<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามรอย 80 ปีหนังไทย ‘พระเจ้าช้างเผือก’ ที่ตำบลป่าแดง  จ.แพร่ (1)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ฉากสงครามในภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก&amp;nbsp; ถ่ายทำที่ตำบลป่าแดง&amp;nbsp; อ.เมือง จ.แพร่ (ภาพจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;The King of the White Elephant&amp;rsquo; เป็นภาพยนตร์ไทยที่สร้างเมื่อปี 2483 โดยปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ตำแหน่งในขณะนั้น) และนำออกฉายในเดือนเมษายน 2484 ในประเทศไทย&amp;nbsp; อเมริกา&amp;nbsp; และสิงคโปร์&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารให้โลกตระหนักถึงหนทางแห่งสันติภาพ&amp;nbsp; เนื่องจากในขณะนั้นสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังเริ่มต้น&amp;nbsp; โดยเยอรมันส่งกำลังทหารเข้ายึดครองโปแลนด์ในปี 2482&amp;nbsp; จากนั้นสงครามได้ขยายไปทั่วยุโรป&amp;nbsp; และกำลังลุกลามไปทั่วโลก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ประสบผลสำเร็จในแง่ชื่อเสียงและรายได้ &amp;nbsp;เพราะฉายได้ไม่นานก็ถูกถอดออกจากโปรแกรม&amp;nbsp;แถมยังถูกนักวิจารณ์ภาพยนตร์ต่างชาติสวดเสียย่อยยับในทำนองว่า &amp;ldquo;เป็นผลงานของนักทำหนังสมัครเล่น&amp;nbsp; แต่พยายามจะพูดถึงเรื่องราวระดับมนุษยชาติ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในปี 2538 องค์การ UNESCO ได้จัดงานเทศกาลฉลองครบรอบ 100 ปีของวงการภาพยนตร์โลกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมีภาพยนตร์ที่ทรงคุณค่าจากทั่วโลกได้รับการคัดเลือกให้ไปฉายโชว์ และหนึ่งในนั้นมีภาพยนตร์เรื่อง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; จากประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2554 หอภาพยนต์ (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้พระเจ้าช้างเผือกเป็น &amp;lsquo;มรดกภาพยนตร์ของชาติ&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านสันกลาง ตำบลป่าแดง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ และมีปัญหาเรื่องสิทธิการครอบครองที่ดิน ใช้หลักฐานจาก &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; ยืนยันสิทธิชุมชนว่าชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินมาก่อนจะเป็นที่ดินรัฐ !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สงครามและสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2482 สงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังเริ่มต้นในยุโรป&amp;nbsp; โดยเยอรมันส่งกำลังทหารเข้ายึดโปแลนด์&amp;nbsp; ส่วนในประเทศไทยมีรัฐบาลที่นำโดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ยึดแนวทางลัทธิชาตินิยมแบบทหาร&amp;nbsp; ขณะที่ ปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; ยึดแนวทางสันติภาพต่างจากจอมพล ป. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2483 ปรีดีแต่งนวนิยายเรื่อง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; เพื่อเผยแพร่แนวคิดเรื่องสันติภาพ&amp;nbsp; และต่อมาในปีเดียวกันนิยายเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน&amp;nbsp; ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า &amp;lsquo;The King of the White Elephant&amp;rsquo; โดยปรีดีเป็นผู้อำนวยการสร้าง นักแสดงและทีมงานสร้างเป็นคนไทยทั้งหมด&amp;nbsp; มีบทพูดเป็นภาษาอังกฤษตลอดทั้งเรื่อง มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารแนวทางสันติภาพไปยังนานาชาติขณะที่สงครามโลกเริ่มคุกรุ่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หนังสือเรื่องพระเจ้าช้างเผือก &amp;nbsp;/ ภาพจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนรัฐบาลจอมพล ป. เริ่มปลุกกระแสชาตินิยม สนับสนุนนักศึกษาและประชาชนให้เดินขบวนเพื่อเรียกร้องดินแดนอินโดจีนคืนจากฝรั่งเศส&amp;nbsp; เช่น พระตะบองและเสียมราฐในเขมร&amp;nbsp; จำปาสักในลาว ในช่วงปลายปี 2483 ไทยเริ่มรบกับฝรั่งเศสบริเวณชายแดนเขมรและลาว&amp;nbsp; ต่อมาในเดือนมกราคม 2484&amp;nbsp; การสู้รบระหว่างไทยกับฝรั่งเศสขยายข้ามพรมแดน&amp;nbsp; มีการสู้รบทางบก&amp;nbsp; ทางอากาศ&amp;nbsp; ในน่านน้ำแม่น้ำโขง&amp;nbsp; และทางทะเลชายแดนด้านจังหวัดตราด-เกาะกงของเขมร&amp;nbsp; หรือที่รู้จักกันในชื่อ &amp;lsquo;ยุทธนาวีเกาะช้าง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เรือรบไทยจมทะเล 3 ลำ&amp;nbsp; ฝรั่งเศสเสียหายเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่กองทัพญี่ปุ่นซึ่งเป็นพันธมิตรของเยอรมันเริ่มเปิดสงครามในเอเซียเพื่อตีโต้อังกฤษและสัมพันธมิตร ได้ยื่นมือเข้ามาไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส&amp;nbsp; จนประสบผลสำเร็จ ไทยและฝรั่งเศสเจรจาตกลงหยุดยิงกันในช่วงปลายเดือนมกราคม 2484&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ดี&amp;nbsp; ในวันที่ 8 ธันวาคมปีเดียวกัน&amp;nbsp; กองทัพญี่ปุ่นได้ส่งกำลังยกพลขึ้นบกตามชายทะเลภาคใต้ของไทย รวมทั้งที่สมุทรปราการ&amp;nbsp; เพื่อจะบุกไปตีอังกฤษในพม่าและอินเดีย&amp;nbsp; มีการปะทะกันระหว่างทหารญี่ปุ่นกับไทย&amp;nbsp; แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ&amp;nbsp; จนในเวลาต่อมา&amp;nbsp; รัฐบาลไทยจำยอมให้ญี่ปุ่นยกพลข้ามประเทศ&amp;nbsp; และเข้าร่วมเป็นพันธมิตรสงครามกับญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในวันเดียวกับที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในไทยนั้น&amp;nbsp;ผู้รักชาติหลายคนได้มาพบกับปรีดีเพื่อร่วมกันก่อตั้ง &amp;lsquo;องค์การต่อต้านญี่ปุ่น&amp;rsquo; โดยให้ปรีดีเป็นหัวหน้า&amp;nbsp;ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น &amp;lsquo;ขบวนการเสรีไทย&amp;rsquo; ร่วมเคลื่อนไหวทั้งในและนอกประเทศร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร เช่น&amp;nbsp; อังกฤษและสหรัฐฯ เพื่อต่อต้านญี่ปุ่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การสู้รบขยายวงไปทั่วโลกนานหลายปี จนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงใน&amp;nbsp; 2 เมืองใหญ่ของญี่ปุ่น &amp;nbsp;สร้างความเสียหายยับเยิน&amp;nbsp; จึงนำไปสู่การยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน 2488&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้&amp;nbsp; จอมพล ป. ต้องตกเป็นอาชญากรสงครามด้วย&amp;nbsp; แต่ประเทศไทยรอดพ้นไม่ต้องตกเป็นประเทศที่แพ้สงครามร่วมกับญี่ปุ่น&amp;nbsp; อันเนื่องมาจากขบวนการเสรีไทยที่ได้เข้าร่วมต่อต้านญี่ปุ่นกับสัมพันธมิตรนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;80 ปี&amp;nbsp; พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือกนำออกฉายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2484 พร้อมกัน 3 ประเทศ คือ ที่นิวยอร์ค&amp;nbsp; สหรัฐอเมริกา&amp;nbsp; สิงคโปร์&amp;nbsp; และประเทศไทยที่ศาลาเฉลิมกรุง&amp;nbsp; เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน 2564 ภาพยนตร์เรื่องนี้มีอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ปรีดี&amp;nbsp; พนมยง (ยืนกลาง) ขณะถ่ายทำหนังในปี 2483 ที่บ้านสันกลาง&amp;nbsp; ตำบลป่าแดง จ.