<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. ไฟเขียวให้ วธ. เสนอ “สงกรานต์ไทย” ขึ้นบัญชี&quot;ตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้&quot; ต่อยูเนสโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25มี.ค.63- นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 &amp;nbsp;ว่า ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอ &amp;ldquo;สงกรานต์ในประเทศไทย&amp;rdquo; (Songkran in Thailand) ขึ้นบัญชีเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโกภายในเดือนมีนาคม 2563 นี้ ซึ่งยูเนสโกจะใช้เวลาในการพิจารณาอย่างน้อย 1 ปี และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนในรอบถัดไป ซึ่งหลังจากที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เมื่อวันที่ 10มิถุนายน 2559 &amp;nbsp;มีรายการมรดกภูมิปัญญาฯ ของไทย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ แล้ว 2 รายการ ได้แก่ &amp;ldquo;โขน&amp;rdquo; เมื่อปี 2561และ &amp;ldquo;นวดไทย&amp;rdquo; เมื่อปี 2562 โดย &amp;ldquo;โนรา&amp;rdquo; อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพื่อขึ้นบัญชีภายในปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพล กล่าวว่า ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เห็นความสำคัญของประเพณี &amp;ldquo;สงกรานต์&amp;rdquo; โดยได้ประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทย เมื่อปี 2554 เนื่องจากเป็นประเพณีที่งดงาม ทรงคุณค่าและมีความสำคัญ สะท้อนถึงความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน ทั้งยังมีความโดดเด่นสอดคล้องตามลักษณะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม 4 สาขา ได้แก่ สาขามุขปาฐะ สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณีและเทศกาล สาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล และสาขางานช่างฝีมือดั้งเดิม นอกจากนี้ &amp;ldquo;สงกรานต์&amp;rdquo; ยังเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในฐานะของ &amp;ldquo;ปีใหม่ไทย&amp;rdquo; โดยมีเรื่องเล่ามุขปาฐะที่กล่าวถึงความเป็นมาของวันสงกรานต์และนางสงกรานต์ ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้าฯ ให้จารึกตำนานสงกรานต์ไว้บนแผ่นศิลา ประดับไว้บริเวณศาลารอบพระมณฑปด้านทิศเหนือ &amp;nbsp; ภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ วันสงกรานต์ถูกกำหนดขึ้นจากองค์ความรู้ทางด้านโหราศาสตร์และดาราศาสตร์ของไทย ในการคำนวณปฏิทินตามแบบสุริยคติ สามารถรู้วันเคลื่อนย้ายของดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีใหม่ โดยปีใหม่ไทย จะหมายถึงวันและเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายนเท่านั้น การเฉลิมฉลองวันสงกรานต์ &amp;nbsp; มีขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยกลุ่มคนเชื้อสายต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ซึ่งตระหนักในความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและมีความเชื่อทางพุทธศาสนา โดยจัดกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมของชุมชนท้องถิ่น สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงกลางเดือนเมษายนของทุกปี โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การทำความสะอาดบ้านเรือน วัดวาอาราม และสาธารณสมบัติของชุมชน อาบน้ำ สระผมในลักษณะที่เป็นพิธีกรรม ไปวัดเพื่อสักการบูชา &amp;nbsp;พระรัตนตรัย และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว แสดงความคารวะและขออโหสิกรรม ต่อผู้อาวุโสหรือผู้มีพระคุณ รวมถึงแสดงความปรารถนาดีต่อผู้อื่นด้วยการอวยพรและรดน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอิทธิพล กล่าวว่า ทั้งนี้ คุณสมบัติของสงกรานต์ในประเทศไทยตรงตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโกในข้อต่างๆ อาทิ ข้อที่ 1.