<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฐากูร บุนปาน&#039;ชี้เมื่อโกรธสหรัฐทักท้วงไทยเรื่องสารพิษต้องโกรธจีนที่ตำหนิ&#039;ทอน&#039;ถ่ายรูปกับ&#039;โจชัวหว่อง&#039;ด้วยเพราะคือเรื่องเดียวกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62- ฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัทมติชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thakoon Boonparn ระบุว่า ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันเมื่อโกรธเกรี้ยวกับเรื่องที่สถานทูตสหรัฐ ส่งหนังสือทักท้วงรัฐบาลไทย เรื่องการสั่งห้ามใช้สารไกลโฟเซตก็ต้องโกรธเกรี้ยวสถานทูตจีนที่ออกแถลงการณ์ตำหนิธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ไปถ่ายรูปกับโจชัว หว่องเพราะทั้งสองเรื่องคือเรื่องเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการปกป้องผลประโยชน์ของชาติตัวเอง จะเลือกว่าเห็นด้วยกันกรณีหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับอีกกรณี อย่างนี้จะเป็นสองมาตรฐาน หรือเผลอๆคือไม่มีมาตรฐานอะไรเลย นอกจากความพอใจของอาตมาเอง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเอามากสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพียงแต่ว่าคนกลุ่มนี้-คนชั่นกลาง ชั่นกลางค่อนข้างสูง-เสียงดัง และมีน้ำหนักในพื้นที่สื่อทัศนะวิปริตผิดตรรกะอย่างนี้ถึงแพร่ระบาดได้ง่าย
...
เช่นเดียวกัน ถ้าใช้มาตรฐานว่าธนาธรถือหุ้นสื่อ(ที่ไม่ใช่ทั้งการเมืองและปิดกิจการไปแล้ว)ผิด สส.อีกกว่า 30 คนที่เข้าข่ายเดียวกันก็ต้องผิดด้วย หรือนักการเมือง-ผู้มีตำแหน่งทางการเมืองคนไหนก็ตาม ก็ผิดด้วยอีกเหมือนกัน จะเอาผิดเรื่องนี้ถึงขั้นตัดสิทธิ์-ยุบพรรค ก็ไม่เป็นไร ขอให้ใช้มาตรฐานเดียวกันนี้ในการพิจารณาคดีคนอื่นๆด้วย ถ้าสองมาตรฐานอีก เดี๋ยวยุ่งตายห่ะ
...
ก็ที่ไอ้ยุ่งๆอยู่ในเมืองไทยกว่าสิบปีนี้ ต้นตอใหญ่อย่างหนึ่งก็คือสองมาตรฐานนึ่แหละ ถ้าความยุติธรรมไม่มีจะหวังให้เกิดอะไรดีๆอย่างอื่นตามมาจะเป็นได้หรือ ผ่านความเลวร้าย ความทุกข์ยาก ความแตกแยกกันมาเป็นสิบปีไม่คิดจะเรียนรู้-ปรับตัวบ้างเลยหรือ จะส่งเสริมให้สองมาตรฐานแหกถ่างสังคมนี้ให้แตกกว้างไปอีกแค่ไหน จะเอาสะใจแล้วพังพาบกันไปทั้งหมด อย่างนั้นจริงหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49005</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ฐากูร บุนปาน, ธนาธร, มติชน, สหรัฐตัดจีเอสจี, สองมาตรฐาน, เรื่องเดียวกัน, โจชัว หว่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db66e08479dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบข่าวeasy  pass !&#039;ธนาธร&#039;สารภาพ โอนหุ้นก่อน 8 ม.ค.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.62- &amp;nbsp;หลังนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงกรณีการโอนหุ้นในบริษัท วีลัค-มิเดีย ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา ให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธรเสร็จสิ้นเสร็จตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2562 ซึ่งมีเอกสาร เช็คขีดคร่อมการชำระค่าหุ้น ใบหุ้น และตราสารโอนหุ้น ที่แสดงว่ามีการโอนหุ้นจริง ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรค 2 ระบุว่าการโอนหุ้นจะมีผลสมบูรณ์ด้วยการลงรายมือชื่อ ของผู้โอน ผู้รับโอน และพยาน ซึ่งแสดงว่ามีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว และในมาตรา 1129 วรรค 3 ระบุว่า หากจะให้การโอนหุ้นจะมีต่อบุคคลภายนอก จะต้องมีการจดแจ้งในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ซึ่งการดำเนินการโอนหุ้นของนายธนาธร และภรรยา ไปยังนางสมพร ได้มีผลสมบูรณ์ทางกฎหมายเรียบร้อยแล้วนับตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม&amp;nbsp;2562 