<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ย้ำความมั่นใจชาวบ้านบางกลอย คุณภาพชีวิตต้องดีขึ้น หลังป่าแก่งกระจานได้ขึ้นเป็นมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 ส.ค.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมผู้บริหาร ทส. นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; ได้เดินทางเข้าไปติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ทำกินให้กับชาวบ้าน ในพื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่บ้านบางกลอยล่าง ว่าจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายหลังจากที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับผืนป่าแก่งกระจานเป็นอย่างยิ่ง และห่วงใยความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวบางกลอย โดยกำชับให้เร่งแก้ไขปัญหาในส่วนที่ยังขาดเหลือ ส่วนไหนที่ดีอยู่แล้วต้องเร่งพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้สามารถรองรับการเป็นมรดกโลกของพื้นที่ได้โดยเร็ว การลงพื้นที่ในครั้งนี้ จึงเป็นการมาติดตามผลการดำเนินงานของกระทรวงฯ ว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วยังขาดเหลือสิ่งใดอยู่หรือไม่ เพื่อเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่บางกลอยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ยังได้กล่าวถึงผลการติดตามการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย ว่า เบื้องต้นพบว่า การจัดหาน้ำสำหรับการบริโภคให้กับชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านนั้น มีปริมาณน้ำที่เพียงพอและมีคุณภาพน้ำที่ดีเหมาะสมต่อการบริโภค จากระบบน้ำบาดาลที่ให้ปริมาณน้ำประมาณ 2 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สำหรับน้ำอุปโภคนั้นได้มีการติดตั้งระบบกระจายน้ำไปแล้ว แต่อาจจะยังมีบางพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล ซึ่งอยู่ระหว่างการวางแผนระบบกระจายน้ำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้และสามารถพัฒนาพื้นที่ต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมระบบประปาบาดาล ขนาด 20 ลูกบาศก์เมตร พร้อมจุดบริการน้ำดื่มสะอาด และระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งติดตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก เพื่อให้บริการน้ำดื่มสะอาดกับทั้ง 2 หมู่บ้าน คือ บ้านโป่งลึก และบ้านบางกลอย และตรวจเยี่ยมแปลงสาธิตการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนบ้านบางกลอย เนื้อที่ 75 ไร่ ของชาวบ้านจำนวน 8 ราย ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กรมพัฒนาที่ดิน และชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ ดำเนินการปรับพื้นที่และปรับปรุงคุณภาพดินด้วยการปลูกปอเทือง ก่อนที่จะมีการปลูกไม้ผลตามความต้องการของชาวบ้านแต่ละรายต่อไป พร้อมกันนี้ ยังได้มอบสิ่งของจำเป็น อาทิ น้ำดื่ม ข้าวสาร น้ำปลา แอลกอฮอล์ ให้กับนายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านบางกลอย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านต่อไป รวมถึงได้พบปะพูดคุยกับชาวบ้านตลอดเส้นทางการตรวจเยี่ยมโครงการต่าง ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการแก้ไขปัญหาน้ำกิน น้ำใช้ และที่ดินทำกิน ให้กับชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย เป็นผลจากการดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านบางกลอย 9 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการสำรวจที่ดินทำกิน 2) ด้านงานบริหารจัดการน้ำ 3) ด้านงานพัฒนาปรับปรุงดิน 4) ด้านงานจัดทำแปลงสาธิตการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน 5) ด้านงานพัฒนาอาชีพทางเลือกและสร้างรายได้ 6) ด้านงานพัฒนาการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม 7) ด้านงานมวลชนสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์ 8) ด้านสำมะโนประชากร และ 9) ด้านงานพัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาที่ดิน, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบ้านบางกลอย, ทส., นายจตุพร บุรุษพัฒน์, นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร, นายธัญญา เนติธรรมกุล, นายนิรันดร์ พงษ์เทพ, นายวราวุธ ศิลปอาชา, บ้านโป่งลึก-บางกลอย, ป่าแก่งกระจาน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มรดกโลก, แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านบางกลอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612d77175806f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ปลื้ม &#039;แก่งกระจาน&#039; ขึ้นมรดกโลก ยันส่งเสริมชาวบ้านให้มีส่วนร่วมจัดการพื้นที่ร่วมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า &amp;quot;แก่งกระจาน มรดกโลก&amp;quot; ครม.