<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ผอ.ชลฯโคราช’รับสุดต้านมวลน้ำมากพนังกั้นน้ำอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรพัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64-ความคืบหน้าอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนล่าง ตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นอ่างที่รับน้ำจาก อำเภอด่านขุนทดฯ ทั้งหมดรวมทั้งอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนบน มีปริมาณน้ำ เกือบ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำ กว่า 157 เปอร์เซ็นต์จากความจุ 27 ล้านลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่ชลประทานจังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบัลลังก์ ร่วมกันดูแลอย่างดีมากกว่า 1 เดือน แต่วันนี้ปริมาณน้ำด้านบนที่ไหลลงมาจากอำเภอด่านขุนทดฯมีปริมาณที่มากเกินกว่าที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนล่าง จะรับไหว กระแสน้ำกัดเซาะมากๆทำให้พนังกันน้ำทรุดตัวทำให้มวลน้ำ ไหลลงบานประตูทั้ง 4 บาน ซึ่งกำลังก่อสร้างแต่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ โดยมวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลลงสู่บานประตูด้านล่างเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้น้ำยังไหลออกทางปีกซ้ายปีกขวาและสปิลเวย์ทางประตูระบายน้ำฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกิตติกุล&amp;nbsp; เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้ทางชลประทานได้ทำดีที่สุดและแต่ก็ไม่สามารถที่จะต้านทานไหวเพราะมวลน้ำด้านบนไหลออกมาเป็นจำนวนมาก แต่เป็นลักษณะอย่างนี้ก็ดีเพราะเรายังรักษาสันเขื่อนเอาไว้ได้ทำให้น้ำไม่ล้นสันเขื่อนมีเพียงน้ำที่ไหลออกทางประตูระบายน้ำที่กำลังก่อสร้างเท่านั้นและฝากเตือนพี่น้องประชาชนสันเขื่อนยังแข็งแรงมั่นคง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117930</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นครราชสีมา, มวลน้ำ, อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_615071f448e5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกรัฐบาล&#039; เตือนชาวอุบลฯเตรียมพร้อมรับมวลน้ำก้อนใหญ่เข้าตัวเมือง 13 ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า เตือนชาวอุบลราชธานีเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์มวลน้ำจำนวนมากที่จะเดินทางถึงในวันพรุ่งนี้นะคะ โดยคาดว่าจะมีมวลน้ำสูงสุด 4,500-4,800 ล้าน ลบ.ม.เดินทางถึง อ.เมืองอุบลฯ วัดปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานีสะพานเสรีประชาธิปไตย อ.วารินชำราบ คาดว่าในวันที่ 13 ก.ย.สูงสุดอยู่ที่ 5,300-5,500 ลบ.ม./วินาที โดยน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะมีน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในหลายพื้นที่ค่ะ หากต้องการความช่วยเหลือ ให้แจ้งมาที่สายด่วน 1784 นะคะ เพราะมีพื้นที่ประสบภัยเป็นวงกว้างเจ้าหน้าที่อาจจะดูแลไม่ทั่วถึงค่ะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45576</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, น้ำท่วมอุบลราชธานี, มวลน้ำ, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d79a834e5c32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพชรบุรีส่อวิกฤติ! น้ำทะลักเข้าท่วมตัวเมืองแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ทั้งในตัวตลาดเมืองเพชร ถนนหน้าห้างสหไทย ถนนพงษ์สุริยา ถนน 18 เมตร และถนนคนเดิน ข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี น้ำเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นผิวจราจรแล้ว โดยน้ำดันขึ้นทางฝาท่อระบายน้ำและน้ำที่ล้นตลิ่ง แต่ละจุดน้ำมีความสูงประมาณ 10-13 เซนติเมตร และเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมวลน้ำก้อนใหญ่ที่จะมาถึงพื้นที่เมืองเพชรในช่วงเที่ยงของวันนี้คาดว่าจะทำให้มีปริมาณน้ำท่วมสูงเพิ่มมากขึ้นในตัวเมืองเพชร โดยชาวบ้านได้เร่งเก็บข้าวของขึ้นที่สูง และมีการนำถุงทรายก่อกั้นเป็นกำแพง บางบ้านก่อกำแพงขึ้นมาเพื่อป้องกันน้ำเข้าตัวบ้านซึ่งมีการเตรียมความพร้อมไว้แล้วตั้งแต่มีการเตือนว่าน้ำจะเข้าท่วมตั้งแต่ระลอกแรก โดยมีบางบ้านที่ทุบกำแพงที่กั้นทิ้งเพราะคิดว่าน้ำไม่ท่วมเมืองเพชรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเยาวลักษณ์ บุญโพธิ์ ชาวบ้านตำบลบ้านกุ่ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี เล่าว่า น้ำเริ่มเข้าเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาและได้เริ่มเก็บข้าวของไว้ที่สูงเพื่อป้องกันน้ำท่วมเสียหาย โดยมีการป้องกันด้วยการนำกระสอบทรายมากั้นที่หน้าบ้าน แต่ไม่สามารถต้านทานน้ำได้ เนื่องจากมีน้ำซึมมาจากใต้ดินแล้วเข้าท่วมจึงต้องปล่อยเลยตามเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางอารดา สุขลาภ ที่ได้เช่าห้องพักอยู่ ใน ตำบลบ้านกุ่ม กับลูกชาย 2 คน ได้เก็บข้าวของที่จำเป็นเพื่อหาห้องเช่าใหม่ชั่วคราว เนื่องจากน้ำได้เข้าท่วมถึงในตัวห้องพักซึ่งตนมีลูกเล็ก ๆ กลัวจะเกิดอันตรายจึงย้ายไปหาที่พักชั่วคราวเพื่อให้ปลอดภัยไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเขื่อนแก่งกระจาน วันนี้ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 