<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA เขตบางพลี แจ้งปิดให้บริการชั่วคราว จากผลกระทบเหตุไฟไหม้โรงงานย่านบางพลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากกรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงาน ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ และการไฟฟ้านครหลวง เขตบางพลี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงจึงของดให้บริการชั่วคราวโดยจะเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ และสภาพแวดล้อมในพื้นที่สำนักงานคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ สำหรับการให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง ยังดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมลพิษที่เกิดขึ้นจากเหตุเพลิงไหม้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA จึงขอแนะนำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าใช้บริการชำระค่าไฟฟ้า หรือรับบริการด้านไฟฟ้าอื่น ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ MEA Smart Service ได้ ไม่ว่าจะเป็นการชำระค่าไฟฟ้าผ่าน MEA Smart Life Application หรือ รับบริการครบวงจรผ่านระบบออนไลน์ MEASY โดยเข้าได้ที่ https://www.mea.or.th/eservice/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108847</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, MEA Smart Life Application, MEA Smart Service, MEASY, การให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง, การไฟฟ้านครหลวง, บริการชำระค่าไฟฟ้า, ผ่านช่องทางออนไลน์, มลพิษ, เขตบางพลี, เพลิงไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e4405302def.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หน้ากากอนามัย..สร้างขยะ ปัญหามลพิษใต้ท้องทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ล่าสุดนักอนุรักษ์เตือนว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาจทำให้เกิดมลพิษในมหาสมุทรเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มขยะพลาสติกจำนวนมาก ที่คุกคามสิ่งมีชีวิตในทะเล หลังจากพบหน้ากากแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ลอยอยู่ในท้องทะเลจำนวนมาก ซึ่งคล้ายกับแมงกะพรุนที่มีชีวิต นอกจากนี้ยังพบถุงมือยางที่มีน้ำขังจมกระจายอยู่ทั่วก้นทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ทำงาน เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมประเทศฝรั่งเศส อย่าง Operation Mer Propre เช่นกิจกรรมเกี่ยวกับการเก็บขยะ บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศสอยู่เป็นประจำ ได้เริ่มออกมาเตือนเกี่ยวกับปัญหาขยะ จากการระบาดของไวรัสโคโรน่าเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;โจเซฟ เฟลเลอร์&amp;rdquo; นักดำน้ำ จากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมข้างต้น &amp;ldquo;Operation Mer Propre&amp;rdquo; บอกว่า &amp;ldquo;ขยะจากโควิด-19 อาทิ หน้ากากอนามัย ขวดน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดมือ และขยะภาชนะพลาสติกทั่วไป กระป๋องอลูมิเนียม ได้ถูกน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ซัดจมก้นทะเลเป็นจำนวนมาก ถึงกระนั้นขยะที่ใช้แล้วจากไวรัสร้ายดังกล่าว แม้จะไม่ได้เป็นจำนวนมหาศาลในวันนี้ แต่ในอนาคตนั้นก็ไม่สามารถที่จะคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวได้ เพราะอย่าลืมว่าทั่วโลกที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ก็จะต้องทิ้งขยะดังกล่าว สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับมลพิษในท้องทะเล ซึ่งจะกระทบต่อระบบนิเวศใต้ท้องทะเลในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้าน &amp;ldquo;เลอเรน แลมบอร์ด&amp;rdquo; หนึ่งในสมาชิกจากองค์ด้านสิ่งแวดล้อม &amp;ldquo;Operation Mer Propre&amp;rdquo; บอกคล้ายกันว่า &amp;ldquo;ทั้งนี้ในประเทศฝรั่งเศสประเทศเดียวนั้น ได้สั่งซื้อหน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง จำนวน 2,000 ล้านชิ้น และอีกไม่นานเราจะเสี่ยงต่อการมีขยะจากหน้ากากอนามัย มากกว่าแมงกะพรุนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเสียอีก โดยเธอได้เขียนข้อความดังกล่าวบนโลกโซเชียลมีเดีย ควบคู่ไปกับการโพสต์คลิปวิดีโอการดำน้ำ พร้อมกันโชว์ให้ดูว่าหน้ากากดำน้ำของเธอ มีทั้งสาหร่ายและถุงมือทางการแพทย์ติดมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้กับเมืองอองทีปส์ (Antibes) ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งประเทศฝรั่งเศส&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นทางกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ ต้องการสะท้อนให้คนทั่วโลกตระหนักว่า การใช้หน้ากากอนามัยซ้ำ กรณีที่ไม่ได้สกปรกมากและไม่ได้ออกไปในจุดเสี่ยง หรือเปลี่ยนจากการใส่ถุงมือยาง มาเป็นการล้างมือบ่อยๆขึ้น พูดง่ายๆว่าการใช้พลาสติก ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว ในการรับมือกับโรคโควิด-19 ประกอบกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายนั้น นักสิ่งแวดล้อมได้เตือนถึงภัยคุกคามของขยะจำนวนมหาศาล ที่ถูกทิ้งเกลือนอยู่ในมหาสมุทร ที่กระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล จากมลพิษของขยะพลาสติก ที่คิดเป็น 17 ล้านตันต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้จากการประมาณการของ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment) ในปี 2018 ระบุว่าในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีขยะพลาสติกไหลลงสู่ท้องทะเล มากถึง 570,000 ตันต่อปี และถ้าคิดเป็นจำนวนเงินนั้น เท่ากับการที่คุณทิ้งขยะจากขวดพลาสติกไปราว 33,800 ขวด ในทุกๆ 1 นาทีลงในทะเล อีกทั้งจำนวนของขยะพลาสติก จากอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 นั้น มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นสูงจากทุกประเทศทั่วโลก ที่เผชิญกับโรคระบาดดังกล่าว ที่สำคัญหน้ากากอนามัย จะมีส่วนประกอบของโพลีโพรพีลีน หรือพลาสติกใสรวมอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ที่น่าสนใจนั้นพลาสติกจะสามารถย่อยสลายได้ โดยใช้ระยะเวลา 450 ปี ดังนั้นหน้ากากอนามัยที่มีส่วนประกอบพลาสติกอยู่นั้น จึงคล้ายกับระเบิดเวลาในทางนิเวศวิทยา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวต่อโลกของเรา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;อีกทั้งช่วงต้นปีที่ผ่านมากลุ่มนักอนุรักษ์ธรรมชาติ อย่าง OceansAsia ที่อยู่ในประเทศฮ่องกง เริ่มแสดงความกังวลในลักษณะเดียวกัน ซึ่งได้ทำการสำรวจขยะในทะเล ของหมู่เกาะโซโกะที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยอยู่ พบว่ามีหน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้าน &amp;ldquo;แกรี่ สโตส์&amp;rdquo; ทีมนักอนุรักษ์ธรรมชาติ จาก OceansAsia บอกว่า &amp;ldquo; จากการสำรวจบนชายหาดที่ทอดยาวประมาณ 100 เมตร พบว่ามีขยะจากหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วมากถึง 70 ชิ้น หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 สัปดาห์ คลื่นก็ได้ซัดขยะจากหน้ากากอนามัย มาเกยตื้นที่หาดอีก 30 ชิ้น ทั้งที่ไม่มีคนอาศัยอยู่บนเกาะดังกล่าวแต่อย่างใด&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;อีกทั้งการที่นักวิจัยคนดังกล่าว ต้องการรู้ว่าขยะพลาสติกจากหน้ากากอนามัย จะถูกคลื่นซัดไปไกลแค่ไหนนั้น เขาจึงเริ่มตรวจสอบชาดหาดอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบต่อระบบนิเวศบนชายหาด ทว่าการเริ่มทำการสำรวจขยะพลาสติก จากหน้ากากอนามัยนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่ที่ทั่วโลกเผชิญกับโรคโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกนี้ขยะจากหน้ากากอนามัยที่มีน้ำหนักเบาและตกอยู่ริมหาด ก็มักจะถูกลมทะเลพัดพาขึ้นฝั่งไปบนบก หรือ บนเรือ แทนที่ขยะดังกล่าวจะถูกนำไปฝังกลบในบ่อเก็บขยะมูลฝอย หรือทำลายด้วยวิธีที่ถูกต้อง และที่น่าเศร้านั้นคือการขยะจากแมสก์ ก็ไม่ได้แตกต่างจากขยะพลาสติก อย่างหลอดดูดน้ำที่ถูกทิ้งไว้เรี่ยราดบนชายหาด และสุดท้ายก็ถูกคลื่นลมตีลงไปในทะเล และจมสู่ก้นมหาสมุทร อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่า หากปลาโลมาที่ว่ายในบริเวณมาเห็น และกินขยะพลาสติกดังกล่าว เนื่องจากคิดว่าเป็นอาหาร และสุดท้ายปลาโลมาก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา และจากการผ่าพิสูจน์ก็พบว่า มีเศษซากของหน้ากากอนามัยติดอยู่ในกระเพาะอาหารของปลาโลมา และที่กล่าวมาเป็นผลพวง จากการใช้และทิ้งขยะจากหน้ากากอนามัยไม่ถูกที่ถูกทาง และอาจจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศใต้ทะเลได้ ในอนาคตอันใกล้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103320</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, ขยะ, ท้องทะเล, มลพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a37ecc367b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก!ศาลปกครองสูงสุดนัดชี้ขาด’สนามบินสุวรรณภูมิ’ก่อมลพิษทางเสียงหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;ในเวลา 13.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 25 ก.พ. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 1807/2553 คดีหมายเลขแดงที่ 386/2558 ระหว่าง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน (ผู้ฟ้องคดี) กับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติและการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ที่ 1 กับพวกรวม 545 คน ฟ้องว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน ไม่ได้กำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ฟ้องคดีกับพวกรวม 545 คน ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบต่อโดยตรงจากมลภาวะทางเสียงของเครื่องบิน อันเนื่องมาจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมิได้เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมในการศึกษาหรือประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งที่ผู้ฟ้องคดีกับพวกรวม 545 คน ได้ร้องเรียนกรณีดังกล่าวไปยังหน่วยงานต่าง ๆ แล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไข เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจาก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มเติม ซึ่งผู้ฟ้องคดีและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดดำเนินการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็มิได้โต้แย้งหรือคัดค้านการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในขั้นตอนของการดำเนินงานหรือภายหลังจากที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5) ได้ให้ความเห็นชอบ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไม่จำต้องนำโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;ไปดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแต่อย่างใด ทั้งโครงการสนามบินสุวรรณภูมิตามข้อเท็จจริง&amp;nbsp;ที่ปรากฏ ยังไม่ถึงขั้นมีมลพิษร้ายแรงเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งอยู่ในวิสัยที่ปรับปรุงแก้ไขได้&amp;nbsp;การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 ไม่ประกาศให้สนามบินเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ จึงมิได้เป็นการละเลยต่อหน้าที่ ซึ่งหากการกำหนดห้ามบินในเวลากลางคืนอาจส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนในวงกว้าง ซึ่งมีผลเสียมากกว่าเมื่อเทียบกับการคุ้มครองสิทธิในการพักผ่อนของประชาชนโดยรอบของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและเสียงมีค่าเกินมาตรฐานเพียงเล็กน้อยบางช่วงเวลาจึงไม่มีเหตุให้ผู้ถูกฟ้องคดีต้องระงับการให้บริการขึ้นลงของเครื่องบินทุกประเภทในช่วงเวลา 12 นาฬิกาจนถึงเวลา 5 นาฬิกาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94055</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด, มลพิษ, ศาลปกครองกลาง, ศาลปกครองสูงสุด, สนามบินสุวรรณภูมิ, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035b1f211e6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค่าฝุ่นพิษมีแนวโน้มลดลง พบ 9 พื้นที่ฝั่งธนบุรียังเกินค่ามาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร รายงานผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่าเกินค่ามาตรฐานจำนวน 9 พื้นที่ คือ​ เขตหนองแขม เขตทวีวัฒนา เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน​ เขตบางแค​ สวนทวีวนารมย์ (เขตทวีวัฒนา)​ เขตตลิ่งชัน​ เขตบางกอกใหญ่​ และเขตภาษีเจริญ โดยตรวจวัดได้ในช่วง 