<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ไกล่เกลี่ยเช่าซื้อรถทะลุ1.34หมื่นคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย. 2564 นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตามที่ ธปท.&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;(สคบ.)&amp;nbsp;พร้อมกับผู้ให้บริการ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แห่ง ได้ร่วมกันจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อรถยนต์ออนไลน์ขึ้น ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับดีมีประชาชนสนใจมากพอสมควร ในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อาทิตย์ที่ผ่านมา มีผู้เช่าซื้อสนใจลงทะเบียนมา&amp;nbsp;13,450&amp;nbsp;คัน คิดเป็นมูลหนี้&amp;nbsp;6,725&amp;nbsp;ล้านบาท

สำหรับกลุ่มลูกหนี้เช่าซื้อที่มีปัญหาติ่งหนี้ หรือกลุ่มลูกหนี้เช่าซื้อที่ประสบปัญหาเจ้าหนี้เรียกร้องให้ชำระหนี้เพิ่มหลังจากยึดรถออกขายทอดตลาดไปแล้ว หากรู้สึกว่าเจ้าหนี้ต้องการให้จ่ายมากเกินไป ลูกหนี้สามารถยื่นขอไกล่เกลี่ยผ่านงานมหกรรมในครั้งนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มหนึ่งของงานมหกรรม

ทั้งนี้ ปัญหาติ่งหนี้ของสินเชื่อเช่าซื้อ ส่วนหนึ่งเกิดจากธุรกิจเช่าซื้อไม่ได้มีกฎหมายควบคุมเป็นการเฉพาะทำให้เกิดช่องว่างที่ไม่มีการควบคุม โดยแนวทางในการไกล่เกลี่ยสำหรับกลุ่มนี้ คือ ลูกหนี้จะชำระหนี้เฉพาะยอดหนี้ตามแนวของศาล และ สคบ.&amp;nbsp;โดยจะให้โอกาสลูกหนี้สามารถผ่อนชำระหนี้ส่วนนี้ได้นานระยะหนึ่งเช่น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี เป็นต้น

นอกจากนี้ กลุ่มเป้าหมายที่สำคัญอีกกลุ่มคือ กลุ่มลูกหนี้เช่าซื้อที่รถถูกยึดไปไม่นาน รถยังไม่ถูกขายทอดตลาด ถ้าเป็นรถที่ใช้ประกอบอาชีพ ส่วนนี้สามารถลงทะเบียนขอไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ลิสซิ่งได้เช่นเดียวกัน

&amp;quot;ธปท.&amp;nbsp;เชื่อว่าหลังจากที่แนวปฏิบัติเรื่องการคำนวณติ่งหนี้ของเช่าซื้อชัดเจนขึ้น เจ้าหนี้จะมีแรงจูงใจที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยกับลูกหนี้มากขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว ลูกหนี้ที่เช่าซื้อรถคันนี้ คือ ผู้ที่เต็มใจจะให้ราคาดีที่สุด ถ้าไกล่เกลี่ยปัญหากันได้ก็จะเป็นสถานการณ์ที่win winทั้งสองฝ่าย&amp;quot;&amp;nbsp;นางธัญญนิตย์ กล่าว

โดยแนวทางการไกล่เกลี่ยส่วนนี้ คือ ผู้ให้เช่าซื้อจะยอมให้ผู้เช่าซื้อสามารถรับรถที่ถูกยึดมา กลับไปเพื่อใช้ประกอบอาชีพ โดยจะปรับโครงสร้างหนี้ให้ผ่อนชำระหนี้ต่อจากที่หยุดชำระค่างวดไป โดยจะคิดค่าธรรมเนียมดอกเบี้ยจากค่างวดที่ควรได้รับชำระเท่านั้นซึ่งจะไม่มาก

อย่างไรก็ดี แม้จะไม่ได้เป็นลูกค้าของผู้ให้เช่าซื้อทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แห่ง ถ้าเดือดร้อนประสบปัญหา ไม่สามารถหาข้อยุติกับเจ้าหนี้ได้ โดยสามารถยื่นข้อเสนอไปที่ผู้ให้บริการผ่านช่องทางของ &amp;ldquo;ทางด่วนแก้หนี้&amp;rdquo; ของ ธปท.&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งคำขอไกล่เกลี่ยของลูกหนี้ไปที่เจ้าหนี้ลิสซิ่งได้&amp;nbsp;(www.1213.or.th/App/DebtCase)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106682</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อ, สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4c8365e7ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหกรรมไกล่เกลี่ย&#039;ที่พึ่งลูกหนี้ยามวิกฤติโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบเรียกได้ว่า &amp;ldquo;ทุกวงการ&amp;rdquo; ตั้งแต่ภาพรวมเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ รวมถึงภาคประชาชน โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลได้ใช้มาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ตั้งแต่ปี 