<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาเหลา2สภาฟัดกันวุ่น &#039;เสรี&#039;สวน&#039;พท.&#039;ปากเสีย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควันหลงประชุม กมธ.แก้ รธน.ล่ม เพื่อไทยได้ทีขย่มรัฐบาล-ส.ว. ฟังคำว่าสืบทอดอำนาจแล้วแสลงใจ ขู่ถ้าใช้หลักพวกมากลากไปจะเป็นชนวนให้ม็อบเพิ่มมากขึ้น ด้าน &amp;quot;เสรี&amp;quot; สวนกลับ สาเหตุมาจาก ส.ส.ฝ่ายค้านพูดต่อว่าเรื่องที่มา ส.ว.วนเวียนซ้ำซาก เสียดสีใส่ร้ายเหมือนต้องการให้เกิดความขัดแย้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการประชุมคณะ กมธ. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การประชุมปิดกะทันหันว่า อยู่ที่ประธานควบคุมและ กมธ.เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ไม่มีใครทราบหรอกว่าจะเกิดปัญหาอะไร เพราะแต่ละคนพูดก็ไม่มีการบอกล่วงหน้า ฉะนั้นการประชุมครั้งต่อไปประธานก็ควบคุมการประชุม ซึ่งจะมีการประชุมครั้งหน้าในวันพฤหัสบดีที่ 24-25 ธันวาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กมธ.กล่าวว่า ประเด็นการหาข้อตกลงร่วมกันเรื่องความคิดเห็นต่างกันนั้น บางประเด็นก็สามารถตกลงกันได้ แต่บางประเด็นก็ไม่สามารถตกลงกันได้ หากตกลงกันไม่ได้ทาง กมธ.ก็จะแขวนความเห็นไว้ในมาตรานั้น แต่ยังไม่มีการลงมติ ซึ่งจะมีการลงมติก็ต้องพิจารณาให้ครบมาตราแล้ว เมื่อจบการพิจารณาแล้วก็จะย้อนมามาตราต่างๆ หากใครเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ให้ยกมือ จะได้รวดเร็วขึ้น ผลสุดท้ายก็ต้องมาตัดสินที่เสียง กมธ. ซึ่งหาก กมธ.ไม่เห็นด้วย ก็สงวนความเห็นไว้เพื่อที่จะนำไปอภิปรายในรัฐสภา เพื่อจะแจ้งสมาชิกรัฐสภาให้ทราบว่าไม่เห็นด้วยอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า กรอบระยะเวลาจะยังไปเป็นตามที่กำหนดไว้อยู่ ยังไม่ได้มีแนวคิดที่จะขยายเวลา ซึ่งหากเวลาไม่ทันก็จะมีการเพิ่มวันประชุม แต่ต้องดูวันที่ 25 ธันวาคมนี้ก่อน หลังปีใหม่ก็จะเพิ่มวันเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้ยังยืนยันว่าจะเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้อยู่ เพราะยังเดินไปได้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมาปกป้อง ส.ว. โดยระบุการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ล้มไปวันที่ 17 ธ.ค. เพราะมีการพูดก้าวล่วงกันและขอให้พูดให้อยู่ในกรอบว่า การอภิปรายในชั้นกรรมาธิการเป็นสิทธิที่กรรมาธิการแต่ละคนแสดงความคิดเห็นในมุมของตัวเอง โดยวันดังกล่าวตนไม่ได้อยู่ในที่ประชุม เนื่องจากติดภารกิจกระทู้ถามสดในห้องประชุมสภาฯ แต่จากการสอบถามกรรมาธิการในห้องประชุม มีการพูดถึงที่มาของรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบแล้วไปแต่งตั้ง ส.ว. จึงทำให้ ส.ว.ไม่พอใจ แต่ความคิดเห็นที่แตกต่างลักษณะนี้มีอยู่ประจำ ขึ้นอยู่กับประธานในที่ประชุมจะทำให้ไม่ลุกลามได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานต้องควบคุมไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย แต่ทราบว่าวันนั้นประธานคุมไม่ได้ จึงใช้อำนาจปิดประชุม ซึ่งสิ่งที่นายกฯ พูดนั้นทั้งผมและ พล.อ.ประยุทธ์ต่างไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ชลน่านกล่าวว่า การประชุมมีเรื่องเห็นต่างเป็นธรรมดา ถกเถียงกันได้ แต่ไม่ถึงขั้นจะล้มการประชุม ดังนั้นหลังจากนี้ถ้าการอภิปรายอยู่ในประเด็นพิจารณา ก็ต้องให้กรรมาธิการพูดแล้วควบคุมให้อยู่ในประเด็น ที่สำคัญอย่าปิดกั้นการแสดงออก และตัวประธานต้องมีข้อวินิจฉัยที่ดีว่าจะควบคุมให้การประชุมเดินหน้าอย่างไร สมควรหรือไม่ที่จะปิดประชุม เพราะหน้าที่ของประธานต้องทำให้การประชุมเดินหน้า ไม่เช่นนั้นจะตรงกับที่เขากล่าวหาว่ามีเจตนาไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ
คำว่าสืบทอดอำนาจแสลงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมในชั้นกรรมาธิการต้องเข้าใจว่าจะให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันทุกเรื่องเป็นไปไม่ได้ และ ส.ส.มาจากการเลือกตั้งของประชาชนการแสดงความเห็นก็ต้องยึดโยงกับประชาชน แต่กรรมาธิการในส่วน ส.ว. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบทอดอำนาจ ถ้าไม่เปิดใจกว้าง ไม่รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่อดทนต่อสภาพโครงสร้างของปัญหาที่แท้จริง ยึดเอาแต่ความคิดเห็นหรือเดินตามธงของฝ่ายสืบทอดอำนาจที่ไม่มีความจริงใจ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะเป็นปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าฟังคำว่าสืบทอดอำนาจแล้วแสลงใจบรรยากาศการประชุมจะดำเนินต่อได้อย่างไร ที่ประชุมกรรมาธิการต้องเปิดให้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง และยึดหลักว่าผู้ใดอภิปรายเรื่องใด ต้องพร้อมรับผิดชอบและผู้ถูกพาดพิงย่อมมีสิทธิ์ชี้แจงด้วยเหตุผล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเลือกรับฟังแต่ความเห็นของเครือข่ายสืบทอดอำนาจไม่ได้ ต้องแสดงความจริงใจให้ได้เห็นว่ามีความพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจริง ไม่ใช่ซื้อเวลาแล้วซุกปัญหาไว้ใต้พรมไปเรื่อยๆ ประชาชนที่ติดตามอยู่มีเวลาที่จะพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลอีกไม่มาก ดังนั้นการใช้เวทีกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่ใช้หลักพวกมากลากไป แล้วถ้าเพลี่ยงพล้ำแล้วชิงปิดประชุมไปเรื่อยๆ ประชาชนเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์จะเป็นชนวนให้ม็อบเพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่ประธานในที่ประชุมซึ่งเป็น ส.