<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มนัญญา เชิญผู้ส่งออก- นำเข้า 3 สารพิษ หารือหารือรับคืน - ส่งออกตปท.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย. 2562 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ &amp;nbsp;รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าได้มีหนังสือเชิญ 3 สมาคมผู้ส่งออก -นำเข้า &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;สารเคมี &amp;nbsp;มาประชุมวันที่ &amp;nbsp;21 พ.ย. &amp;nbsp;ที่กระทรวงเกษตรฯช่วงบ่าย ภายหลังที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติแบนและขึ้นทะเบียน 3 สาร คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต &amp;nbsp;เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 &amp;nbsp;ในวันที่ &amp;nbsp;1 ธ.ค. &amp;nbsp;2562 &amp;nbsp; เพื่อหารือถึงมาตรการรับคืนสารเคมีจากประชาชน เกษตรกร &amp;nbsp;และการส่งออก 3สาร โดยตนพร้อมที่จะลงนามในหนังสือส่งออก 3 สารไปประเทศที่สาม หรือประเทศต้นทาง ในฐานะที่กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร &amp;nbsp;เพราะหากยังใช้สารเคมีอันตรายคาดว่าอนาคตประเทศไทยจะไม่มีคนทำการเกษตรเพราะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและดินเสียจากสารตกค้างในดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันที่ 21 พ.ย. นี้ ดิฉันมีหนังสือเชิญและขอประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อไปเลยว่า ให้บริษัทเหล่านั้น มาประชุมเพื่อจะได้มีกำหนดแนวทางการรับคืนสารเคมี จากเกษตรกร &amp;nbsp;จากร้านผู้แทนจำหน่าย ร่วมทั้งการส่งออกกลับไปประเทศอื่นหรือประเทศต้นทาง &amp;nbsp;หากวันนั้นไม่มา แสดงว่า บริษัทเหล่านั้นไม่เดือดร้อน &amp;nbsp;ไม่มีสารเคมีอันตรายทั้ง 3 สาร ในมือในสต๊อกแล้ว เพราะหลัง &amp;nbsp;1 ธ.ค. 2562 ที่มติมีผลบังคับใช้ต้องไม่มีสารเหล่านี้ในประเทศไทยอีก &amp;nbsp; และสารเคมีเหล่านั้นเป็นภาระบริษัทเอกชนที่นำเข้า ต้องรับผิดชอบในการนำกลับรีเอ็กพอร์ตกลับไป หรือการทำลายตามกฎหมาย &amp;nbsp;และไม่สามารถเอาเงินหลวงไปใช้ได้ ดิฉันยืนยันว่าเป็นภาระของบริษัทที่จะต้องนำกลับคืนตามกฎหมายเท่านั้น &amp;nbsp;ใครใช้เงินหลวงไปรับทำลายติดคุกนะค่ะ &amp;ldquo; &amp;nbsp;นางสาวมนัญญากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นในวันที่ &amp;nbsp;22 พ.ย. จะมีการประชุมสารวัตรเกษตรทั่วประเทศ 300 กว่าคนเพื่อรับทราบแนวทางในการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับเกษตรกรและประชาชนที่มีสารทั้ง 3 ตัวในครอบครองว่าต้องไปส่งคืนบริษัทหรือร้านค้าหรือเอเยนต์อย่างไร เพราะวันที่ 1 ธ.ค. &amp;nbsp;62 &amp;nbsp;ทั้ง 3 ตัวผิดกฎหมายและโทษหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; เราไม่เสียเวลารอกระทรวงอื่นแล้วค่ะ ว่าจะมีท่าทีอะไรต่อ 3 สาร เพราะ &amp;nbsp;1 ธ.ค. 62 &amp;nbsp;หากเกษตรกรเราไม่ทราบ โทษตามกฎหมายหนักจำคุกไม่เกิน 10 ปีปรับเป็นแสนเป็นล้าน ดิฉันไม่อยากให้มีภาพเกษตรกรของเราโดนตรวจจับเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ &amp;nbsp;จึงให้เรียกประชุมสารวัตรเกษตร จะได้รับทราบทิศทางเดียวและลงพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนทันที &amp;ldquo; &amp;nbsp;นางสาวมนัญญากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวต่อว่า ภายหลังลงที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติแบน &amp;nbsp;3 สาร ได้ลงพื้นที่ไปหลายจังหวัดก็พบว่า ในพื้นที่ต่างแสดงความขอบคุณที่ผลักดันเรื่องนี้เพราะเกษตรกรทราบดีว่าสารอันตรายและหลายครอบครัวต้องสูญเสียคนในครอบครัว &amp;nbsp;คนที่ตนเองรักไปก่อนวัยอันควรจากการทำการเกษตรที่ใช่สารเคมีอันตราย &amp;nbsp;และในบางพื้นที่พบว่ามีสารพิษในเลือดของคนในชุมชนที่ทำการเกษตรแบบใช้สารเคมี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50446</URL_LINK>