2563 กับมาตรการขั้นเด็ดขาดอย่าง &amp;ldquo;ล็อกดาวน์&amp;rdquo; ที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักทั้งระบบ แม้ว่าจะมีการออกมาตรการเยียวยาในมิติต่าง ๆ แต่ก็เป็นเพียงการบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า เพราะท้ายที่สุดแล้วทั้งภาคธุรกิจ และประชาชนก็ได้รับบาดแผลไปตาม ๆ กัน หลังจากสถานการณ์การระบาดในประเทศดูเหมือนจะควบคุมได้เกือบ 100% แต่ก็ปิดไม่มิด สุดท้าย &amp;ldquo;โควิด-19 ระลอก 2&amp;rdquo; ก็ปะทุขึ้นมา แม้ว่ารอบนี้รัฐบาลจะไม่ได้ใช้ไม้แข็งในการควบคุมการระบาด เพียงแต่ระงับบางกิจกรรมทางเศรษฐกิจเท่านั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนอาจจะน้อยกว่าการระบาดในระลอกแรก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุดกับการระบาดในระลอกที่ 3 ที่รอบนี้ปะทุขึ้นใจกลางกรุง!! สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนอย่างมาก และเช่นเคยรัฐบาลก็ไม่ได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมการระบาด เพียงแต่ขอความร่วมมือจากทุกส่วนในประเด็นที่สำคัญ พร้อมทั้งระงับบางกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์การระบาดจะยังไม่ทุเลาลง เพราะยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ และคลัสเตอร์การระบาดใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าภาคธุรกิจ และประชาชนย่อมต้องได้รับบผลกระทบที่เกิดจากมาตรการควบคุมการระบาดทั้งแบบขึ้นเด็ดขาด และแบบเบาะ ๆ อย่างแน่นอน มากบ้าง น้อยบ้างแล้วแต่ปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง หลายธุรกิจพอหาสภาพคล่องมาประคองให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ แต่อีกหลายแห่งที่ไม่ไหว ล้มหายตายจากไปก็มาก ขณะที่ภาคประชาชนเมื่อภาคธุรกิจไปไม่ไหว ทำให้ได้เห็นภาพการเลิกจ้างงาน คนต้องเตะฝุ่น! เป็นจำนวนมาก หลายคนที่มีภาระหนี้สิน วิกฤติครั้งนี้เรียกว่าหนักหนาสาหัสเอาการ ความต้องการในการได้รับความช่วยเหลือในฐานะลูกหนี้ก็มีให้เห็นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในภาคการเงิน อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สมาคมสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFI) และสถาบันการเงินทั้งหมด ต่างก็ให้ความร่วมมือในการออกมาตรการช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่กำลังเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ. - 14 เม.ย. 2564 เป็นอีกมาตรการหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ โดยเป็นความร่วมมือกันของสำนักงานศาลยุติธรรม กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และ ธปท. เนื่องจากเห็นว่า กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ที่มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าหนี้และลูกหนี้หาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกันได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธปท.ระบุว่า ปัจจุบันยังจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 งานมหกรรมนี้จึงเป็นการไกล่เกลี่ยแบบออนไลน์ (Online mediation) เป้าหมายสำคัญและถือเป็นความพิเศษของงานมหกรรมไกล่เกลี่ยในครั้งนี้ คือ การไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลในส่วนที่มีคำพิพากษาและถูกบังคับคดีแล้ว ซึ่งไม่สามารถเข้าคลินิกแก้หนี้ได้ และปกติเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นตอนนี้ เจ้าหนี้มักจะไม่ยอมเจรจา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าของมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ปัจจุบันมีลูกหนี้ที่ยื่นขอลงทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์ ประมาณ 3 แสนราย