11-75 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) คิดเป็นร้อยละ​ 12.86 จากจำนวนเขตที่มีสถานีตรวจวัดทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับดีมาก และอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพบางพื้นที่ ค่า PM2.5 มีแนวโน้มลดลง กรมอุตุนิยมวิทยา : มีเมฆบางส่วน ฝน 10% ของพื้นที่ คำแนะนำในการปฏิบัติตน&amp;nbsp;คุณภาพอากาศปานกลาง&amp;nbsp;ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ให้ประชาชนทั่วไปในบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานให้เฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยทางเดินหายใจ และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากเกิดความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทุกคนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ฝุ่นพิษ, มลพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd87592598d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธีรภัทร&#039; แจงลักษณะอากาศกรุงเทพฯ-ปริมณฑลเหมือนถูกฝาชีครอบอีก 3-4 วัน ทำฝุ่นพิษบางจุดพุ่งสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.63 - เมื่อเวลา 13.00น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เปิดเผยว่าจากที่ได้ประชุม ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ(ศกพ.) ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่นพิษทั่วกรุงเทพ พบว่าในช่วง 3 วันนี้ตั้งแต่วันที่ 14 -&amp;nbsp;17 ธ.ค. สภาพทางอุตุนิยมวิทยามีข้อจำกัดในเรื่องการหมุนเวียนอากาศโดยเฉพาะความกดอากาศ ลม การยกตัวของมวลอากาศ ทำให้อากาศในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีความนิ่ง ทำให้มลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดต่างๆเช่นรถยนต์ รถบรรทุก จะเหมือนกับกรุงเทพฯมีฝาชีครอบอยู่ จนมีมลพิษทางอากาศในบางจุดที่สูงมาก อนุกรรมการฯจึงประสานงานแจ้งไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ ขอความร่วมมือกรมการขนส่งทางบก กทม. กรมควบคุมมลพิษ ช่วยกันตรวจสอบรถควันดำ โดยเฉพาะรถบรรทุกเล็ก และรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำมันดีเซล จากสถิติพบว่า 100 คัน พบถึง 46 คัน ที่ไม่บำรุงรักษาเครื่องยนต์ทำให้เกิดควันดำ โดยจะตรวจทุกวัน ยาวไปอีก 6&amp;nbsp;เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ยังพบว่าจุดที่มีสภาพ PM2.5 หรือฝุ่นพิษค่อนข้างสูงหรือสูง ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณการจราจรหน้าแน่น จึงประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกทม. ช่วยพยายามทำให้เกิดการไหลลื่น นอกจากนี้ขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้รถสาธารณะให้มากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรภัทร ประยูรสิทธิ, มลพิษ, หมอกควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec131ceeb477.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชียงใหม่อากาศแย่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคเหนือยังถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควัน PM 2.5 พบพื้นที่สีแดงถึง 15 แห่ง อ.แม่สาย จ.เชียงราย สูงสุดอยู่ที่ 337 มคก./ลบ.ม. ขณะที่เชียงใหม่ฝุ่นกระจายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ขึ้นอันดับ 1 เมืองที่คุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในโลกเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ใจกลางเมืองช่วงเช้าฝุ่นทะลุ 400 สาเหตุสำคัญคือการเกิดไฟป่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศภาคเหนือ เวลา 15.00 น. วันที่ 15 มีนาคม 2563 ดังนี้ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 240 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ลบ.ม.) ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 337 มคก./ลบ.ม., &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 163 มคก./ลบ.ม., ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 189 มคก./ลบ.ม., ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 120 มคก./ลบ.ม., ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 105 มคก./ลบ.