ได้รับทราบข่าวดีที่น่าภูมิใจ นั่นคือผลการพิจารณาขององค์การยูเนสโก มีมติเห็นชอบให้ &amp;ldquo;พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน&amp;rdquo; เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ภายใต้เกณฑ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นความสำเร็จของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่หายาก ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด มีความโดดเด่นระดับโลก หลังจากที่เราพยายามผลักดันมาแล้ว 3 ครั้ง เป็นเวลาถึง 6 ปี ซึ่งถือเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 3 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ต่อจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ในปี 2534 และกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ในปี 2548&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนี้รัฐบาลดำเนินการยกระดับการอนุรักษ์พื้นที่ด้วยการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล จะมุ่งมั่นส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ควบคู่ไปกับการดูแลพัฒนาคุณภาพชีวิต และสิทธิมนุษยชน ของประชาชนในพื้นที่ ที่อาศัยอยู่ร่วมกับป่า ให้ทุกภาคส่วนร่วมจัดการพื้นที่มรดกโลกร่วมกัน (Co-Management) และเกิดความตระหนักในคุณค่าของการเป็นเจ้าของมรดกโลกนี้ร่วมกัน (Sense of Ownership) เพื่อให้เกิดความสมดุลและประโยชน์อย่างยั่งยืนสูงสุด และยุติธรรมต่อทั้งธรรมชาติและมนุษย์ทุกคน เพื่อเป็นมรดกทั้งของโลกและของประเทศไทย ที่จะส่งต่อให้กับคนรุ่นลูกรุ่นหลานช่วยกันดูรักษาร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111301</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มป่าแก่งกระจาน, บางกลอย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มรดกโลก, สิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffec39edaaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล หวังรัฐคุ้มครองชาวบางกลอย ข้องใจขึ้นมรดกโลกทั้งที่มีปัญหาละเมิดสิทธิฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - ที่รัฐสภา นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ในคณะกมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ กองจันทึก เลขานุการคณะอนุกมธ.เพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุฯ แถลงกรณีองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกต และข้อกังวลใจของกลุ่มชาติพันธุ์ คณะกรรมการ 21 ชาติ รวมถึงประเทศไทยได้เป็นกรรมการในการพิจารณาครั้งนี้ด้วย โดยการพิจารณาประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตัวแทน และผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิทธิมนุษยชน ขององค์การสหประชาชาติ ให้ข้อเสนอแนะว่าควรชะลอการขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก เนื่องจากในพื้นที่ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.ฯ ขอให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะอนุกมธ.ฯ ของเราไปหารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยกสม.มีข้อสังเกต เสนอแนะรัฐบาลให้ชะลอการเสนอการขึ้นทะเบียนมรดกโลก แต่รัฐบาลโดย รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ยังนำเสนอ จนท้ายที่สุดเป็นที่มาในการรับรองป่าแก่งกระจายเป็นมรดกโลก และข้อสังเกตในรายงานของกมธ.กิจการเด็กฯ ได้มีรายงานนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครม.ได้พิจารณาและตอบรับมา หนึ่งในนั้นให้ชะลอและยุติการดำเนินคดีกับประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีปัญหากว่า 80 คน จึงกังวลว่าเมื่อประกาศให้เป็นมรดกโลก รัฐไทยจะดูแลและเยียวยา เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอไม่ได้ร้องขอเกินกว่าอภิสิทธิ์หรือเกินกว่าสิทธิ์ที่ควรจะได้ แต่เป็นข้อเสนอที่มาจากรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น มาตรา 70 ระบุว่า รัฐควรส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ดังนั้น การประกาศผืนป่าแก่งกระจานให้เป็นมรดกโลก เราจะเฝ้าติดตามในหลายประเด็น และหวังว่ารัฐบาลจะใช้คำว่ามรดกโลก เพื่อการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์อยางยั่งยืน ไม่ใช่เพื่อการกดเราไว้&amp;rdquo; นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่าเหตุใดการพิจารณาขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานครั้งนี้ผ่านอย่างง่ายดาย นายณัฐพล กล่าวว่า การพิจารณาครั้งนี้มีกรรมการจากประเทศไทยร่วมอยู่ด้วย อีกทั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าหากไม่ได้เป็นการพิจารณาที่ประเทศจีน จะได้รับการทะเบียนหรือไม่ และประเทศใหญ่ที่เคยให้ข้อสังเกตเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนบางประเทศ ไม่ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าวในการพิจารณาครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า แก่งกระจานถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างสูง นอกจากพืช และสัตว์ ยังมีมนุษย์อาศัยที่นี่นับพันปี ซึ่งพบว่าที่บ้านใจแผ่นดิน มีขวานหินสมัยโบราณ อายุประมาณ 3 พันปี เป็นสิ่งบ่งบอกว่ามีการสร้างชุมชนตรงนี้มา 2 &amp;ndash; 3 พันปีแล้ว สิ่งที่คณะกรรมการมรดกโลกให้ข้อสังเกตกับไทยมา 3 ข้อ คือ 1.ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการปรับปรุงพื้นที่รอบขอบเขตมรดกโลก 2.ต้องรับประกันว่าจะจะมีการคุ้มครองการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มที่ และ 3.ต้องรับประกันว่าจะมีการปรึกษาหารือร่วมกับชุมชนท้องถิ่น และสนับสุนนการมีส่วนร่วมในท้องถิ่น ซึ่งรัฐต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ธ.ค.64 ในส่วนนี้เรากังวลว่าชาวบ้านอยู่มานานแล้ว แต่การดูแลยังไม่ดีนัก โดยหลายประเทศตั้งข้อสังเกตถึงการไม่ดูแลเรื่องการละมิดสิทธิมนุษยชน แม้ในปึ 2532 ทุ่งใหญ่นเรศวร - ห้วยขาแข้ง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รัฐให้กะเหรี่ยงในพื้นที่อยู่ได้ตามวิถีชีวิตของเขา โดยอยู่กันอย่างสงบสุข ตนอยากให้เกิดภาพนี้ขึ้นมาอีกครั้งกับผืนป่าแก่งกระจาน โดยจะต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมจริงๆในการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอเสนอไปยังรัฐบาล 1.รัฐต้องยอมรับการมีตัวตน และการมีอยู่ของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตมรดกโลกแก่งกระจาน ในฐานะชุมชุนท้องถิ่นดั้งเดิม 2.ต้องให้ความคุ้มครอง พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวกะเหรี่ยงให้ดำรงชีวิตตามวิถีวัฒนธรรม ตามมติครม. เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2553 3.รัฐต้องยุติการจับกุมดำเนินคดีชาวกะเหรียงดั้งเดิม 28 คน ที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองเดิมในพื้นที่มรดกโลก ตลอดจนสนับสนุนให้คนเหล่านี้มีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ และ 4.รัฐต้องเร่งรัดเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อยู่ระหว่างการยกร่างให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็ว หวังว่ารัฐจะให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111292</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มป่าแก่งกระจาน, ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์, บางกลอย, มรดกโลก, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffd64248fc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเฮลั่น! &#039;ยูเนสโก&#039; ขึ้นทะเบียน &#039;ป่าแก่งกระจาน&#039; เป็นมรดกโลกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.64 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กว่า 6 ปี ที่ประเทศไทยมุ่งมั่นผลักดันพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน และเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก โดยมีการนำเสนอมาแล้วถึง 3 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2562 จนเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 44 ในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นการจัดประชุมผ่านระบบทางไกล ระหว่างวันที่ 16 -31 กรกฎาคม 2564 โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ และเป็นที่น่ายินดีว่าในปีนี้พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์ข้อที่ 10 ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จในการดำเนินการอนุรักษ์พื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในถิ่นกำเนิด รวมไปถึงการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่มีคุณค่าโดดเด่นเชิงวิทยาศาสตร์ หรือ เชิงอนุรักษ์ระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานนั้น เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 6 ของประเทศไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ แห่งที่ 3 ของไทย นับตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ - ห้วยขาแข้ง ในปี พ.ศ. 2534 และ กลุ่มป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ ในปี พ.