<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อแม่น้ำโขงถูกล่ามโซ่! นักวิชาการชี้หายนะภัยพิบัตินิเวศครั้งร้ายแรง ประณาม นักลงทุนแสวงหากำไรฆ่าแม่น้ำทั้งสาย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.62- ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chainarong Setthachua ระบุ หายนะแม่น้ำโขงเปลี่ยนสี จากสายน้ำที่สมบูรณ์สู่สายน้ำที่หิวโหย &amp;nbsp;โดยระบุว่า สีของน้ำในแม่น้ำโขงที่เป็นสีคราม แท้จริงแล้วเกิดจากน้ำในแม่น้ำโขงใส ไร้ตะกอนในน้ำ และการใสไร้ตะกอน ผิวน้ำจึงเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนแสงของท้องฟ้ากลายเป็นสีคราม แต่หากลงไปดูดีๆ น้ำในแม่น้ำโขงใสแจ๋วมากทางวิชาการเรียกภาวะแบบนี้ว่า &amp;quot;hungry river&amp;quot; แปลว่า &amp;quot;ภาวะไร้ตะกอน&amp;quot; แต่จะให้เข้าใจเลยก็คือเกิดภาวะ &amp;quot;สายน้ำที่หิวโหย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ไชยณรงค์ ระบุว่า ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานับแต่แม่น้ำโขงเป็นที่รู้จักของชาวตะวันตก แม่น้ำโขงจะได้รับฉายาจากผู้สื่อข่าว นักทำสารคดี นักเขียนว่า &amp;quot;Mighty Mekong&amp;quot; สายน้ำโขงที่อุดมสมบูรณ์ สีของสายน้ำนี้จะเป็นสีปูน เพราะมีตะกอนที่เกิดจากการกษัยการ (หรือการพังทะลาย) ของหินและดินหอบมากับสายน้ำตะกอนที่พัดพามากับสายน้ำโขง เมื่อน้ำโขงไหลไปตามสายน้ำ และมีแม่น้ำสาขาไหลลงมาบรรจบ ก็จะทำให้เกิด &amp;quot;แม่น้ำสองสี&amp;quot; ในแทบทุกที่ เช่น ที่ปากมูลก็เกิดแม่น้ำสองสี &amp;quot;โขงสีปูน มูลสีคราม&amp;quot; คือน้ำสาขาจะมีสีคราม แต่น้ำโขงมีสีปูน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการผู้นี้ ระบุว่า ตะกอนหายไปไหน? วันนี้ แม่น้ำโขงไม่ได้เป็น Mighty Mekong อีกแล้ว แต่กลายเป็น &amp;quot;Hungry Mekong&amp;quot; เพราะหลังจากเขื่อนไซยะบุรีสร้างเสร็จ ก็มีการกักเก็บน้ำไว้เหนือเขื่อนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนกระทั่งน้ำท้ายเขื่อนแห้งและปลาตาย มีหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นว่าเหนือเขื่อนไซยะบุรีมีน้ำเต็มและนิ่ง ขณะที่ท้ายเขื่อนน้ำแห้ง หลายแห่งที่เคยมีน้ำ มองดูราวกับทะเลทราย เหลือแต่น้ำในร่องน้ำลึกที่ยังไหล ถ้าน้ำโขงกว้างก็จะไหลเอื่อย หากแคบมีแก่ง น้ำก็พอยังจะเชี่ยว แต่ไม่ได้ไหลแรงตามธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เขื่อนไม่ได้เก็บและปล่อยน้ำแบบที่โฆษณาว่า &amp;quot;ไหลมาเท่าไหร่ ปล่อยไปเท่านั้น&amp;quot; หรอกนะ คำพูดนั้นก็แค่หลอกเด็กและทำให้เขื่อนดูดีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะแท้ที่จริงเขื่อนจะปล่อยน้ำในยามผลิตกระแสไฟฟ้า และผมเรียกมันใหม่ว่า &amp;quot;เขื่อนได้ควบคุมน้ำไว้&amp;quot; หรือให้เห็นภาพชัดๆ ก็คือ เขื่อนไซยะบุรีได้ &amp;quot;ล่ามโซ่แม่น้ำโขง&amp;quot; เรียบร้อยแล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ไชยณรงค์ ระบุว่า เมื่อน้ำโขงถูกล่ามโซ่ น้ำเหนือเขื่อนที่ลึกและนิ่ง ทำให้ตะกอนที่พัดพามากับสายตกเหนือเขื่อนและอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำของเขื่อน การปล่อยน้ำผ่านเทอร์ไบน์ต้องมีระดับน้ำที่ต่างกัน ซึ่งเรียกว่า head เขื่อนไหนๆ ก็มี เขื่อนไซยะบุรีที่เรียกว่าเขื่อนน้ำไหลผ่าน (run-off river dam) ก็ต้องมี