<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจก‘ม.33เรารักกัน’ บิ๊กตู่เคาะเยียวยา3.5-4.5พันบาท/เงินฝากเกิน5แสนแห้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มนุษย์เงินเดือนเฮ! &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไฟเขียว &amp;quot;โครงการ ม.33 เรารักกัน&amp;quot; แจก 3.5-4.5 พันบาท เยียวยาผู้ประกันตน ยกเว้นคนมีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท คาดจ่าย 9 ล้านคนในเดือน มี.ค. คลังพร้อมโอน &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; ล็อตแรก 5 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่่ 3 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกทีมเศรษฐกิจเข้าหารือ โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ร่วมหารือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ถึงการประชุมรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจว่า เช้าวันนี้มีประชุมหารือใน 2 เรื่องสำคัญ เรื่องแรกคือ มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ประกันสังคม ตนได้เห็นชอบในหลักการให้ช่วยเหลือผู้ประกันตนให้ครบทุกคน โดยจะเร่งนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยเร็ว เรื่องที่ 2 เกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้กับนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ภายหลังวิกฤติโควิด และมาตรการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ จะเห็นได้ว่าเราพยายามอย่างหนักที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขณะเดียวกันเราก็มุ่งมั่นที่จะมองไปข้างหน้าเพื่อวางทิศทางเศรษฐกิจหลังโควิด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือทุกภาคส่วน ความพยายามของพวกเราทุกคนจะต้องประสบผลแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือแรงงานผู้ประกันตนมาตรา 33 &amp;quot;โครงการ ม.33 เรารักกัน&amp;quot; โดยนายกฯ อยากให้ครบทุกคนที่มีสิทธิดังกล่าว ส่วนเม็ดเงินจะได้คนละเท่าไหร่ และออกมาในรูปแบบไหนนั้น ต้องรอหารือในรายละเอียดอีกครั้ง แต่เบื้องต้นรูปแบบจะเป็นเหมือนโครงการเราชนะ โดยนำเงินเข้าแอปพลิเคชัน &amp;quot;เป๋าตัง&amp;quot; เพื่อช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งด้วย โดยยืนยันว่าคนในครอบครัวมาตรา 33 จะให้ทุกคน ซึ่งมีอยู่ประมาณกว่า 11 ล้านคน สำหรับเงื่อนไขผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ดังกล่าวนั้น นายกฯ ให้ความอนุเคราะห์ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ คือ คงเหลือเงื่อนไขเดียว คนที่มีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท จะไม่ได้รับสิทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นการใช้เงินเดือนต่อปีรวม 3 แสนบาทเป็นเกณฑ์นั้น ถ้านำประเด็นนี้มาเป็นเกณฑ์ คนที่ทำงานที่เดียวกันบางคนได้รับ แต่บางคนอาจไม่ได้ จึงอาจมีปัญหา และไม่เกิดความสามัคคีในที่ทำงาน จึงคิดกันว่าไม่เอาเกณฑ์เงินเดือนมาพิจารณา เพราะคนที่เงินเดือนสูงค่าใช้จ่ายก็อาจสูง และคนเงินเดือนน้อยค่าใช้จ่ายก็อาจน้อย ซึ่งนายกฯ เห็นด้วยในเหตุผล อย่างไรก็ตาม เงินในส่วนนี้เป็นการใช้เงินกู้เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ลำบาก ดังนั้นคนมีเงินฝาก 5 แสนบาทแล้ว อยากให้เห็นใจเสียสละก็แล้วกัน ไม่อยากให้มีการมองว่ามีเงินฝาก 5 แสนหรือ 1 ล้าน แล้วทำไมมาเอาตรงนี้อีก จึงขอหลักเกณฑ์นี้ไว้หลักเกณฑ์เดียว ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังอยากได้เกณฑ์เหมือนโครงการเราชนะ แต่ตนขอนายกฯให้ใช้เกณฑ์เงินฝากไม่นำเรื่องเงินเดือนมาพิจารณา ส่วนเม็ดเงินนั้นก็เป็นการใช้เม็ดเงินกู้ก้อนเดียวกับโครงการเราชนะ ไม่ใช่เงินประกันสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า โครงการดังกล่าวจะมีวงเงินต่อคนจำนวนเท่าไหร่ นายสุชาติกล่าวว่า เรื่องจำนวนเงินเดี๋ยวกลับไปทำตัวเลขอีกครั้ง แต่อยู่ประมาณ 3,500-4,500 บาท โดยจะเป็นการแบ่งจ่ายเป็นรายสัปดาห์ เช่นเดียวกับ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; โดยคาดว่าอาจให้ประมาณ 1,000 บาทต่อสัปดาห์ และคาดว่าโครงการจะเริ่มจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนได้ภายในเดือน มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับเรื่องเงินชดเชยมาตรา 33 จะได้ข้อสรุปภายในวันศุกร์นี้ โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เร็วสุดภายในสัปดาห์หน้า หากไม่ทันก็ถัดไปอีกสัปดาห์หนึ่ง แต่วันนี้ถือว่านายกฯ กดปุ่มอนุมัติทุกคนให้ทั้งหมด โดยขอเงินรัฐบาลมาช่วยในมาตรา 33 นี้ ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยหลังจากนี้จะมีการกดปุ่มเปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์ ส่วนคนที่มีแอปฯ เป๋าตังอยู่แล้วก็ต้องลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อยืนยันสิทธิ์เช่นเดียวกัน โดยย้ำว่าผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องเข้าหลักเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่ เป็นคนไทย, มีเงินฝากในบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท และเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้รับสิทธิ์ที่เข้าเงื่อนไขนี้ประมาณ 9 ล้านคน&amp;quot; นายสุชาติระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกฯ ฝากไปพิจารณาเรื่องเงินทุนชราภาพ ให้แก้ปัญหาให้เร็วที่สุด โดยทางออกมี 2 ทางในการแก้ปัญหาระยะยาวคือการแก้พระราชบัญญัติ ส่วนการแก้ปัญหาระยะสั้นกำลังหารือกฤษฎีกาตีความอยู่ว่าจะสามารถนำเงินมาลงทุนกับผู้ประกันตนได้หรือไม่ อย่างเช่นการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกันตนในอัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 2 ต่อปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.แรงงานยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนักร้องนักดนตรีที่เรียกร้องให้ชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นเงินสดว่า ตนเองเคยเป็นผู้ใช้แรงงาน บางครั้งมีเงินสดเอาไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องใช้เงินสด เช่น ค่าเทอม ค่าเช่าบ้าน ส่วนการซื้อของกินของใช้ก็ใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตังแทน ซึ่งต้องรู้จักบริหารจัดการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการตีกรอบการใช้เงินหรือไม่นั้น นายสุชาติกล่าวว่า ตามหลักเศรษฐศาสตร์ การเอาเงินออกมาเป็นแสนล้าน สิ่งหนึ่งที่จะกลับเข้ามาจะเป็นการฟูขึ้นของเศรษฐกิจ จะทำให้เกิดการหมุนเวียนในภาพใหญ่และฟื้นตัวโดยเร็ว ขอให้เชื่อมั่น เพราะ รมว.การคลังได้คิดมาแล้ว และย้ำว่าสิ่งที่นายกฯ คิดเพื่อช่วยเหลือแรงงาน นี่คือเจตนารมณ์ กระทรวงแรงงานเป็นผู้ช่วยสนับสนุนข้อมูลในการตัดสินใจ การใช้จ่ายชดเชยเป็นเงินสดเป็นไปได้ลำบาก หากใช้ผิดประเภทจะทำให้เจตนารมณ์สูญเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการคลัง น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเริ่มโอนเงินในมาตรการเราชนะให้กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.8 ล้านคน รายละ 675 บาท และ 700 บาท ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยผู้ได้สิทธิ์สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับร้านค้าที่ร่วมมาตรการได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ กลุ่มผู้ใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่เคยร่วมโครงการรัฐ เช่น คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน และไม่ต้องลงทะเบียนใหม่นั้น คลังจะประกาศผู้ได้สิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ w ww.เราชนะ.com ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เช่นกัน หากผ่านการตรวจสอบได้สิทธิ์ คลังจะโอนเงินเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในวันที่ 18 ก.