<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทร.ธัญบุรี ห่วงนศ.เครียดเรียนออนไลน์ สั่งเสริมศักยภาพอาจารย์ที่ปรึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31ส.ค.64-นายสมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันระบบการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ ทำให้นักศึกษาต้องมีการปรับตัวเป็นอย่างมาก และมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถปรับตัวกับระบบการศึกษาและวิธีการเรียนแบบใหม่ รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและการเรียน มีผลให้การเรียนตกต่ำ มีปัญหาการทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นผลมาจากความเครียดหรือสภาวะจิตใจที่สับสน หาทางออกไม่ได้ ขาดที่ปรึกษา ดังนั้น เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น มทร.ธัญบุรี จึงได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาทักษะอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อสร้างคนคุณภาพในศตวรรษที่ 21 รูปแบบออนไลน์ขึ้นโดยมีการแบ่งออกเป็น 2 หลักสูตร คืออาจารย์ที่ปรึกษาพบผู้บริหารและรักษาสมดุลทางใจ เพื่อการดูแลนักศึกษายุค New Normal และหลักสูตร Work Shop พื้นที่แห่งความเข้าใจ เพื่อป้องกันภาวะเครียดและการฆ่าตัวตาย ซึ่งการจัดการสัมมนาทั้งสองหลักสูตรนี้มีอาจารย์ที่ปรึกษาของ มทร.ธัญบุรี เข้าร่วมกว่า 478 คน โดยมีการเชิญนักจิตวิทยาร่วมบรรยายให้กับคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย ซี่ง มทร.ธัญบุรี คาดว่าโครงการนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถใช้เป็นแนวทางให้คำปรึกษาเพื่อลดภาวะเครียด และเข้าใจบุคคลในภาวะที่สิ้นหวัง มีทักษะเพิ่มขึ้นในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้การเรียนการสอนแบบออนไลน์ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ อาจารย์ที่ปรึกษาจึงจะต้องมีความพร้อมที่จะเข้าถึงรับรู้และรับฟังนักศึกษา จากเดิมการเรียนแบบปกติ นักศึกษากับอาจารย์มีโอกาสที่จะทำความรู้จักกัน เมื่อนักศึกษามีปัญหาสามารถจัดเวลาพบอาจารย์ที่ปรึกษาได้ แต่การเรียนรูปแบบออนไลน์การมีปฏิสัมพันธ์จะมีระยะห่างเพิ่มขึ้น แต่ในรูปแบบนี้จะมีเวลาให้คำปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น ดังนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาจึงจะต้องมีความรู้รอบด้านในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยนักศึกษาได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม จากการติดตามผลการจัดสัมมนาดังกล่าวปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับจากอาจารย์ของมหาวิทยาลัยอย่างมาก และเรียกร้องอยากให้จัดการสัมมนาอีกอย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่าเป็นทักษะความรู้ที่สำคัญและมีประโยชน์ อาจารย์บางคนมีลูกหลานอยู่ในช่วงวัยเรียน ทั้งนี้นอกจากจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ดูแลลูกศิษย์แล้ว ยังนำไปใช้ดูแลบุตรหลานของตัวเองที่บ้านได้ด้วย&amp;rdquo; อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115180</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเรียนออนไลน์, นศ., มทร.ธัญบุรี, อาจารย์ที่ปรึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60b899e4b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9มทร.ผนึกกำลังสร้างเพจขายสินค้าออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ก.พ.64-ผศ.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทำให้นักศึกษา ผู้ปกครอง ศิษย์เก่าได้รับผลกระทบเรื่องค่าใช้จ่าย ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น มทร.ธัญบุรี จึงได้จัดตั้ง RMUTT Marketplace เพื่อเป็นศูนย์กลางให้สมาชิกซึ่งเป็นทั้งศิษย์เก่า-ปัจจุบัน และบุคลากรของมหาวิทยาลัย นำสินค้า บริการ เข้ามาจำหน่ายโดยเป็นกลุ่มปิด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก มีสมาชิกเกือบ 40,000 คน ซึ่งจากการติดตามข้อมูลจากศิษย์เก่า จำนวนมากของมทร.