<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทูตนริศโรจน์&#039; เฉลยเหตุไทยอันดับสูงกว่าจีน-อียิปต์ ประเทศทรงอิทธิพลเชิงมรดกทางวัฒนธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.64 - นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้แชร์เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;ดำรงค์ นาวิกไพบูลย์&amp;quot; ระบุว่า หลังจากมี Lalisa Fever มาทำให้ร่านชังชาติอกแตกกันเป็นแถว ๆ มารอบนึงแล้ว จน ปวิณ ตุ๊ดนรก ต้องออกมาแถ อ้างบียอนเซ่กับวัฒนธรรมสากล ก่อนที่จะถูกตบหน้าหัน หมุนเป็นลูกข่างติ้วๆว่า&amp;nbsp;&amp;quot;สากลเหี้ยอะไร แม่งขายความเป็นอเมริกันชัด ๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาวันนี้ วารสาร CEO World (นิตยสารด้านธุรกิจของสหรัฐอเมริกา) ออกมาจัดอันดับ &amp;quot;ประเทศที่ทรงอิทธิพลเชิงมรดกทางวัฒนธรรมของโลกปี 2021&amp;quot; ปรากฎว่า ไทยได้ที่ 5 หว่ะ แหม่ วารสารสลิ่ม คนเขียน Sophie Ireland นี่ถูกทหารเอาปืนกดหัวไว้แน่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง https://ceoworld.biz/.../best-countries-for-cultural.../&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล ได้โพสต์เฟซบุ๊กให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวดังกล่าวว่า มีคนตั้งคำถามมากว่าทำไมการจัดประเทศที่มีวัฒนธรรมดีเด่นซึ่งไทยได้อันดับสูงกว่าจีน อียิปต์ นั้น ขออธิบายดังนี้ ทำไมจีน อียิปต์ อยู่อันดับต่ำกว่าเรา เพราะเขาไม่ได้วัดที่ตัวโบราณสถานครับ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องวัฒนธรรมที่เขาจัดนี้หมายถึงการที่ประเทศนั้นๆบริหารจัดการสิ่งต่างๆทางวัฒนธรรม หรือ Soft Power ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ วิถีชีวิต อาหาร ประเพณี กีฬา ศาสนา หรือแม้แต่วัฒนธรรมร่วมสมัยที่ออกมาในรูปสิ่งบันเทิงต่างๆ เป็นต้น แล้วนำมาต่อยอด สร้างพลวัตให้กลายเป็นเงินรายได้เข้าประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีน อียิปต์ที่เป็นรองเรา ก็เพราะจีนหันไปพัฒนาในเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ มากกว่าการขายกำแพงเมืองจีน ส่วนอียิปต์ก็ขายได้แต่ปิระมิด แต่พลวัตที่ก่อให้เกิดรายได้ที่มาจากวัฒนธรรมด้านอื่นสู้ไทยไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116899</URL_LINK>
                <HASHTAG>นริศโรจน์ เฟื่องระบิล, ประเทศไทย, มรดกทางวัฒนธรรม, วารสาร CEO World</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58ed7bed876.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 20:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปรูจับ 6 นักท่องเที่ยวพิเรนทร์ อึในวิหาร &#039;มาชูปิกชู&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจเปรูจับนักท่องเที่ยวต่างชาติและเปรูรวม 6 คน ข้อหาสร้างความเสียหายแก่มรดกทางวัฒนธรรม และอุจจาระในวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองโบราณมาชูปิกชู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ มาชูปิกชู (Photo by Wolfgang Kaehler/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอันดีนาของเปรูรายงานคำกล่าวของวิลเบิร์ต เลย์วา ผู้กำกับการตำรวจเมืองกุสโกของเปรู เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคมว่า กระทรวงอัยการได้ควบคุมตัวและสอบสวนนักท่องเที่ยว 6 รายนี้ฐานก่ออาชญากรรมต่อมรดกทางวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้โดนตำรวจจับเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากเจ้าหน้าที่อุทยานและตำรวจพบพวกเขาเข้าไปเขตหวงห้ามภายในวิหารพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นวิหารสำคัญของเมืองโบราณมาชูปิกชู หรือเมืองสาบสูญแห่งอินคา เลย์วาเผยว่า เจ้าหน้าที่พบรอยแตกที่หินก้อนหนึ่งของวิหารที่หักออกมาจากกำแพงและทำให้เกิดรอยร้าวบนพื้นของวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมเมืองกุสโกเผยด้วยว่า พบอุจจาระในวิหารพระอาทิตย์แห่งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเปรูเผยว่า นักท่องเที่ยว 6 คนที่โดนจับ ได้แก่ หญิงชาวฝรั่งเศส 1 คน, ชาวบราซิล 