พ. โดยสัปดาห์แรกจะโอนให้ 2,000 บาท จากนั้นจะทยอยโอนสัปดาห์ละ 1,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ธนาคารกรุงไทยอยู่ระหว่างคัดกรองผู้ได้สิทธิ์ที่ใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งคาดว่าจากจำนวน 16.8 ล้านคน จะถูกตัดออกไปพอสมควร เพราะไม่เข้าข่าย เช่น เป็นข้าราชการ เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะแจ้งผ่านเว็บไซต์ w ww.เราชนะ.com ในวันที่ 5 ก.พ.นี้&amp;quot; น.ส.กุลยาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์เราชนะ ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.-12 ก.พ.2564 ล่าสุดมียอดผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 8 ล้านราย โดยกลุ่มนี้ จะสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.นี้ หากผ่านคุณสมบัติ คลังจะโอนเงินในวันที่ 18 ก.พ. โดยสัปดาห์แรกจะโอนให้ 2,000 บาท จากนั้นจะทยอยโอนสัปดาห์ละ 1,000 บาท เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิ์ คลังจะชี้แจงชัดเจนว่า ไม่ได้รับสิทธิ์จากสาเหตุอะไร เป็นเหตุที่โต้แย้งได้ยาก เช่น เป็นผู้มีเงินได้เกินเกณฑ์ ซึ่งจะใช้ข้อมูลจากกรมสรรพากรมายืนยันการยื่นแบบเสียภาษี เป็นผู้มีเงินฝากสูงกว่ากำหนด หรือเป็นผู้อยู่ประกันตนตามมาตรา 33 เป็นต้น แต่หากเห็นไม่ถูกต้อง ระบบจะมีการเปิดปุ่มให้แจ้งทบทวนสิทธิ์อีกครั้ง ในวันที่ 8 ก.พ.เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนในโครงการ ม.33 เรารักกันว่า ยืนยันว่าหากจ่ายเงินเยียวยาในกลุ่มนี้แล้วก็ยังมีงบประมาณเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้ารัฐสภา เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน จำนวน 30 คน รวมตัวยื่นหนังสือถึงนายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อทวงถามและเรียกร้องให้จ่ายเงินเยียวยาประชาชน 5,000 บาท แบบถ้วนหน้า เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่ได้เคยยื่นหนังสือถึงนายกฯ และ รมว.แรงงาน มาแล้วเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเยียวยา 10 ข้อ อาทิ ขยายมาตรการชดเชยรายได้พื้นฐานให้กับประชาชนทุกคน ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป รวมถึงแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ปรับปรุงขั้นตอนการเข้าถึงสิทธิ์ ได้รับเงินชดเชย กระจายรายได้ให้ผู้ค้าปลีกรายย่อยมากกว่าร้านค้าสะดวกซื้อรายใหญ่ ยกเลิกหนี้กองทุน กยศ.และจะต้องอุดหนุนช่วยเหลือค่าเช่าสถานที่ที่ถูกสั่งงดกิจการจากมาตรการโควิด-19 โดยเฉพาะผับบาร์ เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมเศรษฐกิจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม. 33, มนุษย์เงินเดือน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาผู้ประกันตน, เราชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601ab0ec18367.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มนุษย์เงินเดือนเตรียมเฮ ‘หม่อมเต่า’ชงจ่าย5พันบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศบค.&amp;rdquo; เผยมี 44 เว็บไซต์ปลอมหลอกลงทะเบียน &amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; ปลื้มคนแห่ลงทะเบียนถึง 17 ล้าน ลั่น 7 วันเงินถึงมือแน่ ส่วนใครถูกเขี่ยชื่อทิ้งอุทธรณ์ได้ &amp;ldquo;หม่อมเต่า&amp;rdquo; เอาใจมนุษย์เงินเดือน เตรียมชง ครม.จ่ายเงินชดเชย 5 พันบาทเหมือนกลุ่มไม่อยู่ในระบบประกันสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงถึงการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 5,000 บาท ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ว่าถือเป็นครั้งแรกของไทยที่มีการลงทะเบียนได้มากในเวลารวดเร็วขนาดนี้ แต่พบว่ามีผู้ลอกเลียนแบบใช้ชื่อเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกันถึง 44 เว็บไซต์ ซึ่งคนกลุ่มนี้หวังนำข้อมูลประชาชนไปใช้ประโยชน์ เราถือว่าเป็นเจตนาไม่ดี ขอให้ประชาชนระมัดระวัง โดยเว็บไซต์จริงคือ w ww.เราไม่ทิ้งกัน.com โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่าหน่วยงานภาครัฐต้องทุ่มเทสรรพกำลังช่วยประชาชนที่กำลังเดือดร้อน ซึ่งประชาชนจะได้รับเงินหลังจากลงทะเบียนอย่างเร็ว 7 วันทำการ
ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เมื่อเวลา 17.40 น. ของวันที่ 29 มี.ค. มีคนลงทะเบียนใน w ww.เราไม่ทิ้งกัน.com ทะลุ 17.1 ล้านคน ซึ่งระบบจะตรวจสอบว่าผู้ลงทะเบียนมีคุณสมบัติครบ 3 เงื่อนไขสำคัญ คือเป็นแรงงานไม่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 และได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จริง โดยจะได้รับเงินภายใน 7 วันทำการ ผ่านบัญชีที่ได้ลงทะเบียนไว้ โดยหลังจากนี้คลังจะเร่งตรวจสอบผู้ลงทะเบียน หากผ่านเกณฑ์ทั้งหมด ก็จะพยายามจ่ายเงินช่วยเหลือให้ได้ภายใน 7 วันทำการ สำหรับผู้ที่ได้รับข้อความไม่ผ่านการคัดเลือกก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้
&amp;ldquo;การลงทะเบียนกระทรวงการคลังคิดว่าผ่านจุดพีกมาแล้ว เมื่อช่วงสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืนของวันที่ 28 มี.ค. มีคนเข้ามาลงทะเบียนชั่วโมงละกว่า 2 ล้านคน โดยเวลา 22.36 น. มีผู้ลงทะเบียนได้ 5.3 ล้านคน เวลา 22.51 น. มีคนลงทะเบียนได้ 6 ล้าน และตอนเที่ยงคืนมีคนลงทะเบียนแล้ว 8.5 ล้านคน ส่วนในวันที่ 29 มี.ค.2563 เวลา 06.00 น. มีคนลงทะเบียนได้ 9.6 ล้านคน และมาทะลุ 10 ล้านคน เวลา 07.20 น. และเมื่อเวลา 13.00 น. ยอดลงทะเบียนเพิ่มเป็น 15.3 ล้านคน และในเวลา 17.40 น. ยอดลดทะเบียนทะลุ 17.1 ล้านคนแล้ว&amp;rdquo;
วันเดียวกัน ที่กระทรวงแรงงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้สำนักงานประกันสังคม แก้ไขกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่ถึง 5,000 บาท มีสิทธิได้รับเงินไม่ต่ำกว่าเดือนละ 5,000 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่ 1 มี.ค.2563 เพื่อให้สอดคล้องและเท่าเทียมกันกับการช่วยเหลือแรงงานลูกจ้างที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม โดยจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบในวันที่ 31 มี.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วย รมว.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่ถึง 5,000 บาท คือกลุ่มผู้ประกันตนในมาตรา 33 เนื่องจากมีการส่งเงินประกันสังคม แต่เมื่อถึงวิกฤตินี้กลับไม่ได้รับเงินชดเชยเหมือนผู้ไม่ได้ส่งเงินประกันสังคม ที่ประชุมจึงมองว่าคนที่มีการจ่ายเงินประกันสังคมควรได้รับเช่นเดียวกัน โดยไม่ควรที่จะได้ต่ำกว่า ซึ่งเราจะคิดที่เพดาน 15,000 บาท ถ้าเงินเดือนเกิน 15,000 บาท จะคิดที่เพดาน 15,000 บาท ส่วนที่ไม่ถึงก็จะคิดตามฐานเงินเดือนความเป็นจริง ซึ่งจำนวนเงินจะเพิ่มเท่าไหร่นั้นยังไม่ได้ข้อสรุป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ทำงานไม่ถึง 6 เดือน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน มีการประสานกับกระทรวงการคลังว่าผู้ประกันตนในกลุ่มนี้จะไปใช้สิทธิในโครงการเราไม่ทิ้งกัน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 70,000 คน&amp;rdquo; นายดวงฤทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรยัง พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า เป็นห่วงเรื่องการคัดกรองว่าจะทำได้เสร็จใน 7 วันจริงหรือไม่ เพราะมีผู้ลงทะเบียนเกินกว่าคาดจำนวนมาก หากสูญเสียเวลาไปกับการคัดกรอง จะเป็นเสมือนการให้เงินผิดเวลา เวลาหิวจะตายอยู่แล้วไม่มีเงิน แต่ไปได้เงินเมื่อตอนอิ่มแล้ว ซึ่งจะทำให้ประชาชนเสียความรู้สึก
นายกรณ์ จาติกวณิช ว่าที่หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า รัฐบาลต้องดูแลผู้เดือดร้อนให้ทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ซึ่งไม่เข้าข่ายที่จะได้รับการช่วยเหลือ ส่วนที่รัฐบาลให้สัญญาณว่าจะออกพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉิน 200,000 ล้านบาท แต่ก่อนจะกู้เพิ่มขอเสนออีกครั้งว่ารัฐควรปรับแผนการใช้เงินงบประมาณ และโอนงบที่ไม่เร่งด่วนหรือมีแนวโน้มว่าจะใช้ไม่ทันมาเป็นเงินทุนเพื่อดูแลประชาชนให้ทั่วถึง ทุกกระทรวง กระทรวงละ 10% ได้เพิ่มอีกประมาณกว่า 3 แสนล้านบาท เพราะวินัยทางการคลังยังสำคัญ ทุกคนเชียร์ให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชน แต่ต้องใช้เงินภาษีให้เหมาะสมที่สุด