ธัญบุรีได้รายได้หลักจากการขายของใน RMUTT Marketplace โดยบางรายลาออกจากงานประจำมาประกอบธุรกิจผ่านเพจดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีรายได้ดีกว่างานประจำ และตนได้มอบโยบายให้ในการประชุมคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยสั่งซื้อขนมและอาหารจากเพจดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งนโยบายที่มหาวิทยาลัยสนับสนุนอย่างเต็มที่ทำให้ได้รับผลตอบรับที่ดี และคาดว่า RMUTT Marketplace จะเป็นตลาดออนไลน์อย่างถาวรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น ตนจึงได้นำเสนอต่อที่ประชุมอธิการบดี 9 ราชมงคล จัดตั้ง 9RMUT Marketplace เพื่อให้เป็นศูนย์รวมสินค้าและบริการของชาวราชมงคล โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานจากตัวแทน 9 ราชมงคลขึ้น และจะจัดการประชุมผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อกำหนดหน้าที่ ขอบข่ายการทำงาน ซึ่งเบื้องต้นจะให้แต่ละมหาวิทยาลัย ประชาสัมพันธ์ไปยังศิษย์เก่าและปัจจุบันที่มีความประสงค์จะหารายได้ ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกใน 9RMUT Marketplace ซึ่งจะเป็นกลุ่มปิดเช่นเดิมเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่เราเป็นลูกราชมงคลเหมือนกัน 9RMUT Marketplace จะเป็นช่องทางของชาวราชมงคลทุกคนวันนี้ชาวราชมงคลจะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การเปิดเพจดังกล่าวจะทำให้ช่องทางการตลาดสินค้าและบริการมีมากขึ้น จำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนศิษย์เก่าราชมงคลมีหลายแสนคน เชื่อว่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะสร้างรายได้ให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และคาดว่า 9RMUT Marketplace จะเป็นตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดออนไลน์ของมหาวิทยาลัย เพราะเป็นการผนึกกำลังของ 9 มทร.ทั่วประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93355</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มมทร., ผู้ค้าขายสินค้าออนไลน์, มทร.ธัญบุรี, สมหมาย ผิวสอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60b899e4b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.ทุ่มหมื่นล้านเปิดโครงการ&quot; 1 ตำบล 1 มหา&#039;ลัย&quot;ช่วยเหลือยกระดับเศรษฐกิจชุมชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63-&amp;nbsp;นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ อว.จะเปิดตัวโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ หรือ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย โดยจะนำนิสิต นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ รวมถึงประชาชน จำนวน 60,000 คน ที่ได้รับการจ้างงาน เข้าไปช่วยพัฒนา 3,000 ตำบลทั่วประเทศ งบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท โดยมีมหาวิทยาลัยกว่า 80 แห่ง ดำเนินการร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การลดความยากจนแบบมีเป้าหมาย และเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับชุมชน ซึ่งการจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศหลุดพ้นจากกับดักความยากจนได้ ต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยที่อยู่ในพื้นที่ เข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาทักษะในการเสริมสร้างอาชีพใหม่ให้กับชุมชน รวมถึงสนับสนุนให้คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก กล่าวต่อว่า โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จะส่งนิสิต นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ รวมถึงประชาชน 20 คนต่อตำบล เพื่อช่วยในกิจกรรมพัฒนาต่างๆ ของแต่ละตำบล เช่น การสร้างและพัฒนาอาชีพใหม่ การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน การสร้างเข้มแข็งให้วิสาหกิจชุมชน การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เป็นต้นรวมทั้ง เก็บข้อมูลในชุมชนเพื่อทำเป็นบิ๊กดาต้า (Big Data) มาทำการวิเคราะห์และกำหนดรูปแบบการแก้ปัญหาในแต่ละชุมชน ขณะเดียวกันนิสิต นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ รวมถึงประชาชนจะได้รับการพัฒนาทักษะใน 4 ด้าน ได้แก่ ดิติจัล การเงิน สังคมและภาษาอังกฤษควบคู่ไปกับทักษะเฉพาะด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ ภายใน 1 ปีของโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ตั้งเป้าว่าจะยกระดับตำบลที่มีความพร้อมไปสู่ระดับยั่งยืน ประมาณ 750 ตำบลหรือ 25 เปอร์เซ็นต์ของตำบลในโครงการ ที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ยกระดับตำบลที่มีความพร้อมปานกลางไปสู่ระดับพอเพียง ประมาณ 1,500 ตำบลหรือ 50 เปอร์เซ็นต์ และจากนั้น อว.จะดำเนินการการให้ครอบคลุมทั้ง 7,900 ตำบลทั่วประเทศด้วย&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผย โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย) ว่า ทั้งนี้การที่มทร.