สอดคล้องกับลักษณะของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตามที่นิยามไว้ ในมาตรา 2 อนุสัญญาฯ เนื่องจากสงกรานต์เป็นการแสดงออกทางมุขปาฐะ การปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณีและเทศกาล และงานช่างฝีมือดั้งเดิม ข้อที่ 2 การขึ้นบัญชีเรื่องที่นำเสนอเป็นคุณประโยชน์ และส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อันแสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางทั่วโลก ทั้งยังสะท้อนถึงความหลากหลายและช่วยให้ผู้คนในภูมิภาคต่างๆ ได้เข้ามาใกล้ชิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงและแตกต่างระหว่างกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สวธ. ได้ศึกษาข้อมูลทางวิชาการและแนวทางการนำเสนอสงกรานต์ในประเทศไทย โดยร่วมมือกับนักวิชาการและชุมชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำเอกสารตามแบบฟอร์มของยูเนสโก ทั้งนี้ หากได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนฯ จะส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์สืบสาน และสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว เพิ่มเศรษฐกิจให้กับชุมชนและประเทศชาติ ตลอดจนการสร้างการรับรู้และยกย่องเชิดชูมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยต่อนานาชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60850</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.), มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้, ยูเนสโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad2edb2471d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“นวดไทย”ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ วธ.ลุยต่อยื่น”สงกรานต์เฟสติวัล-ต้มยำกุ้ง”  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ธ.ค. 62-ที่วัดพระเชตุพนฯ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลตามภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกครั้งที่14 ระหว่างวันที่8- 14 ธันวาคม2562 ณกรุงโบโกตาสาธารณรัฐโคลอมเบียมีวาระประกาศผลการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้The Intangible Cultural Heritage (ICH) ประจำปี2019 จำนวนรวม51 รายการประกอบด้วย-Urgent List (6 รายการ) -Representative List (42 รายการ) และ-Good Practice List (3 รายการ) โดยนวดไทยจัดอยู่ในกลุ่มRepresentative List of ICH หรือรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติซึ่งในที่ประชุมมีมติรับรองและประกาศให้ &amp;ldquo;นวดไทย&amp;rdquo; NUAD THAI ขึ้นทะเบียนในรายการดังกล่าวซึ่งนวดไทยเป็นมรดกฯของไทยรายการที่สองที่ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกต่อจากรายการโขนที่ขึ้นไปเมื่อปลายปี2561 โดยการเสนอนวดไทยในปี2562 สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมครั้งที่3/2559 เมื่อวันที่3 กุมภาพันธ์2560 มีมติเห็นชอบการจัดทำข้อมูลโขนและนวดไทยเพื่อเตรียมการเสนอเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่ วธ.เสนอเมื่อวันที่28 มีนาคม 2560 ตามเอกสารนำเสนอนวดไทย(ภายใต้ชื่อNUAD THAI) ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า นวดไทยถือเป็นมรดกภูมิปัญญาที่เป็นศาสตร์และศิลป์ทางการแพทย์ดั้งเดิมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่นและพระพุทธศาสนาและเป็นการรักษาทางเลือกควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพตามแบบแผนตะวันตกสมัยใหม่ มีองค์กรที่ส่งเสริมและพัฒนาการนวดมากกว่า 50 องค์กร อาทิสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย รวมถึงภาควิชาชีพได้แก่ สภาการแพทย์แผนไทย และยังมีสถาบันการเรียนการสอนสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั่วประเทศ มีการใช้นวดไทยในการดูแลสุขภาพในครัวเรือนและชุมชนทั่วทุกภาคของประเทศ มีหมอนวดพื้นบ้านทั้งประเทศรวม 25,205 คนมีบุคลากรสถานประกอบการเอกชนที่ให้บริการนวดไทยเพื่อการบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพทุกจังหวัด นอกจากจะได้รับความนิยมในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความนิยมเดินทางมาใช้บริการแล้วมีจำนวนมากที่สมัครเรียนนวดแผนไทยในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่วัดวัดโพธิ์มีผู้สำเร็จวิชานวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์ไปแล้วมากกว่า 2 แสนคน จาก145 ประเทศเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนมากแก่หมอนวดแผนไทยตามเมืองใหญ่ทั่วโลกเช่นนิวยอร์กลอนดอนและฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว.วธ. กล่าวว่า นวดไทยได้รับการรับรองจากยูเนสโกด้วยมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโกประกอบด้วย1.นวดไทยสอดคล้องกับลักษณะของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตามที่นิยามไว้ในมาตรา2 ของอนุสัญญาฯจัดอยู่ในสาขาความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาลเป็นภูมิปัญญาที่มีพัฒนาการเริ่มในระดับครอบครัวและชุมชนเกษตรกรรมและพัฒนาต่อเนื่องมาจนเป็นศาสตร์ในการดูแลสุขภาพที่ใช้มือหรือส่วนต่างๆของร่างกายในการปรับพลังและโครงสร้างของร่างกายโดยไม่ใช้ยาเพื่อบำบัดความเจ็บป่วยที่เกิดจากลมในเส้นติดขัดและทำให้ธาตุทั้ง4 ในร่างกายเป็นปกติ2.