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานสถาบันปรีดี พนมยงค์ ในฐานะอดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง กล่าวประเด็นถึงการเตรียมออก พ.ร.ก.เงินกู้ 2 แสนล้านบาท ว่าอาจไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการเศรษฐกิจ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพราะจากการประเมินคาดว่าต้องใช้เงินถึง 6 แสนล้านบาท ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องปรับโอนงบประมาณใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้ในปีงบประมาณ 2563 มิเช่นอาจต้องกู้จำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบฐานะทางการคลังในอนาคตได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61397</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, www.เราไม่ทิ้งกัน.com, จ่ายเงินชดเชย, มนุษย์เงินเดือน, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เว็บไซต์ปลอมหลอกลงทะเบียน, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80bb7254aa3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2019 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้มนุษย์เงินเดือนชอบนโยบาย&#039;ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.62- ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความสุข กับ มนุษย์เงินเดือน กรณีศึกษาประชาชนคนวัยทำงานทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,135 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ ระหว่าง วันที่ 5 - 12 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา พบว่า ความสุขของมนุษย์เงินเดือน เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าของตัวเอง มีค่าเฉลี่ยความสุขอยู่ที่ระดับปานกลาง แค่ประคองตัว คือ 5.98 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.12 ชอบค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ต่อ นโยบายที่ว่า อยู่ที่บ้านก็ทำงานได้ ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ ลดค่าใช้จ่าย ลดปัญหาจราจร ของพรรค ภูมิใจไทย ในขณะที่ ร้อยละ 18.88 ชอบน้อยถึงน้อยที่สุด นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.99 ชอบค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ต่อ นโยบายที่ว่า อยู่ที่บ้านก็เรียนได้ เรียน 4 วันต่อสัปดาห์ ลดค่าใช้จ่าย ลดปัญหาจราจร ของพรรค ภูมิใจไทย ในขณะที่ ร้อยละ 20.01 ชอบ ค่อนข้างน้อย ถึง น้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณา คือ พรรคการเมืองอันดับหนึ่ง ที่ใส่ใจ คนวัยทำงาน และ มนุษย์เงินเดือน มากที่สุด ได้แก่ พรรค ภูมิใจไทย ร้อยละ 21.11 รองลงมาที่สูสีกันมาก คือ พรรค พลังประชารัฐ ได้ร้อยละ 11.00 กับพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 10.64 อันดับสี่ได้แก่ พรรค อนาคตใหม่ ร้อยละ 7.69 อันดับห้าได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 4.11 อันดับหก ได้แก่ พรรค เสรีรวมไทย ได้ร้อยละ 2.42 และที่เหลือ ร้อยละ 43.03 ระบุอื่น ๆ เช่น ยังไม่รู้ ไม่ทราบ และพรรคอื่น ๆ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ดร.นพดล กรรณิกา, นโยบายพรรคการเมือง, มนุษย์เงินเดือน, หาเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88d4c74a439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2018 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039;ตอก&#039;อนาคตใหม่&#039;เล่นการเมืองน้ำเน่าแบ่งแยกผู้คนกดมวลชนให้ต่ำต้อย-คับแค้น  แล้วชูตัวเองเป็นผู้นำฝ่ายธรรมะจะได้เข้าสู่อำนาจรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15มิ.