head และ head ที่นี่ก็หลายสิบเมตร น้ำที่ไหลผ่านเทอร์ไบน์ลงท้ายเขื่อนจึงเป็นน้ำที่ไม่มีตะกอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขื่อนน้ำไหลผ่านก็มีการตกตะกอนได้เหมือนเขื่อนอื่นๆ บทเรียนก็คือ เขื่อนปากมูลซึ่งอ้างว่าเป็นเขื่อนน้ำไหลผ่านก็ตกตะกอน เพราะยามที่มีการเปิดประตูระบายน้ำ(sluice gate) เหนือเขื่อนตั้งแต่ตัวเขื่อนขึ้นไปอีกหลายสิบกิโลเมตรจนถึงแก่งสะพือก็เต็มไปด้วยตะกอน ตะกอนเหล่านี้ทับถมอยู่หน้าเขื่อน ต้องใช้เวลาเป็นปี สายน้ำจึงพัดพาตะกอนออกไป แต่ก็ออกไปได้ไม่หมด เพราะมันทับถมอยู่ตามร่องหินของแก่งที่เคยเป็นบ้านของปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีแม่น้ำโขง นอกจากตะกอนทับถมเหนือเขื่อนแล้ว ทางท้ายเขื่อน เมื่อน้ำไม่ไหลเชี่ยวเหมือนเดิม นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา บริเวณที่เป็นหาดทราย แก่งหิน และป่าน้ำท่วม (ป่าไคร้) เช่น ที่พันโขดแสนไคร้ น้ำที่เคยไหลเอื่อยก็แทบไม่ไหล และบ่อยครั้งที่น้ำลดจนแห้งราวกับทะเลทราย&amp;nbsp;บริเวณที่น้ำไหลเอื่อยๆ ตามธรรมชาตินี่แหละที่ทำให้หาดทราย ป่าไคร้ เป็นบ้านของสัตว์น้ำเล็กๆ ทั้งหอย ปู ปลา กุ้ง ที่อาศัยความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำที่ไหลมาจากข้างบนการที่น้ำโขงแห้งเพราะถูกล่ามโซ่ นอกจากทำให้ต้นไม้ตายเพราะไม่จมอยู่ใต้น้ำตามวัฏจักรแล้ว สัตว์น้ำจำนวนมากก็ตายด้วย และยังทำให้ตะกอนที่พอจะเหลือจากที่ถูกกักไว้เหนือเขื่อน เกิดการตะกอนอีกครั้ง ป่าไคร้ที่พันโขดแสนไค้จึงมีตะกอนทับถมสูง บางจุดตะกอนทับถมเหลือแต่ปลายต้นไคร้ บางจุดสูงมากกว่า 2 เมตรเมื่อตะกอนถูกกักไว้เหนือเขื่อนและยังตกตะกอนบริเวณที่เคยเป็นหาดทรายและป่าน้ำท่วม ยิ่งไกลจากท้ายเขื่อนน้ำก็ยิ่งใสราวกระจก และเมื่อสะท้อนแสงจากท้องฟ้าก็ยิ่งกลายเป็นสีคราม แต่คือสัญญาณอันตรายของแม่น้ำสายนี้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการผู้นี้ ระบุถึงความสำคัญของตะกอนด้วยว่า ตะกอนคือธาตุอาหารที่สำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของพืชน้ำ เมื่อสายน้ำโขงเกิดภาวะไร้ตะกอน ความอุมดสมบูรณ์ของพืชน้ำก็ลดตามลง ที่บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย ในเวลานี้ กลุ่มรักษ์แม่น้ำโขงได้สังเกตพบว่า แม่น้ำโขงบริเวณที่เคยมีตะไคร่น้ำที่ชาวบ้านเรียกว่าเทาไหรือไก ไม่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างที่เคยเป็น ในอดีตแม่น้ำโขงบริเวณที่เกิดเทาหรือไก จะมีปลามาเล่นน้ำ กินเทาหรือไกเป็นอาหาร และผสมพันธุ์ แต่ปีนี้กลับว่างเปล่า แม่น้ำโขงในภาวะไร้ตะกอน จะส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศน์แม่น้ำโขง เพราะการขาดธาตุอาหารที่ไหลมากับน้ำ จะผลกระทบต่อสาหร่าย พรรณพืชขนาดเล็กๆ ไปจนถึงพรรณพืชขนาดใหญ่ ซึ่งอาจรวมไปถึงป่าน้ำท่วมแถบสตึงเตร็งในกัมพูชาเมื่อพรรณพืชไม่อุดมสมบูรณ์ ปลาที่กินพืชเป็นอาหารก็จะลดลง และปลาที่กินเนื้อก็จะขาดอาหารไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นี่คือหายนะที่เกิดกับแม่น้ำโขงอย่างแท้จริง ไม่ใช่เฉพาะปลากินพืชที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่ปลาทั้ง 1,300 สายพันธุ์ก็กระทบไปหมด พวกนักสร้างเขื่อนมักจะบอกว่า เห็นมั้ย เขื่อนมันดีนะ &amp;quot;มีการจัดการน้ำให้ดี หน้าฝนน้ำไม่ท่วม หน้าแล้งมีน้ำ&amp;quot; แต่การทำแบบนี้คือการกระทำที่โง่เขลามาก