<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณบดี วิทยาลัยการบิน มธบ.ชี้เรียนการบิน ยังไปต่อได้ เชื่อธุรกิจฟื้นตัวเร็ว หลังฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
25 ก.พ.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ต.ดร.วัฒนา มานนท์ คณบดีวิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน (CADT) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของCOVID-19 และแนวโน้มทิศทางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินในอนาคตว่า ในปี 2562 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผู้โดยสารที่ใช้การเดินทางทางอากาศในประเทศไทยมีจำนวนกว่า 160 ล้านคนต่อปี มีเที่ยวบินประมาณกว่า 1 ล้านเที่ยวบิน แต่ภายหลังจากการระบาดดังกล่าว การขนส่งทางอากาศโดยเฉพาะการเดินทางระหว่างประเทศ ได้รับผลกระทบทางตรง เนื่องจากผู้โดยสารหายไปกว่าครึ่ง ส่งผลให้บุคลากรที่ทำงานในอุตสาหกรรมการบินเกือบ 3 ล้านคน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส รวมถึงพนักงานที่ให้บริการในด้านต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณบดี CADT กล่าวด้วยว่า องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(International Civil Aviation Organization) หรือ ICAO หน่วยงานที่กำกับดูแลมาตรฐานการบินทุกประเภทและสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport &amp;nbsp;Association) หรือ IATA มองว่า เมื่อประชากรทั่วโลกได้รับวัคซีนโควิด-19 จะทำให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางระหว่างประเทศกลับมา ส่วนปัจจัยที่จะทำให้คนมั่นใจและกลับมาเดินทางด้วยสายการบินอีกครั้ง คือ มาตรฐานทางด้านสาธารณสุขของทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งอาจดูได้จากจำนวนของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ สองหน่วยงานข้างต้นยังได้หาแนวทางสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร ด้วยแนวคิดการทำพาสปอร์ตโควิด เพื่อใช้แสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองควบคู่กับพาสปอร์ตหลัก ซึ่งภายในพาสปอร์ตดังกล่าวนั้นจะมีบันทึกการตรวจสุขภาพของผู้โดยสาร &amp;nbsp;และคาดว่าแนวคิดดังกล่าวอาจเกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2564 ที่สำคัญสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเอาจริงเอาจังจากทุกประเทศทั่วโลก ในส่วนของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) ได้ออกมาตอกย้ำว่า หากไทยเริ่มมีการใช้วัคซีนโควิดในปี 2564 จะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการบิน และหากคนทั่วโลกได้รับวัคซีนอย่างแพร่หลายแล้วในปี 2565การเดินทางด้วยสายการบินจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประเทศไทย ได้เปรียบในเรื่องของการรับมือการแพร่ระบาดโรคโควิด -19 ได้ดี โดยการจัดลำดับจากสถาบันโลวี (Lowy Institute) ประเทศออสเตรเลีย จัดลำดับให้ไทยเป็นอันดับที่ 4 จากทั้งหมด 98 ประเทศ เชื่อว่าหลังจากประเทศต่างๆอนุญาตให้มีการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องอยากมาเมืองไทย เพราะบ้านเรามีศักยภาพหลายเรื่อง อาทิ ความพร้อมของบุคลากรทางด้านการแพทย์ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ผู้คนเป็นมิตร มีวัฒนธรรมที่โดดเด่น เป็นต้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ต.ดร.วัฒนาฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ในส่วนของ CADT DPU &amp;nbsp;ได้เตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยนำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการขนส่งทางอากาศในอนาคตมาปรับหลักสูตร รวมถึงสร้างองค์ความรู้ผ่านการอบรม ให้นักศึกษาสามารถปรับตัวเท่าทันการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดย IATA มองว่า หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 รูปแบบการขนส่งทางอากาศและการให้บริการบนเครื่องบินจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการและผู้ให้บริการ สำหรับสาขาการเรียนของ CADT มี 2 สาขาได้แก่ สาขาธุรกิจการบิน ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่ที่มาเรียนมีความฝันอยากจะเป็นเจ้าหน้าที่ให้บริการในท่าอากาศยาน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน รวมถึงพนักงานบริการภาคพื้น ซึ่งจะเน้นการให้บริการเป็นหลัก ส่วนสาขาการจัดการเทคโนโลยีการบิน เป็นสาขาที่นักศึกษาตั้งใจมาเรียน เพื่อทำอาชีพพนักงานอำนวยการบิน ซึ่งเป็นอาชีพที่มี License สามารถไปทำงานที่ต่างประเทศได้ หรือจะไปศึกษาต่อยอดประกอบอาชีพเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศหรือนักบินได้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;หลักสูตรของ CADT ยังสอดรับกับนโยบายของมหาวิทยาลัยที่เน้นปลูกฝังทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้นักศึกษาสามารถปรับตัวให้อยู่ได้ทุกการเปลี่ยนแปลง พร้อมนี้ยังผนวกไปด้วยการใช้หลักการของ Competencis มาประยุกต์ใช้ในการเรียนที่ใช้ได้ผลในธุรกิจสายการบินมากว่า 20 ปี ประกอบด้วย 1. Knowledge (K) องค์ความรู้ที่ได้จากภาคทฤษฎี 2. Skill (S) ทักษะที่เกิดจากการฝึกปฏิบัติและประสบการณ์ และ 3. Attitude (A) ทัศนคติที่ดีในการทำงาน อย่างไรก็ตาม จากการติดตามนักศึกษาที่จบไปรุ่นแรกในปีการศึกษา 2563 พบว่าส่วนใหญ่ไปทำธุรกิจส่วนตัวและมีบางส่วนทำงานอยู่ในท่าอากาศยาน ซึ่งถือว่านักศึกษาปรับตัวได้ดีต่อสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ในส่วนของนักศึกษาหลายคนยังรอโอกาสในการทำงานในสายการบินหลังสถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
น.ต.ดร.วัฒนาฯ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า นอกจากหลักสูตรปริญญาตรีแล้ว มธบ.ยังมีสถาบันการบิน (DPU Aviation Academy) หรือ DAA ซึ่งเป็นศูนย์อบรมทางด้านการบินแบบครบวงจรสำหรับนักศึกษา บุคคลทั่วไป ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้จัดหลักสูตรอบรมออนไลน์ให้กับบุคลากรการบินที่รองาน เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆเกี่ยวกับสายธุรกิจการบิน ทั้งนี้เราอยากให้ CADT DPU เป็นศูนย์รวมทุกอย่างด้านธุรกิจการบิน หรือOne Stop Service เพราะเชื่อมั่นว่าเราคืออันดับ 1 ของประเทศ โดยมีความพร้อมด้านการบินด้วยอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย ฝึกปฏิบัติจริง ด้วยเครื่องบินจริง เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่มาจากสายงานการบิน นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรนักบินส่วนบุคคล (PPL) มีเครื่องช่วยฝึกบินจำลอง (Flight Simulator) ที่ทันสมัยและเหมือนขับเครื่องบินจริง และ CADT ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่สถาบันที่ได้รับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) Thailand Professional Qualification Institute (Public Organization) TPQI หรือ สคช.ให้จัดทดสอบนักศึกษาเพื่อรับประกาศนียบัตรรับรองว่าเป็นผู้มีความรู้วิชาชีพด้านสาขาการต้อนรับบนเครื่องบิน &amp;nbsp;และที่สำคัญคือเราเป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านการบินที่ได้รับการรับรองจาก IATA โดยเริ่มจัดอบรมตั้งแต่ปี 2559 ใน 4 หลักสูตร คือ 1. หลักสูตรพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 2. หลักสูตรการปฏิบัติงานในท่าอากาศยาน 3. หลักสูตรด้านนิรภัยการบิน 4. หลักสูตรการสร้างความตระหนักในการรักษาความปลอดภัยด้านการบิน&amp;nbsp;