แพร่ &amp;nbsp;/ภาพจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก&amp;nbsp; กล่าวถึงกษัตริย์ 2 พระองค์&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;พระเจ้าจักรา&amp;rsquo;&amp;nbsp;กษัตริย์ผู้ครอบครองอโยธยาเมื่อ 400 ปีก่อน&amp;nbsp; พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ทรงธรรมราชา ไม่โปรดสาวงามในราชสำนัก&amp;nbsp; พระองค์ทรงอุทิศตนเพื่อราษฎร&amp;nbsp; ทรงกล้าหาญชาญชัยในการศึก&amp;nbsp; ขณะเดียวกันทรงรักสันติภาพ&amp;nbsp; บนแผ่นดินที่อุดมไปด้วยช้างเผือก&amp;nbsp; ราษฎรจึงขนานนามพระองค์ผู้เก่งกล้าว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกพระองค์ คือ &amp;lsquo;พระเจ้าหงสา&amp;rsquo; ซึ่งเป็นทรราช มีจิตใจโหดเหี้ยมทารุณ&amp;nbsp; มักมากในกาม ส่งกองทัพบุกอาณาจักรอโยธยา เพราะพระเจ้าจักราไม่ยอมให้ช้างเผือกตามที่พระเจ้าหงสาต้องการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระเจ้าจักรายกกองทัพไปเผชิญทัพหงสาที่นอกพระนคร เพราะไม่ต้องการให้ราษฎรเดือดร้อน&amp;nbsp; และได้ท้าทายให้กษัตริย์หงสาไสช้างออกมาต่อสู้กันตัวต่อตัวเพื่อไม่ให้ทหารต้องบาดเจ็บล้มตาย &amp;nbsp;ผลปรากฏว่า&amp;nbsp; พระเจ้าจักราได้รับชัยชนะ&amp;nbsp; และแทนที่จะจับทหารศัตรูเป็นเชลย พระองค์ทรงประกาศสันติภาพว่าอโยธยามิได้เป็นศัตรูกับชาวหงสา แต่เป็นศัตรูกับกษัตริย์หงสาที่โหดเหี้ยม&amp;nbsp; และปล่อยทหารหงสากลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดม&amp;nbsp; สุขวงศ์ &amp;nbsp;จากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ในฐานะผู้หนึ่งที่มีส่วนอนุรักษ์และเชิดชูเกียรติภาพยนต์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก เสนอความเห็นในงานเขียนเรื่อง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก : ช้างเผือกของหนังไทย&amp;rsquo; ในเว็บไซต์สถาบันปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์&amp;nbsp; มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ภาพยนตร์เรื่อง &amp;ldquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rdquo; มีส่วนสำคัญไม่น้อยในการสื่อสารกับสหประชาชาติ &amp;nbsp;โดยเฉพาะอังกฤษและสหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;ทำให้ท่านผู้สร้างภาพยนตร์ได้รับการยอมรับ &amp;nbsp;หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง &amp;nbsp;ภาพยนตร์เรื่องนี้เปรียบเสมือนหนังสือรับรองความเป็นผู้นำเสรีไทยของนายปรีดี &amp;nbsp;พนมยงค์&amp;nbsp; ดูเหมือนว่า เครื่องหมายเสรีไทยในประเทศไทย ก็คือรูปช้างเผือกกำลังทะยานไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2488 นายปรีดี พนมยงค์ &amp;nbsp;ในฐานะผู้สำเร็จราชการแผ่นดินลงนามประกาศสันติภาพไทย &amp;nbsp;ให้ถือว่าการประกาศสงครามที่รัฐบาลเคยประกาศมาก่อนหน้านี้เป็นโมฆะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ชาติไทยรอดพ้นจากการเป็นประเทศผู้แพ้สงครามแต่&amp;hellip;ภาพยนตร์ &amp;ldquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rdquo; ได้ทำหน้าที่ประกาศสันติภาพดังกล่าวให้ไทยไว้ล่วงหน้าไปแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (ดูภาพยนตร์เรื่องนี้และรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์หอภาพยนต์ https://www.fapot.or.th)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:.75pt; margin-right:2.25pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:2.25pt&quot;&gt;ตามรอยกองถ่ายพระเจ้าช้างเผือกที่ตำบลป่าแดง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.แพร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การถ่ายทำภาพพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือกในช่วงปี 2483 ก่อนจะนำออกฉายเมื่อต้นเดือนเมษายน 2484 นั้น การถ่ายทำฉากท้องพระโรงส่วนใหญ่จะถ่ายในโรงถ่าย &amp;lsquo;ไทยฟิลม์&amp;rsquo; ที่กรุงเทพฯ และบริเวณพระบรมมหาราชวัง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนฉากสำคัญคือการต่อสู้ระหว่างไพร่พลและกองทัพช้างของพระเจ้าหงสากับพระเจ้าจักราที่ต้องใช้ช้างนับร้อยเชือกเข้าฉากนั้น&amp;nbsp; ถ่ายทำที่ตำบลป่าแดง &amp;nbsp;อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดแพร่ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งในขณะนั้นเป็นแหล่งทำไม้และชักลากซุงแห่งใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศจึงมีช้างมากมายให้นำมาเข้าฉาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิสิษฐ์&amp;nbsp; ตาจา อายุ 52 ปี แกนนำพัฒนาในตำบลป่าแดง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.แพร่ &amp;nbsp;ในฐานะผู้ที่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ชุมชน&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ตำบลป่าแดงเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือก&amp;nbsp; โดยเฉพาะฉากสู้รบถ่ายที่&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านสันกลาง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ห่างจากพระธาตุช่อแฮ&amp;nbsp; ปูชนียสถานสำคัญของเมืองแพร่ไม่ถึง 1 กิโลเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากข้อมูลของหมู่บ้านบอกว่า&amp;nbsp;บ้านสันกลางตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสาย&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;แม่ก๋อน&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;แม่สาย&amp;rsquo; จึงเรียกหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสายนี้ว่า &amp;lsquo;บ้านสันกลาง&amp;rsquo; &amp;nbsp;บริเวณโดยรอบของแม่น้ำทั้ง 2 สายเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; มีภูเขาสูงที่เห็นได้ชัดเหมือนกับเป็นแลนด์มาร์คของตำบล&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;ดอยช้างผาด่าน&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พิสิษฐ์&amp;nbsp; ตาจา ชี้ให้ดูบริเวณทุ่งนาที่ใช้เป็นฉากสู้รบ&amp;nbsp; มองเห็นดอยช้างผาด่านอยู่ลิบๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลไทยให้สัมปทานทำไม้สักในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ก๋อนและแม่สายแก่บริษัทอีสต์&amp;nbsp;เอเซียติค&amp;nbsp;บริษัทเอกชนจากประเทศเดนมาร์ก&amp;nbsp;บริษัทได้ว่าจ้างให้พ่อเลี้ยงเมืองแพร่ชื่อ &amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo;&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;เจ้าวงศ์&amp;nbsp; แสนศิริพันธุ์&amp;rsquo; ที่มีช้างประมาณ 200 เชือก&amp;nbsp; นำช้างมาชักลากไม้ซุงในป่าที่โค่นแล้วออกมากองรวมกันที่ปางไม้ที่ตั้งอยู่ใกล้พระธาตุช่อแฮ (ปัจจุบันคือที่ทำการเทศบาลตำบลช่อแฮ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นจะใช้รถรางลากซุงไปลงแม่น้ำยมที่ไหลผ่านเมืองแพร่&amp;nbsp; แล้วล่องซุงไปตามแม่น้ำยมจนถึงปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชุมทางค้าไม้&amp;nbsp; ไม้ซุงที่ส่งออกไปต่างประเทศจะล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่กรุงเทพฯ และนำซุงขึ้นที่โกดัง-โรงเลื่อยของบริษัทอีสต์เอเซียติคริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านเจริญกรุง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิสิษฐ์ เล่าต่อว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน&amp;nbsp; ตนได้ไปสอบถามข้อมูลเรื่องปัญหาที่ดินในตำบลป่าแดง&amp;nbsp; รวมทั้งถามคนเฒ่าคนแก่ในตำบลว่ามีใครเกิดทันหรือพอจะรู้เรื่องการถ่ายหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกบ้าง&amp;nbsp; พบว่า ส่วนใหญ่คนที่อยู่ในสมัยนั้นเสียชีวิตไปหมดแล้ว&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนที่เคยเข้าฉากเป็นทหาร&amp;nbsp; เป็นตัวประกอบ&amp;nbsp; เพราะหนังเข้ามาถ่ายที่ตำบลช่อแฮในปี 