2 คน, ชาวอาร์เจนตินา 2 คนและชาวชิลีหนึ่งคน ตามกฎหมายเปรูผู้ทำลายมรดกวัฒนธรรมมีโทษจำคุกอย่างน้อย 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการเปรูห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปในพื้นที่หลายส่วนของวิหารแห่งนี้ด้วยเหตุผลด้านการอนุรักษ์ ซึ่งวิหารแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบูชาดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญที่สุดในสมัยอาณาจักรอินคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบราณสถานมาชูปิกชูตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดิส ห่างจากเมืองกุสโกทางตะวันออกเฉียงใต้ของเปรูราว 100 กิโลเมตร โบราณสถานแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเปรู มีการแบ่งเมืองออกเป็น 3 เขต คือ พื้นที่เกษตร, ที่อยู่อาศัย และที่ประกอบพิธีกรรมในสมัยของอาณาจักรอินคาที่ปกครองดินแดนทางตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ 100 ปีก่อนที่สเปนจะเข้ายึดครองในศตวรรษที่ 16.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54556</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับนักท่องเที่ยว, มรดกทางวัฒนธรรม, มาชูปิกชู, วิหารพระอาทิตย์, อึ, อุจจาระ, เปรู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1dc75ab08d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นยูเนสโกรับรอง&#039;นวดไทย&#039;เป็นมรดกทางวัฒนธรรมเดือนพ.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62- นายวีระ​ โรจน์พจนรัตน์​ รมว.​วัฒนธรรม​ กล่าวถึงการยื่นขึ้นทะเบียนนวดไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรม​ที่จับต้องไม่ได้ต่อองค์การการศึกษา​ วิทยาศาสตร์​ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ​ (ยูเนสโก)​ ว่า​ เราได้ยื่นไปแล้ว​ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา​ ซึ่งตามปกติ​ยูเนสโกจะประกาศผลประมาณ​เดือน พ.ย. ในส่วนของไทย​ เราได้เสนอข้อมูลไปอย่างครบถ้วน​ และมีความคาดหวังไว้สูง​ เพราะนวดไทยถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม​ที่จับต้องไม่ได้​ &amp;nbsp;ที่มีความโดดเด่นของประเทศ​ไทย​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ คือ กรมการแพทย์แผนไทย​ และกรมการแพทย์ไทย และการแพทย์ทางเลือก​ กระทรวง​สาธารณะสุข​ เพื่อให้นวดไทยมีมาตรฐาน​ รองรับการประกาศขึ้นทะเบียน​ โดยหลังจากนี้​ ร้านนวดไทยทั้งในและต่างประเทศ​ต้องทำให้มีมาตรฐาน​ มีใบรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ​ (สบส.)​ กระทรวงสาธารณสุข​ เพื่อเป็นการรับรองว่าร้านนวดเหล่านี้มีมาตรฐาน​และเป็นมรดกที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ ก่อนหน้านี้ประเทศไทยมีปัญหาหมอนวดเถื่อน​ และการซื้อขายใบอนุญาต​ เรื่องเหล่านี้มีผลกระทบต่อการขึ้นทะเบียนหรือไม่ &amp;nbsp;นายวีระ กล่าวว่า​ หลังจากนี้​ต้องได้นับใบอนุญาต​จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ คือ​ สบส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34768</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวดไทย, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, มรดกทางวัฒนธรรม, ยูเนสโก, รมว.วัฒนธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6e62b9f1f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียว&quot;โนรา&quot;ขึ้นบัญชีรายการมรดกวัฒนธรรม ให้ยูเนสโกพิจารณาปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12มี.ค.62-ครม. ไฟเขียววธ. เสนอ &amp;ldquo;โนรา&amp;rdquo; ขึ้นบัญชีเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ให้ยูเนสโกพิจารณา ปี 63 ต่อจาก&amp;quot;นวดไทย&amp;quot; เผยคณะโนราอาชีพในไทยมี387 คณะ พบสืบทอดจากโนรา 5 สายตระกูลหลักในพื้นที่ภาคใต้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบเอกสารนำเสนอ &amp;ldquo;โนรา&amp;rdquo;ภายใต้ชื่อ Nora, Dance Drama in Southern Thailand &amp;nbsp;ขึ้นบัญชีเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก และ ครม.