<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พศ.ล้อฟรีบอกไม่มีหน้าที่จุ้น’มส.’อยากทำอะไรเชิญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.2564 - สืบเนื่องจากมติมหาเถรสมาคม (มส.) ประชุมกันเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีวาระจรเข้าที่ประชุมแจ้งเพื่อทราบ กรณีแต่งตั้งพระสังฆาธิการ จำนวน 30 รูป และมีการถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด &amp;nbsp;3 รูป คือ พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี (ฝ่ายมหานิกาย) พระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัด กาฬสินธุ์ (ฝ่ายธรรมยุต) และ 3 พระราชปรัยัติสุนทร เจ้าคณะจังหวัด ฉะเชิงเทรา (ฝ่ายมหานิกาย) และในวาระเดียวกัน ยังมีการแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดขึ้นมาแทน โดยไม่แจ้งสาเหตุที่สำคัญ ทั้งนี้ ในส่วนจังหวัดนครพนม ก็มีข่าวลือว่ามีมติแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดนครพนมซ้อนทับรูปเดิมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันที่ 6 กันยายน 2564 ว่าที่ร้อยตรี ดร.จุลสัน ทันอินทร์อาจ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม ออกมาสยบข่าวลือดังกล่าวโดยเปิดเผยรายละเอียดว่า &amp;ldquo;การแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดเป็นบทบาทหน้าที่ของการปกครองของฝ่ายสงฆ์ ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาของเรามิอาจจะก้าวล่วงได้ สำนักงานพระพุทธศาสนาเราตั้งขึ้นมาเพื่อสนองงานพระสงฆ์ ไม่มีบทบาทหน้าที่ที่จะเข้าไปกำกับดูแลหรือวิพากษ์วิจารณ์ แต่ในเคสที่มีการสั่งปลดอะไรต่างๆ 3 จังหวัด โดยมีจังหวัดฉะเชิงเทรา ปทุมธานี และจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็เป็นเรื่องบทบาทหน้าที่ของสงฆ์เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของนครพนมนั้นไม่มีปัญหาอะไร อย่างพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ ท่านก็อายุถึง 80 ครบ 81 แล้ว ก็จะต้องตั้งให้เป็นที่ปรึกษา ซึ่งท่านก็เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 ไม่ใช่ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด เพราะว่าประสบการณ์ในการทำงานมากกว่าระดับจังหวัดแล้ว จะต้องเป็นระดับภาคขึ้นไป จากนั้นเมื่อท่านได้ยกฐานะขึ้นเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 ท่านก็จะต้องแต่งตั้งรักษาการทันที เพื่อไม่ให้งานคณะสงฆ์เกิดเกียร์ว่าง หรือเกิดช่องว่างในช่วงระหว่างของการแต่งตั้ง ดังนั้นในวันที่แต่งตั้งของวัดพระธาตุพนมฯ ที่ปรึกษาคณะภาค 10 ก็จะต้องมีการแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดทันที ก็คือเจ้าคุณเพชรหรือพระราชสิริวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดสว่างสุวรรณาราม เขตเทศบาลเมืองนครพนม เพราะว่าท่านก็เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเป็นรองก็จะต้องขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัด โดยเป็นรักษาการไว้ก่อนพอรักษาการเสร็จ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ทางมหาเถรสมาคมก็มีมติแต่งตั้งพระราชสิริวัฒน์ วัดสว่างสุวรรณาราม ขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัดนครพนม ดังนั้นการแต่งตั้งไม่ได้เป็นอย่างที่ลือกันแต่อย่างใด&amp;rdquo; ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ผอ.สนง.พระพุทธศานาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจสำคัญในตอนนี้ที่ต้องลงมือทำทันที คือ การออกสำรวจวัดต่างๆในพื้นที่ว่ามีโฉนดที่ดินแล้วหรือยัง เนื่องจากก่อนมารับตำแหน่ง ผอ.สนง.พระพุทธศานาฯ ทราบว่ามีวัดทั้งที่ยังพระจำพรรษาและวัดร้างจำนวนมาก ไม่มีโฉนดที่ดินครอบครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้มีชาวบ้านบางคนเข้าไปรุกล้ำแล้วไปยื่นขอออกโฉนดยึดที่ดินวัดมาเป็นของตนเอง จนกลายเป็นเรื่องพิพาทกันมายาวนานหลายสิบปี ณ ขณะนี้ได้ดำเนินการร่วมกับสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม รังวัดออกโฉนดให้กับวัดไปแล้วประมาณ 30 กว่าแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผอ.สนง.พระพุทธศาสนา กล่าวต่อว่า กรณีวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ได้รับการเสนอชื่อขึ้นเป็นมรดกโลก ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก ตนจึงได้ตรวจสอบแนวเขตที่ตั้งของวัดพระธาตุพนมฯ ในระบบแอปพลิเคชันของกรมที่ดิน ปรากฏว่าไม่พบแนวเขตที่ตั้งวัดพระธาตุพนมฯอยู่ในระบบดังกล่าว จึงประสานไปยังกรมที่ดินเพื่อให้ลงแนวเขตที่ตั้งวัดพระธาตุพนมฯจำนวน 100 กว่าไร่ด้วย เพราะหากคณะกรรมการมรดกโลกตรวจสอบแนวเขตที่ตั้งของวัดแล้วไม่พบอยู่ในระบบ อาจจะเป็นปัญหาในการขึ้นเป็นมรดกโลกได้ ซึ่งทางกรมที่ดินก็จะเร่งดำเนินการตามที่ตนร้องขอไว้เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในจังหวัดนครพนม มีวัดฝ่ายมหานิกาย 706 แห่งและฝ่าย ธรรมยุต 90 แห่ง รวมทั้งสิ้น 796 แห่ง แยกเป็นอำเภอเมืองฯ 134 แห่ง,ธาตุพนม 81 แห่ง,ท่าอุเทน &amp;nbsp; 89 แห่ง,นาแก 88 แห่ง,วังยาง 29 แห่ง,บ้านแพง 52 แห่ง,นาทม 21 แห่ง,ศรีสงคราม 66 แห่ง,ปลาปาก 62 แห่ง,เรณูนคร 66 แห่ง,นาหว้า 53 แห่ง, และอำเภอโพนสวรรค์ 55 แห่ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118936</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม, ฝ่ายสงฆ์, มส., มหาเถรสมาคม, ว่าที่ร้อยตรี ดร.