<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กิจการเพื่อสังคม พัฒนาเด็กพิเศษบนหลังม้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(มร.รูเพิร์ต ไอแส็กสัน ผู้คิดค้น &amp;ldquo;เทคนิค ฮอร์สบอย&amp;rdquo; จากประสบการณ์ตรงในการดูแลลูกชายชื่อ &amp;ldquo;โรเวน&amp;rdquo; ที่ป่วยโรคออทิสซึม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับเป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่งในการดูแลกลุ่มเด็กพิเศษ สำหรับการบำบัดด้วย &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; หรือ Horse Boy Method ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นในปี 2550 โดย &amp;ldquo;มร.รูเพิร์ต ไอแส็กสัน&amp;rdquo; (Rupert Isaacson) แห่งมูลนิธิ &amp;ldquo;เดอะฮอร์ส บอย&amp;rdquo; (The Horse Boy Foundation) หรือการกระตุ้นพัฒนาเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยการใช้ม้าบำบัด เนื่องจากเป็นสัตว์ที่กระตุ้นการเคลื่อนไหวของสะโพก ขณะที่เด็กๆ นั่งอยู่บนหลังม้า ซึ่งอวัยวะบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่สร้างฮอร์โมนแห่งความสุข หรือ &amp;ldquo;ฮอร์โมนออกซิโทซิน&amp;rdquo; และจะทำให้เกิดการเรียนรู้ รวมถึงกระตุ้นการสื่อสาร ทำให้กลุ่มเด็กพิเศษอยากที่จะพูดคุยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญ &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; ยังผสมผสานไปด้วยการพาเด็กขี่ม้าไปเยี่ยมชมธรรมชาติ ตลอดจนการเล่นเกมที่สร้างสรรค์ร่วมกับนักบำบัดที่มีความสามารถในการขี่ม้า ภายในระยะเวลา 90 นาที เพื่อกระตุ้นการพัฒนา ทั้งนี้คอร์สเสริมสร้างพัฒนากรของเด็กพิเศษก่อตั้งขึ้นภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;สปาร์ค เซ็นเตอร์&amp;rdquo; (Spark Centre) เพื่อริเริ่มจุดประกายความเปลี่ยนแปลงในสังคม ผ่านการให้ความรู้ที่ถูกต้อง พร้อมเสนอกิจกรรมบำบัดทางเลือกให้กับครอบครัว ซึ่งตั้งอยู่ ณ คลอง 15 ถ.รังสิต-นครนายก โดยเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เปรมฤดี พันธุ์รัตน์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณเก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งสปาร์คเซ็นเตอร์ บอกให้ฟังว่า เด็กที่มีความต้องการพิเศษนั้น เป็นกลุ่มเด็กที่มีพฤติกรรมและการเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน พวกเขาจึงต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด และถูกต้องตามลักษณะเฉพาะบุคคล โดยเพิ่มเติมจากการเรียนรู้ตามธรรมชาติ เพื่อช่วยพัฒนาการในด้านต่างๆ ทั้งร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ให้เป็นไปในทางที่ดี ให้เขาพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ และผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยสนับสนุนพัฒนาการเชิงบวกของเด็กๆ นั้น ก็คือกลุ่มคนที่มีความใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด คือ ผู้ปกครอง ที่ต้องมีความเข้าใจ ใส่ใจ พร้อมเรียนรู้วิธีการการดูแลเด็กๆ ได้อย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง &amp;ldquo;Spark Centre&amp;rdquo; (สปาร์ค เซ็นเตอร์) กลุ่ม Social Enterprise (กิจการเพื่อสังคม) ที่มีวิสัยทัศน์ในการจุดประกายแห่งความเปลี่ยนแปลงในสังคมเกี่ยวกับเรื่องเด็กที่มีความต้องการพิเศษในองค์รวม ทั้งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายของภาวะทางความคิดและอารมณ์ที่แตกต่างกัน และการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าถามว่าศาสตร์ดูแลพัฒนาการกลุ่มเด็กพิเศษอย่าง &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; หรือ Horse Boy Method คืออะไร และแตกต่างจาก &amp;ldquo;อาชาบำบัด&amp;rdquo; อย่างไร ต้องเรียนว่า &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; เป็น 1 ในแขนงของ &amp;ldquo;อาชาบำบัด&amp;rdquo; ซึ่งปัจจุบันมีอยู่หลายเทคนิค ส่วนความแตกต่างของ &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; กับการขี่ม้าบำบัดโดยมีนักบำบัดจูงม้าให้เด็กขี่ เพื่อกระตุ้นพัฒนากลุ่มเด็กพิเศษทั่วไป หรือที่เรียกกันว่า RDA นั้น ในส่วนของ &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; จะมีความพิเศษตรงที่จะมีนักบำบัดขี่ม้าไปกับเด็ก และเป็นผู้ที่คอยบังคับม้าให้เดินในจังหวะหรือท่วงท่าที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้สะโพกของเด็กเคลื่อนไหว ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นจะเป็นจุดที่สร้างฮอร์โมนแห่งความสุข หรือโดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า &amp;ldquo;มูฟเมนต์ แมตตอด&amp;rdquo; ดังนั้นเมื่อเด็กมีความสุข ความเครียดก็จะน้อยลง เมื่อเครียดน้อย สมองก็จะเริ่มต้นในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และที่สำคัญเลยจะทำให้เด็กพิเศษ อาทิ เด็กในกลุ่มของ &amp;ldquo;ออทิสซึม&amp;rdquo; ซึ่งจะเป็นกลุ่มเด็กสมาธิสั้นและไม่ค่อยพูด มีพัฒนาการที่ดีขึ้น รวมถึงเด็กพิเศษกลุ่มอื่นๆ เช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณเก๋บอกอีกว่า สำหรับ &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; ที่คิดค้นโดย &amp;ldquo;มร.รูเพิร์ต ไอแส็กสัน&amp;rdquo; (Rupert Isaacson) นั้น อันที่จริงแล้วเป็นศาสตร์ของการบำบัดที่เริ่มจากการดูแลลูกชายของเขาที่มีชื่อว่า โรเวน (Rowan) ลูกชายของเขาที่มีสภาวะออทิสซึม กระทั่งได้ผล โดยหลังจากนั้นเขาได้ไปขอคำปรึกษาจากศาสตราจารย์แมรี เทมเปิล แกรนเดน (Mary Temple Grandin, Ph.D.) ศาสตราจารย์ด้านสัตววิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านออทิสติก กระทั่งได้ผลการวิจัยดังกล่าว หรือ &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; ขึ้นมานั่นเอง ซึ่งมีจุดเด่นอย่างการเคลื่อนไหวที่บริเวณสะโพก ซึ่งเป็นการกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุข จึงถือได้ว่าเป็นการเปิดจุดการเรียนรู้ให้กับเด็ก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของ &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; ที่คิดค้นโดย &amp;ldquo;มร.รูเพิร์ต ไอแส็กสัน&amp;rdquo; นั้นคือการที่พาเด็กขี่ม้าออกไปชมธรรมชาติ เนื่องจากสปาร์ค เซ็นเตอร์&amp;rdquo; (Spark Centre) ที่ตั้งอยู่ ณ คลอง 15 ถนนรังสิต นครนายก ค่อนข้างจะมีพื้นที่กว้าง เพื่อให้เด็กได้สัมผัสกับธรรมชาติ และเมื่อเด็กได้เห็นสิ่งแวดล้อม เขาก็จะได้เรียนรู้สิ่งที่เขาไม่เคยได้เห็น และนั่นจะกระตุ้นให้เด็กอยากที่เรียนรู้ และอยากที่จะพูด หรือถามในสิ่งที่เขาอยากรู้และสนใจ เพราะเด็กที่มาบางคนไม่ยอมพูดเลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นได้จากน้องๆ จาก &amp;ldquo;ศูนย์ศึกษาพิเศษ มหาจักรีสิรินธร ประจำจังหวัดนครนายก&amp;rdquo; ที่จะมาฝึกกับเราทุกวันพุธ ซึ่งมาจากภาวะออทิสซึมหรือไม่ยอมพูด แต่จากการได้ขี่ม้าร่วมกับครูฝึก เด็กยอมที่จะออกเสียง เลียนแบบสำเนียง นักบำบัดที่เป็นชาวต่างชาติว่า &amp;ldquo;โอ โน&amp;rdquo; ก็ถือเป็นพัฒนาการที่เริ่มเห็นได้ตั้งแต่ครั้งแรก เพราะเด็กที่ป่วยในกลุ่มดังกล่าว เรื่องของการสื่อสารนั้นจะถูกบล็อกเอาไว้ แต่ทั้งนี้คอร์สบำบัด &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; ในเด็กแต่ละคนจะได้ผลช้าหรือเร็ว ก็ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนด้วย แต่โดยรวมแล้วเด็กจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ สำหรับผู้ปกครองที่ดูแลบุตรหลานซึ่งเป็นกลุ่มเด็กพิเศษ โดยการให้อยู่ที่เดิมๆ หรือเล่นอยู่ในห้องแคบๆ หรือที่พักอาศัยแวดล้อมไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม อาจยิ่งกระตุ้นให้เด็กเกิดภาวะเครียด และพัฒนาการของโรคอาจแย่ลง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณเก๋ บอกอีกว่า นอกจากเด็กปกติที่สามารถเสริมสร้างการเรียนรู้ด้วย &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; แล้ว ในส่วนของกลุ่มเด็กพิเศษ 4 กลุ่ม อาทิ 1.เด็กออทิสซึม ซึ่งมีปัญหาเรื่องสมาธิสั้น และไม่ยอมพูด 2.เด็กดาวน์ซินโดรม 3.เด็กกลุ่ม &amp;ldquo;ADHD&amp;rdquo; ที่ภาวะไฮเปอร์อยู่ไม่นิ่ง 4.