<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกสั่งรับมือน้ำท่วมอุบล กนช.เคาะโปรเจ็กต์2หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ห่วงมวลน้ำจำนวนมากไหลผ่านจ.อุบลราชธานี 13 ก.ย. กำชับเหล่าทัพ-หน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือ ปชช. เตรียมลงใต้ไป &amp;quot;นครฯ-สุราษฎร์ธานี&amp;quot; ติดตามก่อสร้างโครงการแก้ปัญหาอุทกภัยวันศุกร์นี้ &amp;quot;กนช.&amp;quot; ตั้งวอร์รูมเฉพาะกิจอำนวยการน้ำแห่งชาติ พร้อมอนุมัติ 3 โปรเจ็กต์ใหญ่เฉียด 2 หมื่นล้าน แก้น้ำท่วม-ภัยแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chon-o-cha&amp;quot; แสดงความห่วงใยประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี ที่กำลังประสบอุทกภัยว่า &amp;ldquo;ผมขอให้พี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานีเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์มวลน้ำจำนวนมากที่จะไหลผ่าน อ.เมืองอุบลฯ ในวันพรุ่งนี้ครับ โดยระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ขอให้ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐอย่างต่อเนื่อง และหากต้องการความช่วยเหลือ ให้ติดต่อสายด่วน 1784 ขอให้ทุกคนปลอดภัยครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีห่วงใยพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี ขอให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์มวลน้ำที่จะไหลผ่านอำเภอเมืองอุบลฯ โดยคาดว่าในวันที่ 13 ก.ย. จะมีมวลน้ำสูงสุดอยู่ที่ 5,300-5,500 ลบ.ม./วินาที นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะมีน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในหลายพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ได้สั่งให้หน่วยงานของรัฐและทุกเหล่าทัพเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ โดยให้กระจายกำลังและเครื่องมือช่างสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนที่ยังประสบอุทกภัยในพื้นที่วิกฤติอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ขอให้อยู่กับประชาชนในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมสั่งการให้หน่วยงานของรัฐในพื้นที่เตรียมแผนการเคลื่อนย้ายคนรวมถึงสัตว์ให้พร้อม และขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาล และภาคส่วนต่างๆ รวมถึงจิตอาสาจะให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องและเต็มที่ โดยหลังสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเร่งสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนเป็นการเร่งด่วน&amp;quot; นางนฤมลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในวันที่ 13 ก.ย.นี้ นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะเดินทางไปตรวจราชการและพบปะประชาชน จ.นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี โดยช่วงเช้าจะเดินทางไปยัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามพื้นที่ก่อสร้าง ปตร.กม. 9+200 คลองท่าเรือ-หัวตรุด ในโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เพื่อพบปะประชาชนและนักเรียน พร้อมกับมอบอุปกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ และมอบอุปกรณ์การเรียนแก่นักเรียน ก่อนจะออกเดินทางไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ช่วงบ่ายจะเดินทางต่อไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ โดยนายกฯ จะเยี่ยมชมแปลงเกษตร ฟาร์มไก่ และเข้ากราบนมัสการพระภาวนาโพธิคุณ เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล และจะเดินทางต่อไปยังสถานีสูบน้ำปลายคลองเฉวง (CP1) เพื่อดูการทำงานของระบบน้ำของสถานีสูบน้ำปลายคลอง (CP1) ต่อด้วยการเป็นประธานเปิดงานเทศกาลท่องเที่ยวเกาะสมุย ครั้งที่ 4 ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการประชุมคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 2/62 เพื่อติดตามงานปี 62 และปรับแผนบริหารจัดการน้ำ ปี 63 โดยมีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวหลังการประชุมว่า ที่ประชุม กนช.รับรายงานสถานการณ์น้ำจากทั่วประเทศ รวมถึงปริมาณน้ำในเขื่อน แม่น้ำต่างๆ และปริมาณน้ำฝนที่คาดว่าจะตกลงมา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาฯ สทนช. แถลงว่า ที่ประชุมเห็นชอบจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และกองอำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ (วอร์รูม) ที่มี สทนช.รับผิดชอบ และเห็นชอบ 3 โครงการขนาดใหญ่ วงเงินกว่า 18,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการก่อสร้างเพื่อการพัฒนา ปี 61 ของการประปาส่วนภูมิภาคจำนวน 6 โครงการ วงเงินงบประมาณ 11,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อก่อสร้างเสร็จสิ้นจะสามารถผลิตน้ำประปาได้เพิ่มขึ้น 332,400 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน 2.โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี จากคลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปี 64-68) วงเงิน 6,130 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำพื้นที่ฝั่งธนบุรี และ 3.โครงการแก้ปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปี 64-68 ) ก่อนจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาแผนปฏิบัติการภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประจำปี 63 ประกอบด้วย 28 หน่วยงาน จำนวน &amp;nbsp;57,975 โครงการ วงเงินกว่า 3.1 แสนล้านบาท ที่กระจายลงทุกภาคทั่วประเทศ และรับทราบความคืบหน้าโครงการสำคัญปี 62 ที่รัฐบาลใช้งบกลางกว่า 19,000 ล้านบาท เพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำและเพิ่มต้นทุนน้ำ จำนวน 144 โครงการ โครงการก่อสร้างฝายชะลอน้ำ 30,000 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งงบประมาณที่กระจายให้ทุกจังหวัดแก้ไขและบรรเทาปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สธ.ได้เตรียมนักจิตวิทยาเพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพราะได้รับรายงานว่าประชาชนเกิดความหวาดระแวง ตกใจ และเกิดอาการซึมเศร้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากปัญหาน้ำท่วมทำให้มีผู้หลักผู้ใหญ่ หรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงเดินทางลงพื้นที่เป็นจำนวนมาก จนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องมาเตรียมการต้อนรับ &amp;nbsp;แทนที่จะได้ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน จึงขอให้ผู้หลักผู้ใหญ่ลดการลงพื้นที่ ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงสามารถสั่งการได้โดยไม่ต้องลงทุนที่อยู่แล้ว&amp;quot; นายอนุทินกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45653</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ปัญหาอุทกภัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มวลน้ำจำนวนมาก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a50972a41f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