ศ. 2548 ซึ่งพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เนื่องจากเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่ใกล้สูญพันธุ์ และมีคุณค่าโดดเด่นระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมไปถึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรี และแม่น้ำภาชี เป็นป่าผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 2.5 ล้านไร่ (4,089 ตารางกิโลเมตร) มีความยาวตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดของพื้นที่ มากกว่า 200 กิโลเมตร ประเทศไทยในฐานะเจ้าของแหล่ง จะต้องปกป้องรักษาแหล่งที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกให้คงคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลไว้ให้ลูกหลานต่อไป ซึ่งการที่พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ และเป็นความภาคภูมิใจของคนในประเทศแล้ว ยังทำให้คนในประเทศเกิดการตระหนัก รู้สึกเป็นเจ้าของและหวงแหนทรัพยากรที่เรามีอยู่ด้วย ประโยชน์หลัก ๆ อีกด้วย เช่น 1) ส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่มีคุณค่าโดดเด่น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และศึกษาวิจัยในระดับสากล &amp;nbsp;2) ยกระดับการอนุรักษ์พื้นที่ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้คงคุณค่าของแหล่ง เพื่อส่งต่อไปยังอนุชนรุ่นต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งในระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น 3) ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชน และ 4) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากกองทุนมรดกโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมที่จะดำเนินการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างสมดุลในการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน ยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น รวมทั้ง ให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยสอดคล้องกับกฎหมาย นโยบาย มติ และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ไทยจะรักษาแหล่งมรดกโลกพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ให้คงไว้ และสามารถส่งต่อไปยังอนุชนรุ่นหลังสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, มรดกโลก, ยูเนสโก, เพชรบุรี, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fea0cd73b37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบางกลอย วอน กก.มรดกโลก ช่วยดันแก้ 3 ปัญหาก่อนขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบางกลอยวอน กก.มรดกโลกช่วยดันแก้ 3 ปัญหาก่อนขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจาน เผย กก.ชุด &amp;ldquo;ธรรมนัส&amp;rdquo;ไม่คืบ คนเมืองเพชรระดมทุนช่วยกะเหรี่ยงต้นน้ำ นักวิชาการเชื่อยูเนสโกฟังเหตุผลชุมชนมากกว่ารายงานสวยหรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 - ชาวบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้เขียนหนังสือด้วยรายมือส่งถึงคณะกรรมการมรดกโลกซึ่งได้จัดประชุมออนไลน์ระหว่างวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2564 ซึ่งมีประเทศจีนเป็นเจ้าภาพ โดยหนังสือดังกล่าวลงวันที่ 20 กรกฎาคม โดยมีเนื้อหาระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยโดยกรมอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานพยายามผลักดันให้กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ถึงแม้ว่ารัฐบาลไทยอ้างว่าได้แก้ไขปัญหาของชุมชนบ้านบางกลอยแล้วเสร็จโดยมีการให้การของนายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าได้แก้ไขปัญหาชุมชนบ้านบางกลอยโดยอ้างถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชุมชนบ้านบางกลอย ลงนามโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ทางพวกเราชุมชนบ้านบางกลอยตามความเป็นจริงแล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง เช่น ที่ดินทำกิน การกลับไปอยู่ในพื้นที่ดั้งเดิม ไม่ยอมรับวิถีชีวิตดั้งเดิมของพวกเราชุมชนบ้านบางกลอย การทำไร่หมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือระบุด้วยว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 ชาวบ้าน 26 ครอบครัวได้กลับไปทำกินในพื้นที่ดั้งเดิม แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและดำเนินคดี เจ้าหน้าที่อ้างว่าพวกเราชาวบ้านบางกลอยบุกรุกแผ้วถางป่าตามความเป็นจริงแล้วพวกเรากลับไปทำกินในพื้นที่ดั้งเดิมที่บรรพบุรุษเคยทำกินมาก่อน ฉะนั้นพวกเรามีข้อเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก ก่อนที่จะขึ้นป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ 1.ให้พวกเราได้กลับไปทำกินในพื้นที่ดั้งเดิมที่เรียกว่าบางกลอยบนหรือใจแผ่นดิน 2.ขอให้ยกเลิกคดีของพวกเราชาวบ้านบางกลอยทั้ง 28 คน 3.