จุลสัน ทันอินทร์อาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d1972c777b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีนทุกคนต้องได้ฉีด ยกเว้น! ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและผู้แพ้วัคซีนรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มส.ผส. ร่วมกับ สสส. จัดเสวนา &amp;ldquo;COVID-19 การเข้าถึงบริการทางสังคมและสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อไขคำตอบให้ผู้ฟังผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting ฟันธงทุกคนควรฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ไม่ต้องกลัวเข็ม ต้องกลัวโควิด-19 มากกว่า ย้ำผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน และผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนรุนแรงอย่าเพิ่งฉีด เสี่ยงปัญหาสุขภาพ ต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.นพ.ภูษิต ประคองสาย ผู้ดำเนินรายการ&amp;nbsp;หยิบยกปัญหาที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลรณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกคนหรือไม่ ทั้งกลุ่มที่มีปัญหาทางสุขภาพ มีโรคประจำตัว และกลุ่มที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs พร้อมถอดบทเรียนว่ากลุ่มไหนที่ควรได้รับการยกเว้นฉีดวัคซีนจากปัจจัยสุขภาพ โดยในวงเสวนามีการถอดบทเรียนจากผู้เชี่ยวชาญผู้สูงอายุ 3 ท่านที่สะท้อนมุมมอง พร้อมเสนอแนะแนวทางระบบการจัดการวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน แพทย์อายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การบริหารจัดการวัคซีนมีความจำเป็นต้องมีระบบจัดการที่ตอบโจทย์กับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สุขภาพมีปัญหา ร่างกายยังไม่เหมาะสมที่จะได้รับวัคซีนโควิด-19 ทันที เพราะอาจส่งผลกระทบกับร่างกาย ซึ่งกลุ่มคนที่ยังไม่ควรได้รับวัคซีนในตอนนี้ หรือจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ให้รอบคอบ คือ &amp;ldquo;ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย&amp;rdquo; ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าอาจจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกไม่เกิน 6 เดือนข้างหน้า เพราะถ้าฉีดวัคซีนเข้าไปอาจจะทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไม่ได้ นั่นหมายความว่าวัคซีนโควิด-19 อาจจะไม่มีประสิทธิภาพกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ถ้าฉีดไปก็ไม่มีประโยชน์กับชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร กล่าวต่อว่า กลุ่มที่ยังไม่เหมาะสมที่จะได้รับวัคซีนโควิด-19 คือ ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติแพ้วัคซีน หรือแพ้ยาอย่างรุนแรง เพราะอาจได้รับผลกระทบหลังจากการฉีดซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่ทำให้สุขภาพและชีวิตมีปัญหา เช่น เป็นไข้ บวม ช้ำ ปวด ผื่นขึ้นบริเวณที่ฉีดวัคซีน หรือมีอาการหอบหืด เพราะร่างกายมีปฏิกิริยาที่ไม่ตอบรับกับวัคซีนโควิด-19 นอกจากนี้คนไข้ที่เคยได้รับพลาสมาหรือยาต้านไวรัสรักษาโควิด-19 ให้รอดชีวิตได้ หรือคนไข้ที่เป็นโควิด-19 ใน 10 วันยังไม่ควรได้รับวัคซีน แต่กลุ่มนี้จะมีการพิจารณาเป็นรายๆ ไปขึ้นอยู่กับแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม รวมถึงคนที่มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมได้ เช่น โรคทางระบบประสาทและสมอง เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับหมอเป็นพิเศษ ใครที่มีประวัติเลือดออกต้องกินยาละลายลิ่มเลือดจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทุกคนที่แข็งแรง ไม่แพ้วัคซีนหรือรักษาโควิดหายแล้ว ยังจำเป็นต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 อยากย้ำว่าทุกคนอย่าได้กลัววัคซีน เพราะการแพทย์ของเรา คนไข้หนักๆ ก็สามารถบริหารจัดการได้ ถ้าปล่อยให้มีการติดโควิด-19 จำนวนมากจะทำให้อัตราการตายสูงขึ้น อาจารย์อยากบอกทุกคนว่า เราอาจกลัวโควิด-19 ได้ แต่อย่ากลัววัคซีน เพราะมันจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เราผ่านวิกฤติครั้งนี้ได้&amp;rdquo; ผศ.พญ.สิรินทรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าจะวิเคราะห์ผู้สูงอายุบางกลุ่มว่ากลัวเข็มฉีดยา หรือไม่อยากจะฉีดวัคซีน-19 จำเป็นต้องพิจารณาเป็นรายกรณี สิ่งที่อยากย้ำคือ กระทรวงสาธารณสุขต้องทำความเข้าใจเรื่องวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากับผู้สูงอายุว่ามีผลกับเส้นเลือดตีบหรือไม่ หรือมีเปอร์เซ็นต์การเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนกลุ่มนี้ เพราะเรามีพันธุกรรมต่างกับชาวต่างประเทศ ฉะนั้นควรให้ข้อมูลกับผู้สูงอายุให้มากที่สุด จากสถิติคนที่ติดโควิด-19 ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงกว่าคนทั่วไป บางคนแค่เริ่มต้นมีอาการป่วยก็เสียชีวิต จึงอยากย้ำว่าขอให้ฉีดวัคซีน-19 ไม่ต้องเลือกวัคซีนยี่ห้อใด แต่อยากให้ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ไปด้วยกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าถามอาจารย์ว่าผู้สูงอายุควรจะเลือกฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไร ซิโนแวคหรือแอสตร้าเซนเนก้าได้ทั้งนั้น ขอให้ได้วัคซีน-19 กันเถอะ การได้รับวัคซีนไม่ได้หมายความจะไม่ติดเชื้อ แต่เป็นการลดโอกาสการติดเชื้อ ลดโอกาสป่วยให้น้อยลง แม้จะป่วยก็จะมีอาการรุนแรงน้อยกว่า โอกาสจะตายจากโควิดก็น้อยกว่า ขอให้ช่วยกันฉีดวัคซีนป้องกัน&amp;rdquo; ผศ.