ธัญบุรีได้ผ่านการพิจารณาถึง 80 โครงการ เพราะที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้ดำเนินโครงการในลักษณะนี้มาแล้วกว่า 10 ปี เป็นโครงการที่ลงมือปฏิบัติจริงและมีผลงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เมื่อภาครัฐจัดทำโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยขึ้น มทร.ธัญบุรีจึงมีความพร้อมที่จะนำเสนอโครงการ &amp;nbsp;ทั้งนี้ทุกโครงการนั้น จะมีการลงพื้นที่จริงในชุมชน ทำงานร่วมกับชาวบ้าน อบต. กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ศึกษาความต้องการของชุมชนออย่างแท้จริง มีความต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตในด้านใดบ้าง เพื่อมุ่งเป้าหมายไปยังการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน / OTOP สร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตรอาหาร ยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ พัฒนาองค์ความรู้และทักษะ ให้กับผู้ประกอบการและแรงงานเสริมสร้างอาชีพ &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าผลที่จะได้รับจากโครงการจะก่อให้เกิดการจ้างงาน จำนวน 1,600 คน และช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น ประชาชนในชุมชนได้รับการพัฒนาทักษะในการเสริมสร้างอาชีพใหม่ในชุมชนทางด้านเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ สิ่งแวดล้อม และผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชนและอุตสาหกรรม รวมถึงเกิดการจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ของชุมชน จำนวน 80 ฐานข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย เป็นโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมทร.ธัญบุรี แม้โครงการรัฐบาลจะจบลง แต่มหาวิทยาลัยพร้อมที่จะสนับสนุนต่อไป เป็นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างแท้จริง และเป็นการยกระดับรายได้ของชุมชน โดยใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเข้ามาช่วย&amp;rdquo; อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82702</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, มทร.ธัญบุรี, เศรษฐกิจชุมชน, โครงการ1ตำบล 1มหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c3ee016004.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 19:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิการฯ มทร.ธัญบุรี ชี้โควิด เป็นโอกาสให้นศ.เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง นำเรียนออนไลน์ผสมผสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ก.ย.63-ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาการศึกษาของมหาวิทยาลัย &amp;nbsp;มีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้น เกิดการปรับตัวทั้งอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา รู้จักการใช้อุปกรณ์การเรียนการสอนแบบออนไลน์และไอทีในรูปแบบต่างๆ &amp;nbsp;มีการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง รู้จักการค้นคว้า วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลออกมาทำให้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง รวมถึงทำให้มีบทเรียนออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลดีด้านการเรียนให้กับนักศึกษา ในส่วนของมหาวิทยาลัยนั้น การเรียนการสอนแบบออนไลน์ ไม่มีผลต่อการประเมินผลการเรียนของนักศึกษา เพราะมีการตั้งเป้าหมายสมรรถนะความรู้ที่นักศึกษาจะต้องได้รับ มีการประเมินผลสัมฤทธิ์เป็นระยะ โดยที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิการบดีฯ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ มทร.ธัญบรี จะจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ไม่ใช่การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่จะใช้การเรียนการสอนแบบออนไลน์ประกอบด้วย เนื่องจากขณะนี้มหาวิทยาลัยมีบทเรียนออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น &amp;nbsp;นอกจากอาจารย์ผู้สอนจะสอนในห้องเรียนแล้ว อาจให้นักศึกษาศึกษาบทเรียนเพิ่มเติมจากทางออนไลน์ ซึ่งจะทำให้เรียนได้เร็วและมีประสิทธิภาพมาก นอกจากนี้ จะเน้นให้นักศึกษาใช้คอมพิวเตอร์และระบบไอทีสารสนเทศ รวมถึงการฝึกภาษาอังกฤษผ่านโปรแกรม Speak เป็นการเรียนผ่านออนไลน์ โดยมทร.ธัญบุรี ให้นักศึกษาชั้นปี1-2 ใช้ฟรี รวมถึงเปิดโอกาสให้อาจารย์ที่ปรึกษาได้เรียนด้วย เพื่อให้อาจารย์สามารถให้คำปรึกษากับนักศึกษาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนด้านวิชาชีพ มทร.ธัญบุรีมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว เพราะอาจารย์ทุกท่านให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนวิชาชีพ รวมถึงจะเน้นเรื่องการตรียมความพร้อมเป็นผู้ประกอบการ จะมีการเพิ่มรายวิชาการเป็นผู้ประกอบการเข้าไปให้กับนักศึกษาด้วย เพราะเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วไม่ใช่แค่ไปทำงานในภาอุตสาหกรรมเท่านั้น หากมีแนวทางประกอบอาชีพเองก็สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77555</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, มทร.ธัญบุรี, สมหมาย ผิวสอาด, “เรียนออนไลน์”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60b899e4b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทร.ธัญบุรีรับภาระดอกเบี้ยแทนนศ.หลังเปิดให้ผ่อนชำระค่าหน่วยกิต ผ่านบัครเครดิต เคทีซี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20มี.ค.63-มทร.ธัญบุรี คลอด 4 มาตรการ ช่วยนักศึกษา ได้ผลกระทบขาดสภาพคล่องทางการเงิน ผ่อนชะรำผ่านบัตรเครดิต เคทีซี มหา&amp;#39;ลัย รับภาระดอกเบี้ยให้แทน &amp;nbsp;พร้อม จัดสรรทุนการศึกษาเพิ่มเติม โดยมีเงิน 6 ล้านเศษสำรองไว้สำหรับช่วยเหลือและบรรเทาความเดือนร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงสถานการณ์สภาพเศรษฐกิจประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ว่า เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยเฉพาะครอบครัวของนักศึกษารายใหม่และเก่าที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้นักศึกษาหลายคนมีค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ และไม่สามารถชำระค่าเล่าเรียนได้ทั้งหมด มทร.ธัญบุรี ได้ติดตามความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น จึงเร่งออกมาตรการด่วน เพื่อช่วยนักศึกษาใน 4 มาตรการหลัก คือ
&amp;nbsp;1. นักศึกษาสามารถผ่อนชำระค่าเทอมผ่านบัตรเครดิต KTC นาน 4 เดือน ตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่ KTC กำหนด ซึ่งในส่วนของดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของธนาคารนั้นมหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง คาดว่าจะมีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการไม่เกิน 1 หมื่นราย และใช้วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อเทอม 2.ดำเนินการจัดทำโครงการสินเชื่อระยะยาวเพื่อการศึกษาดอกเบี้ยต่ำกับธนาคาร กรุงไทย จำกัด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเวลาอันใกล้นี้ 3.การเชื่อมโยงผู้กู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ทั้งประเภท 1 และประเภท 2 จากสถานศึกษาเดิมที่ประสงค์จะเข้าศึกษาต่อที่ มทร.ธัญบุรี โดยยังไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียนเรียน แต่จะต้องมีหนังสือยืนยันจากสถานศึกษาเดิม เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาเป็นรายบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
มาตรการที่ 4 ที่ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการสร้างงานพาร์ทไทม์ ให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ตรงจากการทำงาน โดยค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของนักศึกษา จะเป็นไปตามประกาศมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยการจ่ายเงินรายได้เป็นค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของนักศึกษา ซึ่งจ่ายค่าตอบแทนวันละ 300 บาท จากเงินรายได้จำนวน 3 ล้านบาท และเตรียมจัดสรรวงเงินเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการและความจำเป็นเร่งด่วนที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังได้จัดสรรทุนการศึกษาเพิ่มเติม โดยจะพิจารณาเป็นรายบุคคลตามเงื่อนไขของทางมหาวิทยาลัย ซึ่งขณะนี้ยังมีเงินจากกองทุนการศึกษาประมาณ 6 ล้านเศษสำรองไว้สำหรับช่วยเหลือและบรรเทาความเดือนร้อนของนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมและมีโอกาสในการศึกษาเล่าเรียนต่อกระทั่ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61426</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, มทร.ธัญบุรี, มาตรการช่วยเหลือนศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e129f6fb5ca7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มทร.ธัญบุรียกเว้นวิชาอังกฤษนศ.สอบผ่านTOEFL</HEADLINE>
                <CONTENT>
	