ให้จัดการพื้นที่ทำกินให้กับพวกเราส่วนหนึ่งที่มีความประสงค์อยากอยู่บางกลอยล่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกเราชาวบ้านบางกลอยหวังว่าท่านจะพิจารณาข้อเสนอของพวกเรา ก่อนที่จะขึ้นกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ&amp;rdquo;หนังสือระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน รวมทั้งการพัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม หรือเมื่อราว 4 เดือนก่อน โดยคณะกรรมการ 28 คน โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นรองประธาน และได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯขึ้นมา 5 ชุด อย่างไรก็ตามชาวบ้านไม่ได้รับรู้ความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาใดๆเลยทั้งๆที่เป็นความหวังสุดท้ายของชาวบ้านบางกลอย จนทำให้หลายคนเกิดท้อใจและชาวบ้านเตรียมหาช่องทางแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)กล่าวว่าที่ผ่านมา กสม.ได้มีข้อเสนอแนะในระดับนโยบายให้หยุดการจับกุมชาวบ้านบางกลอย เพราะชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมพร้อมทั้งขอให้ตั้งกลไกในการแก้ปัญหา แต่จากการติดตามข้อเสนอแนะ &amp;nbsp;ปรากฎว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด รวมทั้งมีข่าวว่าชาวบ้านบางกลอยเผชิญกับปัญหาความขาดแคลนอาหาร จนต้องกลับไปทำการเพาะปลูกในพื้นที่เดิม และมีการจับกุมชาวบ้านกลุ่มนี้ ดังนั้น กสม. จึงได้หยิบยกเรื่องบางกลอยขึ้นมาติดตามอีกครั้ง เพราะปัญหาเดิมยังไม่ได้รับการแก้ไข&amp;nbsp;และมีเรื่องร้องเรียนจากกะเหรี่ยงบางกลอย ต่อ กสม. ชุดใหม่เพิ่มเข้ามา รวมทั้งเมื่อมีข่าวว่ารัฐบาลจะผลักดันแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้&amp;nbsp;กสม. จึงได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการมรดกโลกของไทย ยืนยันว่า กสม. เห็นความสำคัญของการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของผืนป่าแก่งกระจาน แต่รัฐบาลควรแก้ปัญหาชาวบ้านซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมให้ได้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่าในความเป็นจริงยังไม่มีการกระทำใดที่จะช่วยปรับปรุงแก้ไขความสัมพันธ์กับชุมชนให้ดีขึ้น ในทางกลับกันรัฐยังทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงเพราะคิดเสมอว่ากลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบุกรุกป่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมายังบังคับขับไล่เขาออกจากที่ทำกินในถิ่นฐานเดิม และจับกุมดำเนินคดีชาวกะเหรี่ยงถึง 28 คน ซึ่งรวมทั้งสตรีและผู้สูงอายุที่พิการในข้อหาทำลายป่า ทั้งที่เขาปลูกข้าวกินแบบไร่หมุนเวียนตามประเพณีในที่เดิมที่เขาเคยทำมา ผู้ต้องหาทั้ง &amp;nbsp;28 คนถูกเงื่อนไขการประกันตัวของศาลไม่ให้เข้าพื้นที่ทำกิน พวกเขาจึงตกอยู่ในสภาพอดอยากยากแค้น ต้องขอรับบริจาคอาหารและของใช้จำเป็นจากบุคคลข้างนอก ยิ่งเพิ่มความขัดแย้งและละเมิดสิทธิมนุษยชนในการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรเพื่อการยังชีพอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่ายูเนสโกจะฟังเหตุผลของชุมชนผู้รักษาป่าและพิจารณาประเด็นความสัมพันธ์กับชุมชนในการจัดการผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกด้วยข้อมูลตามความเป็นจริงจากผู้รักษาป่าตามวิถีวัฒนธรรมที่แท้จริง มากกว่าคำพูดสวยหรูในรายงานที่ปราศจากความเป็นจริง&amp;rdquo;ดร.เพิ่มศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสาวอัญชลี อิสมันยี ผู้ประสานงานภาคีเซฟบางกลอย จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ชาวบุเพชรบุรี รู้สึกเห็นใจชาวบ้านบางกลอย เนื่องจากพบว่าขณะนี้ชาวบ้านบางกลอยมีอาการเจ็บป่วยโดยเฉพาะการขาดสารอาหาร จำนวน 34 คน โดยมีอาการมือเท้าสั่น ใจสั่น ปวดหัว ไม่มีเรี่ยวแรง และมีเด็กเล็ก 13 คนต้องกินน้ำข้าวแทนนมแม่เนื่องจากร่างกายแม่ไม่สามารถผลิตน้ำนมได้ ชาวเพชรบุรีจึงรู้สึกเห็นใจและต้องการช่วยเหลือตามหลักของมนุษยธรรม โดยมองข้ามข้อกังขาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จนโดนคดี เพราะมองว่ามนุษยธรรมต้องมาก่อน เด็กๆควรได้รับการดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวอัญชลีกล่าวว่า ขณะนี้คนเพชรบุรีได้ร่วมกันบริจาคเงินเป็นจำนวนกว่า 70,000 บาท รวมถึงเวชภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อการป้องกันการระบาดของโรคติดต่อโควิด โดยเป็นเจลและสเปรย์แอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังมีนมกล่อง ข้าวสารและอาหารแห้ง เช่น กุนเชียง หมี่โคราช โดยเงินบริจาคนั้นได้นำไปซื้อผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูปจากชุมชนชาวเล ที่กำลังมีปัญหาขาดแคลนข้าว เนื่องจากไม่สามารถขายปลาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากนี้จะนำเงินบริจาคไปซื้อผลิตภัณฑ์อาหารแห้งและพืชผักจากชาวบ้านโดยตรง โดยเน้นชุมชนที่กำลังมีความเดือดร้อน และเกษตรกรในพื้นที่แก่งกระจานและจังหวัดเพชรบุรีก่อน เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลประชาชนด้วยกันเองใน&amp;rdquo;นางสาวอัญชลี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110615</URL_LINK>