พญ.สิรินทรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ดร.ณปภัช สัจนวกุล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณปภัช สัจนวกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผลจากการสำรวจกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพช่วงล็อกดาวน์ ปี 2562 มีผู้สูงอายุที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.5 ล้านคน พบผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย 4.9 ล้านคน และจากงานวิจัยมีผู้สูงอายุประมาณ 93% ของผู้มีรายได้น้อยได้รับความช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน แต่ที่น่าสนใจคือ มีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยเข้าถึงโครงการคนละครึ่งได้ยาก เพราะปัญหาการลงทะเบียนต้องใช้เทคโนโลยี ต้องให้ลูกหลานเข้ามาช่วยเหลือในการลงทะเบียนให้ ใครที่มีลูกหลานอยู่ในบ้านก็จะช่วยเหลือได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณปภัช กล่าวต่อว่า อาชีพการทำมาหากินเปลี่ยนไป ทำให้ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบรุนแรงมากขึ้น พบผู้สูงอายุ 70-80% ถูกเลิกจ้างและพักงานในช่วงโควิด-19 นอกจากนี้ผู้สูงอายุยังมีปัญหาในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ และพบผู้สูงอายุมากกว่า 3 ใน 4 มีปัญหาเรื่องการหาทางออกในช่วงบั้นปลายชีวิต ดังนั้นมาตรการช่วยเหลือในภาครัฐจะต้องไม่นิ่งนอนใจ ต้องช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด มาตรการคนละครึ่ง เราชนะ ด้วยการเยียวยาเงิน 3,000 บาท 5,000 บาท การเพิ่มเงินช่วยเหลือ การเข้าถึงสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การได้รับการลดราคาก๊าซหุงต้ม ลดค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโดยสารในการเดินทางต่างๆ ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยไม่เคยใช้บริการสิทธิ์เหล่านี้ เดินทางด้วยความยากลำบาก ขณะเดียวกันภาครัฐต้องคิดหามาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;การรักษาคนไข้ด้วยระบบ Telemedicine เป็นความหวังใหม่ในสถานการณ์โควิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ดร.ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลการวิจัยที่มีการศึกษาในโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลในภูมิภาค เป็นข้อมูลระดับประเทศ การเข้าถึงบริการสุขภาพ คนไข้รับการรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน บริการฟื้นฟูผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง คนไข้ที่รับการผ่าตัดและนอนในโรงพยาบาล ในช่วงโควิดระบาดระลอกแรก ในช่วงนั้นเรายังไม่รู้จักโรคระบาดนี้ เพราะเป็นอุบัติใหม่ของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าโรคจะระบาดไปมากน้อยเพียงใด พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงเฉียบพลัน ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ในช่วงแรกการให้บริการภายในโรงพยาบาลทั่วไปลดลง 10% ในบรรยากาศที่ประเทศล็อกดาวน์ มีผู้สูงอายุเข้าพบหมอเพื่อติดตามอาการของโรคต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้ป่วย เกิดจากมาตรการภาครัฐในช่วงโควิดงดการเดินทาง การเคลื่อนย้าย ให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน ทำงานที่บ้าน เรียนทางออนไลน์ ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังเมื่อติดเชื้อโควิด โอกาสที่มีอาการรุนแรงสูง ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที มิฉะนั้นจะทำให้เสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลต่างๆ มีมาตรการสำหรับผู้ป่วยที่ไม่เร่งด่วน จะรับรักษาเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น การฟื้นฟูบำบัดในช่วงคนไข้ที่เจ็บป่วยด้วยหลอดเลือดสมอง ฟื้นฟูหลังจากที่ได้รับการรักษา จำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ทาง รพ.