เพราะการล่ามโซ่แม่น้ำ ทำให้ไม่เกิดน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก และพื้นที่เพาะปลูกในฤดูน้ำลดจะขาดความอุดมสมบูรณ์นักสร้างเขื่อนไม่รู้หรอกว่า ตะกอนที่พัดพามาทับถมในฤดูน้ำหลากคือปุ๋ยธรรมชาติที่ดีที่สุด และทำให้ริมฝั่งโขงเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่สมบูรณ์ที่สุดในอีสาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ไชยณรงค์ ระบุด้วยว่า ก่อนการสร้างเขื่อน แม่น้ำโขงแถบหนองคายจนถึงนครพนมคือพื้นที่ปลูกมะเขือเทศที่ดีที่สุดของประเทศ เพราะมะเขือเทศที่นี่ให้เนื้อมาก และผลผลิตมะเขือเทศที่นี่คิดเป็นร้อยละ 50 ของที่ผลิตทั้งประเทศ จนทำให้ประเทศไทยเป็นอีกประเทศที่ส่งซอสมะเขือเทศไปขายต่างประเทศได้ ในตอนนี้น้ำไม่ท่วม ไม่มีปุ๋ยจากธรรมชาติ การเพาะปลูกก็ต้องใช้ปุ๋ยเคมี และภาระก็จะตกกับเกษตรกรและผู้บริโภคในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลิ่งพัง เพราะสายน้ำที่หิวโหย แม่น้ำโขงที่หิวโหยยังจะสร้างหายนะได้อีกมาก ที่น่ากังวลที่สุดอีกประการก็คือ การพังทลายของตลิ่งแม่น้ำโขง เพราะน้ำโขงที่หิวโหยจะดึงตลิ่งให้พังลงมา และปัญหานี้อาจจะยาวไกลนับพันกิโลเมตรไปจนถึงกัมพูชาและเวียดนามขณะที่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง น้ำที่เกิดภาวะไร้ตะกอนจะทำให้ไม่เกิดการทับถมของตะกอนปากแม่น้ำ ภาวะไร้ตะกอนก็จะทำให้ชายฝั่งของเวียดนามพังทลายตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการผู้นี้ ยังอธิบายปรากฎการณ์อันตรายครั้งนี้ด้วยว่า ยังส่งผลกระทบถึงบ้านของนกหายไปเนื่องจากตลิ่งพังนอกจากการสูญเสียพื้นที่เกษตรกรรม สร้างความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ที่คาดไม่ถึง หากใครเคยล่องน้ำโขงในฤดูแล้ง หากมองตลิ่ง อาจเห็นรูเล็กๆ กระจายตามตลิ่งที่ชัน รูเหล่านั้นแหละครับคือที่วางไข่ของนกในลุ่มน้ำโขง ในฤดูแล้ง นกบางชนิดจะขุดรูตามตลิ่งของชายฝั่ง และวางไข่ ก่อนที่น้ำโขงจะท่วมตลิ่ง ลูกนกของมันก็จะเติบโตและโบยบินเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ของมันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นกเหล่านี้ คือนักปราบศัตรูพืชตัวยง และหากตลิ่งพัง บ้านของนกจะหายไป และส่งผลกระทบต่อประชากรนกตามมา ขณะที่คนสองฝั่งโขงที่ทำเกษตรกรรม จะต้องแบกรับภาระนั้นจากการที่ต้องมีต้นทุนในการทำเกษตรเพิ่มขึ้น&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการผู้นี้ ระบุทางออกของปัญหาว่าเรามีหนทางที่จะเยียวยาแม่น้ำโขงไม่มากนัก แต่อย่างน้อยที่สุด กลุ่มทุนที่ยึดแม่น้ำไปทำเขื่อนต้องเสียสละ หยุดปั่นไฟ และต้องรีบปฏิบัติการระบายตะกอน แต่มาตรการนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะฟื้นฟูแม่น้ำโขงให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ได้ดังนั้น ในระยะยาว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเขื่อนโดยเฉพาะเขื่อนไซยะบุรีต้องคิดถึงการยกเลิกการใช้เขื่อน (dam decommissioning) เพราะผลกระทบที่เกิดจากเขื่อนแห่งนี้มันขยายวงกว้างและสร้างผลกระทบที่เรียกได้ว่า &amp;quot;ภัยพิบัติทางนิเวศ&amp;quot; ครั้งร้ายแรงในอนุภูมิลุ่มน้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่าลืมว่า แม่น้ำโขงไม่ได้เป็นของทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะมีสิทธิในการล่ามโซ่แม่น้ำ แล้วปั่นไฟ เพื่อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และรัฐทุกรัฐที่แม่น้ำโขงไหลผ่านก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะกล่าวว่าแม่น้ำเป็นของรัฐนั้น จะปู้ยี่ปู้ยำอย่างไรก็ได้ ขณะที่รัฐอีกรัฐที่จะได้ประโยชน์จากการซื้อไฟฟ้า ก็ไม่มีสิทธิที่จะมีส่วนสำคัญในการทำลายแม่น้ำโขงเพียงเพื่อจะเอากำไรจากไฟฟ้าทีซื้อมาจากการทำลายแม่น้ำโขงเพื่อนำไปขายเอากำไรต่อ เช่นเดียวกับสถาบันการเงินที่ให้เงินกู้กับเขือนก็ไม่มีสิทธิที่จะแสวงหากำไรจากดอกเบี้ยที่เกิดจากการฆ่าแม่น้ำทั้งสายเพราะแม่น้ำโขงคือแม่ของสรรพชีวิต และแม่ของคนอีก 60 ล้านคน ที่พึ่งพาแม่น้ำสายนี้ตั้งแต่บรรพชน&amp;quot; ดร.ไชยณรงค์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ, มมส., แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de4c315a818e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คันแข่ว!หัวหน้าภาควิชาแจงแล้วทุบหลัง&#039;น้องแบม&#039;เปิดโปงโกงเงินผู้ยากไร้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสายไหม ไชยศิรินทร์ หัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มมส.ขณะชี้แจงต่อสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.61- กรณี น.ส.ปณิดา &amp;nbsp;ยศปัญญา &amp;nbsp;หรือ &amp;quot;น้องแบม&amp;quot; นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคามหรือ มมส. ผู้ที่ออกมาร้องเรียนและเปิดโปงขบวนการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น ระบุว่าถูกอาจารย์ภาควิชา เสนอแนะให้ไปขอโทษเจ้าที่ที่กระทำความผิด และใช้มือทุบหลัง2 ครั้งเหมือนจะระบายอารมณ์นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนางสายไหม ไชยศิรินทร์ หัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มมส. ชี้แจงว่า ก็มีการเรียกมาซักถาม ยืนต่อหน้าอาจารย์และเพื่อน &amp;nbsp;ก็สงสัยว่าแบมพยายามปิดบังอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า &amp;nbsp;ซึ่งแบมก็ถามว่าอาจารย์ยังไม่ได้รับหนังสือจากปปท.หรือ &amp;nbsp;ตนก็บอกไปว่ายังไม่ได้รับ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก็คุยกันไปกันมา แล้วอาจารย์ก็รู้สึก คันแข่ว(หมั่นไส้หงุดหงิด)ภาษาอีสานนะคะ ซึ่งเราก็เคยหยอกล้อ เคยทำอะไรแบบนี้กันมาก่อน ไม่ได้มีอารมณ์โกธร หรือโมโหอะไรเลย คือมันคันเคี้ยว คันแข่ว ก็เลยเดินไปอย่างนี้(แสดงท่าใช้เอามือแตะหลัง) &amp;nbsp;เขา(แบม)ก็หัวเราะยิ้ม ซึ่งมันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น นี่เป็นข้อเท็จจริง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสายไหม &amp;nbsp;กล่าวด้วยว่าเรามองว่าในเมื่อตัดสินใจอยากฝึกงานอยู่ต่อ ก็เลยน่าจะมีการขอโทษกันซะ เพราะว่าทางผู้ใหญ่เขาก็ขอโทษแล้ว &amp;nbsp;ก็เลยแนะนำให้ไปกราบขอโทษอยู่อาจารย์ภาคสนาม ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ ไม่ได้ให้ให้ไปกราบขอโทษผู้ที่โกงนะคะ และตอนนั้นเราก็ไม่รู้เขาเป็นคนโกง เป็นคนทุจริตหรือเปล่า เพราะเราไม่ได้เขาไปตรวจสอบเรื่องเอกสารว่าผิดหรือไม่ผิด เราไปเคลียร์เรื่องก้วงล่วงลูกศิษย์เรา และไม่ได้ไปไกล่เกลี่ยว่าให้ลูกศิษย์ไปขอโทษเพื่อเช่นนั้นเขาจะไม่ให้ฝึกงาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ &amp;#39;น้องแบม&amp;#39;แฉหมดเปลือกถูกหัวหน้าภาควิชาทุบหลังเหตุไม่พอใจจับทุจริตโกงเงินคนจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4542</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินผู้ยากไร้, น.