ว.ปิดประชุมเช่นนี้ สะท้อนว่าไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอนุสรณ์ ตอบว่า ใช่ เพราะเราเห็นความจริงใจของรัฐบาลหลายครั้งแล้วว่าต้องการซื้อเวลา ครั้งนี้ก็ตอกย้ำความพยายามที่จะซื้อเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนยิ่งขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมรัฐสภา กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมาจากกรณีที่ ส.ส.บางพรรคพูดต่อว่าเรื่องที่มา ส.ว.อยู่นาน ถ้าเป็นการพูดด้วยเหตุผลก็ไม่เป็นไร แต่เป็นการพูดวนเวียนซ้ำซากไปมา ใช้ถ้อยคำเสียดสีใส่ร้ายเหมือนต้องการให้เกิดความขัดแย้ง แม้นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ รองประธาน กมธ.ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมในขณะนั้น จะพยายามไกล่เกลี่ย แต่ ส.ส.บางพรรคก็ไม่หยุดพูดจนเริ่มมีการโต้เถียงกับฝ่าย ส.ว. ทำให้นายมหรรณพเกรงจะควบคุมการประชุมไม่อยู่จึงสั่งปิดประชุม แต่ฝ่ายค้านกลับถือโอกาสไปแถลงข่าวเหมือน ส.ว.เป็นฝ่ายผิด ไม่ยอมรับฟังความเห็นต่าง ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น
ยืนยัน ส.ว.มีความจริงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ผู้นี้กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภาพร้อมรับฟังความเห็นต่าง ถ้าพูดด้วยหลักการและเหตุผลบนข้อเท็จจริง ไม่ใช่พูดให้เกิดความขัดแย้ง เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญนั้น กมธ.ยังไม่มีการลงมติในมาตราใดๆ ขณะนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ กมธ.แสดงความเห็นเรื่องจำนวนเสียงที่ต้องใช้ในการแก้รัฐธรรมนูญที่ยังเห็นต่างกันอยู่ ฝ่ายค้านต้องการใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ส่วน ส.ว.เห็นว่าควรใช้ 3 ใน 5 ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ใช้เสียง 2 ใน 3 เรื่องนี้กำลังถกเถียงกันอยู่ ยังไม่มีการลงมติการทำงานใน กมธ. หลังจากนี้เชื่อว่ายังทำงานร่วมกันได้ แต่ทุกคนต้องไปทบทวนวิธีคิดการโต้ตอบกันให้อยู่ในลิมิตที่เหมาะสม รู้จักยับยั้งอารมณ์ไม่ให้นำไปสู่ความขัดแย้งต่อว่ากันได้ แต่ต้องเป็นด้วยเนื้อหาเหตุผล ไม่ใช่มีเจตนาสร้างความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่า ส.ว.มีความจริงใจแก้รัฐธรรมนูญ แต่ถ้าฝ่ายค้านมีความจริงใจ ก็ต้องพูดให้ชัดเจนต้องการแก้รัฐธรรมนูญประเด็นใดเรื่องใดที่ควรแก้ไข เพื่อให้รู้ถึงความต้องการ ไม่ใช่ไปติดหล่มอยู่กับการตั้ง ส.ส.ร. เอาใครก็ไม่รู้มาแก้ไขโดยที่ไม่รู้ว่าจะแก้อะไร และเมื่อแก้ไขแล้วจะตรงความต้องการที่อยากได้หรือไม่ ถ้าไม่ตรงความต้องการก็อาจมีปัญหาตามมาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า ส.ว.ไม่ได้ตั้งธงคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ แต่อยากให้พูดให้ชัดต้องการแก้ไขเรื่องใด นี่คือความจริงใจที่ต้องพูดให้ชัด ไม่ใช่คอยต่อว่าคนอื่นไม่จริงใจ แต่ตัวเองกลับไม่บอกว่าอยากแก้อะไร เช่น อยากได้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบกลับมาเหมือนเดิม ต้องบอกมา แม้บางพรรคจะได้อานิสงส์จากบัตรเลือกตั้งใบเดียวได้ ส.ส.เข้ามาจำนวนมากก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.ฝ่ายค้านออกมาเปรียบที่มาสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เหมือน 250 ส.ว. แต่งตั้งโดย คสช.ว่า ในฐานะอดีตโฆษก กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ ตนคิดว่าจะนำที่มา ส.ว.กับที่มา ส.ส.ร.มาเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะที่มา ส.ส.ร.ตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น มีที่มาจากการเลือกตั้งถึง 150 คน มีการสรรหามาเพียง แค่ 50 คนเท่านั้น เรื่องนี้จึงเปรียบเทียบกันไม่ได้ อีกทั้ง 50 คนที่แม้จะมาจากการสรรหาก็มีที่มาหลากหลายถึง 3 ส่วน ส่วนแรก เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษา 10 คน, ส่วนที่สอง ผู้ทรงคุณวุฒิจากที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัย 20 คน และส่วนที่สาม มาจากการคัดเลือกจากสมาชิกรัฐสภา 20 คน ซึ่ง ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว. เป็นผู้ร่วมกันพิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าทั้ง 3 ส่วนนี้จึงตอบโจทย์สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน มีการเปิดโอกาสให้ผู้ชุมนุมเข้ามามีส่วนร่วม มีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่มีความเป็นกลางจากรั้วมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยเพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญมีความสมบูรณ์ วันนี้จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดเรื่องส่วนรวมเป็นหลัก อย่าใช้อารมณ์หรือความต้องการของตัวเองเป็นที่ตั้ง เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าจนสำเร็จตามที่พี่น้องประชาชนอยากเห็น&amp;quot; นายอัครเดชกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87372</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, มหรรณพ เดชวิทักษ์, สมคิด เชื้อคง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์, เสรี สุวรรณภานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201219/image_big_5fde1e3fa21c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนหินถามทาง!