ผู้สูงวัยควรเลี้ยงบุตรหลานจะดีต่อสุขภาพจิต เพราะทำให้ไม่โดดเดี่ยว แต่ถ้าหากอยู่เพียงลำพังเนื่องจากไม่แต่งงาน ก็แนะนำว่าให้เลี้ยงสัตว์ได้ โดยเฉพาะแมว เนื่องจากเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ขี้อ้อน แต่ต้องไม่เลี้ยงเยอะจนดูแลไม่ไหว หลีกเลี่ยงการเลี้ยงสุนัขที่มักจะชอบเดินและวิ่ง จะทำให้ผู้สูงอายุหกล้มได้จากการจับสัตว์เลี้ยง ส่วนนกพิราบ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่ก่อให้เกิดโรคได้ง่าย ก็ไม่ควรที่จะเลี้ยง แม้ว่าบางคนจะทำไปเพราะสงสาร หรือต้องการทำบุญ แต่อาจจะนำ &amp;ldquo;โรคไข้หวัดนก&amp;rdquo; รวมถึง &amp;ldquo;โรคทางเดินหายใจ&amp;rdquo; อย่างโรคหวัด ที่มาพร้อมกับขนอ่อนขณะที่นกบิน หรือมูลนก เป็นต้น แนะนำลองเปลี่ยนมาเลี้ยงลูกหลาน หรือให้บุตรหลานพาไปทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลาที่วัด ตรงนี้จะเป็นการสานสายสัมพันธ์ระหว่างคนวัยเกษียณกับลูกหลานได้ดีที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พยาบาลมณทิพา บอกอีกว่า การที่ผู้สูงวัยเลี้ยงสัตว์ทั้งสุนัขและนกพิราบเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เกิดการ &amp;ldquo;ยึดติด&amp;rdquo; และคิดไปว่าเหมือนลูกหลาน ซึ่งความจริงแล้วมันทดแทนกันไม่ได้ ที่สำคัญอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวโดยโรคที่กล่าวมาข้างต้น และหากลูกหลานปล่อยให้พ่อแม่อยู่กับสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก แทนที่จะไปเยี่ยมหรือไปหา เพราะคิดว่าไม่เป็นไร ท่านอยู่กับหมา-แมวแล้ว ซึ่งตรงนี้จะทำให้ขาดการติดต่อกัน และทำให้ผู้สูงวัยเป็นโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17707</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, มณทิพา กานต์วรัญญู, แมว, โรคทางเดินหายใจ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e56ef20414.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