ได้มีการสำรวจบริการเสริมเข้ามาใช้ในโรงพยาบาลด้วย การให้บริการรับยาด้วยช่องทางต่างๆ การสั่งยาทางไปรษณีย์ รับยาใกล้บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล คนไข้ไม่จำเป็นต้องรับยาในโรงพยาบาล เพื่อลดความแออัดภายในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โควิดเป็นวิกฤติในโอกาสในการใช้มาตรการต่างๆ มากขึ้น เพื่อลดกลุ่มเสี่ยงเข้ามาในโรงพยาบาล ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลก็ต้องจัดพื้นที่ ปรับเปลี่ยนหอผู้ป่วยเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิดระลอก 3 ที่มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลทุติยภูมิรับส่งต่อผู้ป่วยที่มีอาการหนัก การขยายพื้นที่ ICU ขณะเดียวกันผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนในช่วงโควิดเพิ่มมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การให้บริการแพทย์ทางไกลขึ้นอยู่กับหมอแต่ละท่าน มีหน่วยตรวจที่จะให้ความสะดวก การใช้โทรศัพท์ในการพูดคุยหารือกับแพทย์ มีปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต คนไข้บางรายก็เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ไม่สะดวกมากนัก การโทรศัพท์เพื่อติดตามอาการคนไข้ในโรงพยาบาลสุขภาพใกล้บ้าน การวัดระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจวัดความดันโลหิต บางครั้งคนไข้ที่มีโรคเรื้อรังก็ต้องได้รับการบริการดูแลอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นเพราะการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องถูกกักตัวรอดูอาการ ในขณะที่ผู้สูงอายุติดเตียง ญาติเข้ามาดูแลไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องมาดูแลแทนญาติ เมื่อบุคลากรก็ถูกกักตัว จำนวนหมอและพยาบาลลดลงไปอีก เราก็ต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์เหล่านี้ด้วย คนที่ดูแลคนที่ติดบ้านติดเตียงในช่วงโควิด การฟื้นฟูการให้บริการคนไข้ที่บ้านก็ต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย พบว่าในต่างประเทศมีสถิติกลุ่มเปราะบางมีอาการรุนแรง 44-72% มีคนเสียชีวิต บุคลากรที่ดูแลติดเชื้อไปด้วยในระหว่างการดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรักษาคนไข้ด้วยระบบ Telemedicine เป็นความหวังใหม่ในสถานการณ์โควิด อันที่จริงโรงพยาบาลทุกแห่งได้เตรียมพร้อมที่จะใช้ระบบนี้มาก่อนที่จะมีโควิด แต่การขับเคลื่อนยากมาก ตอนนั้นผู้บริหารโรงพยาบาลคิดว่าภายใน 5-6 ปีจะต้องเดินหน้า พอดีเกิดโควิดโรคอุบัติใหม่ขึ้น จึงนำระบบ Telemedicine มาใช้ให้เป็นจริง แม้จะไม่ง่ายนัก แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่าบุคลากรทางด้านสาธารณสุขไม่ได้เก่งสารสนเทศกันทุกคน มีข้อจำกัดในบางกลุ่ม จึงต้องมีการพัฒนาเจ้าหน้าที่ในหลายภาคส่วนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ในบ้านเราพูดถึงเรื่องการฉีดวัคซีน ปัญหาคนป่วย ผู้สูงอายุ ปัญหาความยากจน หลายปัญหาถูกซ่อนไว้ใต้พรม มีแนวโน้มว่าผู้สูงอายุมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคของตัวเองค่อนข้างสูง ยิ่งการระบาดของโควิดในระลอก 3 มีความรุนแรงยิ่งกว่า 2 ครั้งแรก ปีก่อนทั้งปีป่วย 3,000 ราย แต่ปีนี้พบผู้ป่วยในวันเดียว 9,000 ราย ผู้สูงอายุจึงมีความปริวิตกเป็นอย่างมาก มีการจัดทำคู่มือหรือให้ข้อมูลเพื่อเป็นการพึ่งพาตัวเอง อยู่ในที่พักอาศัยอย่างปลอดภัย มีโทรศัพท์สายด่วนติดต่อผู้สูงอายุโดยตรงแยกจากประชากรกลุ่มอื่นด้วย ทำให้ผู้สูงอายุได้รับฟังข่าวสารจากคนข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีโครงการเรามีเรา กรมกิจการผู้สูงอายุมีโครงการไทยห่วงไทย คนไทยไม่ทิ้งกัน ใช้โทรศัพท์ปรึกษาหารือกันได้ ผู้สูงอายุบางรายไม่ได้มีโทรศัพท์มือถือส่วนตัว ไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ ก็ใช้บริการโทรศัพท์กลางภายในชุมชน มีอาสาสมัครช่วยลงทะเบียนให้ ประสบการณ์ในชุมชนเป็นเกราะคุ้มกันอย่างดีภายในชุมชน เมื่อมูลนิธิได้รับของบริจาคจะไม่เข้าไปในพื้นที่ เพราะผู้สูงอายุมีความหวั่นเกรงว่าจะนำโรคไปให้เขา ก็ต้องให้คนในชุมชนที่มีความคุ้นเคยกันนำสิ่งของต่างๆ ไปมอบให้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) : ภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105297</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19 การเข้าถึงบริการทางสังคมและสุขภาพของผู้สูงอายุ, Telemedicine, การรักษาคนไข้ด้วยระบบ, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, จัดเสวนา, ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่, ซิโนแวค, ดร.ณปภัช สัจนวกุล, ดร.นพ.ภูษิต ประคองสาย, ดร.ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์, ทุกคนต้องได้ฉีด, ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน, ผส., ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย, ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว, ผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting, มส., รัฐบาลรณรงค์, วัคซีน, สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, สร้างภูมิคุ้มกันหมู่, สสส., แอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba3117378bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สละสมณเพศได้!วิษณุชี้ช่องฟัน&#039;พระสงฆ์-เณร&#039;ร่วมม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีพระสงฆ์ และเณรไปร่วมชุมนุมทางการเมืองจนกระทั่งที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) แสดงความกังวลต่อพฤติกรรมดังกล่าวว่า เป็นเรื่องของมติ มส.