<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่ง1,733ชื่อผู้พิพากษา ชี้กรณีแรกในรอบ17ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สืบพงษ์&amp;rdquo; นำรายชื่อ 1,776 ตุลาการยื่นถอดถอน &amp;ldquo;ชำนาญ&amp;rdquo; พ้น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว เลขาธิการศาลชี้เป็นกรณีแรกตั้งแต่มีกฎหมายมา 17 ปี ลั่นทำด้วยความรอบคอบ คาดใช้เวลากว่า 1 เดือนก่อนลงมติ &amp;nbsp;เพราะต้องยืนยันชื่อ รวมทั้งผู้ถูกกล่าวหาแจงก่อน ยังมึนหากผู้ถูกร้องลาออกเรื่องต้องยุติหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;เดินทางมาเป็นผู้แทนยื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ในฐานะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา พร้อมรายชื่อ 1,776 ข้าราชการตุลาการที่เข้าชื่อตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 โดยมีนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นผู้รับมอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสืบพงษ์กล่าวว่า ได้นำรายชื่อข้าราชการตุลาการจำนวน 1,776 คน ที่ประสงค์จะถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งในรายชื่อได้แบ่งแยกผู้พิพากษาแต่ละระดับชั้นศาลเอาไว้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าเลขาธิการสำนักงานศาลฯ จะตรวจนับถูกต้อง และปิดประกาศก่อน โดยยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีการข่มขู่ ส่วนเรื่องการตอบรับดูได้จากจำนวนผู้เข้าร่วมลงชื่อถอดถอน และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการติดต่อกับผู้ถูกร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธกล่าวว่า สำนักงานศาลฯ จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารตามมาตรา 42 และ 43 ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม และระเบียบของ ก.ต. ที่ได้ออกมาในเรื่องการเข้าชื่อและการถอดถอน ก.ต. โดยการดำเนินการจะรายงานให้ทราบเป็นระยะถึงขั้นตอนไหนบ้าง และหากตรวจสอบรายชื่อครบถ้วนแล้ว ก็จะรีบส่งให้ศาลทั่วประเทศปิดประกาศคำร้องและรายชื่อของผู้เข้าชื่อทั้งหมดพร้อมกันภายในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ส่วนผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วม แต่มีชื่ออยู่หรือประสงค์ถอนชื่อ จะสามารถแจ้งให้เอาชื่อออกได้ภายใน 20 วันนับแต่วันปิดประกาศ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ ก.ต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวต่อว่า เมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วให้ถือว่ารายชื่อของผู้เข้าชื่อที่ไม่มีการคัดค้านเป็นรายชื่อที่ถูกต้อง ถ้ามีจำนวนไม่ครบถ้วน จะแจ้งให้ผู้แทนของผู้เข้าชื่อทราบเพื่อจัดให้มีการเข้าชื่อเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วมิได้เสนอการเข้าชื่อจนครบจำนวนก็จะจำหน่ายเรื่อง แต่หากการเข้าชื่อถูกต้องครบจำนวน ก็ถือว่าการเข้าชื่อมีผลสมบูรณ์ ก็จะส่งคำร้องไปให้ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่ถูกร้องขอให้ถอดถอนภายใน 7 วัน เพื่อให้ ก.ต.ผู้นั้นจัดทำคำชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากนั้นเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมจะจัดให้ปิดประกาศคำชี้แจงเพื่อแก้ข้อกล่าวหา หรือประกาศว่าไม่มีการยื่นคำชี้แจงดังกล่าวแล้วแต่กรณี ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรม และศาลยุติธรรมทั่วประเทศ และจัดให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนต่อไป ซึ่งสำนักงานศาลฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้เคร่งครัดทุกประการ&amp;rdquo; นายสราวุธยืนยัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถึงหลักในการดำรงตนของผู้พิพากษานั้นควรเป็นอย่างไร นายสราวุธตอบว่า การปฏิบัติตนของผู้พิพากษาใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ได้กำหนดข้อปฏิบัติไว้อยู่แล้วในมาตรา 62 บัญญัติให้ผู้พิพากษาต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายจริยธรรมด้วย ซึ่งการไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมเป็นความผิดทางวินัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพิจารณาพิพากษาคดี การวางตน การประกอบภารกิจอื่น หรือการวางตนของสมาชิกในครอบครัว มีทั้งหมดกว่า 40 ข้อด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากตรวจสอบรายชื่อเสร็จและครบตามจำนวน ก.ต.