ล็อก&#039;พรเพชร&#039;ประธานส.ว.แบบไร้คู่แข่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรเพชร วิชิตชลชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.62 - นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กล่าวถึงการประชุมเลือกตัวประธานส.ว. ว่า ส.ว.ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับตำแหน่งประธานส.ว.ขณะนี้คือ นายพรเพชร วิชิตชลชัย อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพราะมีบุคลิกภาพเป็นผู้ใหญ่ มีความประนีประนอม และเป็นกลางสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย มีประสบการณ์รู้เรื่องข้อบังคับการประชุมดีไม่แพ้ใคร ที่ผ่านมาช่วยคุมการออกกฎหมายในสมัยสนช.ได้อย่างมีคุณภาพ ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครมาท้าชิงตำแหน่งประธานส.ว. น่าจะมีนายพรเพชรเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะส.ว.ส่วนใหญ่มาจากแม่น้ำ 5สาย ทุกคนต่างรู้จักนายพรเพชรดีว่า มีความเหมาะสมมากแค่ไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36118</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานวุฒิสภา, พรเพชร วิชิตชลชัย, มหรรณพ เดชวิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06c3abe564e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กฎหมายไม่ใช่เครื่องมือโจร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ต้องชม สนช.กันหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมู่นี้ &amp;quot;ชำระกฎหมาย&amp;quot; ตอบโจทย์ประเทศได้ &amp;quot;ถูกใจชาวบ้าน&amp;quot; หลายฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น การแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ที่เรียก &amp;quot;กฎหมายกัญชา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กัญชา&amp;quot; ถูกตีตราเป็น &amp;quot;ยาเสพติด&amp;quot; ชนิดต้องห้ามเด็ดขาดมาแสนนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ สนช.โดย &amp;quot;คุณสมชาย แสวงการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นหัวแรง คลายล็อก จากยาเสพติด &amp;quot;ต้องห้าม&amp;quot; เด็ดขาด ให้ขึ้นมาอยู่ในสถานะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัญชาคือ &amp;quot;ทองคำเขียว&amp;quot; รำไรแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอการศึกษาวิจัยทางยาถลุง จากพืชกัญชาสู่ความเป็นทองคำเขียวให้มันเป็นหลัก-เป็นฐานมากกว่านี้อีกซักหน่อยเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผมว่า ในทางปฏิบัติ น่าแยกเป็น ๒ ทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกษาวิจัยสารสกัดใช้ทางการแพทย์ อันเป็นวิทยาการสากล ก็ให้ &amp;quot;องค์การเภสัชฯ&amp;quot; ว่าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในทางภูมิปัญญาชาวบ้าน ว่าด้วย &amp;quot;น้ำมันกัญชา&amp;quot; ที่หลายกูรูกัญชาไทยทำกันใต้ดิน-บนดิน นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางคณะกรรมการกัญชาที่มีคุณหมอโสภณ เมฆธน เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าจะมอบให้ใครซักคน &amp;quot;ศาสตราจารย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา&amp;quot; กับเลขาฯ ป.ป.ส.นั่นแหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหมาะสุด&amp;quot;! &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นหัวแรง เชิญ &amp;quot;กูรูกัญชา&amp;quot; ที่ทำน้ำมันกัญชากันอยู่ใต้ดิน ขึ้นมาบนดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้มาร่วมกันศึกษาวิจัยต่อยอด แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทาง &amp;quot;น้ำมันกัญชา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นองค์ความรู้ต่อยอด เป็นสูตร ขึ้นทะเบียนทั้งคน-ทั้งตำรับน้ำมันกัญชา &amp;quot;ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย&amp;quot; ให้เป็นเรื่อง-เป็นราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็จะเป็น &amp;quot;อีกทางออก&amp;quot; ที่มากค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ คนละส่วนกับที่ขึ้น &amp;quot;ทะเบียนยา&amp;quot; อย.ว่าด้วยสารสกัดเป็นส่วนประกอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งนั่นต้องผ่านขั้นตอนที่มีกรอบ &amp;quot;กฎหมายระหว่างประเทศ&amp;quot; ร้อยรัดอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ เรื่องกัญชานี่ คนทั่วไปยังไม่เข้าใจด้าน &amp;quot;กติกาโลก&amp;quot; อยู่พอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนใหญ่เข้าใจว่า ก็บ้านเรา กัญชาเรา ปลูกในบ้านเรา ที่มันกลายเป็นยาเสพติด &amp;quot;เพราะกฎหมาย&amp;quot; เขียนให้เป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อรู้คุณ-รู้โทษ-รู้ประโยชน์แล้ว.