2483 นั้น&amp;nbsp; คนที่เข้าฉากหรือเล่นเป็นตัวประกอบส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ทำงานชักลากไม้ซุงกับเจ้าโว้งนั่นเอง และมีชาวบ้านในตำบลช่อแฮและใกล้เคียงประมาณ 100 คนเข้าฉากด้วย&amp;nbsp; แสดงเป็นลูกหาบและทหาร&amp;nbsp; และหากคนเหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่ (ช่วงเก็บข้อมูลปี 2551) จะมีอายุไม่ต่ำกว่า 90 ปี&amp;nbsp; แต่ก็ไม่มีใครเหลือแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่ยังเหลือแม่เฒ่าปิ๋ว&amp;nbsp; ปลาลาส&amp;nbsp; ตอนที่เก็บข้อมูลช่วงนั้นประมาณปี 2551 แกอายุประมาณ 83 ปี (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)&amp;nbsp; แกบอกว่า&amp;nbsp; ตอนนั้นแกไม่ได้เข้าฉากอะไรกับเขาหรอก เพราะเป็นเด็กเพิ่งจะโตเป็นสาว&amp;nbsp; อายุประมาณ 15 ปี แต่ได้ฟังจากผู้ใหญ่บอกว่า&amp;nbsp; คนที่ได้เล่นหนัง&amp;nbsp; ถ้าเป็นผู้ชายจะได้รับค่าจ้างวันละ 5 สตางค์&amp;nbsp; ถ้าเป็นผู้หญิงได้ 3 สตางค์&amp;rdquo; &amp;nbsp;วินัยบอกความที่ได้จากการเก็บข้อมูลเมื่อ&amp;nbsp; 10 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แม่เฒ่าปิ๋ว&amp;nbsp; ปลาลาส&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิสิษฐ์ บอกด้วยว่า&amp;nbsp; คนรุ่นหลังๆ ในตำบลป่าแดงและช่อแฮ (เมื่อก่อนเป็นตำบลป่าแดง&amp;nbsp; แยกเป็นตำบลช่อแฮในปี 2535) ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกนั้น&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ไม่รู้ประวัติศาสตร์และความสำคัญของหนังเรื่องนี้หรอก&amp;nbsp; ตนก็เพิ่งจะได้ดูหนังเรื่องนี้ทาง Youtube&amp;nbsp; เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง&amp;nbsp; และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นฉากการสู้รบ&amp;nbsp; และกองทัพช้างที่ถ่ายทำที่ตำบลป่าแดงก่อนที่ตนจะเกิด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่จำแม่นก็คือ ฉากที่กองทัพหงสายกไพร่พลเข้ามาจะตีเมืองอโยธยานั้น ถ่ายทำในทุ่งนาบ้านกลาง จะเห็นดอยช้างผาด่านเป็นฉากหลังได้ชัดเจน (ประมาณนาทีที่ 43-44) และฉากที่ช้างลงเดินในลำน้ำก็คือน้ำแม่สาย ผมคิดว่าคนป่าแดงและช่อแฮควรจะภูมิใจว่าบ้านเราเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังประวัติศาสตร์ของประเทศ&amp;rdquo; พิสิษฐ์ บอก&amp;nbsp; และว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันดอยช้างผาด่านก็ยังดูโดดเด่นเหมือนเดิม&amp;nbsp; แต่ผืนนาที่เห็นในฉากการสู้รบนั้น&amp;nbsp; ปัจจุบันกลายเป็นบ้านเรือน&amp;nbsp; ร้านค้า&amp;nbsp; และเป็นร้านอาหารไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ฉากการสู้รบในหนัง&amp;nbsp; ทัพหงสากำลังจะเข้าตีเมืองอโยธยา&amp;nbsp; เห็นคันนาบ้านสันกลาง&amp;nbsp; และดอยช้างผาด่านมุมบนซ้าย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ดอยช้างผาด่านปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo; ผู้กำกับโขลงช้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนประวัติของ &amp;lsquo;เจ้าวงศ์&amp;nbsp; แสนศิริพันธุ์&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo; ตามสำเนียงคนแพร่&amp;nbsp; เจ้าของช้างประมาณ 200 เชือกที่นำมาเข้าฉากในภาพยนตร์เรื่องนี้&amp;nbsp; ได้รับเกียรติให้ขึ้นชื่อในไตเติ้ลร่วมกับนักแสดงและผู้กำกับคนอื่นๆ ว่าเป็น &amp;lsquo;ผู้กำกับโขลงช้าง&amp;rsquo; (Master of The Elephants) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนแรกของจังหวัดแพร่ในปี 2476 (การเลือกตั้งครั้งแรกของประเทศหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475)&amp;nbsp; มีความสนิทสนมรู้จักกับปรีดี