ส.ปณิดา  ยศปัญญา, น้องแบม, มมส., สายไหม ไชยศิรินทร์, หัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa0a63b69285.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้องแบม&#039;แจงเหตุไม่รับเกียรติบัตรฯ เปิดใจกลัวและร้องไห้คนเดียวมาตลอด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8 มี.ค.61- &amp;nbsp; เมื่อเวลา 06.00 น. วัน ที่ท่าอากาศยาน นานาชาติ จ.ขอนแก่น น.ส.ปณิดา &amp;nbsp;ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคามหรือ มมส. ผู้ที่ออกมาร้องเรียนและเปิดโปงขบวนการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้งครองคนไร้ที่พึ่งขอแก่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ให้สัมภาษณ์ว่า การไม่เดินทางไปรับทุการศึกษาและเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มมส. เมื่อวานเป็นการประสานที่ผิดพลาดและคลาดเคลื่อน เนื่องจากมีอาจารย์และเจ้าหน้าที่ติดต่อกันมาซ้ำซ้อนกันและรวดเร็วเกินไป เดิมติดต่อให้มารับทุนการศึกษาในวันนี้ แต่กลับมาอาจารย์อีกท่านแจ้งมาเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 6 มี.ค. ว่าจะขอมอบรางวัล ทำให้เกิดความสับสนว่าเป็นรางวัลเดียวกันหรือแยกกัน เพราะงานนั้นกำหนดจัดที่คณะฯ อีกทั้งทุนการศึกษาและเกียรติบัตรที่คณะฯ มอบให้นั้นโดยส่วนตัวและครอบครัวยังคงไม่ขอรับ เนื่องจากรอผลการสอบสวนของคณะกรรมการ สภา มมส. ให้แล้วเสร็จเสียก่อน เพราะขณะนี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการสอสวนแล้วใน 4 ประเด็นหลักประกอบด้วยเรื่องการสั่งกราบเท้า,การทำร้ายร่างกาย,การไม่ให้การช่วยเหลือนักศึกษาในปกครองของตนเองและการละเมิดสิทธิ์นักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; หนูรักในสถาบัน รักในคณะฯ รักในสาขาที่เรียนมา ที่ตัดสินใจไม่รับรางวัลครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด และหนูขอไม่พูดกับคณะครู ที่เปรียบเสมือนแม่คนที่ 2 ของหนู เพราะตั้งแต่เด็กนอกจากจะต้องการเป็นทหารแล้ว ยังคงต้องการเป็นนักพัฒนาชุมชน เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ คนเร่ร่อน คนยากคนจน จึงตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชานักพัฒนาชุมชน โดยมีหัวหน้าภาควิชาและอาจารย์ที่สอน เป็นเสมือนแม่อีกท่านหนึ่งที่คอยสั่งสอนตลอดระยะเวลา 4 ปี พอหนูนำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ก็นำเรื่องมาบอกกลับถูกกระทำในลักษณะเช่นนี้ หนูจึงต้องออกมาเรียกร้องสิทธิ์และสิ่งที่ถูกต้องให้กับตัวเองและครอบครัวด้วยเช่นกัน ดังนั้นการออกแถลงการณ์ของคณะกรรมการ ที่มหาวิทยาลัยฯได้แต่งตั้งขึ้น โดยสภาคณาจารย์และองค์กรนิสิต มมส.