กลุ่มของเด็กที่ผ่านเหตุการณ์รุนแรง อาทิ การประสบอุบัติเหตุร้ายจนทำให้จิตตกจากภาวะช็อก และทำให้เป็นโรคซึมเศร้า ก็สามารถรับการบำบัดด้วยเทคนิคดังกล่าวได้เช่นกัน และไม่จำกัดอายุ สามารถมาได้ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงเด็กโต ทั้งนี้ ระยะการดูแลสุขภาพด้วยคอรส์ &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; นั้นจะอยู่ที่ 90 นาที โดยเด็กจะขี่ม้าชมธรรมชาติร่วมกับนักบำบัดประมาณ 20-30 นาที จากนั้นจะตามด้วยการเล่นเกม เช่น เกมทายคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการให้เด็กบอกชื่อผลไม้ ขณะที่เด็กนั่งอยู่บนม้า และนักบำบัดอยู่ด้านล่าง เพื่อเป็นการกระตุ้นพัฒนาการเด็กนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนนราคาในการรับบริการ คุณเก๋ อธิบายว่าเนื่องจาก &amp;ldquo;Spark Centre&amp;rdquo; (สปาร์ค เซ็นเตอร์) เป็นกิจการที่ทำงานเพื่อสังคม ดังนั้นค่าบริการของการบำบัดด้วย &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; จะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อ 1 ครั้ง (ในระยะเวลา 90 นาที) ซึ่งเป็นระดับราคาที่ใกล้เคียง กับการเริ่มเรียนขี่ม้าปกติ และใน 1 สัปดาห์ ควรได้รับบำบัดอย่างน้อย 1 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับเรตราคาหลัก 1,000 บาท ค่อนข้างใกล้เคียงกับการเรียนขี่ม้าของเด็กทั่วไปที่เริ่มต้นหลัก 1,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สมเหตุสมผล และที่ผ่านมาก็มีกลุ่มเด็กพิเศษจาก &amp;ldquo;ศูนย์ศึกษาพิเศษ มหาจักรีสิรินธร ประจำจังหวัดนครนายก&amp;rdquo; ที่รับบริการฟรี ดังนั้นจึงอยากเรียนว่า เนื่องจากเราเป็นกิจการเพื่อสังคม จึงมีทั้งบริการฟรีในกลุ่มของเด็กพิเศษที่อยู่ในภายใต้การดูแลของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องดำเนินธุรกิจต่อไปได้เช่นกัน หากผู้ปกครองสามารถจ่ายได้เราก็ยินดี เพราะอย่างน้อยๆ เด็กในกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการบำบัดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หรือใช้เวลา 90 นาที แต่หากผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นเด็กพิเศษในกลุ่มดังกล่าว และไม่สามารถจ่ายในราคานี้ได้ ก็สามารถเข้ามาพูดคุยตกลงกันได้ค่ะ ทุกคนจึงเข้ามาใช้บริการได้หมดค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ กลุ่มผู้ปกครองที่ต้องดูแลกลุ่มเด็กพิเศษก็สามารถส่งเสริมพัฒนาลูกน้อยด้วยวิธีง่ายๆ โดยการส่งเสริมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณสะโพก เช่น พาลูกไปนั่งเล่นชิงช้า, เต้นอยู่บนแทมมาริน (โดยมีพ่อแม่ดูแลอย่างใกล้ชิด) หรือให้ลูกขี่คอคุณพ่อและพาเด็กเดินเล่นในสวนสาธารณะ หรือพาเด็กๆ ไปเที่ยวสวนสัตว์ และเยี่ยมชมธรรมชาติ เป็นต้น เพราะการให้เด็กอยู่ที่ในแคบๆ เช่น ในบ้าน หรือสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กพิเศษนั่นเอง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เก็จมณี วรรธนะสิน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; กับผู้มีประสบการณ์ออกกำลังกายด้วยการขี่ม้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณเก็จมณี วรรธนะสิน นักแสดงและอาสาสมัครผู้มาร่วมศึกษาเกี่ยวกับการบำบัดโดยใช้ &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; กล่าวว่า &amp;ldquo;ม้าเป็นสัตว์ที่มีความอ่อนโยน และสามารถเชื่อมโยงกับผู้ขี่ได้ทั้งด้านการเคลื่อนไหวและจิตใจ จึงเป็นสื่อกลางในการบำบัดที่ดีมาก และ &amp;ldquo;เทคนิคฮอร์สบอย&amp;rdquo; เป็นกิจกรรมบำบัดที่เชื่อมการเคลื่อนไหวของม้าเข้าสู่การทำงานของกล้ามเนื้อ และระบบประสาทของผู้ถูกบำบัด จึงช่วยด้านพัฒนาการของผู้ที่มีภาวะความต้องการพิเศษได้อย่างเห็นผล การที่สปาร์ค เซ็นเตอร์นำเทคนิคการบำบัดนี้เข้ามาแนะนำในประเทศไทยนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะจะเป็นทางเลือกดีๆ ให้กับครอบครัวที่มีความต้องการ&amp;rdquo;. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29717</URL_LINK>
                <HASHTAG>Rupert Isaacson, Spark Centre, มร.รูเพิร์ต ไอแส็กสัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เก็จมณี วรรธนะสิน, เปรมฤดี พันธุ์รัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190222/image_big_5c6fdff608ae6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