เนื่องจาก CADT DPU เป็น One Stop Service ที่จัดการเรียนการสอนและการฝึกอบรมด้านการบินอันดับ 1 ของประเทศ ทางวิทยาลัยจึงได้เตรียมหลักสูตรอบรมเพื่อสอบใบประกอบวิชาชีพด้านการบินที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่เรียนจบจาก CADT DPU ในโครงการ CADT ++ (CADT พลัส พลัส) เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาเป็นบุคลากรที่มีความพร้อมสู่สายงานด้านการบิน&amp;nbsp;
+Plus ที่ 1 : &amp;nbsp;โครงการสอบคุณวุฒิวิชาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ชั้น 4 ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (TPQI)&amp;nbsp;
+Plus ที่ 2 : ใบประกาศนียบัตรจาก IATA Training&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เวลานี้นักเรียนและผู้ปกครองอาจขาดความเชื่อมั่นในการตัดสินใจเรียนด้านการบิน เนื่องจากสถานการณ์ โควิด-19ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออาชีพทางด้านนี้ &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ผมเชื่อว่าการเดินทางทางอากาศจะกลับมาเป็นที่นิยมเหมือนเดิมเนื่องจากในห่วงโซ่ธุรกิจ ต้องมีการติดต่อการค้าระหว่างประเทศ มีการท่องเที่ยวรวมถึงการทูตต่างๆ ที่สำคัญสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้ทั่วโลกเตรียมตัวตั้งรับได้ดีขึ้น ยิ่งเมื่อมีการฉีดวัคซีนป้องกันเกิดขึ้น โควิด-19 ก็จะกลายเป็นตำนานเหมือนโรคติดต่ออื่นๆที่เกิดขึ้นในอดีต&amp;rdquo;&amp;nbsp;
คณบดี CADT กล่าวในตอนท้ายว่า DPU ได้ให้ความสำคัญกับ CADT เป็นอย่างมาก โดยปีนี้มีโครงการให้ทุนสร้างฝันเด็กการบิน ช่วยส่งเสริมให้เด็กได้รับการศึกษาในภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง โดยทุนมีมูลค่ารวมกว่า 65,000 บาท (รวม iPad + Apple Pencil) ที่นักศึกษาจะได้รับเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์การศึกษายุคใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://cadt.dpu.ac.th/ หรือแอดไลน์ @dekdpu สอบถาม โทร.02-588-6060 ต่อ 100 , 092-549-8992
///////////////////////////////&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94262</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจการบิน, มธบ., วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน (CADT), โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603792facfdc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CIBA มธบ. เผยการเรียนการสอนระบบออนไลน์ฉลุย เหตุเด็กเก่งเทคโนโลยี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5พ.ค.63- ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด &amp;ndash;19 มหาวิทยาลัยได้ปรับการเรียนการสอนในห้องเรียนโดยจัดการเรียนการสอนออนไลน์ทดแทน สำหรับ CIBA นักศึกษาและบุคลากรได้มีการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์และมีการใช้เครื่องมือ โปรแกรมต่างๆ อยู่แล้ว จึงคุ้นเคยกับระบบเทคโนโลยี โดยนักศึกษาของวิทยาลัย CIBA ได้รับแจกไอแพดจากมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1 ภาคเรียนที่ 2 ดังนั้น นักศึกษาจึงมีอุปกรณ์พร้อมในการเรียนประกอบกับเด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถใช้เทคโนโลยี