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ไปแก้กฎหมายให้ &amp;quot;กระท่อม-กัญชง-กัญชา&amp;quot; เป็นพืชสมุนไพร ไม่ใช่ยาเสพติด ก็หมดเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ง่ายๆ แค่นี้ ทำไมต้องทำให้มันยาก ก็ไม่เข้าใจ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ควรอธิบายให้เข้าใจกันว่า...ก็ใช่ ควรเป็นอย่างนั้น แต่ทีนี้ ประเด็นมีอยู่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเป็นประเทศ &amp;quot;สมาชิกสหประชาชาติ&amp;quot; มีกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างน้อย ๓ ฉบับ ที่ต้องยึดปฏิบัติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนุสัญญาว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ, อนุสัญญาว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงมีช่องให้นำ &amp;quot;สารสกัดกัญชา&amp;quot; มาใช้ทางการแพทย์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เขาก็วางกรอบกฎให้เดินตามขั้นตอน แต่ &amp;quot;มัดมือ-มัดเท้า&amp;quot; ไว้หลายเปลาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างแก้ไขกฎหมายกัญชาชั่วคราว ที่ผ่าน สนช.วาระแรกไปแล้ว ก็นั่นแหละ เต็มที่ ได้แค่นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะตึงตัง-โครมคราม ทุบยอดบ้องไปเลยว่า พืชมีฤทธิ์เหมือนฝิ่นและโคคา คือกัญชาบ้านเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เป็นยาเสพติดแล้ว.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นพืชสมุนไพร ปลูกได้ เสพได้ โดยเสรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างนั้น จะทำ ก็ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ &amp;quot;ขัดกฎหมาย&amp;quot; ระหว่างประเทศ มันจะยุ่งใหญ่!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย ก็ต้องเข้าใจ เราอยู่ร่วมสังคมโลก &amp;quot;ตามอำเภอใจ&amp;quot; ได้แค่นั้นก่อน ก็ดีแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะพรืดเดียวจากอำเภอถึงจังหวัด มันเร็วไป อนุโลมตามกรอบกติกาโลกไปก่อน ยังต้องเป็นยาเสพติดอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อยกขึ้นสู่กระบวนการวิทยาการทางศึกษาวิจัย เพื่อนำสารสกัดไปใช้ทางการแพทย์ ก็ต้องควบคุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งปลูก ทั้งจำนวน ทั้งพื้นที่ ทั้งการออกใบอนุญาต ต่างๆ นานา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทางเป็นจริง &amp;quot;อีกด้าน&amp;quot;.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยวิทยาการความรู้แพทย์แผนไทย เรามีตำรับยาใช้กัญชาเป็นส่วนประกอบ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มาแล้วเป็นร้อยปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ในส่วนตำรับไทย ก็ควรถือโอกาสใช้ช่องทางนี้ &amp;quot;ยกระดับ&amp;quot; ปราชญ์กัญชา &amp;quot;จากใต้ดิน&amp;quot; ขึ้นมาบนโต๊ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างน้อย &amp;quot;น้ำมันกัญชา&amp;quot; ตำรับไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยทำ-ไทยคิดค้น รูปลักษณ์ &amp;quot;แพทย์แผนไทย&amp;quot; เป็นทางเลือกของไทยเราเอง ก็น่าทำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และน่าส่งเสริม เพราะนี่แหละ &amp;quot;ปัญญาประดิษฐ์&amp;quot; นวัตกรรม ๔.๐ โดยแท้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านนายกฯ ประยุทธ์ ช่วยต่อยอด ให้ ป.ป.ส.และคุณหมอธีระวัฒน์ ช่วยวินิจฉัยประเด็นนี้ด้วย ก็จะดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยกันสร้าง &amp;quot;นวัตกรรมกัญชา&amp;quot; ภูมิปัญญาไทยซักตำรับเถอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มูลค่าเพิ่ม&amp;quot; จะมหาศาลกับประเทศทุกด้าน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันที่จริง .........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้จะคุยที่ สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านวาระ ๒-๓ &amp;quot;เป็นกฎหมาย&amp;quot; รอประกาศใช้ไปแล้วแท้ๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไหง ไพล่ไปเรื่องกัญชาก็ไม่รู้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องชื่นชมเจ้าของร่างกฎหมายฉบับนี้ ขอประกาศนามเพื่อการสรรเสริญ คือ สนช. &amp;quot;มหรรณพ เดชวิทักษ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงจำกันได้ สนช.ผ่านกฎหมายตรงใจประชาชนไปแล้วหลายฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น ต่อไปนี้ พวกต้องคดีอาญาการเมืองที่หนีการพิจารณาของศาล คดี &amp;quot;ไม่มีอายุความ&amp;quot; ก็ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยหนีศาล ศาลจะสืบพยานลับหลังและตัดสินคดีได้ ก็ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะอุทธรณ์ เจ้าตัวต้องมายื่นอุทธรณ์เอง ก็ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อวาน (๔ ธ.ค.๖๑) อย่างที่บอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๕ มาตรา ไปอีกฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องบอกว่า แบบนี้แหละถึงจะเรียก &amp;quot;ยุติโดยธรรม&amp;quot; แก่ทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับนี้ สาระสำคัญที่ต้องพูด ต้องให้รู้ทั่วกัน มันเป็นยังไง?