ที่วางไว้อยู่แล้วว่าเรื่องพระไม่เข้าไปปราศรัยในทางการเมือง ฉะนั้นหากมีอะไรผิดให้พระสังฆาธิการ คือผู้ปกครอง &amp;nbsp;ผู้บังคับบัญชา หรือครู ตักเตือนหรือดูแลความรับผิดชอบ หากพบว่าผิดก็อาจจะให้สละสมณเพศได้ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่ปฏิบัติมานานแล้ว และที่ผ่านมาก็นำไปใช้ในการเลือกตั้ง ซึ่งมาคราวนี้ก็นำมาใช่เป็นหลักปฏิบัติเดียวกัน ตามข้อบังคับของ มส.มีอำนาจในฐานะผู้ปกครอง บังคับบัญชา เช่นเดียวกับ ครม. ข้าราชการทั้งหลายที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และปฏิบัติตามมติ ครม. ซึ่งมติ ครม.ไม่ใช่กฎหมายแต่ก็ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งของพระสงฆ์ก็มีลักษณะเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าแต่ที่ผ่านมาในอดีตก็มีพระสงฆ์ เณร เคยเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองมาแล้ว แต่ไม่ถูกลงโทษ นายวิษณุ กล่าวว่า ครั้งจากเคลื่อนไหวในอดีตนั้น จึงเป็นที่มาของมติ มส.ที่ใช้ในปัจจุบันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการที่พระ เณร ชูสามนิ้วถือว่าผิดวินัยสงฆ์หรือไม่ &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า จะบอกว่าผิดพระธรรมวินัยก็ไม่ใช่ หรือ จะบอกว่า ผิดมติ มส.ก็ไม่ใช่ และ มส.ก็ไม่เคยนึกเรื่องนี้ แต่อาจเป็นโลกวัชชะ ที่ประชาชนรู้สึกติเตียน ซึ่งไม่ได้ถือเป็นวินัยสงฆ์ &amp;nbsp;เช่น กรณีที่นำเสนอภาพข่าวพระสะพายกระเป๋าแทนการสะพายย่ามก็ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดวินัยสงฆ์ แต่เป็น โลกวัชชะ ซึ่งแปลว่า ชาวบ้านจะตำหนิติเตียน ดังนั้นไม่ควรจะทำ &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย หรือวินัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่แกนนำกลุ่มคณะราษฎรวิพากษ์วิจารณ์การทำกิจกรรมทางศาสนาอิสลามในการ เชิดชูสถาบันของจุฬาราชมนตรีว่า &amp;nbsp; เป็นสิทธิ์ที่ชาวมุสลิมจะดำเนินกิจกรรม ส่วนเรื่องดังกล่าวไม่มีอะไรคอมเม้นท์ ซึ่งทางจุฬาราชมนตรีท่านได้อธิบายแล้วว่าเรื่องนี้ เกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งกิจกรรมนั้นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83473</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุมทางการเมือง, นายวิษณุ เครืองาม, พระสงฆ์, มส., มหาเถรสมาคม, รองนายกรัฐมนตรี, เณร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa8b4811d18c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะเทือนพระสงฆ์ไทยในต่างประเทศ!เมื่อมหาเถรสมาคมติดเบรกศตภ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจในหัวข้อ &amp;ldquo;พศ. งัดข้อ ศตภ.! &amp;nbsp;สำนักพุทธยื่น มส. ตีความมติ ศตภ. กรณีออกมติให้พระไปต่างประเทศช่วงโควิด ผลก็คือ มส. เข้าข้าง พศ. สั่งเบรก ศตภ. ห้ามไม่ให้ออกมติอีกต่อไป&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อา..ถือว่าเป็นมวยรุ่นใหญ่ที่ไม่ได้ชมมานานหลายปี เรียกว่าเป็นศึกใหญ่ครั้งแรกในสมัยพระสังฆราชอัมพรก็ว่าได้ เมื่อสำนักพุทธฯ ซึ่งเป็นทั้งข้าราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้ส่งเรื่องแย้ง ศตภ. (ศูนย์ควบคุมพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ) ไปให้มหาเถรสมาคมตัดสิน ผลปรากฏว่า มส. (มหาเถร) เห็นดีตาม พศ. สั่งห้าม ศตภ. ออกมติอีก ฉีกหน้ากันยับยู่ยี่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือดังว่า แต่เดิมนั้น มส. สั่งตั้ง &amp;quot;ศูนย์ควบคุมพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ-ศตภ.&amp;quot; ขึ้นมา เพื่อคัดกรองพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ ครั้นมีโครงการอบรมพระธรรมทูตขึ้นมาในปี 2538 ก็สั่งแยกงานพระธรรมทูตออกจาก ศตภ. ให้พระธรรมทูตเดินเรื่องผ่าน มส. ได้โดยตรง โดยให้มีสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นหน่วยงานใหม่ ดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางไปต่างประเทศของพระเณรไทยจึงแยกออกเป็น 2 สาย สายพระธรรมทูตต้องผ่านสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ สายทั่วไป เช่น จะไปกิจนิมนต์ชั่วคราว ไปไหว้พระที่อินเดีย หรือสายอื่นใดที่มิใช่พระธรรมทูต ก็ให้ไปขึ้นต่อ ศตภ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ศตภ. มีสำนักงานอยู่ที่วัดสังเวชวิศยาราม และมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.9) วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศนั้น ปัจจุบันมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสฤษดิ์ เขมงฺกโร ป.ธ.3) วัดยานนาวา เป็นประธาน
&amp;nbsp;