ได้มาร่วมขับเคลื่อนในเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งคาดว่าจะออกในวันจันทร์ที่จะถึงนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ปณิดา กล่าวต่ออีกว่า ขอขอบคุณทุกกำลังใจจากใจจริง ที่ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจตนเองและครอบครัวมาโดยตลอด วันนี้ได้ถูกยกให้เป็เน็ตไอดอล ด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งก็ตกใจมาก เพราะมีการเผยแพร่ผ่านโซเชี่ยนมีเดียต่างๆ ครอบครัวและเพื่อนๆต่างพากันส่งมาให้ดูทุกวัน และยังคงมีข้อความผ่านสื่อฯ หรือข้อความที่ส่งมาให้ตนเอง จากหน่วยงานทั้งภาครัฐภาคเอกชน รวมทั้งผู้ที่ติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ส่วนใหญ่ให้กำลังใจให้การสนับสนุนในสิ่งที่ทำไปเพราะถือเป็นการแสดงออกถึงการต่อต้านคอร์รัปชั่นและการกระทำที่นำคนผิดมาลงโทษ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับคนจน คนยากไร้ ผู้ป่วยโรคเอดส์ และผู้ตกทุกข์ได้ยาก กลุ่มคนเหล่านี้ต้องการได้รับการช่วยเหลือ แต่กลับมาถูกเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการทำงานเพื่อชุมนและสังคม ตามที่ได้รับมอบหมายมากระทำผิดและทุจริตนำเงินช่วยเหลือไปใช้อย่างผิดประเภท ซึ่งตนเองนั้นไม่ทราบว่านำเงินของคนยากคนจน คนยากไร้และคนที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือไปใช้อย่างไร ตรงนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.และ คสช. จะทำการสืบสอบสวนเอาคนผิดมาดำเนิคดีตามกฎหมายได้ทั้งหมด ซึ่งตนเองเชื่ออย่างนั้นว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นมีอยู่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; &amp;nbsp;หนูถูกสั่งสอนมาโดยตลอดในเรื่องของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะครอบครัวเน้นย้ำเสมอในเรื่องระเบียบวินัยและเรื่องของการทำในสิ่งที่ถูกต้อง ยอมรับว่ากลัวและร้องไห้คนเดียวมาตลอดหลังจากที่ตัดสินใจร้องเรียนต่อ คสช. จนนำมาสู่การสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและมารู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่แต่เฉพาะที่ขอนแก่นแต่กระจายไปทั่วทั้งประเทศ เรื่องการสืบสวนก็ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำเต็มที่และนำความจริงมาเสนอต่อสาธารณชนนั้นได้รับทราบเพราะเป็นการกระทำกับคนยากคนจน คนยากไร้อย่างแท้จริง นักพัฒนาชุมชนไม่ควรที่จะทำมาแบบนี้ หนูไม่เสียใจที่เรียน มมส. ไม่เสียใจที่เรียน คณะมุนษยฯและสาขาวิชาพัฒนาชุมชน การออกมาร้องเรียนในสิ่งที่ผิดหนูคิดดีแล้ว ทำดีแล้ว และตั้งใจที่จะเดินหน้าสู้ต่อไปเพื่อตัวหนูเองและคนยากคนจน อีกอย่างถ้าเรารู้ว่าผิดถ้าเรายังคงทำต่อไปเหมือนกับว่าเราไม่ทำอะไรให้กับประเทศไทย เหมือนกับว่าเรานั้นไม่รักชาติอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปณิดา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากนี้ไปเหลือเวลาเพียงแค่ 2 เดือนที่จะต้องสำเร็จการศึกษา ขอทำหน้าที่นิสิต ลงพื้นที่ทำวิจัย เก็บข้อมูล ตามระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยฯกำหนดเพื่อให้สำเร็จการศึกษาได้ทันพร้อมกับเพื่อนๆ ที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายโดยตลอดแม้จะถูกหลายหน่วยงานและสื่อมวลชนต่อว่าบ้าง แต่ก็ทำอย่างเต็มที่แล้ว จากนี้ไปขอมุ่งในเรื่องเรียนอย่างเดียว เพื่อให้สำเร็จการศึกษา และก้าวสู่การเป็นนักพัฒนาชุมชนที่ดี ตามที่ตนเองนั้นตั้งใจไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, น.ส.ปณิดา  ยศปัญญา, น้องแบม, มมส., โกงเงินคนจน, โกงเงินผู้ติดเชื่อเอดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa09332a863b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.