การขึ้นทะเบียนนวดไทยจะเป็นประโยชน์และส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางทั่วโลกและสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ของมนุษย์จะกระตุ้นให้นานาชาติสนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหมอนวดไทยคนในชาติร่วมกันปกป้องภูมิปัญญาการนวดไทยไม่ให้ถูกนำไปใช้ในทางเสื่อมเสียนอกจากนี้ยังส่งเสริมการพัฒนาอาทิการคิดค้นอุปกรณ์ช่วยนวดที่เหมาะสมกับกลุ่มชน 3.มีมาตรการส่งเสริมและรักษาอย่างละเอียดที่สามารถคุ้มครองและส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาฯนั้นได้โดยรัฐไทยมีการรับรองสถานภาพทางกฎหมายของภูมิปัญญาการนวดไทยโดยได้วางระบบการคุ้มครองสิทธิในภูมิปัญญาทั้งที่เป็นของชาติและของบุคคลกำหนดมาตรฐานต่างๆเกี่ยวกับการนวดไทยทั้งด้านหลักสูตรการเรียนการสอนด้านผู้นวดด้านการให้บริการและด้านสถานที่ให้บริการรวมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน และคุณสมบัติที่สำคัญคือชุมชนกลุ่มคนและผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมได้รับทราบ ให้ความเห็นชอบและยินยอมพร้อมใจในการเสนอนวดไทย5.นวดไทยได้ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยโดยวธ.ในสาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาลประเภทการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ในนามรัฐบาลจะส่งเสริมนวดไทยไปสู่นานาชาติและให้สามารถเปิดบริการนวดไทยเป็นสถานประกอบการได้โดยผู้ที่ประสงค์จะเปิดต้องผ่านการอบรมความรู้อย่างถูกต้องที่ผ่านมากรมการแพทย์แผนไทยได้จัดอบรมหมอนวดไทยได้รวมถึงผู้เรียนนวดแผนโบราณจากวัดพระเชตุพนและมีการฝึกอบรมจากภาคีเครือข่าย &amp;nbsp;รวมแล้วมีผู้นวดไทยไม่น้อยกว่า5แสนคนเป็นช่องทางประกอบอาชีพการขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอยากให้ทุกคนรณรงค์เรื่องการดูแลสุขภาพโดยใช้ธรรมชาติบำบัด ซึ่งนวดไทยถือว่าตอบโจทย์จากนั้นในปี2563 จะเสนอประเพณีสงกรานต์หรือ&amp;lsquo;Songkran festival&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้โดยจะเสนอควบคู่กับรัฐบาลจีน เนื่องจากเมืองสิบสองปันนาของจีนก็มีประเพณีสงกรานต์เหมือนกัน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาลาว พม่า ซึ่งมีประเพณีสงกรานต์ โดยเป็นเจ้าภาพร่วมในการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้เหตุผลที่เสนอประเพณีสงกรานต์ขึ้นมรดกโลกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีจุดเชื่อมโยงร่วมกันเป็นประเพณีที่แสดงถึงการขึ้นศักราชใหม่ในรูปแบบของการนับปีปฏิทิน มีการเฉลิมฉลองโดยใช้น้ำเป็นสื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนส่วนต้มยำกุ้งอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี2564 เชื่อว่าจะทำให้อาหารไทยต้มยำกุ้งมีราคาเพิ่มขึ้นและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&amp;ldquo;นายอิทธิพลกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วธ. กล่าวว่า ทั้งนี้จะประชาสัมพันธ์นวดไทยมรดกวัฒนธรรมฯสร้างความตระหนักรับรู้คุณค่าความสำคัญเรื่องนวดไทยให้กับประชาชนเยาวชนจัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษรวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นและสืบสานองค์ความรู้ของชุมชนเรื่องนวดไทยและการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลกลุ่มบุคคลชุมชนองค์กรที่มีการส่งเสริมการสืบสาน นวดไทย และจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมนวดไทยมรดกวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมการแพทย์ฯได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนานวดไทย(ฉบับที่1 ) พ.ศ.2563-2565 &amp;nbsp;ซึ่งผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อเป็นกำหนดทิศทางขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องตามแผนปฏิรูปประเทศโดยมีแนวทางสำคัญคือ การสร้างมาตรฐานนวดไทยทั้งในด้านองค์ความรู้หลักสูตรรวมถึงระบบบริการนวดไทยให้เป็นที่ยอมรับตั้งแต่ในระดับชุมชนซึ่งเป็นตันกำเนิดภูมิปัญญานวดไทยสถานพยาบาลสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและในระดับสากลมีการสร้างอัตลักษณ์นวดไทยสู่ระดับโลกได้แก่การยกย่องเชิดชูเกียรติหมอไทยแห่งชาติสาขานวดไทย &amp;nbsp;สร้างพิพิธภัณฑ์การนวดไทยและรูปหล่อฤาษีดัดตนขนาดใหญ่เป็นแลนด์มารคของกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นวดไทยเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชาติอีกทั้งยังอนุรักษ์ฝภูมิปัญญานวดไทยให้อยู่คู่กับสังคมไทยคนไทยและทั่วโลกจะได้จดจำว่าวันที่12 ธันวาคมพ.