<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลทุ่มทุนอนุมัติ240ล้านถ่ายสดมหกรรมกีฬา5รายการ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.2563 &amp;ndash; ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร.) ได้มีมติรับทราบเรื่องการขอรับการสนับสนุนงบประมาณการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ 5 รายการ ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ 5 รายการ จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) วงเงิน 240,000,000 บาท โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การถ่ายทอดสดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ 5 รายการดังกล่าวประกอบด้วย (1) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน (โตเกียว 2020) (2) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชนฤดูหนาว (โลซาน 2020) (3) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว (ปักกิ่ง 2022) (4) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อน (ดาการ์ 2022) และ (5) การแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ (หางโจว 2022) ซึ่ง กก. พิจารณาแล้วเห็นควรซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฯ ทั้ง 5 รายการดังกล่าวจากบริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ที่เป็นผู้บริหารจัดการลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดและการตลาด มูลค่ารวม 480,000,000 บาท (รวมภาษีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ไม่รวมค่าดำเนินการด้านเทคนิคการออกอากาศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ &amp;nbsp;ในการประชุมครั้งที่ 4/2562 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 มีมติอนุมัติงบประมาณสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ เป็นเงิน 480,000,000 บาท โดยมีเงื่อนไขหากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สามารถหาผู้สนับสนุนได้มากกว่า 240,000,000 บาท ตามที่นำเสนอคณะกรรมการการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติให้ใช้จ่ายจากแหล่งเงินที่จัดหามาได้เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้งบประมาณของกองทุนทั้งหมด โดยหากมีรายได้จากการจัดหาให้นำกลับคืนมาให้กองทุนเพื่อเป็นทุนสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมกีฬาของประเทศชาติต่อไป สำหรับค่าใช้จ่ายประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นการรับรู้จำนวน 20,000,000 บาท ให้ กกท. ใช้จ่ายจากแหล่งงบประมาณอื่นที่ไม่ใช่งบประมาณกองทุน (บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวให้ก่อน และจะนำรายได้จากการบริหารจัดการการถ่ายทอดสดไปชดเชยในส่วนดังกล่าว) ดังนั้น กก. จึงจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนจาก กทปส. มาสมทบในวงเงินงบประมาณ 240,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กก. แจ้งว่า การขอรับงบประมาณสนับสนุนในครั้งนี้สามารถดำเนินการได้ตามมาตรา 27 (21) และมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ที่บัญญัติให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีอำนาจหน้าที่พิจารณาและให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการจัดสรรเงิน กทปส. ตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (คณะกรรมการ กทปส.) เสนอ และมีความสอดคล้องกับมาตรา 52 (1) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวที่บัญญัติให้ กทปส. มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55140</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทปส., กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ, มหกรรมกีฬานานาชาติ, เอเชียนเกมส์, โอลิมปิกฤดูร้อน, โอลิมปิกฤดูหนาว, โอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อน, โอลิมปิกเยาวชนฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26ce7380f09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