คิดเป็น 6-7 แสนรายการ เฉลี่ย 1 รายต่อ 2 รายการ และพบว่าที่ผ่านมา มีลูกหนี้ที่ยื่นขอรับความช่วยเหลือ และได้รับความช่วยเหลือเรียบร้อยแล้วประมาณ 1.5 แสราย คิดเป็น 70% ของยอดลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด เป็นมูลหนี้ 8.6 พันล้านบาท ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างพิจารณาเงื่อนไข หากผ่านเกณฑ์ก็สามารถรับความช่วยเหลือได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ธปท. ระบุว่า หลังจากนี้คงไม่มีการขยายระยะเวลาสำหรับมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลแล้ว สำหรับลูกหนี้ที่ยังต้องการความช่วยเหลือก็สามารถขอรับความช่วยเหลือตาม &amp;ldquo;มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ระยะที่ 3&amp;rdquo; ของ ธปท. ซึ่งจะดำเนินการถึงสิ้นปี 2564 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุดกับ มหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 31 ก.ค. 2564 โดยเป็นความร่วมมือของ ธปท. กรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และผู้ให้บริการทางการเงิน 12 แห่ง ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์รวมกันแล้วมากกว่า 65% ที่จัดมหกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นช่องทางในการช่วยลดภาระของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ในการชำระหนี้ของสินเชื่อเช่าซื้อรถนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป้าหมาย คือ ให้ลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ที่รายได้ลดลงในช่วงโควิด-19 สามารถเจรจาผ่อนชำระหนี้ได้ตามความสามารถ เพื่อให้ลูกหนี้สามารถนำรถที่ถูกยึดกลับไปใช้ในการประกอบอาชีพและนำรถไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เช่นเดิม ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์ช่วงนี้อีกทางหนึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความช่วยเหลือจะแตกต่างกันตามความเหมาะสมและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ คือกลุ่ม1.ลูกหนี้ที่ยังไม่เป็น NPL หรือเป็น NPLแล้วแต่รถยังไม่ถูกยึด แนวทางช่วยเหลือจะสอดคล้องกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3ของ ธปท. ได้แก่ การปรับโครงสร้างหนี้ ลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง สามารถขอพักชำระค่างวดได้ 3เดือน หรือตามผลกระทบที่ลูกหนี้ได้รับ โดยแนวทางใหม่จะคำนวณดอกเบี้ยในช่วงพักชำระหนี้จากฐานของค่างวดที่ได้พักชำระหนี้ตามเกณฑ์ของ สคบ. ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยในช่วงที่พักชำระหนี้ถูกลงอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ลูกหนี้ที่เคยพักชำระค่างวดหรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และได้รับผลกระทบรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ต่อไปได้ สามารถคืนรถยนต์เพื่อลดภาระหนี้ได้ และหากราคาขายรถทอดตลาดที่ได้รับต่ำกว่าภาระหนี้คงค้าง ลูกหนี้สามารถขอผ่อนปรนเพิ่มเติมได้โดยผู้ให้บริการทางการเงินอาจพิจารณายกหนี้ส่วนที่เหลือให้ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 2. ลูกหนี้ที่รถถูกยึดแล้ว แต่ยังไม่ถูกขายทอดตลาด ลูกหนี้เช่าซื้อสามารถใช้ช่องทางของงานมหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในครั้งนี้ เพื่อเจรจากับเจ้าหนี้เช่าซื้อที่ร่วมงานเพื่อขอรถที่ถูกยึดไปคืน โดยเจ้าหนี้เช่าซื้อจะชะลอการขายทอดตลาด และปรับโครงสร้างหนี้โดยงานมหกรรมในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกหนี้เช่าซื้อมีโอกาสที่จะนำรถกลับไปประกอบอาชีพหรือใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยครั้งนี้หวังว่าลูกหนี้ที่ถูกยึดรถไป ส่วนหนึ่งจะมีโอกาสที่จะได้รับรถคืนซึ่งเป็นทางเลือกที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 3. ลูกหนี้ที่รถถูกขายทอดตลาดแล้ว แต่ยังมีมูลหนี้เช่าซื้อส่วนที่ขาดกรณีรถถูกขายทอดตลาดแล้ว ปรากฏว่าเงินที่ได้รับนั้นน้อยกว่ายอดหนี้เช่าซื้อคงเหลือ ทำให้มียอดหนี้ส่วนขาด หรือติ่งหนี้ โดยในงานมหกรรมครั้งนี้ สคบ.