<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคประชาชน 146 องค์กรทำจดหมายยื่น &#039;บิ๊กตู่&#039; ยกเลิก &#039;จะนะเมืองอุตสาหกรรม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17 ก.ค.63 -ที่บริเวณเนินทราย 6,000 ปี บ้านสวนกงอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เครือข่ายภาคประชาชน 146 องค์กร นำโดยเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น &amp;nbsp;ได้ร่วมกันออกจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)และหยุดใช้อำนาจพิเศษของศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)ในการขับเคลื่อนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายรุ่งเรือง ระหมันยะ แกนนำเครือข่ายกล่าวว่าตามที่ครม.ได้อนุมัติโครงการ &amp;ldquo;จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&amp;rdquo; พบข้อสังเกตที่มีความผิดปกติหลายประการ ได้แก่ 1.โครงการนี้ได้ใช้อำนาจของรัฐบาล และ ศอ.บต. ดำเนินการอย่างรวบรัดขั้นตอน โดยการอนุมัติโครงการพร้อมอนุมัติงบประมาณเบื้องต้น 18,000 กว่าล้านบาท ทั้งๆที่ยังไม่มีการจัดการศึกษาโครงการ ดำเนินการศึกษาผลกระทบ และจัดรับฟังความคิดเห็นโครงการ 2.ภายหลังที่ได้มีการอนุมัติโครงการโดยครม.แล้ว ได้มีความพยายามจัดให้มีเวทีชี้แจงโครงการและรับฟังความคิดเห็น โดยมีการอ้างว่า ศอ.บต. และหน่วยงานได้มีความพยายามจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ แต่กลับเป็นเพียงการจัดเวทีเพื่อเป็นการชี้แจงโครงการถึงผลดีของโครงการ มิได้มีการพูดถึงผลกระทบของโครงการแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดเวทีเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ที่โรงเรียนจะนะวิทยา มีการใช้กองกำลังตำรวจและฝ่ายความมั่นคงอื่นๆ กว่า 1,000นาย ปิดล้อมบริเวณเวที จนทำให้ประชาชนในอำเภอจะนะที่ต้องการเข้าร่วมเวทีไม่สามารถเข้าถึงได้หรือเข้าถึงไม่ได้โดยง่าย ทั้งๆที่โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศ จะส่งผลกระทบกับประชาชนในวงกว้างทั้งจังหวัด แต่กลับไม่ได้เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นให้ประชาชนชาวจังหวัดสงขลาทั้งหมดได้เข้ามีส่วนร่วม โดยจำกัดไว้เฉพาะพื้นที่ 3 ตำบลเท่านั้น และคนใน 3 ตำบลนี้ก็ยังกีดกันผู้ที่เห็นต่างไม่ให้เข้าร่วมเวทีอีกด้วย&amp;rdquo;นายรุ่งเรืองระบุเนื้อหาในจดหมายระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เป็นที่เห็นได้ชัดว่า ผู้จะได้รับผลประโยชน์จากโครงการนี้ คือ กลุ่มทุนเพียง 2 บริษัท แต่กลับมีการกำหนดให้ ศอ.บต. ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ ที่อาศัยอำนาจการบริหารราชการและความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ในมือ เป็นกลไกขับเคลื่อนด้วยวิธีการพิเศษที่ไม่สนใจขั้นตอนตามกฎหมายปกติ เพื่อจะให้โครงการนี้เกิดขึ้นให้ได้ แม้ ศอ.บต. จะอ้างว่าดำเนินการตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 แต่กฎหมายดังกล่าวก็ไม่ได้กำหนดระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนต่อการใช้อำนาจในเรื่องนี้ ซึ่งมองได้ว่า ศอ.บต. อาจจะกำลังดำเนินโครงการนี้เกินอำนาจหน้าที่ของตนเองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มจนเกินงาม โดยการเอาความเจริญด้านเศรษฐกิจของคนจะนะและของประเทศมาเป็นข้ออ้าง ทั้งๆที่ยังไม่ได้มีการศึกษาข้อเท็จจริงต่อเรื่องนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจแต่อย่างใดทั้งสิ้น และเป็นการส่งเสริมกลุ่มทุนเป็นการเฉพาะที่ไม่น่าจะถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การดำเนินโครงการนี้ของรัฐบาลภายใต้การดำเนินงานของ ศอ.