พนมยงค์มาก่อนที่จะมีการสร้างหนังพระเจ้าช้างเผือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo; ภาพจาก https://th.wikipedia.org/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าโว้งมีเชื้อสายเป็นทายาทของเจ้าผู้ครองนครเมืองแพร่&amp;nbsp; เรียนจบจากโรงเรียนอัสสัมชัญ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เคยทำงานกับบริษัทอีสต์เอเซียติคที่ได้รับสัมปทานทำไม้สักในภาคเหนือ ก่อนจะลาออกมาทำไม้สักเอง มีช้างมากมาย ต่อมาจึงได้รับการว่าจ้าง จากบริษัทอีสต์เอเซียติคให้มาชักลากไม้ที่ป่าแดง-ช่อแฮ&amp;nbsp; เมื่อปรีดีสร้างหนังพระเจ้าช้างเผือกในปี 2483 จึงนำช้างมาร่วมแสดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงญี่ปุ่นบุกไทยในปี 2484&amp;nbsp; นั้น&amp;nbsp; เจ้าโว้งเข้าร่วมกับขบวนการเสรีไทยสายปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์ด้วย โดยเป็นสมาชิกขบวนการเสรีไทยจังหวัดแพร่ &amp;nbsp;มีเรื่องเล่าว่า&amp;nbsp; ทหารอเมริกัน 3 คนที่กระโดดร่มลงมาเพื่อเป็นครูฝึกให้เสรีไทยที่ค่ายลับในเมืองแพร่นั้นกินอาหารเหนือไม่คล่องคอ&amp;nbsp; เจ้าโว้งจึงต้องจ้าง &amp;lsquo;กุ๊ก&amp;rsquo; ฝีมือดีมาทำอาหารฝรั่งให้ทหารอเมริกันกินจนอิ่มแปล้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2513 เจ้าโว้งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต&amp;nbsp; รวมอายุได้ 72 ปี......!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ติดตามตอนต่อไป...ปัญหาที่ดินบ้านสันกลาง&amp;nbsp; ชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินมาช้านาน&amp;nbsp; แต่ถูกเพิกถอน ส.ค.1&amp;nbsp; ใช้หลักฐานจากหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชน)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101199</URL_LINK>
                <HASHTAG>80 ปี  พระเจ้าช้างเผือก, Master of The Elephants, The King of the White Elephant, UNESCO, กระทรวงการคลัง, ขบวนการเสรีไทย, จอมพล ป.พิบูลสงคราม, ชาตินิยม, ดอยช้างผาด่าน, บริษัทอีสต์  เอเซียติค, บ้านสันกลาง, ปรีดี  พนมยงค์, ผู้กำกับโขลงช้าง, พระเจ้าจักรา, พระเจ้าช้างเผือก, พระเจ้าหงสา, พิสิษฐ์  ตาจา, ภาพยนตร์ไทย, มรดกภาพยนตร์ของชาติ, ยุทธนาวีเกาะช้าง, สงครามโลกครั้งที่ 2, หอภาพยนต์ (องค์การมหาชน), องค์การต่อต้านญี่ปุ่น, เจ้าวงศ์  แสนศิริพันธุ์, เจ้าโว้ง, โดม  สุขวงศ์, ไทยฟิลม์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a944d5b9d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 00:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หยุดยาวปีใหม่ ! ดูหนังไทยที่หอภาพยนตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ปีนี้หอภาพยนตร์จะงดจัดกิจกรรมดูหนังข้ามปี แต่ตลอดสี่วันช่วงหยุดยาวต้อนรับปีใหม่ 2562 ยังมีหนังไทยหลากหลายฉายให้ชมตลอดทุกวัน ทั้งหนังนอกกระแส แอนิเมชั่น หนังเด็ก หนังตลก และหนังคลาสสิก ให้แฟนหนังไทยมาเลือกชมได้อย่างจุใจ &amp;nbsp;ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการรับชม

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โปรแกรมการจัดฉาย วันเสาร์ที่ 29 ธ.ค. 2561 รายการภาพยนตร์สโมสร เวลา 13.00 น. สัตว์ประหลาด! (2547)&amp;nbsp;ภาพยนตร์ชนะรางวัลขวัญใจกรรมการ (Prix du Jury) จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เมื่อปี พ.