เครื่องมือต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยมีความพร้อมอยู่แล้วจึงปรับตัวได้เร็วเมื่อเกิดวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของเนื้อหาการเรียนการสอนได้กำหนดให้อาจารย์จัดแบ่งการเรียนการสอน เป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้า (3 ชั่วโมง) และช่วงบ่าย (3 ชั่วโมง) ในแต่ละช่วงจะแบ่งเป็น 2 section แต่ละ section ประกอบด้วย 1.30 ชม ซึ่งการสอนแบบไลฟ์สดดังกล่าว กำหนดให้แต่ละsection จะมีการแบ่งการไลฟ์โดยกำหนดให้ไลฟ์ครั้งละ 15-20 นาที แต่สูงสุดไม่เกิน 50 นาที และอีก 30 นาที กำหนดให้นักศึกษาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนวิเคราะห์จากกรณีศึกษา เมื่อเสร็จสิ้นก็จะดำเนินการสอนในแต่ละ section เช่นนี้ต่อไป จนกว่าจะครบทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย เมื่อการดำเนินการสอนแบบไลฟ์และการทำกรณีศึกษาเสร็จสิ้น อาจารย์ผู้สอนก็จะมอบหมายงานให้นักศึกษาจัดทำโปรเจค ที่สอดคล้องกับวีดีโอคลิปที่อาจารย์มอบหมายให้ เพื่อเป็นการทบทวนบทเรียนที่ได้เรียนรู้ไปในแต่ละวัน ทั้งนี้วีดีโอคลิปดังกล่าว จะมีความยาวไม่เกินกว่า 8 นาที เพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจของให้นักศึกษาในการทบทวนได้เป้นอย่างดี และการทบทวนจากวีดิโอคลิปดังกล่าวจะถูกนำมาตั้งเป็นคำถามกับนักศึกษาเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสรุปผลร่วมกันก่อนเริ่มเรียนในบทเรียนถัดไป ทั้งนี้การเรียนการสอนแบบไลฟ์นี้จะเหมาะกับนักศึกษา 30-40 คนต่อชั้นเรียนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับคลาสเรียนขนาดใหญ่ ที่มีนักศึกษาประมาณ 80 คน ผู้สอนควรจะใช้ Google docs หรือ Google Sheets ควบคู่กับโปรแกรม Zoom Video Conferencing&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดการระดมสมองร่วมกันระหว่างนักศึกษาในชั้นเรียน และใช้เป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เนื่องจากการสอนออนไลน์แบบไลฟ์สดนั้น จะแตกต่างอย่างมากกับการเรียนในชั้นเรียน เนื่องจากอาจารย์ไม่สามารถสังเกตหน้าตาของนักศึกษาที่กำลังสงสัย หรือเวลาที่นักศึกษาตั้งคำถาม อาจารย์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เครื่องมือที่ได้กล่าวข้างต้นมาช่วยเพื่อเพิ่มพูนกระบวนการเรียนรู้ นอกจากนั้น ทางวิทยาลัย CIBA มีการอบรมทำความเข้าใจกับอาจารย์เกี่ยวกับการสอนออนไลน์ แม้ว่าอาจารย์จะมีความคุ้นชินอยู่แล้ว แต่ก็มีบางอย่างที่อาจารย์ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมร่วมกัน เช่น การเลือกใช้สี เลือกใช้ตัวอักษร เพื่อทำให้นักศึกษาสนใจการเรียนแบบออนไลน์เพิ่มมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวในตอนท้ายว่า การเรียนการสอนออนไลน์นั้น เหมาะกับการเรียนของเด็กยุคใหม่ที่เข้าใจและใช้เทคโนโลยีได้อย่างชำนาญอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการใช้ระบบสอนออนไลน์ทั้งหมด กลับพบว่า กลุ่มนักศึกษาที่ชื่นชอบการเรียนออนไลน์นั้น เป็นกลุ่มนักศึกษาภาคพิเศษ (ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ทำงานอยู่แล้ว) ซึ่งพวกเขามองว่าเหมาะสม เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มของนักศึกษาภาคปกติ ถึงแม้ว่าจะเรียนออนไลน์ได้ดี แต่ด้วยความเป็นมนุษย์สังคม ยังอยากมีปฎิสัมพันธ์ อยากมาสื่อสาร อยากมาเรียนรู้กับผู้อื่นในชั้นเรียนมากกว่า ดังนั้น ถ้าให้วิเคราะห์ในขณะนี้ การเรียนการสอนผ่านออนไลน์ทั้งหมดนั้น อาจจะยังไม่เป็นที่นิยมของนักศึกษามากนัก เพราะนักศึกษาไทย คนไทยยังคงชอบปฎิสัมพันธ์ พูดคุยสื่อสารกันมากกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ศิริเดช คำสุพรหม, มธบ., เรียนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb14a43a1c7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักศึกษาต้องรีบปรับตัว ตอบโจทย์แรงงานไทยในอีก10ปีข้างหน้า  รับมือAI แต่ยังเชื่อมนุษย์เหนือกว่าหุ่นยนต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ต.