บต. มีการกำหนดรายละเอียดโครงการและพื้นที่ตั้งของโครงการมาแล้ว โดยกำหนดให้เป็นกิจกรรมและโครงการขนาดใหญ่ ที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ซึ่งเข้าข่ายเป็นโครงการรัฐที่จะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 ที่กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน หรือการจัดทำรายงาน EIA หรือ EHIA และต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การดำเนินโครงการนี้จะส่งผลกระทบต่อสิทธิในการกำหนดทิศทางการพัฒนา และการมีส่วนร่วมของประชาชนกับรัฐในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบของกฎหมายผังเมือง ซึ่งประชาชนชาวจังหวัดสงขลาได้ร่วมกันจัดทำผังเมืองรวมสงขลาไว้ก่อนแล้ว โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดทำเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี อันเป็นการใช้สิทธิที่ประชาชนได้เข้าไปร่วมกับรัฐในการกำหนดการพัฒนาเชิงพื้นที่ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่โครงการนี้โดย ศอ.บต.กลับจะมาละเมิดกฎหมายผังเมือง ด้วยการดำเนินการที่จะเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดผังเมืองเพื่อให้เกิดโครงการนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พวกเราเห็นว่า โครงการนี้จะสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อฐานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในอนาคต และจะทำให้เกิดการเปลี่ยนสภาพของชายหาดในพื้นที่อำเภอจะนะ และอำเภอใกล้เคียงอย่างหนัก อันรวมถึงผลกระทบของสภาพอากาศจากมลพิษโรงงานจำนวนมาก และน้ำเสียที่จะปล่อยลงสู่ทะเล ที่จะทำลายระบบนิเวศโดยรวมของทะเลจังหวัดสงขลา อันเป็นแหล่งสัตว์น้ำทะเลที่สำคัญของประเทศ และจะนำมาซึ่งความยากลำบากในการดำรงชีวิตปกติของประชาชนในชุมชนทั้ง 3 ตำบลที่ถูกกำหนเป็นพื้นที่โครงการ รวมตลอดทั้งตำบลใกล้เคียง ของอำเภอจะนะอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ ศอ.บต. จะพยายามอ้างว่า เขตอุตสาหกรรมแห่งนี้จะมีความก้าวหน้ากว่าทุกแห่ง แต่กากขยะพิษ อากาศพิษ และน้ำเสียเหล่านั้น โครงการจะบริหารจัดการแบบก้าวหน้าแห่งอนาคตได้อย่างไร และจะเคลื่อนย้ายสิ่งเหล่านี้ไปทิ้งไว้ที่ไหน เพราะที่สุดแล้ว รัฐบาล หรือ ศอ.บต. ก็จะไม่ใช่ผู้ประกอบการหลักในเขตอุตสาหกรรมแห่งนี้ ซึ่งแม้จะมีการกำหนดเงื่อนไข ข้อตกลง หรือสนธิสัญญาใดๆก็ตามแต่ ก็ไม่ได้มีหลักประกันใดๆว่าสิ่งเหล่านั้นจะถูกยอมรับและปฏิบัติตามในอนาคตโดยกลุ่มทุนดังกล่าว เพราะทั้งรัฐบาล และ ศอ.บต. ก็อาจจะถูกยุบเลิกหายไป แต่ประชาชนในพื้นที่จะต้องอยู่กับเขตอุตสาหกรรมแห่งนี้ไปชั่วลูกชั่วหลาน&amp;quot;นายรุ่งเรืองกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุ่งเรือง กล่าวว่า เครือข่ายภาคประชาชนเห็นว่า การดำเนินโครงการนี้ น่าจะเป็นการดำเนินการที่ผิดขั้นตอนและกระบวนการภายในและกฎหมาย ดังนี้ 1.การดำเนินโครงการไม่ได้ดำเนินการภายใต้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 2.กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ ศอ.บต.อ้างถึง ว่าได้ดำเนินการมาแล้วหลายสิบเวที ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงเวทีเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.แม้ ศอ.บต. จะอ้างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงอำนาจหน้าที่ในการดำเนินโครงการนี้ หากแต่พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวได้กำหนดให้ ศอ.บต. จัดทำระเบียบเพื่อการปฏิบัติในโครงการนั้นด้วย ซึ่งไม่เห็นว่า การดำเนินงานในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติเห็นชอบหลักการโครงการ ศอ.บต.ได้ยึดระเบียบปฏิบัติใดในการดำเนินการเหล่านั้น และได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการนั้นๆ ด้วยหรือไม่&amp;nbsp;โดยเฉพาะข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตลอดทั้งการแก้ไขผังเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.