773.490 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 108.94 % มีน้ำไหลลง 19.408 ล้านลูกบาศก์เมตร เปิดระบายน้ำ 263.30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 22.7491 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำในอ่างฯ ลดลง &amp;ndash; สถานการณ์เฝ้าระวัง ขณะที่เขื่อนเพชร เปิดระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี อยู่ที่ 175.094 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ15.1281 ล้านลูกบาศก์เมตร เปิดน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ 4 สายรวม 115.09&amp;nbsp; ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมทั้งสิ้น 290.18 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15931</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดเมืองเพชร, น้ำท่วม, มวลน้ำ, เขื่อนแก่งกระจาน, เทศบาลเมือง, เพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7ceb8946895.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งระบายน้ำ 2 เขื่อนความจุเกิน 80% ประสานผู้ว่าฯเตรียมแผนรับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 61 &amp;ndash; ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในขณะนี้ว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำเชิงลึก ซึ่งต้องเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 11 แห่ง ที่คาดการณ์ว่าอีก 1 เดือนข้างหน้าปริมาณน้ำอาจจะสูงมากกว่านี้ จึงต้องมีมาตรการพร่องน้ำ โดยอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์มี 2 แห่ง คือที่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร และที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเราให้ความสำคัญเป็นกรณีพิเศษให้มีการระบายน้ำมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเกียรติ กล่าวว่า พล.อ.ฉัตรชัยสาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ได้สั่งการให้ดำเนินการภายใน 5 วันให้ได้ โดยก่อนระบายน้ำให้แจ้งผู้ว่าฯ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก่อน 3 วัน เพื่อให้ภาคประชาชนรับรู้และจัดทำรายงานผลกระทบท้ายน้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และหากระดับน้ำอยู่ในระดับวิกฤติ นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้สั่งการ แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำโดยรวมขณะนี้อยู่ในเกณฑ์สีเหลืองหรือในระดับเตรียมการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเกียรติกล่าวอีกว่า ในวันที่ 3 ส.ค.เวลา 08.00 น.จะมีการเปิดศูนย์เฉพาะกิจร่วมที่กรมชลประทาน โดยศูนย์ดังกล่าวจะดำเนินการร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมงอย่างใกล้ชิด มีเจ้าหน้าที่ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลชุดเดียวกันอย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณฝนในช่วงต้นเดือนส.ค.อาจจะไม่มาก ซึ่งในภาคกลางและภาคเหนือ สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นกังวล แต่ในภาคอีสานปริมาณน้ำในเขื่อนที่มากกว่าความจุร้อยเปอร์เซ็นต์ในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีจำนวนมากกว่า 50 แห่ง ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จึงต้องวิเคราะห์ความสมดุลในการรับน้ำและระบายน้ำ นอกจากนี้อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกว่า 1,000 แห่ง ก็ได้มอบหมายให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูแลในเบื้องต้นก่อน หากจำเป็นต้องระบายน้ำฉุกเฉินจะต้องดำเนินการแห่งใดบ้าง ซึ่งยังมีเวลาเตรียมการ 1-2 สัปดาห์ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดสถานการณ์ใด ณ วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากรณีที่มีกระแสข่าวว่าปริมาณน้ำปีนี้มากกว่าปี 54 ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายสมเกียรติกล่าวว่า ปริมาณน้ำเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาโดยรวมถือว่าสูงกว่า เป็นข้อเท็จจริงที่ใช่ แต่มีปริมาณสูงกว่าในเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพียงบางแห่งเท่านั้น เช่นในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ โดยในภาคกลางได้มีการเฝ้าระวังเรื่องแผนบริหารจัดการน้ำ และเราไม่ประมาท ตามที่มีพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาว่าพายุจะเข้ามาช่วงกลางเดือนส.ค.นี้ขณะที่ สถานการณ์น้ำริมฝั่งแม่น้ำโขงมีการเร่งสูบน้ำระบายออก โดยที่จ.อุบลราชธานีปริมาณน้ำลดลงแล้ว แต่ที่จ.เลยหนองคาย นครพนม มุกดาหาร ปริมาณน้ำมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น 70 เซนติเมตร ถึง 1 เมตรเนื่องจากมวลน้ำอาจถูกปล่อยมาจากจีนและสปป.ลาว จึงประสานกับสองประเทศว่าจะมีปริมาณน้ำปล่อยลงมาจำนวนเท่าใด ซึ่งผู้ว่าฯได้รับทราบและแจ้งเตือนประชาชนแล้ว &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14562</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, มวลน้ำ, สถานการณ์น้ำ, สมเกียรติ ประจำวงษ์, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, เขื่อนใหญ่, เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b6276704a10b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