และ ธปท. ได้ร่วมกันศึกษาแนวคำพิพากษาของศาลยุติธรรมเกี่ยวกับการคำนวณยอดหนี้เช่าซื้อส่วนขาด และได้จัดทำโปรแกรมการคำนวณยอดหนี้เช่าซื้อส่วนขาดแบบง่าย ๆ เพื่อให้ลูกหนี้จะได้ใช้คำนวณ โดยลูกหนี้เช่าซื้อที่มีปัญหาเกี่ยวกับยอดหนี้เช่าซื้อส่วนขาดสามารถใช้ช่องทางของงานมหกรรมในครั้งนี้ไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้นกับเจ้าหนี้ทั้งในส่วนที่ยังไม่มีการฟ้อง หรือฟ้องแล้วได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ธปท. คาดหวังว่า จะมีลูกหนี้ที่เดือดร้อนและเข้ารับความช่วยเหลือตามแนวทางของมหกรรมดังกล่าว ประมาณ 1 แสนบัญชี คิดเป็นมูลหนี้ราว 3.8 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยรายละประมาณ 3.8 แสนบาท จากปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อยู่ที่ 2.5 ล้านล้านบาท จาก 6.6 ล้านบัญชี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105344</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธปท, มหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อ, มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4c8365e7ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘ธปท.’เปิดช่องลูกค้ากระอักโควิดคืนรถล้างหนี้ได้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 2564 นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้สามารถประกอบอาชีพ หรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ธปท.&amp;nbsp;กรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;(สคบ.)&amp;nbsp;และผู้ให้บริการทางการเงิน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แห่ง ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์รวมกันแล้วมากกว่า&amp;nbsp;65%ได้ร่วมกันจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ออนไลน์ขึ้น ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิ.ย. -วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ก.ค.2564&amp;nbsp;เพื่อเป็นช่องทางที่จะช่วยลดภาระของลูกหนี้ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ ในการชำระหนี้ของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ครั้งนี้ จะครอบคลุมลูกหนี้เช่าซื้อบุคคลธรรมดาทุกกลุ่ม ได้แก่&amp;nbsp;1.กลุ่มที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย&amp;nbsp;(เอ็นพีแอล)&amp;nbsp;หรือกลุ่มที่เป็นเอ็นพีแอลแต่รถยังไม่ถูกยึด&amp;nbsp;2.กลุ่มลูกหนี้ที่รถถูกยึดแล้วแต่ยังไม่ถูกขายทอดตลาด และ&amp;nbsp;3.กลุ่มลูกหนี้ที่รถถูกขายทอดตลาดแล้ว แต่ยังมีหนี้เช่าซื้อส่วนขาด โดยมีเป้าหมายให้ลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ที่รายได้ลดลงในช่วงโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;สามารถเจรจาผ่อนชำระหนี้ได้ตามความสามารถ เพื่อให้ลูกหนี้สามารถนำรถที่ถูกยึดกลับไปใช้ในการประกอบอาชีพและนำรถไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เช่นเดิม ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์ช่วงนี้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความช่วยเหลือจะแตกต่างกันตามความเหมาะสมและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ คือ&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ลูกหนี้ที่ยังไม่เป็นเอ็นพีแอลหรือเป็นเอ็นพีแอลแล้วแต่รถยังไม่ถูกยึด แนวทางช่วยเหลือจะสอดคล้องกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของ ธปท.