ศึกษาฯ ติงอย่าเพิ่งฟังความข้างเดียวอีก 2 วันรู้ &#039;น้องแบม&#039; ถูกทุบจริงหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6 &amp;nbsp;มี.ค.61-นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณี น.ส.ปณิดา &amp;nbsp;ยศปัญญา หรือ น้องแบม นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมุนษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ( มมส.) เปิดเผยข้อมูลการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แต่กลับถูกหัวหน้าภาควิชาทำร้ายร่างกายด้วยการทุบหลัง ว่า ต้องรอฟังผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเสียก่อนว่ามีการทำร้ายจริงหรือไม่ โดยตนได้สั่งให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปตรวจสอบแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้อย่าเพิ่งฟังความข้างเดียว แต่ส่วนตัวยืนยันว่าสิ่งที่นักศึกษาทำเป็นสิ่งดีงาม เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ทางมหาวิทยาลัยควรจะต้องส่งเสริม ไม่ควรที่จะทำให้เกิดการปิดกั้น หรือสร้างความเสียหายกับนักศึกษา เพราะควรต้องปกป้องด้วยซ้ำ ดังนั้น เรื่องนี้ ผมขอเวลา 1-2 วันในการตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากตรวจสอบพบว่า สิ่งที่น้องแบมออกมาพูดนั้นเป็นเรื่องจริง ทางผู้บริหารของ มมส.จะมีความผิดหรือไม่ รมช.ศึกษาธิการตอบว่า เรื่องนี้ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตอย่างไร กรณีที่ผู้บริหารหรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างพากันตำหนิเด็กนักศึกษา นพ.อุดม กล่าวว่า ตรงนี้ต้องไปถามผู้บริหารและอาจารย์ดังกล่าวเอง ว่าทำไมจึงไปตำหนิเด็ก แต่ส่วนตัว ผมเห็นว่าเด็กได้ทำสิ่งที่ดีงาม และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เราควรมีหน้าที่ชื่นชม และให้กำลังใจแก่เด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะต้องมีการตรวจสอบอาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยดังกล่าวด้วยหรือไม่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับทุจริตหรือไม่ นพ.อุดม กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน เพราะเรื่องการทุจริตดังกล่าวอยู่ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) แล้วที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้ส่งนักศึกษาฝึกงานไปหลายแห่ง เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นความบังเอิญมากกว่า ตนจึงคิดว่าไม่น่าจะมีความเชื่อมโยงกัน เพราะเป็นคนละกระทรวง แต่จะเกี่ยวข้องหรือไม่ให้กระทรวง พม.และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท. )ไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะส่งเสริมหรือมีส่วนผลักดันให้เด็กต่อยอดในการทำความดีในครั้งนี้ รมช.ศึกษาธิการกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ทางมหาวิทยาลัยต้องส่งเสริมอยู่แล้ว เพื่อให้มีกิจกรรมไปทำความดี ยืนยันอีกครั้ง ทั้งกระทรวงศึกษาธิการและมหาวิทยาลัยควรต้องส่งเสริมเด็กที่จะทำความดี เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นตัวอย่างที่ดี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4391</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ปณิดา  ยศปัญญา, นพ.อุดม คชินทร, น้องแบม, มมส., รมช.ศึกษาธิการ, อย่าเพิ่งฟังความข้างเดียว, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a7312cb62854.