<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปท.นัดถกงาบงบ&#039;คนจน&#039; โพลบี้แก้ศก.ส่วนโกงรั้งที่3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กรทิพย์&amp;rdquo; เผยเตรียมถกความคืบหน้างาบเงินคนจนอีก 23 จังหวัดที่เหลือ อึ้งตอนนี้พบโกงแล้วเลยครึ่งประเทศ 53 จังหวัด &amp;ldquo;อธิบดีกรมชลฯ&amp;rdquo; เร่งแจงยันไม่เคยปล่อยทุจริตลอยนวล โพลเผยอยากให้แก้เรื่องปากท้องอันดับหนึ่ง ส่วนเรื่องคอร์รัปชันอยู่แค่อันดับ 3&amp;nbsp;
เมื่อวันอาทิตย์ ยังคงมีความเคลื่อนไหวในกรณีการตรวจสอบเหตุทุจริตการเบิกจ่ายงบประมาณอุดหนุนประเภทเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย ผู้ยากไร้ และผู้ติดเชื้อเอดส์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ &amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;(พม.) โดย พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ระบุว่า ในวันที่ 2 เม.ย. จะมีการเรียกประชุมหน่วยปฏิบัติการระดับผู้อำนวยการ ป.ป.ท.เขตพื้นที่ 1-9 เพื่อสรุปรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบในพื้นที่อีก 23 จังหวัดที่เหลือ เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดอาญาต่อไป ซึ่งขณะนี้พบจังหวัดที่ส่อว่าทุจริตแล้ว 53 จังหวัด โดยเป็นที่น่าสังเกตว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบ 20 จังหวัด และภาคใต้ 14 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมนัส กำเนิดมณี รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงกระแสข่าวพบการทุจริตหลายโครงการในหน่วยงานของกรมว่า ในการดำเนินการทุกโครงการทั้งขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก มีระบบตรวจสอบรัดกุมทุกขั้นตอน และที่ผ่านมาหากประชาชนพบเห็นสิ่งผิดปกติ ได้ร้องเรียนหรือตรวจพบการกระทำความผิด จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทันที ถ้าพบมีมูลและกระทำความผิดวินัยจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด
&amp;ldquo;นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งแล้วว่าหากพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดอยู่ในข่ายต้องสงสัยกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ จะย้ายออกจากพื้นที่ไว้ก่อน เพื่อให้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงให้ปรากฏ หากพบว่ากระทำผิดจริง จะดำเนินการลงโทษตามระเบียบต่อไป&amp;rdquo; นายมนัสกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมนัสยังระบุถึงการร้องเรียนข้าราชการโครงการชลประทานนครราชสีมาว่ามีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตในโครงการขุดลอกแก้มลิงบางรายการ ว่ากรมได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พบว่างานขุดลอกแก้มลิงบางรายการดำเนินการไม่ถูกต้องตามรูปแบบที่กำหนดจริง และแม้ว่าผลการตรวจสอบจะยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีความผิดชัดเจนถึงขั้นชี้มูลได้ แต่เพื่อประโยชน์ของทางราชการ จึงได้มีคำสั่งให้ย้ายข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ไว้ 3 ราย เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและป้องกันการกระทำที่อาจมีผลต่อการตรวจสอบโดยเร็ว และหากมีการชี้มูลความผิดอย่างชัดเจน จะได้มีบทลงโทษบุคคลเหล่านั้นตามระเบียบที่กำหนดไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและลงโทษผู้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงไปแล้วหลายโครงการที่ตรวจพบการทุจริต มีการโยกย้ายสำรองราชการและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ&amp;rdquo; นายมนัสกล่าว
วันเดียวกัน สำนักวิจัยซูเปอร์โพลได้เผยผลสำรวจ เรื่องปัญหาเร่งด่วนกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ซึ่งศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,585 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงปัญหาเร่งด่วนที่ต้องการให้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งแก้ไข พบว่า 20.1% ระบุเรื่องเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้เศรษฐกิจ หนุนชาวบ้านทำมาค้าขาย, 18.9% ระบุจราจร มลพิษ อากาศเป็นพิษ, 16.2% ระบุแก้โกง หัวคิว และคอร์รัปชัน, &amp;nbsp;11.2% ระบุแก้ระบบการศึกษาไทย, 10.2% ระบุความไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรม, 9.3% ระบุแก้ยาเสพติด อาชญากรรม รองๆ ลงไปคือ การเลือกตั้ง ราคาสินค้า ค่าแรง ค่าจ้าง และอื่นๆ เช่น อิทธิพล การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และสาธารณูปโภค เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาผลสำรวจเรื่องเงินๆ ทองๆ ของประชาชนเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินในอีก 6 เดือนข้างหน้า พบว่า ส่วนใหญ่ &amp;nbsp;66.1% ระบุมั่นคง แต่ 1 ใน 3 หรือ 33.9% ระบุไม่มั่นคง ที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มที่มีรายได้น้อยไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน มีความไม่มั่นคงทางการเงินสูงสุดถึง 47.6% ในขณะที่กลุ่มที่มีรายได้มากระหว่าง 35,001-250,000 บาทต่อเดือน มีเพียง 4.9% ที่ระบุไม่มีความมั่นคงทางการเงิน และกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางระหว่าง 15,001-35,000 บาทต่อเดือน 22% ไม่มีความมั่นคงทางการเงิน ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ 77.5% เข้าพึ่งธนาคารพาณิชย์เพื่อหาสินเชื่อเมื่อร้อนเงิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6242</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ท., พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, มนัส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180401/image_big_5ac0e366ac6a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