ผู้ถูกร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่า กฎหมายเขียนไว้ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 43 ส่วนต้องหยุดเมื่อไหร่นั้น เรื่องนี้จะต้องรายงานไปยัง ก.ต.ให้เป็นผู้วินิจฉัยว่าต้องเริ่มหยุดปฏิบัติหน้าวันไหน ซึ่ง ก.ต.มีทั้งหมด 15 คน หากหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่น่ามีปัญหากับการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้พิพากษาทั้งประเทศที่ไม่ร่วมผู้ช่วยผู้พิพากษามีทั้งหมด 4,543 คน ซึ่ง 1 ใน 5 ที่สามารถเข้าชื่อก็จะมีจำนวน 909 คน ส่วนการถอดถอนต้องใช้มติเกินกึ่งหนึ่งเท่ากับ 2,272 คน&amp;rdquo; นายสราวุธระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ต้องใช้เวลากี่วันจึงจัดให้มีการลงมติถอดถอน ก.ต.ผู้ถูกร้องได้ นายสราวุธกล่าวว่า ขั้นตอนเราต้องปิดประกาศอย่างน้อย 20 วัน เพื่อให้คนที่ไม่ได้ลงชื่อหรือประสงค์ถอนชื่อ จากนั้นให้ ก.ต.ผู้ถูกร้องทำคำชี้แจงใน 7 วัน และปิดประกาศคำชี้แจงอีก 7 วัน แล้วถึงเข้าสู่กระบวนการการลงคะแนน คิดว่าน่าจะใช้ระยะเวลา 1 เดือนเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าได้ดำเนินการทางวินัยกับฝ่ายใดบ้างหรือไม่จากเหตุการณ์นี้ นายสราวุธกล่าวว่า การดำเนินการทางวินัยมีขั้นตอนในการรับเรื่อง ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่อง ส่วนจะมีการดำเนินการทางวินัยกับ ก.ต.ผู้ถูกร้องหรือไม่นั้น ขอตรวจสอบก่อน ขณะนี้เป็นเรื่องการถอดถอน จึงไม่อยากให้นำไปรวมกระบวนการทางวินัย เพราะการถอดถอนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อและลงมติถอดถอน พ.ศ.2544
&amp;ldquo;ต้องไปดูข้อกฎหมายอย่างละเอียดอีกที ซึ่งการถอดถอนครั้งนี้พอรับเรื่องแล้ว ผมต้องรายงานตามขั้นตอน&amp;rdquo; นายสราวุธกล่าวตอบเรื่องหาก ก.ต.ผู้ถูกร้องลาออกจาก ก.ต.กระบวนการถอดถอนจะสิ้นสุดหรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหนังสือคำร้องมีใจความสรุปว่า นายสืบพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ และ น.ส.มณี ผู้แทนของผู้เข้าชื่อได้ดำเนินกิจการที่จัดให้ข้าราชการตุลาการไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาเข้าชื่อกันขอให้ถอดถอน ก.ต.ออกจากตำแหน่ง มีความประสงค์ยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต. จากกรณีเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2561 ที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ศาลนัดสืบพยานจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2177/2559 นายชำนาญซึ่งเป็นสามีของพี่สาวโจทก์ และเป็นพี่ชายของทนายโจทก์ ซึ่งเข้าไปร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อทนายโจทก์ถามค้านจำเลย ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนสอบถามทนายโจทก์ว่าเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีอย่างไร นายชำนาญได้ลุกขึ้นโต้แย้งผู้พิพากษาด้วยเสียงดังว่า ทำไมจะไม่เกี่ยว ท่านไม่มีสิทธิ์ถาม มีหน้าที่ต้องบันทึก ถ้าไม่บันทึกจะร้องเรียน ตั้งกรรมการสอบถึงไล่ออก ผู้พิพากษาจึงบันทึกไปตามที่นายชำนาญโต้แย้งและพิจารณาคดีต่อ ช่วงบ่ายทนายความโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัว อ้างมีความเห็นไม่ตรงกับโจทก์ และขอเลื่อนคดีเพื่อให้โจทก์หาทนายความใหม่ เมื่อศาลออกนั่งพิจารณาพบว่าทนายความโจทก์กลับไปแล้ว มีนายชำนาญนั่งตรงที่นั่งทนายความโจทก์แถลงขอเลื่อนคดีแทน บอกว่าทนายโจทก์โกรธมากจะดำเนินคดีตามมาตรา 157 และร้องเรียนต่อด้วย แต่ได้ห้ามไว้ ต่อไปก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อ จะขอไปคุยกับทนายคนเดิมก่อน องค์คณะผู้พิพากษาจึงอนุญาตให้เลื่อนคดีออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติกรรมดังกล่าว นายชำนาญซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการที่มีอาวุโสสูง สามารถให้คุณให้โทษแก่ผู้พิพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ทำให้คู่ความอีกฝ่ายและประชาชนทั่วไปเกิดความแคลงใจในความเป็นอิสระของผู้พิพากษา เป็นการก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการพิจารณาพิพากษาคดี ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 188 ที่บัญญัติให้ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม ปราศจากอคติ, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 (ดูหมิ่นศาล) และขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หมวด 5 ว่าด้วยจริยธรรมเกี่ยวกับการดำรงตนและครอบครัว ข้อ 35 