แต่ก็มีความลักลั่นกันอีก คือว่า ถ้าสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ พิจารณารับคำร้อง (ทั้งเรื่องหนังสือเดินทางและวีซ่า) แล้ว ก็จะต้องนำเสนอมหาเถรสมาคมเพื่ออนุมัติเป็นด่านสุดท้าย (ผ่านไม่ผ่านก็อยู่ที่มหาเถรสมาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ศตภ. เมื่อผ่านมติแล้วก็เป็นอันสิ้นสุด ไม่ต้องส่งเรื่องผ่าน มส. อีกต่อไป แต่ ศตภ. จะส่งเรื่องไปสั่งให้สำนักพุทธฯ ออกหนังสือรับรองทั้งทำวีซ่าและพาสปอร์ตแก่พระเณรรูปนั้นๆ ได้โดยตรงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นไหมว่า หน่วยงานของ มส. ทั้งสองแห่ง มีแนวทางการทำงานที่แตกต่างกัน ทั้งๆ ที่มีเนื้องานเหมือนกัน และขึ้นตรงต่อ มส. เหมือนกัน มันก็แปลกแต่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำเรื่อง ศตภ. ผ่านมติให้พระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ไปให้มหาเถรสมาคมพิจารณา จึงถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการนำมติ ศตภ. เข้า มส. แถมผลที่ออกมาปรากฏว่า มส. เห็นด้วยกับ พศ. คือสั่งระงับมติของ ศตภ. ให้ตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ ศตภ. จะอ้อมแอ้มอ้างว่า มติที่ออกไปนั้น แค่ให้พระเณรไปทำพาสปอร์ต ยังไม่ได้ให้ไปต่างประเทศ ดังนี้ก็ตาม แต่ พศ. ก็แย้งว่า แล้วถ้าพระเณรที่มีวีซ่าอยู่ก่อนแล้ว เอามติ ศตภ. ครั้งนี้ไปทำพาสปอร์ต ก็จะสามารถไปต่างประเทศได้ (ทำนองลักไก่) ดังนั้น จึงถือว่าไม่ปลอดภัยสำหรับ มส. ที่ต้องเข้มงวดการเดินทางของพระเณรไทยในช่วงนี้ เถียงแบบนี้ทาง ศตภ. ก็สู้ไม่ได้ และสุดท้าย มส. ก็ถือหาง พศ. สั่งให้มติ ศตภ. ตกไปต่อหน้าต่อตามสมเด็จสนิทที่นั่งประชุมอยู่ใน มส. ครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการสนามมวยลุมพินีชี้ว่า ผลการชกครั้งนี้ พศ. ชนะขาดลอย ส่วน ศตภ. ของสมเด็จสนิทนั้น &amp;quot;หลับสนิทศิษย์หามลง&amp;quot; เพราะคงมิใช่แค่มติครั้งนี้ที่ไม่ผ่าน แต่อาจจะถึงกับ &amp;quot;ปิดห้องประชุม ศตภ. วัดสังเวช&amp;quot; ไปอีกนาน เพราะถูก มส. ห้ามออกมติให้พระไทยไปต่างประเทศ ก็เท่ากับ &amp;quot;ห้ามประชุม ศตภ.&amp;quot; จนกว่าจะยกเลิกมติดังกล่าว ตกงานกันเป็นแถวเลย คณะกรรมการ ศตภ. ชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ว่าปัญหามันมิได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่ &amp;quot;เมืองไทย&amp;quot; เท่านั้น เพราะมติ มส. ที่ออกมาครั้งนี้ มีผลกับพระไทยทั่วโลก ทั้งที่ไปปฏิบัติศาสนกิจชั่วคราว (ไม่เกิน 6 เดือน และส่วนใหญ่กลับไทยแล้ว) ทั้งที่ไปเป็นพระธรรมทูตอยู่ต่างประเทศนานหลายปี ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 มีตำแหน่งในต่างแดน เช่นเป็นเจ้าอาวาส เป็นพระเลขา และถือกรีนคาร์ดของต่างประเทศ สามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา (แต่ยังถือพาสปอร์ตไทย) ถ้าพระธรรมทูตมีกิจสำคัญเร่งด่วนต้องเดินทางกลับประเทศไทย ก็จะตกอยู่ในฐานะ &amp;quot;เข้าได้ แต่ออกไม่ได้&amp;quot; เพราะติดมติ มส. ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือถ้ามหาเถรสมาคม ไม่ยอมให้พระไทยต่ออายุหนังสือเดินทาง ก็จะทำให้พระธรรมทูตไทยในต่างประเทศ &amp;quot;เดินทางไม่ได้&amp;quot; เพราะหนังสือเดินทางมีไว้สำหรับเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนวีซ่านั้นมีไว้สำหรับผ่านด่านเข้าประเทศ รวมทั้งพระธรรมทูตที่มีธุระจะเดินทางกลับไทยในช่วงนี้ ก็จะเดินทางกลับออกนอกประเทศไม่ได้ เพราะ มส. ห้ามไม่ให้พระไทยไปต่างประเทศ ไม่ว่ากรณีใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติ มส. ที่ออกมา จึงถือว่าไม่รอบคอบ ไม่รัดกุม ตีขลุมมั่วไปหมด ไม่ว่าพระเณรไทยอยู่ในสถานะไหนก็ห้ามตะพึด ไม่มีการจำแนกแยกแยะว่า ประเภทไหนสมควรได้รับการผ่อนปรน ประเภทไหนที่ห้ามไม่ให้ไปโดยเด็ดขาด ถือว่าขาดเหตุผลอย่างตื้นเขินเลย ดูแต่รัฐบาลไทย แม้จะมีมาตรการกักกันผู้เดินทาง &amp;quot;เข้า-ออก&amp;quot; ประเทศ แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นไว้หลายประเภท นั่นแสดงว่าเข้าใจและทำงานเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ ศตภ. ชี้แจงว่า มติที่ออกมานั้น เพียงแค่ให้ต่อพาสปอร์ต ยังมิได้ให้ทำวีซ่า แต่การทำวีซ่ากับพาสปอร์ตก็ใช้มติเดียวกันนั่นแหละ มันจึงสุ่มเสี่ยงต่อการเลี่ยงบาลี แต่ถ้าระบุว่า &amp;quot;สำหรับการต่อพาสปอร์ตสำหรับพระธรรมทูต หรือพระไทยที่มีตำแหน่งในต่างประเทศเท่านั้น&amp;quot; แบบนี้ มส. ก็ควรรับฟังและพิจารณาเป็นรายๆ ไป มิใช่ตีตกทั้งมติ ทั้งพวกที่ไปอยู่นานและพวกที่ไปชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อสังเกตว่า การนำเรื่อง ศตภ. ไปฟ้อง มส. ของ พศ. ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า หน่วยงานรัฐและคณะสงฆ์ ภายใต้มหาเถรสมาคมทั้งสองแห่ง ไม่มีการทำงานร่วมกัน คือต่างคนต่างทำ คนหนึ่งออกมติมา อีกคนคัดค้าน ถึงกับ มส. ต้องออกมาเป็นกรรมการชี้ขาดว่าใครผิดใครถูก แบบนี้จึงเข้าทำนอง &amp;quot;ประสานงา&amp;quot; เพราะถ้ามีการประสานงานกันตั้งแต่แรก ปรึกษาหารือกันให้ลงตัว ก็จะไม่เกิดปัญหา แต่ปัญหาเกิดเพราะทำงานไม่เป็น เลยต้องมาทะเลาะกันให้ชาวบ้านเห็น เป็นเรื่องน่าเศร้าใจ บ้านเมืองมีปัญหา พระศาสนามีปัญหา แต่ถ้าคนไม่มีปัญญาแก้ไข ก็เท่ากับซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปกว่าเดิม น่าจะสังคายนาองค์กรต่างๆ ในการดูแลของมหาเถรสมาคมได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอย้ำว่า มติ มส. ที่ออกมาครั้งล่าสุด จึงมิใช่แค่ &amp;quot;ห้ามพระไทยไปต่างประเทศ&amp;quot; เท่านั้น แต่ยัง &amp;quot;ห้ามพระไทยในต่างประเทศเข้าประเทศ&amp;quot; อีกด้วย เพราะถ้าเข้าแล้วออกไม่ได้ เขาจะเข้าไปทำไม หรือคิดว่าพระธรรมทูตเขาไม่จำเป็นต้องกลับไทยเลยในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็นี่แหละ เวลาให้โอวาทอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ก็ปากหวาน &amp;quot;พวกท่านเป็นผู้เสียสละ เป็นหน่วยหน้ากล้าตายให้คณะสงฆ์ไทยในต่างประเทศ รู้ว่าพวกท่านอยู่ยากกินยาก แต่ต้องลำบากแทนพวกเรา ขอให้กำลังใจในการปฏิบัติศาสนกิจในต่างแดน&amp;quot; แต่พอมีปัญหาก็ไม่ช่วยแก้ไข แถมยังซ้ำเติมกันอีก &amp;nbsp;ออกมติตะพึด ไม่ถามไม่ไถ่กันซักคำ แบบนี้นี่เองกิจการพระศาสนามันถึงได้สาละวันเตี้ยลงทุกวัน เป็นพระนะ อย่าให้ณรงค์จูงจมูกสิครับ ท่านมหาเถร !