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นอย่างนี้........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในมาตรา ๔ เพิ่มเติมวรรคสามของมาตรา ๑๑๗ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ.๒๕๔๗&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ให้อำนาจเจ้าพนักงานศาล สามารถจับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ศาลสั่งปล่อยตัวชั่วคราว กรณีที่มีเหตุจำเป็น โดยไม่ต้องรอตำรวจหรือพนักงานฝ่ายปกครองดำเนินการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจที่สุดจะเป็น......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา ๕ เพิ่มความในมาตรา ๑๖๑/๑ ซึ่งในชั้นกรรมาธิการ เพิ่มความขึ้น ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่ศาลพบการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้ง หรือเอาเปรียบผู้ถูกฟ้อง โดยมุ่งหวังประโยชน์ที่ไม่ชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดให้ศาลยกฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และห้ามบุคคลยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วรรคสองของมาตราดังกล่าว ระบุพฤติกรรมที่หมายถึงการฟ้องคดีไม่สุจริต คือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่โจทก์จงใจฝ่าฝืนคำสั่ง หรือคำพิพากษาของศาลในคดีอาญาอื่น ซึ่งถึงที่สุดแล้ว โดยปราศจากเหตุผลสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในบทบัญญัติดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ &amp;quot;นายสุรสิทธิ์ แสงวิโรจน์พัฒน์&amp;quot; เลขานุการคณะกรรมาธิการ ในฐานะตัวแทนศาลยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปลงภาษากฎหมาย เป็นภาษาชาวบ้าน ให้ที่ประชุมฟัง ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติกรรมที่หมายถึงการ &amp;quot;ฟ้องคดีไม่สุจริต&amp;quot; ซึ่งได้เพิ่มเติมขึ้นใหม่ ในส่วนของผู้ที่ละเมิดอำนาจศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมายถึงการ &amp;quot;ไม่ยอมรับ&amp;quot; คำพิพากษาซึ่งถึงที่สุด โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมายถึงการหลบหนีการรับโทษตามคำพิพากษาทั้ง คำตัดสินให้จำคุกหรือชำระค่าปรับ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม&amp;quot; เช่น หลบหนีไป.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคลผู้นั้น จะถูก &amp;quot;ตัดสิทธิ&amp;quot; ไม่ให้ฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะกฎหมาย &amp;quot;ไม่ควรให้สิทธิ&amp;quot; ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมหรรณพ เจ้าของร่างแก้ไขฉบับนี้ อธิบายให้แจ้งยิ่งขึ้น ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีโจทก์หลบหนีคดีไปต่างประเทศ จะไม่มีสิทธิมายื่นฟ้องพร่ำเพรื่อในคดีอาญาใดๆ ได้อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ยื่นฟ้องมา ศาลก็ไม่รับฟ้อง เพราะถือว่าบุคคลใดที่ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ย่อมไม่ได้สิทธิได้รับความคุ้มครองจากกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน&amp;ldquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะอย่างนี้ ผมถึงว่า การแก้ไขกฎหมายให้เป็นเช่นนี้ &amp;quot;ยุติโดยธรรม&amp;quot; ของแท้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกตัวอย่างให้เห็นชัด อย่าง &amp;quot;ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์&amp;quot; และอีกหลายคนที่หนีคำตัดสินศาลไปอยู่นอกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวหนีอยู่นอก ด้วยไม่ยอมรับอำนาจศาล ไม่เคารพคำตัดสินศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กลับมอบอำนาจให้ทนายเป็นตัวแทนเที่ยวฟ้องคนนั้น-คนนี้ โดยใช้อำนาจศาลไปจัดการคนอื่นให้ตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อไปนี้ &amp;quot;ทำไม่ได้&amp;quot; แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากฟ้อง ต้องกลับเข้ามาฟ้องเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเองต้อง &amp;quot;เข้าคุก&amp;quot; เองก่อนด้วย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวก &amp;quot;ฝ่ายประชาธิปไตย&amp;quot; คงโวยกันอีกกระมัง ว่าออกกฎหมายถลกหนังสัมภเวสีขี้เรื้อน?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23518</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหรรณพ เดชวิทักษ์, ศาสตราจารย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, สมชาย แสวงการ, สุรสิทธิ์ แสงวิโรจน์พัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนหนีคดีหมดสิทธิฟ้องอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภานิติบัญญัติแห่งชาติไฟเขียวกฎหมายตัดสิทธิ์บุคคลหลบหนีคดีฟ้องคดีอาญาต่อศาล ระบุเมื่อไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ก็ย่อมไม่ได้สิทธิได้รับความคุ้มครองจากกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน ขณะที่ &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; หวั่นออก กม.