ย.61-ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ &amp;nbsp;อาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้านปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith กรณี พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตไหม่ โพสต์เฟซบุ๊กเรียกมนุษย์เงินเดือนว่าเป็นไพร่สมัยใหม่ ว่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลังจากรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสท์ดูถูกคนทำงานกินเงินเดือนไปเมื่อวาน วันนี้แกนนำพรรคอนาคตใหม่ ออกมาแก้ต่างให้ด้วยการยืนยันว่า &amp;quot;ระบบไพร่ทาส&amp;quot; ยังมีอยู่จริง และเป็น #สถานะของชาติกำเนิดที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แปลกดีที่ผมเห็นคนรากหญ้าที่ขยันและเห็นโอกาส ทำงานจนพลิกตัวเองมาเป็นเจ้าของกิจการได้เยอะแยะครับ)
- พร้อมย้ำว่าที่เป็นแบบนี้เพราะ &amp;quot;ผู้คนไร้ศักดิ์ศรี ขาดเสรีภาพทางการเมือง ปิดโอกาสการเลื่อนชนชั้น&amp;quot; และต้องแก้ไขด้วย &amp;quot;ประชาธิปไตยแบบถอนราก และรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจรเท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ: อยากรู้จังว่า...
ประชาธิปไตยแบบถอนราก คืออะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เอาจริงๆ นะครับ สุดท้ายนี่ก็ #การเมืองน้ำเน่า การเมืองแบบ #Demagogue ผู้นำประชาธิปไตยจอมปลอม ที่หาเสียงด้วยการแบ่งแยกผู้คน กดมวลชนให้รู้สึกต่ำต้อยลง เพื่อให้เกิดความคับแค้น แล้วก็ชูตัวเองเป็นผู้นำ เป็นฝ่ายธรรมะ ยืนข้างคนระดับล่าง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองจะได้เข้าสู่อำนาจรัฐในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- การเมืองแบบ Demagogue แบบนี้เขาทำกันมาตั้งแต่ 3-4 พันปีที่แล้ว และก็ทำไล่มาเรื่อยๆ ก็ยังไม่เห็นว่านี่คือ การเมืองใหม่ หรือ เป็นการเมืองสร้างสรรค์แต่ประการใด สุดท้ายก็ยังคงเดิม หนีไม่พ้นสร้างความหวาดกลัวและเกลียดชังกับเรื่องชนชั้น เรื่องเสรีภาพ เพื่อใช้ปลุกระดมมวลชนแบบเดิมๆ นั่นเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้นดร.กิตติธัช โพสต์ข้อความด้วยว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สงสัยครับว่าทำไมเขาต้องดูถูกคนทำงานกินเงินเดือนด้วย ??? คนทำงานกินเงินเดือนรายได้ดี ชีวิตมีความสุขก็เยอะแยะ สำคัญคือ เขามีความสุขกับงานที่ทำและมีรายได้เหมาะสมกับภาระงานที่ทำต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- จะอาชีพอะไร ก็มีเกียรติมีศักดิ์ศรีด้วยกันทั้งนั้น ขอให้ทำด้วยใจรักและทุ่มเทต่อมัน และไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเป็นผู้ประกอบการได้เองหมด ดังนั้นการพูดคำสวยๆ วาทกรรมหล่อๆ ประเภทอยากให้ทุกคนเป็นผู้ประกอบการ มันก็คือความเพ้อฝันนี่เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- แต่เอาเถอะครับ อยากจะเพ้อฝันก็เพ้อไป แต่สงสัยว่าทำไมเพ้อฝันแล้วต้องมา #ดูถูกเหยียดหยามคนที่เขาทำอาชีพอื่น ด้วย???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- จริงๆ เรื่องนี้ทำให้นึกถึงตอนที่ปิยบุตร แสงกนกกุล (เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่) มีดราม่ากับเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ กรณีรีวิวซอสพริก ตอนนั้นจำได้เลยว่าปิยะบุตรดูถูกอาชีพพรีเซ็นเตอร์ มองว่าไม่คู่ควรกับคนระดับที่เป็น &amp;quot;อาจารย์มหาวิทยาลัย&amp;quot; ที่จะลดตัวมารีวิวสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ซึ่งผมก็แปลกใจว่า อาชีพพรีเซ็นเตอร์สินค้า เขาก็ทำงานสุจริต และมีเกียรติมีศักด์ศรี ไม่ต่างจากอาจารย์มหาวิทยาลัย ทำไมจะต้องแสดงท่าทีเหมือนว่าอาจารย์มหาวิทยาลัยและนักวิชาการเป็นอะไรที่ #สูงส่ง จนไม่ควรจะลดตัวมาเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11410</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ประชาธิปไตยแบบถอนราก, พรรคอนาคตใหม่, พล.ท.