                <HASHTAG>บางกลอย, มรดกโลก, เพชรบุรี, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f80af1507e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสม. เสนอเลื่อนขึ้นทะเบียน &#039;ป่าแก่งกระจาน&#039; เป็นมรดกโลก เผยยังไม่แก้ปัญหาชาวบางกลอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.64 - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ได้เผยแพร่เอกสารข่าวซึ่งระบุว่า กสม. ขอให้รัฐบาลชะลอการเสนอขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก เนื่องจากห่วงปัญหาสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งนี้ตามที่รัฐบาลจะนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเพื่อรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 16 &amp;ndash; 31 กรกฎาคม 2564 นั้น กสม.โดยนางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เสนอให้รัฐบาลชะลอการเสนอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติออกไปก่อน จนกว่าปัญหาสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยจะคลี่คลาย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือดังกล่าว ระบุว่า กสม. เห็นถึงคุณค่าของการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ อย่างไรก็ตามจากการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชนกรณีกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน รวมทั้งที่ได้เคยตรวจสอบกรณีดังกล่าว กสม. มีข้อเสนอเพื่อพิจารณาในประเด็นดังนี้ 1. คณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก ได้มีข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งในปัจจุบัน ยังปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหากรณีดังกล่าว อาทิ การโต้แย้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิในพื้นที่ดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แม้ภาครัฐได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยการจัดสรรพื้นที่ให้กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยที่ถูกย้ายออกจากพื้นที่ดั้งเดิมแล้ว แต่ในทางปฏิบัติกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยยังประสบปัญหาในการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ได้รับการจัดสรรอย่างจำกัด ไม่ครบถ้วน และสภาพดินไม่สามารถทำกินได้อย่างเพียงพอ ต่อมาเมื่อประมาณต้นปี 2564 กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยบางส่วนได้กลับเข้าไปทำกินและอยู่อาศัยในพื้นที่ดั้งเดิม ทำให้ถูกจับกุมและเกิดข้อขัดแย้ง กระทั่งได้มีการแก้ไขปัญหาตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 67/2564 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2564 และมีการตั้งคณะอนุกรรมการ 5 ด้านขึ้นมา เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผลการดำเนินการและข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม ในขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงซึ่งถูกจับกุมกำลังถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กสม. ขอเสนอให้รัฐบาลชะลอการเสนอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติออกไปก่อน จนกว่าปัญหาดังกล่าวจะคลี่คลายและได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ เมื่อปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสมแล้ว กสม. พร้อมที่จะสนับสนุนการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยมีลักษณะเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ซึ่งควรได้รับการคุ้มครองสิทธิในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของตน รวมทั้งมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และหนังสือสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามได้ให้การรับรองไว้&amp;rdquo; ประธาน กสม. กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ที่ปรึกษาอาวุโส องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น-IUCN) กล่าวถึงกรณีที่ กสม.ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ชะลอการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกว่า ดีแล้วที่กสม.ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรี่องของทุกคนและทุกฝ่ายที่ต้องแสดงความคิดเห็นได้เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพวกเราที่ต้องช่วยกันรักษา เวลาเดียวกันวิถีชีวิตของชุมชนเราก็ต้องเคารพและให้ความสำคัญด้วย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนคือการอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรม ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีหรือความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ซึ่งไอยูซีเอ็นให้ความสำคัญเรื่องนี้ การเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติ เราให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมากต้องไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.จำเนียร กล่าวว่าคณะกรรมการมรดกโลกมี 2 คณะ คือระดับชาติที่ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นหน่วยประสาน และคณะกรรมการระดับสากลของยูเนสโก โดยในปีนี้ประเทศไทยมีนายสีหศักดิ์ &amp;nbsp;พวงเกตุแก้ว &amp;nbsp;เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ทั้งนี้คณะกรรมการมรดกโลกของประเทศไทยพยายามดำเนินการตามกฎระเบียบที่วางไว้ แต่คณะกรรมการมรดกโลกสากลได้ตั้งคำถามหลายเรื่องที่สำคัญคือคุณภาพชีวิตและดำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตของชุมชนและการมีส่วนร่วมของภาคี ซึ่งหน่วยงานราชการไทยบอกว่าทำเต็มที่แล้ว แต่ชุมชนบอกว่ายังไม่พอและไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเลย ทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเห็นว่า หน่วยงานราชการยังทำไม่พอและต้องทำมากกว่านี้ และปัญหาค้างคาต้องได้รับการแก้ไขด้วย เช่น เรื่องสิทธิในที่ดินทำกินซึ่งรัฐบาลบอกว่าจัดสรรให้ชาวบ้านเพียงพอแล้ว แต่ชาวบ้านบอกยังขาดแคลนอยู่ เช่นเดียวกับเรื่องของสิทธิของชุมชนดั้งเดิมที่เคยอยู่บางกลอยบนก่อนย้ายลงมาด้านล่าง ชาวบ้านบอกว่าถูกบังคับให้ลงมาและกลับไปไม่ได้อีก ยิ่งช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ยิ่งทำให้ชีวิตพวกเขายิ่งลำบากจึงอยากกลับไปอยู่พื้นที่ดั้งเดิมหรืออย่างน้อยก็ได้กลับไปปลูกข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปกติไอยูซีเอ็นได้ให้ความคิดเห็นล่วงหน้าไปยังคณะกรรมการมรดกโลกอย่างน้อย 1 เดือน ครั้งนี้เราส่งไปโดยให้ความเห็นให้เลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะอยกขอให้เวลากับชุมชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมทั้งกรณีที่ชาวบ้านต้องขึ้นศาล เราอยากให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้คลี่คลายกว่านี้ อยากให้เห็นสัญญาณชัดของการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่เร่งที่จะเสนอ เราเห็นใจรัฐบาลด้วยเช่นกัน เพราะเขาพยายามเต็มที่แต่มีข้อจำกัด&amp;rdquo; ดร.จำเนียร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การเสนอกลุ่มป่าแก่งกระจานขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งนี้มีความสำคัญกับประเทศไทยแค่ไหน ดร.จำเนียรกล่าวว่า เห็นด้วยว่าแก่งกระจานมีความหลากหลายชีพภาพมากจริงๆ เมื่อเทียบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นควรขึ้นทะเบียนมรดกโลกและควรได้รับการอนุรักษ์อย่างจริงจริงเพื่อเป็นเครื่องมือรักษาไว้ซึ่งความหลากหลาย โดยชุมชนมีส่วนร่วมรักษาความหลากหลายและการออกแบบการมีส่วนร่วมโดยต้องเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย แต่ครั้งนี้ตัวแปรของการมีส่วนร่วมไม่ได้มีการหารือกันอย่างจริงจริง รัฐบาลบอกว่าชาวบ้านได้เซ็นชื่อและได้หารือแล้ว แต่ชาวบ้านบอกว่ายังไม่รู้เรื่องเลยว่าจะเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไร หรือเขาจะได้รับผลจากการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอย่างไร ถ้าเราได้ฟังกันหน่อยก็จะดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าหากรัฐบาลถอนตัวจากการขอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกและลาออกจากสมาชิกไอยูซีเอ็น จะมีผลอย่างไรหรือไม่ ดร.จำเนียรกล่าวว่า ไม่ดีกับทุกฝ่ายเพราะสังคมโลกกำลังมองอยู่ โดยไอยูซีเอ็นเป็นองค์กรกลางที่จะได้มาซึ่งมรดกโลกอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ตนพูดเสมอว่าไอยูซีเอ็นไม่ใช่เซลล์แมน ดังนั้นการได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกต้องมีศักดิ์ศรีซึ่งหมายถึงความภูมิใจของทุกฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกเราพยายามเป็นกลางบนข้อเท็จจริงมากสุด พวกเราไม่เข้าข้างใคร พิจารณาตามไปตามข้อเท็จจริง บางเรื่องที่ไอยูซีเอ็นใหญ่ถามมาก็ตอบไป แต่บางครั้งเขาก็มีคณะทำงานต่างหาก เขาไปสืบข้อเท็จจริงหรือฟังหน่วยงานต่างๆ เอง ไอยูซีเอ็นทำงานมา 74 ปีและเป็นองค์กรใหญ่ที่ฟังเสียงจากทุกฝ่าย เรามี 80 ประเทศ เราให้ความสำคัญมากเรื่องฟังเสียงของสมาชิก&amp;rdquo; ดร.