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาต้องเคารพและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ในกรอบศีลธรรม สุภาพ สำรวมกิริยามารยาท มีอัธยาศัยยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งพึงวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธา และข้อ 37 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาจักต้องไม่ก้าวก่ายหรือแสวงหาประโยชน์อันมิชอบจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาอื่น ซึ่งมีมูลอันเป็นความผิดทางวินัย ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 จึงไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. ขอให้ดำเนินการจัดให้มีการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต.ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, พงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์, มณี สุขผล, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b855c5c99691.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1,787ทั่นเปาจ่อถอดกต. &#039;สืบพงษ์&#039;ขอบคุณจากใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดจ๊อบล่าชื่อผู้พิพากษาถอดถอน &amp;quot;ก.ต.&amp;quot; ทะลุ 1,787 รายชื่อ &amp;quot;สืบพงษ์&amp;quot; ขอบคุณจากใจ &amp;nbsp;จ่อยื่นเลขาฯ ศาล 28 ส.ค.นี้ ลั่นเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ ไม่ยอมให้ ก.ต.ละเมิดต่อกฎหมายและจริยธรรมอันดีซึ่งยึดถือปฏิบัติมายาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศาลยุติธรรม ชั้น 5 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 27 &amp;nbsp;สิงหาคม ในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่ 15/2561 ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ วาระ 1 ตุลาคม 2561 ดังนี้ บัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ (บัญชี 4 เพิ่มเติม) โดยมีชั้น 4 สับเปลี่ยนตําแหน่ง 2 คน และเลื่อนชั้น 3 เป็นชั้น 4 &amp;nbsp;และแต่งตั้งให้ดำรงตําแหน่ง 6 คน รวมถึงเห็นชอบในการแต่งตั้งที่ปรึกษาในศาลอุทธรณ์จำนวน 2 คน &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำนวน 1 คน, ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำนวน 1 คน และศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำนวน 1 &amp;nbsp;คน ในปีงบประมาณ พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีมติเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 68 ให้ดํารงตําแหน่งผู้พิพากษาประจําศาล ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 (เพิ่มเติม) จํานวน 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่าที่ประชุมยังไม่มีการหยิบยกเรื่องการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือคณะกรรมการสอบวินัย ก.ต.ศาลฎีกาที่มีการถูกร้องเรียนไปยังนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธาน ก.ต.เกี่ยวกับเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสมในห้องพิจารณาคดีของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในพื้นที่ภาค 2 ขึ้นมาพูดคุยกันในที่ประชุม ก.ต.แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าถึงกรณีที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และผู้แทนผู้เข้าชื่ออีก 2 คนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันอังคารที่ 28 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ว่า ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการนับยอดหนังสือตอบรับ พบว่ามีหนังสือตอบรับจากผู้พิพากษาทั่วประเทศผ่านผู้ประสานงานและได้รับหนังสือโดยตรงกลับมายังนายสืบพงษ์จำนวน 1,787 รายชื่อ โดยในวันที่ 28 &amp;nbsp;ส.ค.นี้ ผู้แทนในการเข้าชื่อถอดถอน ก.ต. 3 คน ซึ่งนำโดยนายสืบพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา จะเดินทางไปยื่นคำร้องพร้อมหนังสือการเข้าชื่อของผู้พิพากษาที่รวบรวมได้ทั้งหมดต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมด้วยตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสืบพงษ์ได้ออกหนังสือขอบคุณลงในแอปพลิเคชันไลน์ส่งไปยังกลุ่มไลน์ผู้พิพากษา โดยมีเนื้อหาว่า &amp;quot;ขอบคุณจากใจ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านผู้พิพากษาทุกท่านที่ส่งหนังสือเข้าชื่อถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิออกจากตำแหน่งมาให้กระผมอย่างพร้อมเพรียงกัน จนบัดนี้นับได้ 1,787 รายชื่อ &amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวนมากกว่าหนึ่งในสามของผู้พิพากษาทั้งหมด ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาทุกท่านที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ผู้พิพากษาสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ และไม่ยอมให้ผู้ดำรงตำแหน่ง ก.