ศ. 2547 ผลงานของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่มีความสำคัญระดับโลก เล่าเรื่องราวซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ระหว่างความรักของ โต้ง ลูกจ้างโรงน้ำแข็ง และเก่ง พลทหารหนุ่ม กับตำนานลี้ลับเกี่ยวกับนายพรานที่สะกดรอยล่าเสือสมิงซึ่งมีวิญญาณของเหยื่อที่ถูกกินสิงสู่ กำกับโดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล &amp;nbsp;สร้างโดย Kick the Machine Films &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา 15.00 น. มะลิลา (2561) ภาพยนตร์ที่ถักทอเอาพุทธปรัชญา ศิลปะไทย และความรักของชายรักชายเข้าไว้ด้วยกัน รวมทั้งได้รับการส่งชื่อเป็นตัวแทนหนังไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศ เล่าเรื่องราวของ เชน เจ้าของสวนมะลิผู้มีอดีตอันเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกสาวและแยกทางกับอดีตภรรยา และ พิช ศิลปินนักทำบายศรี อดีตคนรักของเชนในวัยเด็กที่กลับมาพบกันอีกครั้ง ทั้งคู่พยายามเยี่ยวยาบาดแผลในอดีตและรื้อฟื้นความสัมพันธ์ผ่านการทำบายศรีอันงดงาม กำกับโดย อนุชา บุญยวรรธนะ สร้างโดย G Village Co-Creation Hub จากนั้น เวลา 17.00 น. สนทนาหลังชมภาพยนตร์กับ ดร. ไกรวุฒิ จุลพงศธร นักวิชาการภาพยนตร์ ในหัวข้อ &amp;ldquo;ป่าในภาพยนตร์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันอาทิตย์ที่ 30 ธ.ค. โปรแกรมมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2561 เวลา 13.00 น. ก้านกล้วย (2549) (โปรแกรมมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2561) ภาพยนตร์แอนิเมชันฝีมือคนไทย ที่ได้รับการยอมรับในต่างประเทศ และเป็นที่จดจำของผู้คนร่วมสมัย ว่าด้วยเรื่องราวของ ก้านกล้วย ช้างตัวน้อยที่ออกเดินทางผจญภัยด้วยความอยากรู้เรื่องของพ่อที่หายไป จนได้พบกับ ชบาแก้ว ช้างสีชมพูสดใส ซึ่งได้พาก้านกล้วยไปที่หมู่บ้านหินขาวและอาศัยอยู่ที่นั่นจนเติบใหญ่ ทั้งคู่ได้ตัดสินใจแต่งงานกัน หลังคืนวันแต่งงาน ทหารหงสาวดีได้เข้ามารีดไถเสบียงแต่ถูกเหล่าช้างขับไล่ออกไป เป็นเหตุให้เกิดสงคราม ทำให้ก้านกล้วยต้องแยกทางกับชบาแก้วเพื่อทำหน้าที่ช้างศึก กำกับโดย คมภิญญ์ เข็มกำเนิด สร้างโดย บริษัท กันตนา แอนนิเมชั่น จำกัด, บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.00 น. เพื่อนรัก (2520) ผลงานชิ้นสำคัญของ สักกะ จารุจินดา ที่เชิดชูความเป็นเด็ก ควบคู่กับการสะท้อนสภาพสังคมไทยในช่วงปลายสงครามเวียดนามที่สหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพ โดยถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กต่างเชื้อชาติ 3 คนซึ่งต่างมีปัญหาครอบครัว คือ ภุชงค์ เด็กชายชาวไทย จิมมี่ เด็กชายลูกครึ่งอเมริกัน-เกาหลี และ หมวย เด็กหญิงเชื้อสายจีน วันหนึ่งพวกเขาตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ ด้วยกัน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งมิตรภาพและการผจญภัยที่พวกเขาไม่อาจลืม กำกับโดย สักกะ จารุจินดา สร้างโดย บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชัน จำกัด นำแสดงโดย ปัทมา ปานทอง, ปัทม์ ปัทมจิตร, Dana Myers, พอหทัย พุกกะณะสุต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โปรแกรมพิเศษวันสิ้นปี จันทร์ที่ 31 ธ.ค. เวลา 13.00 น. 32 ธันวาคม (2552) เรื่องราวของ โน้ต ชายหนุ่มผู้สูญเสียความทรงจำบางส่วน และ โจ ซึ่งมีอาการวิตกกังวลเรื่องถ่ายไม่ออก สองเกลอที่มารู้จักกันระหว่างการบำบัด ด้วยอาการสูญเสียความทรงจำของโน้ต ทำให้เขาไม่มั่นใจว่าใครคือคนรักของเขากันแน่ ระหว่าง อั้ม นุ่น หรือ เมย์ ขณะที่โน้ตกำลังเข้าสู่วังวนของการรำลึกความทรงจำ โจกลับสนุกกับการไล่จดคำคมจากคนที่เขาเข้าไปทำความรู้จัก กำกับโดย ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ สร้างโดย บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ จำกัด นำแสดงโดย วรเวช ดานุวงศ์, อภิญญา สกุลเจริญสุข, ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข &amp;nbsp;ความยาว 108 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันขึ้นปีใหม่ &amp;nbsp;1 ม.