จำเนียร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน คณะรัฐมนตรีองค์ได้พิจารณาเห็นชอบตามข้อเสนอของ ทส.ในเรื่ององค์ประกอบและท่าทีของราชอาณาจักรไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 44 โดยมีเนื้อหาว่า การขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน หากคณะผู้แทนไทยเห็นว่า(ร่าง) ข้อมติไม่มีผลดีต่อไทยในการนำเสนอพื้นที่ฯ เป็นแหล่งมรดกโลก เห็นชอบให้คณะผู้แทนไทย ชี้แจงทำความเข้าใจและโน้มน้าว คณะกรรมการมรดกโลก องค์กรที่ปรึกษา และศูนย์มรดกโลก เกี่ยวกับสถานการณ์ และวิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน และสนับสนุนราชอาณาจักรไทยในการผลักดันการขึ้นทะเบียนพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก รวมทั้ง ขอปรับแก้ (ร่าง) ข้อมติที่จะส่งผลต่อผลการดำเนินงานในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ประกอบด้วย 1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นที่ปรึกษา 2. นายสีหศักดิ์ พวงเหตุแก้ว ทำหน้าที่กรรมการในคณะกรรมการมรดกโลกและหัวหน้าคณะผู้แทนไทย 3. ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ และคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในการดำรงตำแหน่งกรรมการมรดกโลก วาระปี พ.ศ. 2562 &amp;ndash; 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109597</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, จังหวัดเพชรบุรี, บางกลอย, มรดกโลก, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed93e81eab4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเร่งแก้ปัญหารถไฟไทย-จีน ปมสถานีอยุธยาติดปมมรดกโลก ตั้งอนุฯ3 ชุดดูระบบเชื่อมต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28พ.ค.2564-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 2/ 2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยโปรแกรม &amp;quot;Zoom&amp;quot; เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพ ฯ-หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมาระยะทาง 250.77 กม. วงเงินลงทุน 179,412.21 ล้านบาท งานโยธาแบ่งเป็น 14 สัญญา โดยก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 1 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 6 สัญญา เตรียมการก่สร้าง 3 สัญญา อยู่ในขั้นตอนการประกวด ราคา 4 สัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย ระยะทาง 356.10 กม มีจำนวน 5 สถานี ได้แก่ สถานีบัวใหญ่ สถานีบ้านไผ่ สถานีขอนแก่น สถานีอุดรธานี สถานีหนองคาย มีศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) 2 แห่ง ที่นาทา และเชียงรากน้อย มีศูนย์ซ่อมบำรุงทาง (Maintenance Base) 4 แห่ง ที่บ้านมะค่า หนองเม็ก โนนสะอาด และนาทา มีย่านกองเก็บตู้สินค้า (CY)และย่านเปลี่ยนถ่ายสินค้า (Transshipment Yard) 1 แห่ง ที่นาทา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินโครงการศึกษา และออกแบบรายละเอียด เพื่อเชื่อมต่อทางรถไฟช่วงหนองคาย-เวียงจันทน์ ซึ่งคาดว่าออกแบบแล้วเสร็จเดือนมิ.ย.64 และกระทรวงคมนาคมได้เตรียมจัดประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 29 เพื่อหารือร่วมกับฝ่ายจีนในการดำเนินงานในระยะต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย -จีน จำนวน 3 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ ,คณะอนุกรรมการพัฒนาการเชื่อมต่อ และการขนส่งข้ามแดนทางรถไฟช่วงหนองคาย-เวียงจันทน์ และ คณะอนุกรรมการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นระบบสนับสนุนผู้โดยสารให้กับระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อขับเคลื่อนดำเนิน โครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมอีก 3 ข้อ คือ 1. ให้กระทรวงคมนาคมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ในประเด็นการก่อสร้างโครงสร้างงานโยธาร่วม ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง กับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ให้ได้ข้อสรุปเพื่อเสนอต่อ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแนวทางก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา ว่าสามารถดำเนินการได้ตามมติคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการจัดทำแนวทางการเชื่อมโยงรถไฟระหว่างไทย -ลาว-จีนโดยพิจารณาแนวทางเลือกข้อดี - ข้อเสีย ด้านต่างๆ เพื่อหารือกับฝ่ายจีนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104464</URL_LINK>
                <HASHTAG>มรดกโลก, สถานีอยุธยา, โครงการรถไฟไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b06a637bb00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
