<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหกรรมไกล่เกลี่ย&#039;ที่พึ่งลูกหนี้ยามวิกฤติโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบเรียกได้ว่า &amp;ldquo;ทุกวงการ&amp;rdquo; ตั้งแต่ภาพรวมเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ รวมถึงภาคประชาชน โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลได้ใช้มาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ตั้งแต่ปี 2563 กับมาตรการขั้นเด็ดขาดอย่าง &amp;ldquo;ล็อกดาวน์&amp;rdquo; ที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักทั้งระบบ แม้ว่าจะมีการออกมาตรการเยียวยาในมิติต่าง ๆ แต่ก็เป็นเพียงการบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า เพราะท้ายที่สุดแล้วทั้งภาคธุรกิจ และประชาชนก็ได้รับบาดแผลไปตาม ๆ กัน หลังจากสถานการณ์การระบาดในประเทศดูเหมือนจะควบคุมได้เกือบ 100% แต่ก็ปิดไม่มิด สุดท้าย &amp;ldquo;โควิด-19 ระลอก 2&amp;rdquo; ก็ปะทุขึ้นมา แม้ว่ารอบนี้รัฐบาลจะไม่ได้ใช้ไม้แข็งในการควบคุมการระบาด เพียงแต่ระงับบางกิจกรรมทางเศรษฐกิจเท่านั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนอาจจะน้อยกว่าการระบาดในระลอกแรก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุดกับการระบาดในระลอกที่ 3 ที่รอบนี้ปะทุขึ้นใจกลางกรุง!! สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนอย่างมาก และเช่นเคยรัฐบาลก็ไม่ได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมการระบาด เพียงแต่ขอความร่วมมือจากทุกส่วนในประเด็นที่สำคัญ พร้อมทั้งระงับบางกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์การระบาดจะยังไม่ทุเลาลง เพราะยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ และคลัสเตอร์การระบาดใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าภาคธุรกิจ และประชาชนย่อมต้องได้รับบผลกระทบที่เกิดจากมาตรการควบคุมการระบาดทั้งแบบขึ้นเด็ดขาด และแบบเบาะ ๆ อย่างแน่นอน มากบ้าง น้อยบ้างแล้วแต่ปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง หลายธุรกิจพอหาสภาพคล่องมาประคองให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ แต่อีกหลายแห่งที่ไม่ไหว ล้มหายตายจากไปก็มาก ขณะที่ภาคประชาชนเมื่อภาคธุรกิจไปไม่ไหว ทำให้ได้เห็นภาพการเลิกจ้างงาน คนต้องเตะฝุ่น! เป็นจำนวนมาก หลายคนที่มีภาระหนี้สิน วิกฤติครั้งนี้เรียกว่าหนักหนาสาหัสเอาการ ความต้องการในการได้รับความช่วยเหลือในฐานะลูกหนี้ก็มีให้เห็นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในภาคการเงิน อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สมาคมสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFI) และสถาบันการเงินทั้งหมด ต่างก็ให้ความร่วมมือในการออกมาตรการช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่กำลังเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ. - 14 เม.ย. 2564 เป็นอีกมาตรการหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ โดยเป็นความร่วมมือกันของสำนักงานศาลยุติธรรม กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และ ธปท. เนื่องจากเห็นว่า กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ที่มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าหนี้และลูกหนี้หาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกันได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธปท.ระบุว่า ปัจจุบันยังจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 งานมหกรรมนี้จึงเป็นการไกล่เกลี่ยแบบออนไลน์ (Online mediation) เป้าหมายสำคัญและถือเป็นความพิเศษของงานมหกรรมไกล่เกลี่ยในครั้งนี้ คือ การไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลในส่วนที่มีคำพิพากษาและถูกบังคับคดีแล้ว ซึ่งไม่สามารถเข้าคลินิกแก้หนี้ได้ และปกติเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นตอนนี้ เจ้าหนี้มักจะไม่ยอมเจรจา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าของมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ปัจจุบันมีลูกหนี้ที่ยื่นขอลงทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์ ประมาณ 3 แสนราย คิดเป็น 6-7 แสนรายการ เฉลี่ย 1 รายต่อ 2 รายการ และพบว่าที่ผ่านมา