ค. &amp;nbsp;2562 เวลา 13.00 น. จัดฉายแผลเก่า (2520) กำกับโดย เชิด ทรงศรี สร้างโดย เชิดไชยภาพยนตร์ นำแสดงโดย สรพงศ์ ชาตรี, นันทนา เงากระจ่าง ผลงานของเชิด ทรงศรี ที่ &amp;ldquo;สำแดงความเป็นไทยต่อโลก&amp;rdquo; และเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ดีที่สุดตลอดกาล สร้างจากวรรณกรรมขึ้นหิ้งของไม้ เมืองเดิม โดยหอภาพยนตร์บูรณะขึ้นใหม่จากฟิล์มในการอนุรักษ์ เล่าเรื่องราวโศกนาฏกรรมของขวัญและเรียม คู่รักแห่งท้องทุ่งบางกะปิที่สาบานกับเจ้าพ่อไทรว่าจะซื่อสัตย์ต่อกัน แต่ตระกูลของทั้งคู่กลับเป็นศัตรูกัน พ่อของเรียมจึงกีดกันด้วยการขายเรียมให้ไปอยู่กับคุณนายทองคำที่บางกอก เมื่อเรียมกลับมาเยี่ยมบ้าน ขวัญก็พบว่าเธอดูสูงส่งจนไม่เหมือนเรียมคนเดิมอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนังไทยที่จัดฉายทุกเรื่องล้วนเป็นภาพยนตร์ที่สำคัญและดีที่สุด สะดวกวันไหน ไปชมได้ที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25269</URL_LINK>
                <HASHTAG>32ธันวาคม, ก้านกล้วย, มรดกภาพยนตร์ของชาติ, มะลิลา, สัตว์ประหลาด!, หนังไทย, หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน), เพื่อนรัก, แผลเก่า, โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c2504c43dfab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขึ้นทะเบียน’ก้านกล้วย’มรดกภาพยนตร์ของชาติ ปี 2561</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) แถลงข่าวประกาศรายชื่อภาพยนตร์ 20 เรื่อง เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 8 ประจำปี 2561 โดยภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง ก้านกล้วย &amp;nbsp;ซึ่งผลิตโดย บริษัท กันตนา แอนิเมชั่น สตูดิโอ จำกัด เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับการประกาศให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ชาติ ประจำปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปีนี้คณะกรรมการพิจารณาตัดสินขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติประจำปี 2561 ได้พิจารณาตัดสินภาพยนตร์จากรายชื่อที่ประชาชนร่วมเสนอเข้ามา จำนวน 325 เรื่อง ก่อนจะคัดรอบสุดท้าย ให้เหลือจำนวน 20 เรื่อง เพื่อประกาศให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ดังนี้ งานพระบรมศพพระพุทธเจ้าหลวง (2453), การถ่ายภาพยนตร์เสียงในฟิล์มครั้งแรกในสยาม (2472), แข่งขันกอล์ฟ 2475 (2474), ขนมเปี๊ยะของอากง (2496), หนุมานเผชิญภัยครั้งใหม่ (2500), ภาพยนตร์โฆษณาสี่คิงส์ (2502)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานศพนายอ๋องซิมผ่าย ถาวรว่องวงศ์ (2512), ไอ้ทุย (2514), พิธีพระราชทานเพลิงศพวีรชนผู้เสียชีวิต ณ บริเวณท้องสนามหลวง 13-15 ตุลาคม 2517 (2517), เพื่อนรัก (2520), มนต์รักแม่น้ำมูล (2520), เมียหลวง (2521), เลือดสุพรรณ (2522), รุ่งอรุณวันใหม่ในป่า (2523), แก้ว (2523), อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป (2535), กล่อง (2541), สัตว์ประหลาด ! (2547), ก้านกล้วย (2549) และ ฉลาดเกมส์โกง (2560)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง ก้านกล้วย &amp;nbsp;เป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน 3 มิติ เรื่องแรกของไทย ได้รับแรงบันดาลใจจากบางส่วนของพงศาวดาร ที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นฉากที่เป็นภูมิทัศน์แบบไทย ต้นไม้ ไม้ดอก สภาพป่า และประเพณีไทย พร้อมด้วยเนื้อหาที่สามารถตราตรึงใจผู้ชมได้อย่างน่าทึ่ง นำมาซึ่งปรากฎการณ์ใหม่ในวงการแอนิเมชันไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19422</URL_LINK>
                <HASHTAG>กันตนา แอนิเมชั่น สตูดิโอ, ก้านกล้วย, ช้าง, มรดกภาพยนตร์ของชาติ, หอภาพยนตร์แห่งชาติ, อนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย, แอนิเมชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb8ad72fe3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