เห็นชอบให้ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ฐานะเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นผู้ลงนามในเอกสารนำเสนอโนราในฐานะตัวแทนประเทศไทย เพื่อขึ้นบัญชีเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ฯ เนื่องจากตามอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้กำหนดให้รัฐภาคีนำเสนอรายการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ภายในเดือนมีนาคมทุกปีและจะใช้เวลาพิจารณารายการอย่างน้อย 1 ปีและ ต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลในการประชุมสมัชชาสมัยสามัญ โดยปี 2562 คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลกำหนดประชุมสมัชชาสมัยสามัญครั้งที่ 14 วันที่ 9-14ธ.ค. 2562 ณ กรุงโบโกตา สาธารณรัฐโคลัมเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2559 โดย &amp;ldquo;โขน&amp;rdquo;เป็นรายการแรกของไทยที่ได้รับการประกาศให้ขึ้นบัญชีเมื่อวันที่ 29 พ.ย.2561 &amp;nbsp;ส่วน &amp;ldquo;นวดไทย&amp;rdquo; &amp;nbsp; อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพื่อขึ้นบัญชีภายในปี 2562 ส่วน &amp;ldquo;โนรา&amp;rdquo;จะเข้าสู่การพิจารณาขึ้นบัญชีในรอบปี 2563 สำหรับเหตุผลที่นำเสนอ โนรา เนื่องจากเป็นศิลปะการแสดงการร่ายรำที่มีชีวิตงดงาม ขับร้องโดยใช้ภาษาไทยถิ่นใต้ &amp;nbsp; พร้อมกับดนตรีประกอบจังหวะที่เร้าใจ และเครื่องแต่งกายที่วิจิตรประณีต มีรากสืบทอดมาจากความเชื่อและพิธีกรรมของชุมชนในภาคใต้ ซึ่งผู้สืบเชื้อสายโนราจะรวมตัวกันเพื่อบวงสรวง เซ่นไหว้ครูหมอโนราหรือบรรพบุรุษ และเพื่อขจัดปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย พิธีกรรมโนรานั้นเป็นการเชื่อมต่อชุมชนกับบรรพบุรุษ และสืบทอดโนรารุ่นใหม่รวมถึงรักษาความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับบุคคลและชุมชนและช่วยอำนวยอวยพรให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันพบว่าโนรามีการสืบทอดศิลปะการแสดงจากรุ่นสู่รุ่นผ่านสายตระกูลโนรา ชุมชน วัดและพัฒนาเข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอนของสถานศึกษาระดับต่างๆ จากข้อมูลของนักวิชาการพบว่า มีสายตระกูลหลัก 5 สายที่สืบทอดโนราในพื้นที่ภาคใต้ของไทย 1. สายโนราพุ่มเทวา 2.สายโนราแปลก ท่าแค 3. สายโนราแป้น เครื่องงาม 4..สายโนราเติม-วิน-วาด และ 5. สายโนรายก ทะเลน้อย โดยสายตระกูลโนราทั้ง 5 สายสืบทอดความรู้และทักษะมาจาก 12 สายตระกูลในอดีต และจากการสำรวจพบว่า คณะโนราอาชีพในประเทศไทยมี 387 คณะ โดย 278 &amp;nbsp;คณะหรือประมาณ 70% อยู่ใน 4 จังหวัดบริเวณรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางขนบประเพณีโนรา นอกจากนั้นยังมีกลุ่มคณะนักแสดงสมัครเล่นและคณะเยาวชนโนรากระจายอยู่ทั่วไปตามสถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัดทางภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณสมบัติของโนรา ได้ตรงตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโกในข้อต่างๆ อาทิ ข้อที่ 1.สอดคล้องกับลักษณะของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตามที่นิยามไว้ในมาตรา 2 อนุสัญญาฯ เนื่องจากโนราเป็น การแสดงออกทางมุขปาฐะ ศิลปะการแสดง การปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม งานเทศกาล และงานช่างฝีมือดั้งเดิม โดยเป็นศิลปะการแสดงที่ทุกเพศ ทุกวัย สามารถเข้าฝึกทักษะการแสดงได้ โดยมีการไหว้ครูเป็นขนบจารีตที่สำคัญ ข้อที่ 2 การขึ้นบัญชีเรื่องที่นำเสนอเป็นคุณประโยชน์และส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อันแสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางทั่วโลกทั้งยังสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ระดับท้องถิ่น ระดับชาติและนานาชาติ รับรู้ถึงความมีอยู่ของโนราท่ามกลางมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม ซึ่งมีความหลากหลายและร่วมชื่นชมในภูมิปัญญาการสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่ได้ปฏิบัติและแสดงออกมาเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมของตน และช่วยให้ผู้คนในภูมิภาคต่างๆได้เข้ามาใกล้ชิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงและแตกต่างระหว่างกันมากขึ้น เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31159</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โนรา, กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.), นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, มรดกทางวัฒนธรรม, ยูเนสโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6bc41bccf78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2018 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวเมืองรอง &#039;บุญบั้งไฟยโสธร 2561&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเมืองไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ฤดูฝน ที่มาพร้อมกับประเพณีท้องถิ่นสำคัญของชาวอีสาน นั่นคือประเพณีบุญบั้งไฟ (Bun Bang fai Festival) มรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยมีความเชื่อดั้งเดิมว่าการจุดบั้งไฟเป็นการบูชาพระยาแถน ซึ่งเป็นเทพที่ดูแลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เพื่อประโยชน์ต่อการทำการเกษตร และในปัจจุบันได้กลายเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธนกร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี รับผิดชอบพื้นที่ (อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-ยโสธร-อำนาจเจริญ) กล่าวว่า ททท.ร่วมกับจังหวัดยโสธรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2561 บริเวณวิมานพญาแถน สวนสาธารณะพญาแถน และถนนภายในเขตเทศบาลเมืองยโสธร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานประเพณีบุญบั้งไฟเป็นงานประเพณีท้องถิ่นของชาวอีสานที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและความเชื่อทางศาสนาของชาวอีสานมาช้านาน โดยเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลปักดำทำนา จะต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาพญาแถนบนฟากฟ้า เพื่อขอให้พญาแถนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งฝน ดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล หล่อเลี้ยงพืชผลการเกษตรที่ชาวบ้านทำไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;น้ำฝนจากฟ้าจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์คืองานประเพณีแห่และจุดบั้งไฟจึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อเป็นความหวังและกำลังใจของพี่น้องชาวอีสานมาโดยตลอด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปีนี้ นอกจากกิจกรรมสำคัญคือ การประกวดขบวนแห่บั้งไฟ, งานพาแลง, การแสดงตำนานบุญบั้งไฟในวันที่ 12 พฤษภาคม 2561 และการแข่งขันการจุดบั้งไฟแฟนซีและบั้งไฟขึ้นสูงในวันที่ 13 พฤษภาคม 2561 แล้ว ตลอดช่วงเวลาของการจัดงาน นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์โอท็อปขึ้นชื่อของเมืองยโสธร เช่น หมอนขวานผ้าขิด, ปลาส้มยโสธร และสินค้าอื่นอีกมากมาย อีกทั้งยังเลือกชิม อิ่มอร่อยกับมหกรรมอาหารอีสาน รวมทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน การประกวดธิดาบั้งไฟโก้ การประกวดกองเชียร์ ประกวดกาพย์ เซิ้งบั้งไฟ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวต่อว่า จังหวัดยโสธรยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด อาทิ วิมานพญาแถน แลนด์มาร์คใหม่จังหวัดยโสธร หรือพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ที่เป็นแหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์ตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับพญาคันคากและบั้งไฟ อันเป็นความเป็นมาของจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีเส้นทางน่าสนใจคือ การไปเยือนชุมชนบ้านสิงห์ท่า ค้นหาอดีตเมืองยโสธร ย่านเก่าซึ่งมีถนนวนรอบลัดเลาะเชื่อมถึงกัน ระหว่างชุมชน ตลาด โรงเรียน และวัด 3 แห่ง ได้แก่ วัดมหาธาตุ วัดศรีธรรมาราม และวัดสิงห์ท่า รวมถึงศาลหลักเมืองและสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนบานประตูและหน้าต่างเป็นทรงโค้ง ซึ่งยังเหลือให้เห็นอยู่ริมถนนศรีสุนทร นครปทุม อุทัยรามฤทธิ์ และถนนวิทยธำรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานที่ต่อมาไม่ควรพลาดเช่นกัน คือการไปนมัสการรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทยโสธร &amp;nbsp;โบราณสถานสำคัญที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งอยู่บนเนินทรายริมฝั่งแม่น้ำชีทัศนียภาพสวยงามสงบร่มเย็น มีการแบ่งสัดส่วนเป็นเขตโบราณสถานและโบราณวัตถุชัดเจน ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางนาคปรก และศิลาจารึก ที่มีประชาชนหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้บูชาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นอาจแวะชมมาลัยข้าวตอกอันเลื่องชื่อที่พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก วัดหอก่อง อำเภอมหาชนะชัย หรืออาจจะแวะไปเยือนวัดอัครเทวดามิคาอิล ที่บ้านซ่งแย้ เป็นโบสถ์คริสต์ที่สร้างด้วยไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว Unseen In Thailand แต่ถ้าชอบเที่ยวหมู่บ้านหัตถกรรมก็สามารถเดินทางไปเยือนบ้านศรีฐาน บ้านนาสะไมย์ บ้านทุ่งนางโอก ซึ่งเป็นแหล่งหัตถกรรมสำคัญของยโสธร เช่น หมอนขวานผ้าขิด และงานจักสานของยโสธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นี่คืออีกหนึ่งงานประเพณีที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวอีสานอย่างแท้จริง ที่ ททท.อยากเชิญชวนทุกท่านไปสัมผัสความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวในเมืองระดับรอง&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวเชิญชวนปิดท้าย &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานอุบลราชธานี โทร. 0-4524-3770, 0-4525-0714 ททท.สำนักงานอุบลราชธานี รับผิดชอบพื้นที่ (อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-ยโสธร-อำนาจเจริญ) โทรศัพท์ 0-4524-3770, 0-4525-0714 โทรสาร 0-4524-3771 E-mail : tatubon@tat.or.th Facebook : tatubonfanpage.com หรือ โทร.1672 เพื่อนร่วมทาง.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดตำนานบุญบั้งไฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าถือชาติกำเนิดเป็นพญาคางคก ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันทุมวดี พญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนโกรธเคืองโลกมนุษย์มาก จึงแกล้งไม่ให้ฝนตกนานถึง 7 เดือน ทำให้เกิดความลำบากยากแค้นอย่างแสนสาหัสแก่มวลมนุษย์ สัตว์และพืช จนกระทั่งพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกที่แข็งแรงก็รอดตาย และได้พากันมารวมกลุ่มใต้ต้นโพธิ์ใหญ่กับพญาคางคก สรรพสัตว์ทั้งหลายจึงได้หารือกันเพื่อจะหาวิธีการปราบพญาแถน ที่ประชุมได้ตกลงกันให้พญานาคียกทัพไปรบกับพญาแถน แต่ก็ต้องพ่ายแพ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นจึงให้พญาต่อแตนยกทัพไปปราบ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้อีกเช่นกัน ทำให้พวกสรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดความท้อถอย หมดกำลังใจและสิ้นหวัง ได้แต่รอวันตาย ในที่สุดพญาคางคกจึงขออาสาที่จะไปรบกับพญาแถน จึงได้วางแผนในการรบโดยปลวกทั้งหลายก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงเมืองพญาแถน เพื่อเป็นเส้นทางให้บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายได้เดินทางไปสู่เมืองพญาแถน ซึ่งมีมอด แมงป่อง ตะขาบ&amp;nbsp;
สำหรับมอดได้รับหน้าที่ให้ทำการกัดเจาะด้ามอาวุธที่ทำด้วยไม้ทุกชนิด ส่วนแมงป่องและตะขาบให้ซ่อนตัวอยู่ตามกองฟืนที่ใช้หุงต้มอาหาร และอยู่ตามเสื้อผ้าของไพร่พลพญาแถนทำหน้าที่กัดต่อย หลังจากวางแผนเรียบร้อย กองทัพพญาคางคกก็เดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่การรบ มอดทำหน้าที่กัดเจาะด้ามอาวุธ แมงป่องและตะขาบกัดต่อยไพร่พลของพญาแถนจนเจ็บปวด ร้องระงมจนกองทัพระส่ำระสาย ในที่สุดพญาแถนจึงได้ยอมแพ้และตกลงทำสัญญาสงบศึกกับพญาคางคกไว้ว่า &amp;ldquo;ถ้ามวลมนุษย์จุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อใด ให้พญาแถนสั่งให้ฝนตกในโลกมนุษย์&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนแห่บั้งไฟ, งานพาแลง, ท่องเที่ยว, ธนกร พูลเพิ่ม, ประเพณีบุญบั้งไฟ, พระยาแถน, มรดกทางวัฒนธรรม, มองเมือง, ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180505/image_big_5aeda5990dcfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