หวังผลต่อตัวบุคคล อาจกระทบต่อระบบยุติธรรม เพจหนุนแม้วร้อนตัวโวยลั่น ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน 5 มาตรา ในวาระ 2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่มีนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ เป็นประธานได้พิจารณาเสร็จแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสาระสำคัญในมาตรา 5 การห้ามประชาชนเป็นโจทก์ฟ้องคดีผู้อื่นโดยไม่สุจริต หรือเพื่อกลั่นแกล้งกัน โดยตัวแทน กมธ.ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า หากพบว่า โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้งเอาเปรียบจำเลย ถือเป็นการฟ้องโดยไม่สุจริต ศาลมีอำนาจยกฟ้อง หรือไม่รับฟ้องได้ และห้ามมิให้โจทก์ยื่นฟ้องคดีในเรื่องเดียวกันอีก ซึ่งจะครอบคลุมถึงกรณีผู้ปฏิเสธคำสั่ง คำพิพากษาศาลในคดีที่ถึงที่สุดแล้ว โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น ศาลตัดสินลงโทษจำคุกหรือปรับ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม เช่น หลบหนีไป บุคคลผู้นั้นจะถูกตัดสิทธิไม่ให้มาฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้อีก เพราะกฎหมายไม่ควรให้สิทธิผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา อย่างไรก็ตาม การตัดสิทธิการฟ้องคดีอาญาดังกล่าว ไม่รวมถึงกรณีการไปดำเนินคดีผ่านช่องทางตำรวจและอัยการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรสิทธิ์ แสงวิโรจน์พัฒน์ เลขานุการ กมธ. ฐานะตัวแทนศาลยุติธรรม ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า สำหรับพฤติกรรมที่หมายถึงการฟ้องคดีไม่สุจริต ซึ่งได้เพิ่มเติมขึ้นใหม่ ในส่วนของผู้ที่ละเมิดอำนาจศาล ซึ่งหมายถึงการไม่ยอมรับคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรนั้น จะหมายถึงการหลบหนีการรับโทษตามคำพิพากษาทั้งคำตัดสินให้จำคุก หรือชำระค่าปรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่กรณีดังกล่าวไม่เป็นการตัดสิทธิ์หรือตัดอำนาจพนักงานอัยการที่จะดำเนินคดีอาญากับโจทก์ที่ถูกตัดสิทธิ์ฟ้องร้องคดี กรณีที่คดีเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ&amp;quot; นายสุรสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม สนช. ได้ซักถามถึงกรณีการใช้สิทธิฟ้องร้องโดยไม่สุจริต ตามที่เคยมีกรณีที่ผู้เสียหายนำคดีเดียวกันไปฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมในหลายจังหวัด ซึ่งสร้างความเดือดร้อนกับผู้ที่ถูกฟ้องร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรสิทธิ์ชี้แจงว่า ตนเข้าใจว่าฟ้องไม่ได้ เพราะทำให้เกิดกรณีรังแกจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ประธานกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการฟ้องร้องคดีพร่ำเพรื่อกลั่นแกล้ง ทั้งที่ผู้ฟ้องบางคนก็ไม่ทำตามกฎหมาย ดังนั้นบุคคลใดที่ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ก็ย่อมไม่ได้สิทธิได้รับความคุ้มครองจากกระบวนการยุติธรรมเช่นกันเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีเนื้อหาที่น่าสนใจคือ มาตรา 4 ซึ่งเพิ่มเติมวรรคสามของมาตรา 117 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547 ให้อำนาจเจ้าพนักงานศาลสามารถจับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ศาลสั่งปล่อยตัวชั่วคราว กรณีที่มีเหตุจำเป็น โดยไม่ต้องรอตำรวจหรือพนักงานฝ่ายปกครองดำเนินการ ซึ่งปรับเนื้อหาให้ทันกับการใช้เทคโนโลยีติดตามตัวผู้ที่ถูกศาลสั่งปล่อยตัวชั่วคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ สนช.อภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุม สนช.ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 149 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 เตรียมประกาศบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าการจะออกกฎหมายอะไร และหวังผลต่อบุคคลเป็นการเฉพาะต้องคำนึงว่าจะส่งผลเสียหายต่อระบบยุติธรรมโดยรวมอย่างไร ซึ่งอาจจะกระทบกับคนอีกมากมายที่เขาไม่สามารถสู้คดีด้วยเหตุจำเป็นอีกนานาประการ ซึ่งคนเหล่านี้เขาจะเสียสิทธิไปอีก ดังนั้นการจะทำอะไรไปกระทบบุคคลโดยไม่คำนึงถึงส่วนรวมได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศนี้มามากแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เฟซบุ๊กกรุงเทพ กรุงเทพ ที่สนับสนุนนายทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความหลัง สนช.ผ่านกฎหมายตัดสิทธิ์คนหนีคดีฟ้องคดีอาญาต่อศาล ระบุว่า ที่ผ่านมาให้ความยุติธรรมจริงหรือ? คนในตระกูลชินวัตร ได้รับความยุติธรรมจริงหรือเปล่า?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนส่วนใหญ่มองว่าในประเทศนี้ กติกาไม่เป็นกติกา กฎหมายไม่เป็นกฎหมายคนที่ทำหน้าที่ที่ควรให้ความยุติธรรมกลับไม่ยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจะไม่คืนความยุติธรรมให้เขาแล้ว ยังให้ใครก็ได้รังแกเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก ประเทศนี้ไม่คำนึงถึงความหมายของสิทธิมนุษยชน ไม่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความเท่าเทียมกัน ในแง่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยฝ่ายที่โดนกระทำ จะไม่มีสิทธิ์ ที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมอีกเลย &amp;quot;ตลอดชีวิต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศกูมี กฎหมายมัดมือชก