โครงการนี้เกิดขึ้นบนฐานคิดที่ต้องการสร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อทำให้เศรษฐกิจของประชาชนดีขึ้น ด้วยหวังว่านำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ จึงเป็นตรรกะเหตุผลที่ต้องตรวจสอบ และจะต้องมีการศึกษาหาข้อมูลรองรับว่าโครงการนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่แค่ไหนอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71757</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, มติครม.นิคมอุตสาหกรรมจะนะ, ศอ.บต., อำเภอจะนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f11894ec3ab3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10เหตุผลเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นจี้&#039;บิ๊กตู่&#039;ยกเลิกเขตอุตสาหกรรม ซัดศอ.บต.เล่นผิดบทเป็นผู้รับใช้กลุ่นทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.63- กลุ่มประชาชนในนามเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้ยื่นหนังสือของเครือข่ายเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 กรณีให้ยกเลิก มติคณะรัฐมนตรีในโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตทั้งสองครั้งนั้น พวกข้าพเจ้าใช้โอกาสนี้แสดงเหตุผลและขอย้ำข้อเสนอที่ได้ยื่นไปแล้ว เพื่อให้นายกรัฐมนตรีประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมอีกครั้ง ก่อนจะให้คำตอบพวกเราในวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ที่จะถึงโดยมี 10 เหตุผล ที่ต้องยกเลิก มติ ครม. นิคมอุตสาหกรรมณจะนะ และหยุดเวทีพิธีกรรมหนุนโครงการของ ศอ.บต. ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 นี้ ที่อำเภอจะนะ ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.โครงการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงตั้งแต่ต้น เพราะใช้วิธีอนุมัติโครงการโดยคณะรัฐมนตรีก่อน แล้วจึงมาจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นภายหลัง &amp;nbsp;2.ในการอนุมัติโครงการโดยรัฐบาล คณะรัฐมนตรีไม่มีข้อมูลทางวิชาการและข้อเท็จจริงอันเป็นความเห็นของประชาชนประกอบอย่างรอบด้านเพื่อตัดสินใจตั้งแต่ต้น 3. การอนุมัติโครงการตามมติคณะรัฐมนตรีครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ถือว่ามีที่มาอันไม่สวยงาม เพราะเป็นการอนุมัติแบบทิ้งทวนในปลายรัฐบาลยุค คสช.ในการประชุม ครม.นัดสุดท้าย ทั้งที่กำลังจะมีการตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 4. แม้จะมีการรับฟังความคิดเห็นตามหลัง แต่กลับพบว่าเวทีเหล่านั้นคือ &amp;ldquo;พิธีกรรม&amp;rdquo; ที่จัดขึ้นเพื่อต้องการรายชื่อสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ทั้ง 3 ตำบลเท่านั้น อันจะได้นำไปอธิบายกับสังคมว่าได้สร้างการมีส่วนร่วมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ศอ.บต.ไม่ได้สร้างกลไกอันเป็นที่ยอมรับ และมีประสิทธิภาพเพียงพอ ในการดำเนินงานของกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ตามความหมายของกฎหมายการมีส่วนร่วมของประชาชน 2548 หากแต่ได้ใช้พวกพ้องของเจ้าหน้าที่ ศอ.บต.เป็นผู้รับงานจัดเวทีเหล่านั้น เสมือนเป็นการเอื้อประโยชน์ระหว่างกัน 6. โครงการใหญ่ระดับประเทศ และต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล แต่กลับปิดกั้นการแสดงออกของประชาชนในพื้นที่ที่เห็นต่าง และจำกัดขอบเขตการรับรู้โครงการเฉพาะ 3 ตำบลอันเป็นที่ตั้งโครงการเท่านั้น ซึ่งควรจะต้องเปิดการรับฟังประชาชนทั้งจังหวัดเป็นอย่างน้อย 7. การจัดเวทีวันที่ 11 ก.ค. 2563 นั้น ไม่มีความชัดเจนว่าจัดขึ้นด้วยเหตุผลใด และอยู่ในขั้นตอนใดของกระบวนการดำเนินงานโครงการ เพียงแต่แจ้งว่าต้องการรับฟังความคิดเห็นประชาชน 3 ตำบล หากแท้จริงแล้วต้องการใช้เวทีนี้เพื่อนำไปสู่การปรับแก้ผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีม่วงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;8. ศอ.