พงศกร รอดชมภู, มนุษย์เงินเดือน, ระบบไพร่ ทาส, รัฐสวัสดิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b23197ee83a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อบรม&#039;อนาคตใหม่&#039;ตั้งพรรคต้องสร้างสามัคคีในชาติ ไม่ใช่สร้างความแตกแยก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.61- นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ต่อกรณีพล.ท.พงศกร รอดชมภู &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เรียกมนุษย์เงินเดือนเป็นไพร่สมัยใหม่ ว่า &amp;quot;พรรคการเมืองของประชาชน!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งขึ้น เพื่อสร้างความสามัคคีภายในชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่ เพื่อการแบ่งแยกและทำให้แตกความสามัคคีภายในชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ปีเต็มๆแล้ว ที่บ้านเมืองอยู่ในวิกฤต เพราะการสร้างความแตกแยกแตกสามัคคี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ต้องทบทวนจุดยืนท่วงทำนองเยี่ยงนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11337</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคอนาคตใหม่, พล.ท.พงศกร รอดชมภู, มนุษย์เงินเดือน, ไพร่สมัยใหม่, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180127/image_big_5a6c0c7045a8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เสียใจ!เหยียดพนักงานบริษัทเป็น&#039;ไพร่สมัยใหม่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.61 - หลัง พล.ท.พงศกร รอดชมภู &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเปรียบมนุษย์เงินเดือนเป็น &amp;quot;ไพร่สมัยใหม่&amp;quot; &amp;nbsp;ก่อนถูกวิพากษณ์วิจาณ์อย่างอย่างหนักเป็นการดูถูกผู้ประกอบอาชีพสุจริต &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ พล.ท.พงศกร &amp;nbsp;โพสต์ข้อความอีกครั้งว่า &amp;quot;เมื่อวาน ผมพูดเรื่องมนุษย์เงินเดือน ซึ่งหมายถึงข้าราชการและพนักงานบริษัทใหญ่ๆไปว่าเป็นไพร่สมัยใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหลายท่านไม่พอใจ ผมเห็นว่าสมควรที่จะแสดงความเสียใจและขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องที่ว่าลูกหลานไม่ควรเรียนเพื่อมารับราชการหรือเป็นพนักงานบริษัทนั้น ไม่ได้หมายความว่าวิชาชีพนี้ไม่ควรมี เพราะยังไงก็จะมีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เราต้องการให้เรียนหรือหาทักษะในการเป็นผู้ประกอบการจำนวนมากๆดีกว่า เรียนมาเหมือนๆกันแล้วมาแย่งกันสมัครงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพราะพื้นฐานการผลิตนั้นยังมีความจำเป็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอทำความเข้าใจและขออภัยมาอีกครั้งหนึ่งครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ รองหัวหน้าอนาคตใหม่เหยียดมนุษย์เงินเดือนคือ &amp;lsquo;ไพร่สมัยใหม่&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11328</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.พงศกร รอดชมภู, มนุษย์เงินเดือน, ไพร่สมัยใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b21236f0ad12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองหัวหน้าอนาคตใหม่เหยียดมนุษย์เงินเดือนคือ ‘ไพร่สมัยใหม่’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.61 - พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตไหม่&amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;ldquo;มาที่ตึกธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ สุขุมวิท ดูสภาพมนุษย์เงินเดือนรอบๆมาทานอาหารช่วงพักเที่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเรียกว่าไพร่สมัยใหม่ เราไม่ควรส่งลูกหลานเรียนเพื่อมามีสภาพเช่นนี้ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11305</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคอนาคตใหม่, พล.ท.พงศกร, มนุษย์เงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b212197e93df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