                <HASHTAG>พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต, มติแบนสารพิษ, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, รับคืน, ส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191026/image_big_5db3efaf0c22b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มติแบนสารพิษ&#039; การเคลื่อนไหว  ในความยืดเยื้อและผลประโยชน์ต่อรอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; ก็เป็นไปตามคาดกับมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ให้มีการแบนสารเคมีพิษ ได้แก่ พาราควอต,&amp;nbsp; คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เพราะเมื่อฝ่ายการเมือง โดยรัฐมนตรีผู้กุมนโยบายในสามกระทรวงหลัก&amp;nbsp; คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข แสดงท่าทีขึงขังให้มีการแบนสารเคมีพิษดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรัฐมนตรีบางกระทรวงถึงกับเอาเก้าอี้รัฐมนตรีเป็นเดิมพัน หากไม่สามารถผลักดันให้มีการแบนสารพิษทั้งสามชนิดภายในวันที่ 1 ธันวาคม แล้วกรรมการวัตถุอันตรายที่หลายคนเป็นข้าราชการประจำ ในสามกระทรวงดังกล่าว มีหรือจะกล้าแข็งขืน และที่สำคัญเป็นที่ชัดเจนว่ากระแสสังคม เสียงประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแบนสารพิษเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่เดิมเคยมีมติไม่ให้มีการแบนสารพิษทั้งสามชนิดนี้ จึงต้องเปลี่ยนไปอย่างที่เห็นด้วยเพราะฝืนกระแสสังคมไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มติของที่ประชุม คณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันอังคารที่ 22 ตุลาคม ที่มี&amp;nbsp; ภานุวัฒน์ ตรียางกูรศรี รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ทำหน้าที่ประธาน เสียงส่วนใหญ่จึงมีมติให้มีการแบนสารพิษทั้งสามชนิด โดยห้ามผลิต ห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย ห้ามใช้ ด้วยผลการออกเสียงที่ออกมาคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.พาราควอต แบน 21 เสียง จำกัดการใช้ 5 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.คลอร์ไพริฟอส แบน 22 เสียง จำกัดการใช้ 4 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ไกลโฟเซต แบน 19 เสียง จำกัดการใช้ 7 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ผลการออกเสียงจะแสดงให้เห็นว่า มีกรรมการบางคนที่ยังคงยืนยันไม่ให้มีการแบนสารพิษ แต่เมื่อเสียงข้างมากเอาด้วยกับการแบนสารพิษ ผลการออกเสียงจึงเป็นอย่างที่เห็น บนความยินดีของคนจำนวนไม่น้อย แม้รู้ดีว่ายังอาจจะมีความพยายามขัดขวางมติดังกล่าว โดยใช้บางช่องทางเพื่อหวังยื้อการแบนสารพิษ เช่น การร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้มติของกรรมการมีผล และรับไปพิจารณาคำร้อง เผื่อว่าศาลอาจจะมีมติให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะฝืนกระแสสังคม ที่ต้องการให้มีการแบนสารพิษทั้งสามชนิด เพราะด้วยข้อมูลทางการแพทย์, วิชาการ, การเกษตร ฯ ที่ฝ่ายผู้สนับสนุนการแบนสารพิษนำมาเสนอต่อสังคม ถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับว่าหนักแน่นกว่าฝ่ายที่ไม่ต้องการให้มีการแบน แม้ฝ่ายดังกล่าวจะพยายามอ้างถึงผลกระทบต่อเกษตรกร ที่ว่าหากมีการแบนแล้วจะทำให้เกษตรกรประสบปัญหาการใช้สารเคมีทำการเกษตร โดยเฉพาะหากต้องใช้สารอื่นที่มีราคาแพงกว่าหลายเท่า อันจะทำให้ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่เมื่อกรมวิชาการเกษตรยืนยันว่า ถึงมีการแบนพาราควอต, คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ก็สามารถแนะนำสารทดแทนชนิดอื่นๆ ให้เกษตรกรได้ จึงทำให้ฝ่ายที่สนับสนุนการแบนก็ยังเชื่อว่า ถึงอย่างไรเรื่องนี้ชัยชนะต้องเป็นของประชาชนแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ มติดังกล่าวของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ถือเป็นการจบการทำงานโดยไม่มีเสียงก่นด่าไล่หลัง และน่าจะเป็นการประชุมนัดสุดท้ายแล้ว เพราะคณะกรรมการชุดปัจจุบันจะต้องพ้นสภาพไม่เกินวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคมนี้ เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกันใหม่ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2562 ฉบับแก้ไข ที่มีการประกาศใช้เมื่อ 30&amp;nbsp; เมษายน 2562 โดยโครงสร้างคณะกรรมการเดิมที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หรือรองปลัดฯ ที่ปลัดกระทรวงมอบหมายเป็นประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ก็จะเปลี่ยนมาเป็น รมว.อุตสาหกรรมเป็นประธานแทน นั่นหมายถึงว่าตั้งแต่ 28 ต.ค.นี้เป็นต้นไป สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมก็จะมาเป็นประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรยากาศหลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติดังกล่าว &amp;quot;อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข จากพรรคภูมิใจไทย&amp;quot; พรรคการเมืองต้นสังกัดของ &amp;quot;มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร ที่ยืนยันต้องมีการแบนสารพิษ&amp;quot; ได้พูดถึงมติดังกล่าวไว้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สิ่งที่ดีใจคือ เราได้เห็นว่าประเทศไทยยังมีข้าราชการและนักวิชาการที่มีคุณธรรม และมีสำนึกต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคณะกรรมการที่ลงมติแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ก่อนหน้าจะมีมติดังกล่าว ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการลงมติไม่กี่ชั่วโมง กลุ่มเรียกร้องให้มีการแบนสารพิษ และกลุ่มคัดค้านที่ยืนยันไม่ต้องการให้แบนสารพิษ มีการเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะการที่ทั้งสองฝั่งต่างพยายามให้ข้อมูลผ่านเครือข่ายสื่อโซเชียลมีเดียเพื่อสื่อสารกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาทิ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/ นายแพทย์และนักวิชาการชื่อดังที่ร่วมเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการแบนสารพิษดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.