นายธนาธรจึงไม่ได้ถือหุ้นนี้อีกต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตรยัง ว่าข้อเท็จจริงคือ ในช่วงเช้านายธนาธรยังคงลงพื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์ และเดินทางกลับมากรุงเทพด้วยรถตู้ในช่วงบ่าย และมีหลักฐานในเสร็จ easy &amp;nbsp;pass ในการเดินทางในช่วงเวลา 15.00 น. และนายธนาธรมีภารกิจเดินทางสนามบินดอนเมืองต่อไปยังนครศรีธรรมราช ในวันที่ 9 มกราคม ดังนั้นหลักฐานทั้งหมดนี้แสดงว่า ช่วงเช้าปราศรัยและช่วงบ่ายเดินทางกลับมาร่วมประชุม ข้อเท็จจริงนี้หวังว่าสื่อคงมีใจที่เป็นธรรมและกระจ่างชัด ไม่ควรที่จะตั้งข้อสงสัยอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากการตรวจสอบคำให้สัมภาษณ์นายธนาธร กับมติชน ซึ่งเกาะติดการหาเสียงของนายธนาธรอย่างใกล้ชิดทั่วประเทศ พบว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายธนาธรให้สัมภาษณ์ที่จังหวัดตราดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หุ้นดังกล่าวได้โอนมาก่อนวันที่ 8 มกราคม 2562 ก่อนที่จะลงสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรอย่างที่มีการร้องเรียนแต่อย่างใด ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายตรงข้ามพยายามที่จะทำลายตัวผมและพรรคอนาคตใหม่ ผมมองไม่เห็นว่าจะผิดกฎหมาย มันโปร่งใส และผมยืนยันได้ในเรื่องกฎหมาย มันไม่ผิดอย่างแน่นอน ทั้งหมดผมชี้แจงได้ และไม่รู้สึกกังวลใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งเอกสารที่ชี้แจงก็แถลงต่อสาธารณชนมาตั้งแน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34248</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อน 8 มกราคม, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, มติชน, โอนหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbe70c9a89e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัปตันยื่นฟ้องมิ้ง หาทำท้องแล้วทิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;กัปตัน&amp;quot; ยื่นฟ้องแล้ว &amp;quot;มิ้งโป๊ะแตก&amp;quot; ฐานหมิ่นประมาท อ้างท้องแล้วฝ่ายชายไม่รับผิดชอบจนถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ประชาชนเสื่อมความนิยม ต้นสังกัดพักงาน ศาลนัดไต่สวน 8 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายชลธร คงยิ่งยง หรือกัปตัน ชลธร ดาราหนุ่มค่ายดานาว มอบอำนาจทนายความเดินทางมาศาล เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ศวภัทร สุนทรนันท หรือมิ้ง เน็ตไอดอลคนดัง อดีตแฟนสาว เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 กรณี น.ส.ศวภัทรระบุว่าตนเองท้องกับนายชลธร และให้สัมภาษณ์ในเชิงทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าโจทก์ไม่รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า โจทก์และจำเลยคบหาฉันชู้สาวประมาณ 1 ปี ตั้งแต่ พ.ค.2560 แต่ไม่ได้เปิดเผยให้สังคมทั่วไปรับรู้ ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย.2561 เวลากลางคืน จำเลยเจตนาใส่ความโจทก์ต่อบุคคลอื่นซึ่งเป็นบุคคลที่สามโดยประการที่ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังด้วยการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เผยแพร่โฆษณาให้ปรากฏผ่านสื่อออนไลน์ โดยบางช่วงบางตอนมีดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวถามว่า &amp;ldquo;รู้ผลว่าท้องเมื่อไหร่&amp;rdquo; จำเลยตอบว่า &amp;ldquo;27 พ.