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74875</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศสหรัฐอเมริกา, มส., มหาเถรสมาคม, ลาสเวกัส, ศตภ., ศูนย์ควบคุมพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3c89770b8bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระบรมราชโองการแต่งตั้ง&#039;มหาเถรสมาคม&#039;ชุดใหม่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.2562 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เล่ม 136 ตอนพิเศษ 255 ง ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 ตรี มาตรา 12 และมาตรา 15 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม จำนวน 20 รูป ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร 2.สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร 3.สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร 4.สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธิ์ เขมงฺกโร) วัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร 5.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร 6.สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร 7.พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) วัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร 8.พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) วัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร 9.พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) วัดประยุรวงศาวาส กรุงเทพมหานคร 10.พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร) วัดเครือวัลย์ กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) วัดปทุมคงคา กรุงเทพมหานคร 12.พระวิสุทธาธิบดี (เชิด จิตฺตคุตฺโต) วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร 13.พระพรหมมุนี (บุญเรือง ปุญฺญโชโต) วัดพระศรีมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร 14.พระธรรมไตรโลกาจารย์ (พูนศักดิ์ วรภทฺทโก) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร 15.พระธรรมธัชมุนี (อมร ญาโณทโย) วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร 16.พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร 17.พระธรรมปริยัติโมลี (อาทร อินฺทปญฺโญ) วัดบพิตรพิมุข กรุงเทพมหานคร 18.พระธรรมปาโมกข์ (สุนทร สุนฺทราโภ) วัดราชผาติการาม กรุงเทพมหานคร 19.พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต) วัดราชาธิวาสวิหาร กรุงเทพมหานคร และ 20.พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ โกวิโท) วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม พุทธศักราช &amp;nbsp;2562 ประกาศ ณ วันที่ 14 ตุลาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48021</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบรมราชโองการ, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, มส., มหาเถรสมาคม, ราชกิจจานุเบกษา, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พงศ์พร&#039;เกษียณปีนี้! เทวัญยังไม่ได้หาผอ.พศ.คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช ที่ห้องประชุมมหาเถรสมาคม อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ว่า การเข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราชครั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลของคณะรัฐมนตรี และวันเดียวกันมีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ด้วย แต่ตนไม่ทราบว่าจะมีการพิจารณาเรื่องอะไร เพราะเป็นเรื่องของ มส.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. จะเกษียณอายุราชการในปีนี้ จะมีการต่ออายุราชการ หรือจะแต่งตั้งคนใหม่หรือไม่ นายเทวัญ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการหารือกันถึงเรื่องนี้ เพราะยังพอมีเวลาอีกเดือนกว่าๆ ค่อยมาพิจารณาว่าใครจะเหมาะสม โดยจะต้องหารือกันก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44473</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเทวัญ ลิปตพัลลภ, ผอ.พศ., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, มส., เกษียณอายุราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d6614c6cc718.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดมึน!ปฏิรูปพระสงฆ์ยุคบิ๊กตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2561 &amp;ndash; เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอมได้ออกบทความในหัวข้อ &amp;ldquo;มส.