ค.62-สถาบัน DPU X โดย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(มธบ.) จัดงานเสวนา &amp;ldquo;ทักษะในอนาคตของแรงงานในประเทศไทย In the next 10 year&amp;rdquo; เพื่อชี้แนวทางให้นักศึกษาปรับตัวอย่างไร ให้อยู่รอดในอนาคต โดยมี ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม นักวิจัยและผู้อำนวยการ DPU X มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผศ.ไพรินทร์ ชลไพศาล นักวิจัยและผู้ชำนาญการอาวุโส DPU CORE อาจารย์ดวงจันทร์ วรคามิน นักวิจัยและอาจารย์วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี(CIBA) ร่วมเป็นวิทยากร โดยมี จิ๊บ ปกฉัตร เทียมชัย พิธีกรและนักแสดง เป็นพิธีกรตลอดการเสวนา พร้อมนี้ได้เชิญ นายวรากิต เพชรน้ำเอก ประธานชมรมนิยายวิทยาศาสตร์ไทย ร่วมให้ความรู้แก่นักศึกษาถึงแนวทางการเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ &amp;nbsp;ณ ห้องไสว สุทธิพิทักษ์ มหาวิทยลัยธุรกิจบัณฑิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการ DPU X มธบ. กล่าวว่า มธบ.วางแผนการปรับตัวสู่โลกอนาคต ในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อชี้แนวทาง ให้อาจารย์และนักศึกษาเห็นภาพว่าในยุคดังกล่าวสังคมโลกต้องการคนหรือแรงงานแบบไหน หลังเรียนจบการศึกษาออกไปจะอยู่รอดได้อย่างไร เมื่อ AI (Artificial Intelligent) เริ่มแทรกซึมเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ โดยนำข้อมูลจากทีมนักวิจัยมธบ.เรื่อง ทักษะแรงงานในอนาคตของไทย(Skill Set For Future Workforce in Thailand) มาสื่อสารให้อาจารย์และนักศึกษารับรู้ พร้อมรับมือเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในสายอาชีพต่างๆ โดยทีมวิทยากรได้เสนอแนวคิดถึงสาขาอาชีพที่น่าสนใจในอนาคตและอาชีพที่อาจหายไป รวมถึงทักษะที่จำเป็น เพื่อให้อาจารย์แต่คณะนำไปปรับหลักสูตรเพื่อให้นักศึกษาลุกขึ้นพัฒนาตนเองให้อยู่รอดในโลกที่แข่งขันกันด้วยจำนวนประชากรที่มีคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.พณชิต กล่าวต่อว่า Artificial Intelligence หรือ AI คือ ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งหมายถึงวิทยาการคอมพิวเตอร์แขนงหนึ่งที่จะพยายามสามารถคิดหาเหตุผลเรียนรู้การทำงานได้เหมือนสมองมนุษย์ &amp;nbsp;ปัจจุบันหลายองค์กรได้นำสิ่งนี้มาทำงานแทนมนุษย์บางส่วน ในวงการนิยายได้กล่าวถึงสมองกลที่พัฒนาถึงขั้นเขียนนิยายได้เอง ทุกคนอาจเริ่มหวาดกลัวเมื่อ AI สามารถเรียนรู้บางสิ่งได้เหมือนมนุษย์มีความฉลาดผนวกกับความคิดที่ลึกซึ้งขึ้น ทำให้มนุษย์ถูกแย่งงานโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ชนชั้นแรงงานมีโอกาสว่างงานสูงเพราะเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถช่วยลดต้นทุนการทำงานได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทุกคนยังไม่มีความพร้อมที่จะรับมือเรื่องดังกล่าว เพราะต่างเชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถมาทำงานแทนมนุษย์ได้ ดังนั้นจึงอยากฝากนักศึกษาโดยเฉพาะคณะนิเทศศาสตร์ ต้องปรับตัวในทันเทคโนโลยี เพราะปัจจุบันสายบันเทิงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง จากที่เคยทำงานในสตูดิโอ หรือสำนักพิมพ์ เปลี่ยนมาทำงานที่บ้าน เช่น ยูทูปเบอร์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกคนสร้างคอนเทนต์ให้ตัวเอง และสร้างคุณค่าให้ตนเองได้ จึงอยากให้น้องๆช่วยกันวาดภาพหน้าตาที่ทำงานในอนาคอีก 10 ปี จะเกิดอาชีพแบบไหน และอาชีพไหนจะหายไป&amp;rdquo; ผอ.DPU X กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ผศ.