มีลูกหนี้ที่ยื่นขอรับความช่วยเหลือ และได้รับความช่วยเหลือเรียบร้อยแล้วประมาณ 1.5 แสราย คิดเป็น 70% ของยอดลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด เป็นมูลหนี้ 8.6 พันล้านบาท ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างพิจารณาเงื่อนไข หากผ่านเกณฑ์ก็สามารถรับความช่วยเหลือได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ธปท. ระบุว่า หลังจากนี้คงไม่มีการขยายระยะเวลาสำหรับมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลแล้ว สำหรับลูกหนี้ที่ยังต้องการความช่วยเหลือก็สามารถขอรับความช่วยเหลือตาม &amp;ldquo;มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ระยะที่ 3&amp;rdquo; ของ ธปท. ซึ่งจะดำเนินการถึงสิ้นปี 2564 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุดกับ มหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 31 ก.ค. 2564 โดยเป็นความร่วมมือของ ธปท. กรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และผู้ให้บริการทางการเงิน 12 แห่ง ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์รวมกันแล้วมากกว่า 65% ที่จัดมหกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นช่องทางในการช่วยลดภาระของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ในการชำระหนี้ของสินเชื่อเช่าซื้อรถนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป้าหมาย คือ ให้ลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ที่รายได้ลดลงในช่วงโควิด-19 สามารถเจรจาผ่อนชำระหนี้ได้ตามความสามารถ เพื่อให้ลูกหนี้สามารถนำรถที่ถูกยึดกลับไปใช้ในการประกอบอาชีพและนำรถไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เช่นเดิม ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์ช่วงนี้อีกทางหนึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความช่วยเหลือจะแตกต่างกันตามความเหมาะสมและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ คือกลุ่ม1.ลูกหนี้ที่ยังไม่เป็น NPL หรือเป็น NPLแล้วแต่รถยังไม่ถูกยึด แนวทางช่วยเหลือจะสอดคล้องกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3ของ ธปท. ได้แก่ การปรับโครงสร้างหนี้ ลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง สามารถขอพักชำระค่างวดได้ 3เดือน หรือตามผลกระทบที่ลูกหนี้ได้รับ โดยแนวทางใหม่จะคำนวณดอกเบี้ยในช่วงพักชำระหนี้จากฐานของค่างวดที่ได้พักชำระหนี้ตามเกณฑ์ของ สคบ. ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยในช่วงที่พักชำระหนี้ถูกลงอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ลูกหนี้ที่เคยพักชำระค่างวดหรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และได้รับผลกระทบรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ต่อไปได้ สามารถคืนรถยนต์เพื่อลดภาระหนี้ได้ และหากราคาขายรถทอดตลาดที่ได้รับต่ำกว่าภาระหนี้คงค้าง ลูกหนี้สามารถขอผ่อนปรนเพิ่มเติมได้โดยผู้ให้บริการทางการเงินอาจพิจารณายกหนี้ส่วนที่เหลือให้ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 2. ลูกหนี้ที่รถถูกยึดแล้ว แต่ยังไม่ถูกขายทอดตลาด ลูกหนี้เช่าซื้อสามารถใช้ช่องทางของงานมหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในครั้งนี้ เพื่อเจรจากับเจ้าหนี้เช่าซื้อที่ร่วมงานเพื่อขอรถที่ถูกยึดไปคืน โดยเจ้าหนี้เช่าซื้อจะชะลอการขายทอดตลาด และปรับโครงสร้างหนี้โดยงานมหกรรมในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกหนี้เช่าซื้อมีโอกาสที่จะนำรถกลับไปประกอบอาชีพหรือใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยครั้งนี้หวังว่าลูกหนี้ที่ถูกยึดรถไป ส่วนหนึ่งจะมีโอกาสที่จะได้รับรถคืนซึ่งเป็นทางเลือกที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 3. ลูกหนี้ที่รถถูกขายทอดตลาดแล้ว แต่ยังมีมูลหนี้เช่าซื้อส่วนที่ขาดกรณีรถถูกขายทอดตลาดแล้ว ปรากฏว่าเงินที่ได้รับนั้นน้อยกว่ายอดหนี้เช่าซื้อคงเหลือ ทำให้มียอดหนี้ส่วนขาด หรือติ่งหนี้ โดยในงานมหกรรมครั้งนี้ สคบ.