ค. ก็รู้พร้อมเขา ตอนนั้นก็อึ้ง ตกใจด้วยกันทั้งคู่ ตอนเขารู้ เขาก็ไม่โอเคเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่แค่เขาหรอกมิ้งเองก็ไม่โอเค ตกใจ เบลอ ทำอะไรกันไม่ถูก เรามาคิดกันว่าจะเอายังไงกันดี เพราะตามกฎหมายแล้ว มิ้งกับกัปตันบรรลุนิติภาวะแล้ว มิ้งปรึกษาอาที่เป็นทนายความ ตามกฎหมายมิ้งกับเขามีสิทธิ์ตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งฝั่งพ่อแม่เขาหรือพ่อแม่มิ้งต้องให้เราตัดสินใจร่วมกัน และทางค่ายเขาก็ไม่เกี่ยวแล้ว มันต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันของมิ้งกับกัปตันว่าจะเอายังไงต่อ แล้วพ่อแม่เขาก็พูดกับพ่อแม่มิ้งว่า ถ้าตรวจสอบแล้วว่าท้องกับลูกเขาจริง ระหว่างที่ท้องก็ให้ดูแลตัวเองไป ไม่ต้องติดต่อกับกัปตันอีก แต่ถ้าคลอดมาแล้วตรวจดีเอ็นเอว่าเป็นลูกกัปตันจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับผิดชอบนะ ทุกครั้งที่เขาพูดคือแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายจากเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ ซึ่งจากข้อความดังกล่าว โดยเฉพาะในประโยคที่ว่า &amp;ldquo;27 พ.ค.ก็รู้พร้อมเขา ตอนนั้นก็อึ้ง ตกใจด้วยกันทั้งคู่ เขารู้เขาก็ไม่โอเคเท่าไหร่&amp;rdquo; &amp;ldquo;เขาไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจของกัปตัน จนไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรกัน มิ้งเป็นผู้หญิง พ่อแม่มิ้งยังให้ตัดสินใจด้วยตัวเองเลยว่าจะอย่างไร แต่ว่าฝั่งเขาไม่เลย&amp;rdquo; &amp;ldquo;มิ้งมีอีกหนึ่งชีวิตเข้ามาในท้องมิ้ง&amp;rdquo; &amp;ldquo;เขาต้องมีความเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องมีความรับผิดชอบแล้ว&amp;rdquo; ทั้งนี้ เมื่ออ่านข้อความทั้ง 5 รวมกับข้อความในบทสัมภาษณ์ทั้งหมด ทำให้บุคคลประชาชนทั่วไปที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์เข้าใจไปว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี และมีความสัมพันธ์กับจำเลยจนตั้งครรภ์แล้วไม่รับผิดชอบดูแลจำเลย และโจทก์ไม่มีวุฒิภาวะ เป็นผลทำให้โจทก์ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง ประชาชนที่เคยให้ความนิยมในตัวโจทก์เสื่อมความนิยมลงไป ต้องถูกต้นสังกัดที่เป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ระงับไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงต่างๆ ที่ออกสู่สาธารณชน รวมถึงบริษัทต่างๆ ที่เคยจะว่าจ้างโจทก์ก็ระงับไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำของจำเลยมีเจตนาทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ใส่ความโจทก์โดยการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ อันเป็นผลกระทบต่ออาชีพการงานและความเจริญก้าวหน้าของโจทก์ เหตุเกิดที่บริษัท วัชรพล จำกัด แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. และตลอดทั่วราชอาณาจักรไทย เพราะเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ได้เผยแพร่ข่าวออกไปทั่วราชอาณาจักร คดีนี้มิได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพราะประสงค์จะดำเนินคดีนี้กับจำเลยด้วยตัวเอง การกระทำของจำเลยตามข้อความที่กล่าวมาในคำฟ้องนั้น เป็นความผิดต่อกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มติชน เดลินิวส์ ติดต่อกันเป็นเวลา 15 วัน โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอาญารับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2341/2561 พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ว่ามีมูลหรือไม่ วันที่ 8 ต.ค.2561 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14531</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัปตัน ชลธร, ชลธร คงยิ่งยง, บริษัท วัชรพล จำกัด, มติชน, ศวภัทร สุนทรนันท, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดลินิวส์, ไทยรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61b367e9aa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