ม., ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 168 มคก./ลบ.ม., ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 168 มคก./ลบ.ม., ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง 100 มคก./ลบ.ม., ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 85 มคก./ลบ.ม., ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 86 มคก./ลบ.ม., ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 76 มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน 95 มคก./ลบ.ม., ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 240 มคก./ลบ.ม., ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 112 มคก./ลบ.ม., ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 113 มคก./ลบ.ม., ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ 85 มคก./ลบ.ม., ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา 251 มคก./ลบ.ม., ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 119 มคก./ลบ.ม., ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 58 มคก./ลบ.ม., ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย 54 มคก./ลบ.ม., ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 55 มคก./ลบ.ม., ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร 53 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลดังกล่าว พบว่าคุณภาพอากาศในภาคเหนือมีพื้นที่สีแดง-เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สูงถึง 15 พื้นที่ ได้แก่ เชียงราย 2 พื้นที่ เชียงใหม่ 6 พื้นที่ ลำปาง 1 พื้นที่ ลำพูน 1 พื้นที่ แม่ฮ่องสอน 1 พื้นที่ น่าน 2 พื้นที่ พะเยา 1 พื้นที่ ตาก 1 พื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันอาทิตย์ สภาพหมอกควันหนาทึบปกคลุมตัวเมืองเชียงใหม่จนทัศนวิสัยลดลงอย่างมาก เห็นแต่สีขาวขมุกขมัวเป็นบริเวณกว้าง ขณะเดียวกันควันไฟและฝุ่นละอองยังส่งกลิ่นเหม็นไหม้รุนแรง และทำให้ผู้ที่อยู่ภายนอกอาคารรู้สึกได้จากอาการแสบตา แสบจมูก และแสบคอ แม้จะอยู่ในที่โล่งแจ้งไม่กี่นาทีเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ค่ามลพิษของเว็บไซต์ CMU CCDC หรือศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Climate Change Data Center Chiang Mai University) รายงานสถานการณ์หมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่เช้านี้เมื่อเวลา 08.00 น. พบว่าที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ สวนสาธารณะหนองบวกหาด ใจกลางเมืองเชียงใหม่ วัดค่า PM 2.5 ได้สูงถึง 402 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และในอีกหลายจุดอยู่ระหว่าง 300-400 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ตามอำเภอรอบนอกของเชียงใหม่ก็วิกฤติหนักทุกพื้นที่เช่นเดียวกัน สูงสุดวัดได้ 578 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ รพ.อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ รองลงมาที่ รพ.แม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ วัดได้ 518 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และที่ รพ.ฝาง อ.ฝาง วัดได้ 416 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากเว็บไซต์ air visua ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก พบว่าจังหวัดเชียงใหม่ยังครองแชมป์เมืองที่มีคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยเช้านี้เมื่อเวลา 8 น. พบค่า PM 2.5 ของตัวเมืองเชียงใหม่พุ่งสูงถึง 274.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 325 US AQI สูงขึ้นจากเมื่อวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่ได้ปรับมาตรการคุมเข้มเชิงพื้นที่ลงลึกถึงหมู่บ้าน ขอความร่วมมือจัดชุดลาดตระเวน ประชาสัมพันธ์ชี้แจงทำความเข้าใจสถานการณ์ พร้อมหาข่าว ดำเนินมาตรการด้านกฎหมาย โดยนำประชาชนชุดหาของป่าล่าสัตว์ ชรบ.จิตอาสา ทหาร ตำรวจร่วมเอกซเรย์ทุกหมู่บ้านเสี่ยง ตลอดจนจัดชุดดับไฟป่าจากกรมป่าไม้ ฝ่ายปกครอง อปท.จิตอาสา พร้อมขอสนับสนุนอากาศยานดับเพลิงจาก ปภ., ทอ., กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ทบ.สนับสนุนภารกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำปาง สถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าก็ยังไม่กระเตื้องขึ้น โดยบนเทือกเขาดอยพระบาท ต.พระบาท อ.เมือง ยังคงมีไฟไหม้ป่าเป็นวันที่ 3 ทำให้ควันไฟลุกลามเข้ามาใกล้แนวสวนป่ารุกขชาติพระบาท หรือบริเวณกิ่วพระเจ้า และปกคลุมหลายเส้นทาง การสัญจรต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นถนนวชิราวุธดำเนิน หรือถนนสายลำปาง-แพร่ โดยเฉพาะช่วงขาขึ้นเขาดอยพระบาท และสามแยกผาลาด-แม่เมาะ รถยนต์ต้องเปิดไฟหน้ารถเพิ่มความสะดวกในการขับขี่และชะลอความเร็ว เนื่องจากแสงแดดไม่สามารถส่องถึงพื้นดิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59848</URL_LINK>
                <HASHTAG>มลพิษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อากาศแย่สุดในโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6e2f8e1190a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ห่วงใย ลดความเสี่ยงมลพิษ เชื้อไวรัส แนะประชาชนใช้บริการ Online ไม่ต้องเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2563) นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า ตามที่ กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพและปริมณฑลปัจจุบันพบว่ามีหลายพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะในเขตเมือง รวมถึงเพื่อการลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019&amp;nbsp; MEA จึงขอแนะนำการติดต่อขอรับบริการด้านระบบไฟฟ้าจาก MEA ผ่านช่องทาง Online ต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้ไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องเดินทางออกนอกบ้านอยู่ที่ไหนก็ใช้บริการได้สะดวกรวดเร็ว ทันสมัย ซึ่ง MEA ได้พัฒนาระบบพร้อมให้บริการประชาชนได้เลือกใช้ตามความต้องการ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA Smart life Application &amp;ldquo;แอปเดียวจบครบทุกเรื่องไฟฟ้า&amp;rdquo; ที่สามารถชำระค่าไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชันด้วยบัตรเครดิตประเภทวีซ่า (Visa) และมาสเตอร์การ์ด (Master Card) พร้อมทั้งสามารถแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องได้เพียง 2 คลิก รวมถึงสามารถตรวจสอบประวัติการใช้ไฟฟ้า โดยแสดงเป็นจำนวนหน่วยย้อนหลัง 6 เดือน ติดตามข้อมูลการประกาศดับไฟฟ้าปฏิบัติงาน และข้อมูลข่าวสารจากทาง MEA โดยตรง ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ App Store และ Google Play ดาวน์โหลดฟรี คลิก http://is.gd/KlyQKF&amp;nbsp; หรือจะใช้บริการผ่านเว็บไซต์ MEA e-Service ก็สามารถให้บริการตรวจสอบค่าไฟฟ้า ชำระค่าไฟฟ้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp; รับสมัครรับแจ้งค่าไฟฟ้าให้ทราบผ่านทางอีเมล ตรวจสอบค่าไฟฟ้าย้อนหลังได้เช่นกัน คลิก https://eservice.mea.or.th/meaeservice/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;M easy เว็บไซต์บริการขอใช้ไฟฟ้า ที่ให้บริการครบวงจรสามารถติดต่อขอใช้บริการได้ทุกที่ทุกเวลา ทราบค่าใช้จ่ายพร้อมเลือกชำระค่าบริการได้หลากหลายช่องทาง และสะดวกสามารถติดตามสถานะการดำเนินงานได้ทุกขั้นตอนทางออนไลน์ คลิก https://eservice.mea.or.th/measy/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;e-Payment การชำระค่าไฟฟ้าผ่านทางระบบ e-Service ที่ MEA เชื่อมโยงความสะดวกสบายไว้รองรับความต้องการที่ทันสมัย สามารถชำระค่าไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึง การหักบัญชีธนาคาร หรือบัญชีบัตรเครดิต ของธนาคารต่าง ๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ MEA ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA&amp;nbsp; Line@ : @meathailand Twitter : @mea_news รวมถึงสอบถามเจ้าหน้าที่ MEA ได้ทุกแห่ง และแจ้งผ่านศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56477</URL_LINK>
                <HASHTAG>Online, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, ผาสุก สัมปุณณะโชติ, มลพิษ, เชื้อไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3bd4ac2f906.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