ไพรินทร์ ชลไพศาล นักวิจัยและผู้ชำนาญการอาวุโส DPU CORE &amp;nbsp;กล่าวว่า ผลงานวิจัยโดยหลักอยากทราบว่าทักษะของคนไทยในอนาคตควรมีอะไรบ้าง ซึ่งทีมวิจัยได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วง พบว่าช่วงแรก ระหว่างปี2020-2029 อยู่ในช่วงพัฒนาAI ช่วงที่ 2 ปี 2030-2049 AI มีความสามารถเท่ามนุษย์ และช่วงที่3 ปี 2050-2060 มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับ AI ดังนั้นทำอย่างไรให้คนอยู่รอดในแต่ละช่วงได้ ซึ่งผลวิจัยระบุถึงทักษะที่คนควรมี คือ &amp;nbsp;ความคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี และการสื่อสารกับมนุษย์ ขณะนี้ธุรกิจในภาคเอกชนเริ่มปรับตัว ในการสัมภาษณ์งานจะวัดทักษะในการแก้ปัญหามากกว่าดูเกรดเฉลี่ย นอกจากนี้ มีคนทำนายไว้ว่าว่า 90% &amp;nbsp;ผู้ช่วยของคนจะอยู่ในสมาร์ทโฟนของตนเอง ธุรกิจที่ทำคอนเทน์ แพลทฟอร์ม จะอยู่ได้ในอนาคต รวมถึงแอพพลิเคชั่นด้วย ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้ทำให้คนตกงานเสมอไป แต่กลับสร้างงานใหม่ให้คนในอนาคต เพราะเชื่อว่ามนุษย์อยู่เหนือ AI เพราะมนุษย์มีความคิดที่ลึกซึ้ง สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน และจับความรู้สึกของคนได้ดีกว่า แม้เราใช้หุ่นยนต์หรือปัญญาประดิษฐ์เข้าไปทำงานที่มีภาวะความเสี่ยงสูง เช่น กู้ภัย เมื่อเจอผู้รอดชีวิต มนุษย์ต้องเป็นคนตัดสินใจหรือสั่งการอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขณะนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนไปเร็ว สิ่งที่เราวิเคราะห์วันนี้อาจเกิดขึ้นในปีถัดไปก็ได้ DPU CORE พยายามปรับหลักสูตรให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ปรับเนื้อหากิจกรรมบางอย่างเพื่อตอบโจทย์ทักษะให้ทันสมัย แต่สิ่งที่นักศึกษาจำเป็นต้องมีคือความเชื่อที่ส่งผลต่อพฤติกรรม(Mindset) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต แม้มีทักษะเบื้องต้นยังจำเป็นต้องเรียนรู้ต่อยอดเพิ่มเติม จึงอยากฝากให้ทุกคน เข้าถึงทักษะต่างๆให้ได้ เข้าใจว่า AI คืออะไร และใช้ประโยชน์จาก AI ให้ได้&amp;rdquo; นักวิจัยและผู้ชำนาญการอาวุโส DPU CORE กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่อาจารย์ดวงจันทร์ วรคามิน นักวิจัยและอาจารย์วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี(CIBA) กล่าวว่า ตลาดแรงงานในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปมาก งานที่ต้องใช้ทักษะประจำ หรืองานที่ทำซ้ำๆ อาทิ งานเสมียน งานบัญชี งานคีย์ข้อมูล เป็นต้น จะใช้ AI มาทดแทน ดังนั้นคนที่จะอยู่รอดในอนาคตต้องหมั่นเรียนรู้ ทักษะต่างๆที่ต้องใช้มีความสำคัญมาก เช่น การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน การวิเคราะห์ หลายองค์กรต้องการคนที่มีคุณภาพ ส่วนสายอาชีพที่มีความต้องการในอนาคต คือ อาชีพดูแลผู้สูงอายุ เพราะสังคมผู้สูงวัยมีอัตราเพิ่มจำนวนมาก รวมถึงคลีนิคศัลยกรรมความงาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48598</URL_LINK>
                <HASHTAG>พณชิต กิตติปัญญางาม, มธบ., มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(มธบ.), สถาบัน DPU X</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daeb8d6ca6c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