		
			&amp;nbsp;
			&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
			
			10ก.พ.63-มทร.ธัญบุรี ออกประกาศ ให้ นศ.สามารถนำผลคะแนน TOEIC, TOEFL, IELTS ยื่นขอยกเว้นการเรียน วิชาภาษาอังกฤษ ระดับ ป.ตรีได้ หวัง เปิดโอกาสให้ นศ. ได้ใช้เวลาว่างลงเรียนในรายวิชาอื่นที่สนใจ ส่วน นศ.ที่สอบ TOEIC ได้ 500 คะแนนขึ้นไป มหา&amp;rsquo;ลัย ช่วยออกค่าสอบ
			
			นายสมหมาย ผิวสอาด รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มทร.ธัญบุรีได้ออกประกาศยกเว้นการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ที่มีความรู้ความสามารถและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในระดับดี ให้สามารถนำความรู้ดังกล่าวนำมาเทียบเป็นผลการเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษ หมวดวิชาศึกษาทั่วไป โดยไม่ต้องเข้าเรียน ซึ่งวิชาที่ได้รับการยกเว้น คือ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 1 ซึ่งนักศึกษาจะต้องผ่านเกณฑ์ผลสอบ TOEIC ได้คะแนน 500 คะแนนขึ้นไป ผลสอบ TOEFLคะแนนระดับ 32 คะแนนขึ้นไป ผลสอบ IELTS คะแนน 4.5 คะแนนขึ้นไป โดยสามารถนำผลคะแนนอย่างใดอย่างหนึ่งมาใช้เป็นหลักฐานก็จะได้คะแนนในระดับเอในรายวิชาดังกล่าว แต่หากนักศึกษาจะขอยกเว้นใน 2 รายวิชา ได้แก่ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 1 และ 2 จะต้องมีผลสอบ TOEIC ได้คะแนน 500 คะแนนขึ้นไป ผลสอบ TOEFL คะแนนระดับ 35 คะแนนขึ้นไป ผลสอบ IELTS คะแนน 5.0 คะแนนขึ้นไปอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงจะได้คะแนนในระดับเอ แต่หากขอยกเว้น 3 รายวิชา ได้แก่ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 1 และ 2 วิชาสนทนาภาษาอังกฤษ จะต้องมีผลสอบ TOEIC ได้คะแนน 550 คะแนนขึ้นไป ผลสอบ TOEFL คะแนนระดับ 46 คะแนนขึ้นไป ผลสอบ IELTS คะแนน 5.5 คะแนนขึ้นไปโดยนำมาใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง จึงจะได้คะแนนในระดับเอ
			