นพ. ธีระวัฒน์ ได้นำเสนอข้อมูลทางการแพทย์เรื่อง &amp;ldquo;ผลความเสียหายของสารเคมีพิษต่อระบบสาธารณสุขทั้งประเทศ&amp;rdquo; ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนหน้าคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีมติดังกล่าวหนึ่งวัน ข้อความตอนหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การคิดในเชิงระบบต้องนำข้อที่ให้ผลดีและให้ผลร้ายนำมาพิจารณาการกล่าวอ้างของบางคน ที่ว่าการแบนทำให้ผลผลิตลดลง คนไทยจะขาดอาหาร ทั้งๆ ที่ทราบผลร้าย น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติทางสมองในกระบวนการการพิจารณาข้อมูล ความมีเหตุมีผล ร่วมกับการที่ขาดความรับผิดชอบต่ออาชีพการงานของตนเองและต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สารเคมีพิษฆ่าแมลงในกลุ่มของออแกโนฟอสเฟต ทำร้ายคนมาเนิ่นนาน พอๆ กับพาราควอต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาเหตุของการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยพวกเราที่เคยดูคนไข้คงจำได้ติดตา น้ำลายฟูมปาก รูม่านตาหดเล็ก ท้องเสีย หลอดลมตีบหายใจลำบาก ถ้าผ่านเฟสแรกไปได้อาจตามต่อด้วยระยะที่สองที่เราเรียกว่า intermediate syndrome มีอาการกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง หายใจไม่ได้และกล้ามเนื้อคออัมพาต ยกคอไม่ขึ้น ตอนที่ดูคนป่วยรายนั้น เป็นตอนที่ Senanayake รายงานในปี 1987 ในวารสาร นิวอิงแลนด์ พอดีผู้ป่วยต้องติดอยู่ในเครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน และคนป่วยในลักษณะอย่างนี้ตามต่อไปด้วยความผิดปกติของเส้นประสาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเราที่เป็นหมอ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขพบผลลัพธ์อันตรายของสารเคมีพิษเหล่านี้ เฝ้ารักษา และเห็นกับตาถึงการเสียชีวิต ความทรมานของผู้ป่วยและครอบครัว ยิ่งสืบสาวราวเรื่องหาสาเหตุก็จะได้เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ถึงการโหมประโคมใช้สารเคมีพิษเหล่านี้อย่างไร้ความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลกระทบที่ไม่ได้เห็นคาตาในระยะเฉียบพลันค่อยๆ โผล่ออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรคทางสมอง พาร์กินสัน ซึ่งได้มีโอกาสไปฟังบรรยายขณะอยู่ที่ รพ.จอห์นส ฮอปกินส์ จากผู้ที่เริ่มตั้งข้อสังเกตว่า ในที่สุดแล้วโลกเราจะต้องประสบกับคนป่วยที่เป็นพาร์กินสันมากขึ้นเรื่อยๆ จากการใช้พาราควอต เพราะมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับสารเคมีที่มีคนสังเคราะห์มาใช้เป็นยาเสพติด ซึ่งเมื่อได้รับไปจะเกิดเป็นพาร์กินสันเฉียบพลัน และในเวลาไม่นานต่อมามีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนว่า พาราควอตเองนั้น ผ่านผนังหลอดเลือดเข้าสมองได้ และจากอีกกลไกที่ก่อให้เกิดการอักเสบในลำไส้และเหนี่ยวนำให้เซลล์ในผนังลำไส้สร้างโปรตีนบิดเกลียวเคลื่อนไปตามเส้นประสาทเข้าสู่สมองและก่อให้เกิดโรคพาร์กินสัน ซึ่งกลไกในลำไส้เช่นนี้เป็นกลไกร่วม ไม่ใช่แต่เพียงพาราควอตตัวเดียว แต่รวมถึงสารเคมีพิษตัวอื่นๆ ทั้งหลาย และทำให้อธิบายได้ว่าทำไมสารเคมีเหล่านี้ถึงก่อให้เกิดโรคทางสมอง ทางระบบประสาทและทางไขสันหลังได้คล้ายคลึงกัน และโดยที่มีกลไกถึงแม้ว่าจะต่างตำแหน่งกัน แต่ทำให้ระบบป้องกันตัวของร่างกายเสียไป และไปกระตุ้นระบบพิษในร่างกายให้ทวีคูณขึ้นรวมกระทั่งถึงการก่อมะเร็ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระแสหนุนให้มีการแบนสารพิษดังกล่าว จนนำมาสู่มติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย จุดสำคัญที่ทำให้การเคลื่อนไหวเรื่องนี้ทรงพลัง สร้างแนวร่วมจากหลายภาคส่วนได้มาก ต้องยอมรับว่าข้อมูลทางการแพทย์คือปัจจัยสำคัญที่สุด ที่ทำให้การเคลื่อนไหวประสบผลสำเร็จ. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48652</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, กรองสถานการณ์, มติแบนสารพิษ, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daf0c769a888.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