ไม่หมดอายุ ! กฤษฎีกาชี้ใช้กฎหมายสงฆ์ฉบับใหม่แทนแล้ว!&amp;rdquo; ซึ่งเป็นวิเคราะห์การปฏิรูปคณะสงฆ์ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไว้น่าสนใจ โดยระบุว่า กฎหมายสงฆ์ &amp;quot;ฉบับใหม่&amp;quot; ว่าไว้อย่างไร ก็ไขความได้ดังนี้ มาตรา 11 ให้กรรมการมหาเถรสมาคมซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป จนกว่าพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่แหละที่เรา อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม คอมเมนต์ไปตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมาว่า แต่ยังมีปัญหาให้ต้องตีความต่อไปอีกว่า ในมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ. คณะสงฆ์ฉบับใหม่ กำหนดไว้ว่า &amp;quot;ให้กรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป จนกว่าพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมขึ้นใหม่ ฯลฯ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งอาจจะหมายความว่า &amp;quot;ให้กรรมการ มส.ทั้งหมด ที่เหลืออยู่ ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ยังคงเป็นกรรมการ มส. อยู่ต่อไป จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการใหม่&amp;quot; หมายความด้วยว่า ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการตั้งกรรมการ มส. ชุดใหม่ กรรมการ มส. ชุดเก่า ก็ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไป ตามมาตราที่ 11 ข้างต้น เพราะเมื่อ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับใหม่ บังคับใช้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับเก่า ก็เป็นอันยกเลิก และต้องใช้ของใหม่แทน เมื่อของใหม่ให้ &amp;quot;ชุดเก่า&amp;quot; ยังคงอยู่ ก็ต้องคงอยู่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เพราะตามหลักกฎหมายแล้ว เมื่อออกกฎหมายใหม่มาใช้ในมาตราและเนื้อหาเดียวกัน กฎหมายเก่าก็เป็นอันยกเลิก ดังนั้น กฎหมายคณะสงฆ์ฉบับ คสช.ที่แก้ไขและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ศกนี้ ที่ผ่านมา จึงถือว่ามีผล ทั้งระงับยับยั้งหรือยกเลิก &amp;quot;มาตราเก่า&amp;quot; ใน พรบ.คณะสงฆ์ฉบับเก่า แต่ให้ใช้มาตรา 11 ในฉบับใหม่แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่..แต่ที่มันสับสนก็เพราะว่า มีเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ (เป็นใครก็ขี้เกียจจะเอ่ยชื่อ) ได้ออกมาให้ข่าวไปก่อนหน้านี้ว่า &amp;quot;ต่อจากนี้ไปไม่นาน จะมีกรรมการ มส.หมดวาระลงถึง 2 ชุดด้วยกัน วันที่ 17 กันยา ชุดหนึ่ง ต่อไปอีกชุดหนึ่งในต้นปีหน้า ฯลฯ&amp;quot; เป็นการพูดชี้นำให้สังคมไทยเข้าใจไปทางนั้น โดยที่ไม่ยอมนำเอา พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับใหม่ มาศึกษาเทียบเคียงและพิเคราะห์ในเนื้อหาของมาตรา 11 และพูดให้เคลียร์ในทุกขั้นตอนของกฎหมาย แปลง่ายๆ ว่า สำนักพุทธฯ ปล่อยไก่ให้ชาวเมืองเห็นกันทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ กฤษฎีกาตีความชัดเจนแล้ว ว่า พ.ร.บ.ฉบับเก่าไม่มีผล และให้ใช้ ม.11 ในฉบับใหม่แทน ส่งผลให้กรรมการ มส.ที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน กลายเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ตามความในมาตรา 11 จะดำรงตำแหน่งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่เข้ามาแทน เข้ามาวันไหนก็ไปวันนั้น แต่ตราบใดที่ยังไม่มีชุดใหม่ ชุดเก่าก็จะอยู่ไปเรื่อยๆ อาจจะเป็น 1 ปี 2 ปี 3 ปี หรือ 100 ปี ก็ไม่รู้ล่ะ เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะโปรดเกล้าฯ เมื่อไหร่ ซึ่งก็เท่ากับว่า การแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ของรัฐบาล คสช.นั้น กลายเป็นการ &amp;quot;ต่ออายุ&amp;quot; ให้แก่กรรมการ มส. ชุดเก่าไปโดยอัตโนมัติ จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า มันเป็นไปแล้วครับ เจ้านาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้าว ! แล้วไหนล่ะ &amp;quot;หลักการ&amp;quot; ของรัฐบาล ในการแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ โดยอ้างว่า &amp;quot;มีพระระดับสมเด็จหลายรูป ชราภาพมาก อาพาธ ทำงานไม่ไหว จึงต้องแก้ไขให้มีการแต่งตั้งแบบใหม่ โดยกรรมการ มส. ต้องทำงานได้&amp;quot; แต่แก้มานานตั้ง 2 เดือนกว่า ก็ยังไม่เห็นหน้าชุดใหม่ ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่า &amp;quot;ต่ออายุให้กรรมการ มส. ชุดชรา&amp;quot; ไปเสียฉิบ คราวก่อนก็ปล่อยให้วัดปากน้ำ &amp;quot;กินรวบ&amp;quot; ประเทศไทย ได้ตำแหน่งสูงสุดทางการศึกษาไปคุมไว้ในมือ วันนี้ยังต่ออายุให้สายวัดปากน้ำ &amp;quot;ครองเสียงข้างมาก&amp;quot; ในมหาเถรสมาคมอีก เยี่ยมจริงๆ เลย การปฏิรูปพระศาสนาของบิ๊กตู่นี่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18209</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มส., มหาเถรสมาคม, หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180923/image_big_5ba70fed48ef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