ต.ละเมิดต่อกฎหมาย ระเบียบวินัยและจริยธรรมอันดีของผู้พิพากษาซึ่งยึดถือปฏิบัติมาเป็นระยะเวลายาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระผมและคณะผู้เข้าชื่อจะนำคำร้องขอถอดถอนพร้อมรายชื่อทั้งหมดนี้เสนอต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันที่ 28 สิงหาคม ศกนี้ หลังจากนี้สำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ประชาคมผู้พิพากษาได้สดับตรับฟังข้อเท็จจริง และพิจารณาว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องนั้นสมควรจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือไม่ และจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีลับต่อไป ขอท่านทั้งหลายโปรดร่วมกันใช้สิทธิโดยชอบธรรมนี้ช่วยกันปกป้องรักษาสถาบันศาลยุติธรรม อย่าให้ผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียบกพร่องในจริยธรรมอันดีสร้างความมัวหมองให้แก่ศาลยุติธรรมต่อไป&amp;quot; นายสืบพงษ์ระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16298</URL_LINK>
                <HASHTAG>พงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์, มณี สุขผล, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b84068414310.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่นเปาเดือด!ล่าชื่อ ถอดชำนาญพ้นกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีศาลภาค 2 นำล่ารายชื่อผู้พิพากษาทั่วประเทศยื่นถอดถอน &amp;ldquo;ชำนาญ&amp;rdquo; พ้น ก.ต. เหตุแสดงพฤติการณ์ไม่เหมาะสมต่อผู้พิพากษาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในห้องพิจารณาคดีต่อหน้าคู่ความ ระบุหมิ่นศาล-ขัดจริยธรรม หวั่นหากยังดำรงตำแหน่งอาจก้าวก่ายแทรกแซงการพิพากษาคดี &amp;quot;สืบพงษ์&amp;quot; ยันดำเนินตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ได้เวียนหนังสือนำส่งขอให้เข้าชื่อกันถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีการายหนึ่ง โดยมีเอกสารแนบประกอบด้วยใบเข้าชื่อขอให้ถอดถอน ก.ต. 1 แผ่น, แผนผังขั้นตอนการถอดถอน ก.ต. 1 แผ่น และซองใส่ใบเข้าชื่อกลับ 1 ซอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหนังสือดังกล่าวได้อ้างถึง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 บัญญัติว่า ก.ต.ผู้ใดมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ข้อบังคับ คุณธรรมและจริยธรรม หรือกระทำการอันมีมูลเป็นความผิดทางวินัย ถูกกล่าวหา หรือกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ข้าราชการตุลาการไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา เข้าชื่อกันขอให้ถอดถอน ก.ต.ออกจากตำแหน่งได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหนังสือเวียนดังกล่าว ใบปะหน้ามีข้อความดังนี้ &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรียนท่านผู้พิพากษาผู้รักสถาบันศาลยุติธรรมทุกท่าน กระผมเริ่มดำเนินการเพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา โดยจะส่งหนังสือชี้แจงถึงพฤติกรรมอันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนให้ทุกท่านได้ทราบเป็นรายบุคคลตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พร้อมหนังสือเข้าชื่อถอดถอนให้แก่ท่านด้วย (เอกสารดังกล่าวนี้ ท่านน่าจะเห็นจากการส่งต่อทางไลน์กันแล้ว) เมื่อท่านได้รับหนังสือแล้ว หากท่านเห็นด้วยกับกระผมว่า พฤติกรรมของบุคคลตามที่ระบุในหนังสือไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิอีกต่อไป กระผมขอความกรุณาท่านลงนามในหนังสือเข้าชื่อ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการพร้อมรับรองสำเนา ใส่ซองที่จัดส่งไปให้ แล้วส่งกลับมาให้กระผมตามที่อยู่ที่พิมพ์ไว้แล้วหน้าซอง เพื่อกระผมจะได้รวบรวมรายชื่อพร้อมคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง สำหรับท่านที่ประสงค์จะเป็นผู้ประสานงานในศาลใด ขอให้พิมพ์เอกสารจากไฟล์ PDF ที่ท่านได้รับจากทางไลน์ เพื่อดำเนินการแล้วจัดส่งมาให้ผมโดยตรงที่ ตู้ ปณ.