และ ธปท. ได้ร่วมกันศึกษาแนวคำพิพากษาของศาลยุติธรรมเกี่ยวกับการคำนวณยอดหนี้เช่าซื้อส่วนขาด และได้จัดทำโปรแกรมการคำนวณยอดหนี้เช่าซื้อส่วนขาดแบบง่าย ๆ เพื่อให้ลูกหนี้จะได้ใช้คำนวณ โดยลูกหนี้เช่าซื้อที่มีปัญหาเกี่ยวกับยอดหนี้เช่าซื้อส่วนขาดสามารถใช้ช่องทางของงานมหกรรมในครั้งนี้ไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้นกับเจ้าหนี้ทั้งในส่วนที่ยังไม่มีการฟ้อง หรือฟ้องแล้วได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ธปท. คาดหวังว่า จะมีลูกหนี้ที่เดือดร้อนและเข้ารับความช่วยเหลือตามแนวทางของมหกรรมดังกล่าว ประมาณ 1 แสนบัญชี คิดเป็นมูลหนี้ราว 3.8 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยรายละประมาณ 3.8 แสนบาท จากปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อยู่ที่ 2.5 ล้านล้านบาท จาก 6.6 ล้านบัญชี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105344</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธปท, มหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อ, มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4c8365e7ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุกอกคนไทยแห่ยื่นแก้หนี้รูดปรื๊ดทะลุ1.1แสนราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ. 2564 รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า งานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์สำหรับบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ที่ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. 2564 มานั้น มีจำนวนผู้ลงทะเบียน ยอดสะสม ณ วันที่ 17 ก.พ.2564 จำนวน 111,534 ราย คิดเป็น 237,733 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขั้นตอนต่อไป ธปท. จะส่งข้อมูลคำขอไกล่เกลี่ยเหล่านี้ไปยังผู้ให้บริการทางการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลรวมถึงสถานะของลูกหนี้ จากนั้นเจ้าหนี้จะติดต่อลูกหนี้กลับไปเพื่อนัดลงนามในสัญญา ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน เพราะมีผู้ลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธปท.ขอเน้นย้ำให้ลูกหนี้ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยืนยันการลงทะเบียน เพื่อให้ผู้ให้บริการทางการเงินเจ้าหนี้สามารถดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว สามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 14 เม.ย.2564 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับงานมหกรรมไกล่เกลี่ยออนไลน์ครั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดและสมัครได้ที่เพจของงานมหกรรมไกล่เกลี่ย https://www.1213.or.th/App/DMed/V1 หรือลิงก์ผ่านทาง Line ธปท. (@bankofthailand)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากต้องการขอคำปรึกษาเพิ่มเติมสามารถติดต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน โทร. 1213 หรือฝากชื่อและเบอร์โทรศัพท์ผ่านอีเมลของ ฝคง. (FCC@bot.or.th) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93468</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทย, ธปท., มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์, ยื่นแก้หนี้, ไกล่เกลี่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d585596c51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.เผยยอดลงทะเบียนไกล่เกลี่ยหนี้ทะลุ4หมื่นบัญชี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ. 2564 หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์สำหรับบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า งานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์สำหรับบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ที่ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. 2564 มีประชาชนให้ความสนใจจำนวนมากและลงทะเบียนเข้ามามากกว่า 2 หมื่นราย คิดเป็นจำนวนกว่า 4 หมื่นบัญชี โดยหลังจากนี้ ธปท. จะส่งข้อมูลคำขอไกล่เกลี่ยเหล่านี้ไปยังผู้ให้บริการทางการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลรวมถึงสถานะของลูกหนี้ จากนั้นเจ้าหนี้จะติดต่อลูกหนี้กลับไปเพื่อนัดลงนามในสัญญา ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93094</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารแห่งประเทศไทย, มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์, ไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5ddefde7752.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