ให้ใครก็ได้เล่นงานคนได้ข้างเดียว ห้ามร้อง ห้ามขอความเป็นธรรม คนที่ยกมือผ่านร่างกฎหมายนี่ เป็นมนุษย์พันธุ์ไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ได้ลงมติในวาระสองและวาระสาม แก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เรื่องสิทธิในการดำเนินคดีอาญาของผู้เสียหาย ในกรณีที่ผู้เสียหายจะฟ้องคดีต่อศาลด้วยตนเองคือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่หลบหนีการลงโทษตามคำพิพากษาของศาล ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องผู้อื่นเป็นคดีต่อศาลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้ผมเคยเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากเห็นว่าผู้ที่หลบหนีการลงโทษตามคำพิพากษาของศาล แสดงว่าบุคคลนั้นไม่ยอมรับอำนาจของศาล เมื่อตนเองไม่ยอมรับอำนาจของศาล ก็ไม่ควรให้สิทธิบุคคลนั้นฟ้องบุคคลอื่นต่อศาลเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ การที่ สนช.ได้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในเรื่องนี้ ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องและยุติธรรมแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคลที่หลบหนีการลงโทษตามคำพิพากษาตามคำพิพากษาของศาลไม่ได้มีเฉพาะนายทักษิณและนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากในแต่ละปีมีผู้ที่หลบการลงโทษตามคำพิพากษาของศาลไม่น้อย โดยเฉพาะคำพิพากษาศาลฎีกา แต่ไม่เป็นข่าวในหน้าสื่อสารมวลชนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่งกฎหมายที่ สนช.แก้ไขในวันนี้คือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ใช่ประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอาญา ดังที่สื่อมวลชนบางแห่งเสนอข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอาญา คือบทบัญญัติที่ว่าด้วยการกระทำผิด และมีโทษเพียงใด เช่น ความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 395 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 334 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 389 มีโทษประหารชีวิต เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีความอาญา คือบทบทบัญญัติที่ว่าด้วยการดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิดที่มีโทษทางอาญา เริ่มตั้งแต่ชั้นสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ และในชั้นศาล ว่าจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อให้ได้ผู้ที่กระทำผิดที่แท้จริงมาลงโทษตามที่กฎหมายที่มีโทษทางอาญาบัญญัติไว้&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23512</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ชูชาติ ศรีแสง, ทักษิณ ชินวัตร, พรรคไทยรักษาชาติ, พรเพชร วิชิตชลชัย, มหรรณพ เดชวิทักษ์, สุรสิทธิ์ แสงวิโรจน์พัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c069105925cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ กกต.ชุดใหม่ ทางลง &quot;36 สนช.&quot; รื้อผู้ตรวจฯ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า&amp;rdquo; เสียงเพลงยุค 90 ของศิลปินนักร้อง &amp;ldquo;อ้อม&amp;rdquo; สุนิสา สุขบุญสังข์ คงต้องนำกลับมาปัดฝุ่นใช้อีกครั้งกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังโต้โผหลักคือนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สนช. และพวก 36 สนช. เป็นหน่วยกล้าตายเข้าชื่อยื่นขอแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีข้อสังเกตจากพรรคการเมือง เชื่อว่าหมกเม็ดหวังล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ กกต.คัดเลือก จำนวน 616 คน เพื่อยื้อเลือกตั้งออกไปปลายปี 62 รวมทั้งกระแสหาบุคคลใหม่ที่มีเครือข่ายใกล้ชิดผู้มีอำนาจเข้ามาแทนที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงื่อนงำนี้ แม้คนกันเองในแม่น้ำ 5 สาย อย่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ผู้ยกร่างกฎหมายดังกล่าว ยังทนไม่ไหวออกมาตำหนิว่า &amp;ldquo;สนช.แก้กฎหมายเข้ารกเข้าพง&amp;rdquo; สำทับด้วยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. อัดซ้ำว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;สนช.ไปยุ่งเรื่องคนอื่นทำไม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นับก่อนหน้านี้ นายศุภชัย สมเจริญ อดีตประธาน &amp;nbsp;กกต. ดับเครื่องชนว่า สนช.ต้องโทษตัวเองว่าออกกฎหมายไม่รัดกุม และยังออกกฎหมายขัดหลักนิติธรรม นิติรัฐ นิติประเพณี ขาดความเสมอภาค ไม่เท่าเทียมกับ &amp;nbsp;พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆ สนช.รู้อยู่แก่ใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เผือกร้อนๆ นี้จึงถูกโยงไปเกี่ยวข้องกับรัฐบาลทหาร ในฐานะผู้แต่งตั้งสภาฝักถั่ว ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ต้องรีบชิ่งหนี หวั่นกระแสตีกลับทำให้เสียแผนการใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังกำลังเดินเกมการเมืองแบบสวยๆ มุ่งแก้ปัญหาให้ชาวบ้านผ่านโครงการประชารัฐและไทยนิยมยั่งยืน ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 11.4 ล้านใบ หวังขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำของชาวบ้าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วินาทีเดียวกับที่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; กำลังชั่งน้ำหนักว่าจะเปิดตัวในนามพรรคพลังประชารัฐ สู่บัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ &amp;nbsp;ที่กำลังจะเปิดตัวใน ส.