ศ. 2562 นวดไทยได้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากองค์การยูเนสโก&amp;ldquo; นพ.ปราโมทย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีดา ตั้งตรงจิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนฯ กล่าวว่า ย้อนกลับไปในหลวง รัชกาลที่9 มีพระกระแสรับสั่งถามโรงเรียนไม่มีสอนนวดไทยหรือ จึงสนองพระราชดำริ &amp;nbsp;เริ่มจัดการเรียนการสอนนวดไทยเมื่อปี2505 ก่อนหน้านี้ ไม่มีสอนมาก่อนสืบทอดจนปัจจุบัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณทรงพระราชทานแนวทางไว้ ทางโรงเรียนพยายามสืบทอดอย่างเต็มที่ การประกาศขึ้นทะเบียนเป็นเรื่องที่น่ายินดีถือว่าการนวดไทยเป็นที่หนึ่งของโลก ทำให้นวดไทยมีเกียรติมีคุณค่ามีศักดิ์ศรี เพราะที่ผ่านมาคนบางกลุ่มนำนวดไทยไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพนวดไทยอีกกลุ่มพยายามรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมสร้างรายได้ให้ตนเองและชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52398</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, ต้มยำกุ้ง, นวดไทย, มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้, ยูเนสโก, อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df339f3f0737.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สองโสมผนึกกำลังดัน &#039;มวยปล้ำ&#039; ขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ร่วมมือกันแล้วได้ผล องค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนมวยปล้ำเกาหลีเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยื่นขอจดทะเบียนร่วมกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการยูเนสโกกล่าวในแถลงการณ์ว่า ข้อเท็จจริงที่ว่าเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยอมสมัครด้วยกันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือเคยแข่งกันยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกหลายประเภทด้วยกัน เช่น กิมจิ อาหารประจำชาติของชาวเกาหลีที่เกาหลีใต้ยื่นขอจดเมื่อปี 2556 แล้วเกาหลีเหนือยื่นตามบ้างและได้รับขึ้นทะเบียนในปี 2558 หรือเพลงพื้นบ้าน อารีรัง ที่เกาหลีใต้ได้รับการขึ้นทะเบียนปี 2555 แล้ว 2 ปีหลังจากนั้นเกาหลีเหนือก็ได้สถานะเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีมวยปล้ำนั้น เกาหลีใต้เคยยื่นขอเมื่อปี 2559 ส่วนเกาหลีเหนือยื่นขอในปี 2560 จนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลทั้งสองประกาศว่าจะยื่นขอร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีพัฒนาอย่างรวดเร็วนับแต่ต้นปีนี้ สัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลทั้งสองประกาศเชื่อมเส้นทางถนนข้ามชายแดนที่ใช้ร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เกาหลีใต้ก็เพิ่งส่งส้ม 200 ตัน เป็นของขวัญตอบแทนที่เกาหลีเหนือส่งเห็ดมาให้ 2 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มวยปล้ำของสองเกาหลีที่ยื่นขอจดทะเบียนกับยูเนสโกนั้น มีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยเกาหลีเหนือเรียกกีฬาชนิดนี้ว่า Ssirum ส่วนเกาหลีใต้เรียกว่า Sssireum เหตุจากใช้ระบบการแปลเป็นภาษาอังกฤษที่แตกต่างกัน นอกจากนี้เครื่องแต่งกายของนักกีฬาก็แตกต่างกัน และพื้นสังเวียนที่ใช้แข่งขันก็ต่างกันด้วย โดยเกาหลีใต้จะต่อสู้กันในทราย ส่วนเกาหลีเหนือใช้เบาะกลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กีฬาชนิดนี้ ซึ่งมักเล่นกันตามเทศกาลของหมู่บ้านต่างๆ มานานหลายศตวรรษ มีความคล้ายคลึงบางประการกับกีฬาซูโม่ของญี่ปุ่น แต่มวยปล้ำเกาหลีเริ่มต้นโดยให้นักกีฬา 2 ฝั่งนั่งคุกเข่าแล้วจับผ้าคาดเอวของอีกฝ่ายไว้ แล้วให้ใช้ความแข็งแรงและเทคนิคในการล้มคู่ต่อสู้ลงกับพื้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22830</URL_LINK>
                <HASHTAG>มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้, มวยปล้ำเกาหลี, ยูเนสโก, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfbdbff4290f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