&amp;nbsp;ได้แก่ การปรับโครงสร้างหนี้ ลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง สามารถขอพักชำระค่างวดได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน หรือตามผลกระทบที่ลูกหนี้ได้รับ โดยแนวทางใหม่จะคำนวณดอกเบี้ยในช่วงพักชำระหนี้จากฐานของค่างวดที่ได้พักชำระหนี้ตามเกณฑ์ของ สคบ.&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยในช่วงที่พักชำระหนี้ถูกลงอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนลูกหนี้ที่เคยพักชำระค่างวดหรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และได้รับผลกระทบรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ต่อไปได้ สามารถคืนรถยนต์เพื่อลดภาระหนี้ได้ และหากราคาขายรถทอดตลาดที่ได้รับต่ำกว่าภาระหนี้คงค้าง ลูกหนี้สามารถขอผ่อนปรนเพิ่มเติมได้โดยผู้ให้บริการทางการเงินอาจพิจารณายกหนี้ส่วนที่เหลือให้ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ลูกหนี้ที่รถถูกยึดแล้ว แต่ยังไม่ถูกขายทอดตลาด ลูกหนี้เช่าซื้อสามารถใช้ช่องทางของงานมหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในครั้งนี้ เพื่อเจรจากับเจ้าหนี้เช่าซื้อที่ร่วมงานเพื่อขอรถที่ถูกยึดไปคืน โดยเจ้าหนี้เช่าซื้อจะชะลอการขายทอดตลาด และปรับโครงสร้างหนี้&amp;nbsp;โดยงานมหกรรมในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกหนี้เช่าซื้อมีโอกาสที่จะนำรถกลับไปประกอบอาชีพหรือใช้ในชีวิตประจำวันได้&amp;nbsp;โดยครั้งนี้หวังว่าลูกหนี้ที่ถูกยึดรถไป ส่วนหนึ่งจะมีโอกาสที่จะได้รับรถคืนซึ่งเป็นทางเลือกที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ลูกหนี้ที่รถถูกขายทอดตลาดแล้ว แต่ยังมีมูลหนี้เช่าซื้อส่วนที่ขาดกรณีรถถูกขายทอดตลาดแล้ว ปรากฏว่าเงินที่ได้รับนั้นน้อยกว่ายอดหนี้เช่าซื้อคงเหลือ ทำให้มียอดหนี้ส่วนขาด หรือติ่งหนี้&amp;nbsp;โดยในงานมหกรรมครั้งนี้ สคบ.และ ธปท.&amp;nbsp;ได้ร่วมกันศึกษาแนวคำพิพากษาของศาลยุติธรรมเกี่ยวกับการคำนวณยอดหนี้เช่าซื้อส่วนขาด และได้จัดทำโปรแกรมการคำนวณยอดหนี้เช่าซื้อส่วนขาดแบบง่าย ๆ เพื่อให้ลูกหนี้จะได้ใช้คำนวณ โดยลูกหนี้เช่าซื้อที่มีปัญหาเกี่ยวกับยอดหนี้เช่าซื้อส่วนขาดสามารถใช้ช่องทางของงานมหกรรมในครั้งนี้ไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้นกับเจ้าหนี้ทั้งในส่วนที่ยังไม่มีการฟ้อง หรือฟ้องแล้ว ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรื่องนี้เป็นธรรมมากขึ้น และช่วยให้เจ้าหนี้และลูกหนี้เช่าซื้อสามารถตกลงกันได้ง่ายขึ้นและตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อในครั้งนี้มุ่งหวังว่าจะเป็นอีกช่องทางที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของลูกหนี้เช่าซื้อได้ ประชาชนที่มีหนี้เช่าซื้อรถยนต์หรือผู้ค้ำประกัน และหนี้เช่าซื้อถูกโอนขายไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ สามารถลงทะเบียนขอไกล่เกลี่ยหนี้ในมหกรรมไกล่เกลี่ยออนไลน์ครั้งนี้ได้ ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิ.ย.ถึงวันที่31&amp;nbsp;ก.ค.2564&amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์ของ กรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม สคบ.&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;และศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน&amp;nbsp;(ศคง.)&amp;nbsp;รวมทั้ง เว็บไชต์ของผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมมหกรรม&amp;rdquo;&amp;nbsp;นางธัญญนิตย์&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104820</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนรถล้างหนี้, มหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4c8365e7ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