สี่แยกเฉลิมไทย เลขที่ 31 จังหวัดชลบุรี 20002 ผู้ใดประสงค์จะรับเป็นผู้ประสานงาน โปรดติดต่อผมที่หมายเลข xxx&amp;rdquo; พร้อมลงชื่อนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวมีใจความสรุปว่า นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้แทนของผู้เข้าชื่อมีความประสงค์ที่จะยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ก.ต.ในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุที่เกิดในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ก.ต.คนดังกล่าว ได้แสดงพฤติการณ์ไม่เหมาะสมต่อผู้พิพากษาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในห้องพิจารณาคดีต่อหน้าคู่ความ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ไม่สมควรดำรงตำแหน่ง ก.ต. อันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198, ขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หมวด 5 ว่าด้วยจริยธรรมเกี่ยวกับการดำรงตนและครอบครัว ข้อ 35 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาต้องเคารพเเละปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ในกรอบศีลธรรม สุภาพ สำรวมกิริยามารยาท มีอัธยาศัยยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งพึงวางตนเป็นที่เชื่อถือศรัทธา และข้อ 37 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาจักต้องไม่ก้าวก่ายหรือแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาอื่น ซึ่งมีมูลอันเป็นความผิดทางวินัย ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งตามพฤติการณ์ดังกล่าว นายชำนาญไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. หากยังคงให้ดำรงตำแหน่ง ก.ต. ต่อไปอาจใช้ตำแหน่งดังกล่าวก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ แทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล ทำให้เกิดความหวาดเกรงในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาว่าจะถูกกลั่นแกล้งดำเนินการทางวินัยไม่ชอบ จึงเรียนมาเพื่อขอให้ท่านเข้าชื่อกันถอดถอน ก.ต.บุคคลดังกล่าวส่งมาภายในวันที่ 27 ส.ค.นี้ จะได้รวบรวมรายชื่อเสนอเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อจัดให้มีการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต.ต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ป.อาญา มาตรา 198 &amp;nbsp;ระบุว่า ผู้ใดดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี หรือกระทำการขัดขวางการพิจารณาหรือพิพากษาของศาล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา วันที่ 9 ส.ค. นายสืบพงษ์ได้ส่งเอกสารถึงผู้พิพากษาเพิ่มเติม โดยระบุว่า สำหรับท่านที่ได้เข้าชื่อร่วมถอดถอนแล้วนั้น เมื่อเอกสารมาถึงกระผมแล้ว ขอให้คำมั่นสัญญากับทุกท่านว่าจะรักษาความลับ รายชื่อของผู้ที่เข้าชื่อนั้นจะมีการเปิดเผยเมื่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมนำคำร้องมาปิดประกาศที่สำนักงานศาลยุติธรรมและที่หน้าศาลต่างๆ ทั่วประเทศเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระผมขอเรียนท่านผู้พิพากษาทุกท่านว่า การดำเนินการในเรื่องนี้เป็นการดำเนินการภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย มิประสงค์จะให้เกิดความแตกแยกในศาลยุติธรรม แต่เพราะต้องการป้องปรามมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในภายหน้า และกระผมเคารพในการตัดสินใจของทุกท่าน&amp;quot; นายสืบพงษ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า กรณีพฤติการณ์ผู้พิพากษาคนดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่กลุ่มผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ผู้พิพากษาที่ประจำในศาลภาค 2 เข้าชื่อแล้วประมาณกว่า 300 คน หนังสือดังกล่าวมีการส่งเวียนไปยังศาลต่างๆ ทั่วประเทศ ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องได้ชื่อผู้พิพากษาประมาณ 1,100 คน ในวันนี้คาดว่าจะมีการลงรายชื่อได้ไม่น้อยกว่า 500 ชื่อ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าจับตามองว่าหากมีการลงรายมือชื่อครบจำนวน 1 ใน 5 หรือ 911 แล้ว ขั้นตอนการลงชื่อว่าจะถอดถอนหรือไม่ จะต้องใช้มติเกินกึ่งหนึ่งของผู้พิพากษาทั้งหมดจำนวน 4,555 คน ผลจะออกมาอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีกรณีที่จะมีการเข้าชื่อยื่นถอดถอน ก.ต.มาก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15092</URL_LINK>
                <HASHTAG>มณี สุขผล, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c4f0098562.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