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครียดแทน&#039;น้องแบม&#039;รัฐมนตรีสั่งปกป้อง แต่เลขาฯกกอ.บอกตอบไม่ได้เด็กพูดจริงหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.61- นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวถึงกรณี นางสาวปณิดา ยศปัญญา หรือ น้องแบม นิสิต ปี 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ออกมาเปิดเผยว่า ไม่ได้รับความใส่ใจรับฟังข้อมูลจากอาจารย์ กรณีเปิดโปงขบวนการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งคุมจังหวัดขอนแก่น พร้อมทั้งถูกสั่งให้กราบขอโทษเจ้าหน้าที่ศูนย์ &amp;nbsp;ถูกทุบหลัง 2 ครั้ง รวมทั้งถูกสั่งให้เปลี่ยนหัวข้อทำวิจัยใหม่ ทำให้จบการศึกษาช้ากว่าเพื่อนๆ ว่า ตนติดตามข่าวของนิสิตคนนี้มาตลอดจากสื่อมวลชน และต้องการทราบรายละเอียดอย่างรอบด้าน จึงได้สั่งการให้นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ.) ประสานกับ นายสัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดี มมส. &amp;nbsp;เพื่อให้อธิการบดี มมส.ลงไปดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งปกป้องคุ้มครองนิสิตที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย เพราะถือว่า เด็กกลุ่มนี้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นผู้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติที่สมควรได้รับการยกย่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีอาจารย์นั้น ขอดูรายละเอียดก่อน เพราะอาจารย์มีหน้าที่ปกป้องลูกศิษย์ หากไม่ทำหน้าที่อาจารย์ที่ถูกต้อง ก็ต้องถูกลงโทษ ซึ่งอธิการบดี มมส. ได้รับปากแล้วว่า จะดูแลเรื่องนี้เอง และรายงานให้ตนทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภัทร กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับนิสิต มมส. ถือว่าเป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัยที่จะต้องไปดำเนินการ แต่เท่าที่ตนได้หารือกับนายสัมพันธ์ ทราบว่าทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอยู่และในวันที่ 12 มีนาคมนี้ น่าจะสรุปผลการสอบสวนได้ว่าเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ คิดว่าเมื่อได้ข้อสรุปแล้วทางอธิการบดี มมส. คงจะสำเนาเรื่องส่งมาที่ตน ส่วนกรณีที่เด็กกล่าวหาอาจารย์ว่าอาจารย์ได้ทุบหลัง 2 ครั้งและสั่งให้เปลี่ยนหัวข้อทำวิจัยใหม่ ทำให้จบการศึกษาช้ากว่าเพื่อนๆ นั้น ตนตอบไม่ได้ว่าเรื่องนี้เป็นจริงตามที่เด็กกล่าวอ้างหรือไม่ ทุกอย่างต้องรอผลการสอบสวนก่อน แต่เท่าที่ฟังจากอธิการบดี มมส. บอกว่าอาจารย์ไม่น่าจะกลั่นแกล้งเด็ก และการที่อาจารย์ว่ากล่าวเด็กก็เป็นการว่ากล่าวตักเตือนและหวังดีและอยากให้เด็กระมัดระวังในการพูดให้ดี เพราะเกรงว่าจะผิดกฎหมายได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4327</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ปณิดา  ยศปัญญา, นพ.อุดม คชินทร, นิสิตมหาลัยมหาสารคาม, น้องแบม, มมส., รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, สั่งปกป้อง, สุภัทร จำปาทอง, เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา, เลขาฯ กกอ., โกงเงินคนจน, โกงเงินผู้ติดเชื่อเอดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9d284c6d4d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