บต. กำลังเล่นผิดบท โดยการทำหน้าที่เสมือนเป็นเจ้าของบริษัทหรือกลุ่มทุนที่จะเข้ามาเป็นเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมฯเสียเอง จึงทำหน้าที่แทนกลุ่มทุนทุกอย่าง ทั้งตอบคำถาม อธิบายแบบขัางๆคูๆ อย่างไม่มีความเข้าใจจริง อันไม่ใช่บทบาทของตนเอง จนบางคนได้นิยามบทบาทเช่นนี้ว่า &amp;ldquo;ผู้รับใช้&amp;rdquo; กลุ่มทุน 9. เราต้องสูญเสียงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาล รวมถึงทรัพยากรอื่นๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเฉพาะกลุ่ม จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไม ศอ.บต. ถึงยอมทุ่มทุนถึงขนาดนี้ 10. ศอ.บต.ได้กลายเป็นผู้สร้างความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เสียเองแล้วจากโครงการนี้ โดยการยุยง ส่งเสริม ปลุกปั่น ประชาชนที่เห็นดีเห็นงามกับตนในทุกรูปแบบ เพื่อจะยับยั้ง ปิดกั้น และทำลายความน่าเชื่อถือของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการ จนทำให้มีการแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนขึ้น และได้สร้างการสื่อสารที่จะนำไปสู่ความแตกแยก อันจะกลายเป็นความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งถือว่าผิดวิสัยของความเป็น ศอ.บต. อันเป็นองค์กรรัฐที่ควรทำหน้าที่สร้างความสมานฉันท์ และจัดการความขัดแย้งให้ลดน้อยลงหรือหมดหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสังเกตเหล่านี้คือบางส่วนของเหตุผลที่รัฐบาลจะต้องทบทวนกระบวนการดำเนินโครงการ &amp;ldquo;จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&amp;rdquo; นี้ใหม่ทั้งหมด และหากจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการ ดังนี้คือ 1. ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติโครงการนี้ไปแล้วทั้ง 2 ครั้ง คือ มติ ครม.7 พ.ค. 62 และมติ ครม. 21 ม.ค. 63 และให้หยุดกระบวนการทั้งหมดในทันที 2. ต้องสร้างระบบ และกลไกดำเนินการใหม่ทั้งหมด ในรูปของคณะกรรมการให้เป็นที่ยอมรับร่วมกัน อย่างเช่นการกำหนดองค์ประกอบของกลไกให้ครอบคลุมครบถ้วน และต้องมีความเป็นมืออาชีพ เป็นกลาง&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีสัดส่วนของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆในชายแดนใต้ ภาคประชาสังคมที่หลากหลายมีบทบาทนำทางสังคมอันเป็นที่ยอมรับ &amp;nbsp;ผู้แทนท้องที่ท้องถิ่นที่ไม่เกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ในโครงการนี้ ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนประชาชนในพื้นที่ตามสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่ง ศอ.บต. ต้องเป็นเพียงหน่วยสนับสนุนการทำงานเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้คณะทำงานตามขัอ 2 ทำการศึกษาศักยภาพอำเภอจะนะ ในทุกมิติ เช่น ด้านสังคม วิถีวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ เพื่อให้เห็นต้นทุนที่มีอยู่ อันจะนำไปสู่การออกแบบพัฒนาที่สอดคล้องเหมาะสม และยั่งยืนได้อย่างแท้จริง 4. ต้องยุติเวทีวันที่ 11 ก.ค. 63 ออกไปก่อน เพื่อให้มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้องที่ 1- 3 เสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น จะเดินทางไปขอคำตอบจากรัฐบาล ในเช้าวันที่ 8 กรกฏาคม 2563 นี้ ตามที่ได้ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงค์ไว้แล้วเมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2563 &amp;nbsp;ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70558</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มติครม., มติครม.นิคมอุตสาหกรรมจะนะ, ศอ.บต., เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น, โครงการอุตสหกรรมจะนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f017ab7bda1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