			&amp;ldquo;การที่มหาวิทยาลัยออกประกาศเช่นนี้ เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพในการใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษา จึงต้องการที่จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ใช้เวลาว่างลงเรียนในรายวิชาอื่นที่สนใจ ซึ่งกว่าเกณฑ์การวัดผลที่ประกาศใช้นี้จะออกมาได้ ทางมหาวิทยาลัยได้ร่วมกับอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ในการจัดทำหลักเกณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังสนับสนุนให้นักศึกษาสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ โดยผู้ที่สอบTOEIC ได้ 500 คะแนนขึ้นไป มหาวิทยาลัยจะช่วยออกค่าสอบจำนวน 950 บาท ซึ่งมีนักศึกษานำผลสอบที่ได้มาเบิกค่าสอบกับทางมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมาก&amp;rdquo;รักษาราชการแทนอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

			
				
					
						
						
						&lt;p&gt;ReplyForward&lt;/p&gt;
						
					
				
			
			
			&amp;nbsp;
		
	

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56790</URL_LINK>
                <HASHTAG>มทร.ธัญบุรี, ยกเว้นไม่ต้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษ, สอบผ่านTOEFl</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a923e7aa5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทร.ธัญบุรี ไฟเขียวให้อนุปริญญานักศึกษาพ้นสภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5ก.พ.63-ผศ.ดร.สมหมาย&amp;nbsp;ผิวสอาด&amp;nbsp;รักษาราชการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ธัญบุรี เปิดเผยว่า สภา&amp;nbsp;มทร.ธัญบุรี&amp;nbsp;ให้ความเห็นชอบ&amp;nbsp;(ร่าง)&amp;nbsp;ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลว่าด้วยการกำหนดให้มีอนุปริญญา&amp;nbsp;โดยมหาวิทยาลัยจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่พ้นสภาพนักศึกษาด้วยความจำเป็นบางประการ&amp;nbsp;แต่เรียนในจำนวนรายวิชาและหน่วยกิตที่เป็นไปตามเกณฑ์ข้อบังคับของกระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;สามารถขออนุมัติรับอนุปริญญาได้ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ผ่านมาการขอรับอนุปริญญานั้น&amp;nbsp;มทร.ธัญบุรีมีระเบียบในการให้อนุปริญญาสำหรับนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่ไม่สามารถศึกษาต่อได้&amp;nbsp;แต่จากการศึกษาหลักเกณฑ์พบว่า&amp;nbsp;หลักสูตรอื่นๆก็สามารถขอรับอนุปริญญาได้ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;จึงได้ทำเรื่องขออนุมัติต่อสภามทร.ธัญบุรี&amp;nbsp;เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำวุฒิการศึกษาที่ได้ไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;โดยนักศึกษาที่จะขอรับอนุปริญญาจะได้หน่วยกิตไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;90&amp;nbsp;หน่วยกิตและคะแนนเฉลี่ยสะสม
ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;2.00&amp;nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียบ&amp;nbsp;มทร.ธัญบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่พ้นสภาพแต่เรียนได้ตรงตามเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการให้ได้รับอนุปริญญานั้น&amp;nbsp;จะสร้างประโยชน์ให้กับเด็กได้นำวุฒิที่ได้ไปสมัครงานและประกอบอาชีพได้&amp;nbsp;รวมถึงการเรียนในปัจจุบันเป็นการเรียนตลอดชีวิต&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;lifelong learning&amp;nbsp;ได้มีการทำระเบียบเรื่องระบบเครดิตแบงก์&amp;nbsp;(credit bank)&amp;nbsp;และการเรียนแบบสะสมหน่วยกิต&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;นักศึกษาที่ต้องออกไปก่อนจบการศึกษา&amp;nbsp;แต่ได้รับอนุปริญญา&amp;nbsp;และต้องการเรียนต่อสามารถต่อยอดและเรียนต่อในปริญญาตรีได้&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกศิษย์ของ&amp;nbsp;มทร.ธัญบุรี&amp;nbsp;ได้มีทางเลือกในชีวิตที่ดี&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผศ.ดร.สมหมาย&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56383</URL_LINK>
                <HASHTAG>มทร.ธัญบุรี, สมหมาย ผิวสอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a923e7aa5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