ค.นี้ดีหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขึ้นหิ้งเป็น &amp;ldquo;นายกฯ ตลอดชีพ&amp;rdquo; หลังชาวบ้านเมืองเพชรบุรีเรียกร้องเมื่อครั้งลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไล่เลี่ยกับไทม์ไลน์ คสช.พิจารณาคลายกฎเหล็กเดือน ก.ย.นี้ ให้พรรคการเมืองเอกเซอร์ไซส์เตรียมเลือกตั้งต้นปี 62&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กลับมาเจออาการเครื่องยนต์สะดุด สนช.ทำป่วน &amp;nbsp;อาจทำให้ถูกขุดและลากโยงไปเกี่ยวข้องกับวีรกรรมเก่าๆของสภาลากตั้ง เคยรับออเดอร์ คสช.ให้ใช้อภินิหารกฎหมายปูทางยื้อและวางคนเพื่อรับใช้หลังเลือกตั้ง อาทิ ขยายเวลา 90 วัน ผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ส. ให้มีผลบังคับใช้ภายหลังประกาศราชกิจจานุเษกษา หรือการทำลายหลักนิติธรรม ที่นิยาม &amp;ldquo;กฎหมายลูกทรพีฆ่าแม่&amp;rdquo; &amp;nbsp;ด้วยการเขียนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ยกเว้นลักษณะต้องห้ามให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.บางคน ที่มีความใกล้ชิดผู้มีอำนาจใน คสช. อยู่ในอำนาจต่อไป และกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใครไม่ทำตามเสี่ยงติดคุกและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ก่อนไฟจะลามมาไหม้ตัว เชื่อว่าผู้มีอำนาจได้ส่งสัญญาณไปที่ สนช. ขณะที่ กกต.ชุดใหม่เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ช่วยกันรับลูกและเลิกใช้วิธีแก้กฎหมาย กกต. พร้อมหาวิธีการล้มผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616 คนแบบแนบเนียน ที่ขณะนี้กระบวนการแค่ตั้งไข่ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นรอให้การรับฟังความเห็นตาม รธน. มาตรา 77 ที่สนช. เปิดช่องทางผ่านเว็บไซต์รัฐสภา เบื้องต้นมีผู้ไม่เห็นด้วยหลักแสนคน รอจนเสร็จสิ้นภายในวันที่ 18 ส.ค.นี้ เพื่อเป็นทางลงให้ 36 สนช. ที่หลายคนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่และออกตัวแรง เลิกผลักดันกฎหมายอ้างว่าชาวบ้านไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นให้ 5 กกต.ชุดใหม่ พิจารณาลงนามรับรองผู้ตรวจการเลือกตั้ง และหากไม่พอใจใครก็สอยและคัดเลือกเข้ามาใหม่เข้ามาแทนให้ตรงใจผู้มีอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รับรองเรื่องจบแบบไม่โฉ่งฉ่าง และลดกระแสตีกลับมาที่ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ที่มีเป้าหมายสำคัญรออยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15492</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, มหรรณพ เดชวิทักษ์, ศุภชัย สมเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180815/image_big_5b743b1974d41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข็นต่อลำบากเสียงข้างมาก รื้อกฎหมาย &#039;กกต.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้การออกมาเปิดเผยของ มหรรณพ เดชวิทักษ์ แกนนำ สนช. ในการล่ารายชื่อ สนช.เสนอแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยกรรมการการเลือกตั้ง ที่อ้างว่า ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ความคิดเห็นของประชาชนที่คัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. ผ่านเว็บไซต์ https://www.senate.go.th ที่มีเป็นหลักแสนจะเป็นความเห็นแบบจัดตั้ง เพื่อสร้างกระแสว่าสังคมไม่เอาด้วยกับ สนช.ในการแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.ที่จะ ล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพราะพบว่า คะแนนไม่เห็นด้วยจำนวนมากดังกล่าวมาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน เป็นลักษณะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ปั่นคะแนน อันแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติในการลงคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การโต้กลับดังกล่าว แม้อาจทำให้กระแสไม่เห็นด้วยกับ สนช.ถูกสวิงกลับ เสียรังวัดไปมิใช่น้อย แต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่า ถึงตอนนี้ความพยายามจะเข็นเรื่องการแก้ไขกฎหมาย กกต.ของ สนช. เสียงไม่เห็นด้วย-แรงต้าน ดังกว่าฝ่ายสนับสนุนแน่นอน หลังผ่านไปร่วมสัปดาห์ นับแต่ สนช.เคลื่อนไหวดังกล่าว เหตุผลของ สนช.ในการเคลื่อนไหวรอบนี้ดูจะได้รับการขานรับน้อยกว่าฝ่ายไม่เห็นด้วย ทั้งจาก กกต.ชุดปัจจุบัน-กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ-นักวิชาการ-ตัวแทนพรรคการเมือง ยิ่งเมื่อมองกันว่า การขยับดังกล่าวของ สนช.อาจทำให้โรดแมปการเลือกตั้งขยับออกไปได้ไม่มากก็น้อย อันอาจทำให้สัญญาประชาคมของบิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.62 อาจไม่เป็นอย่างที่บอกว่า เสียงไม่เห็นด้วย Volume ก็ฟังได้ชัดว่า ไม่ค่อยเอาด้วยกับ สนช.ค่อนข้างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังกลุ่ม สนช.ที่เคลื่อนไหวยังหักล้างเหตุผลของฝ่ายคัดค้านไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่กฎหมาย กกต.ฉบับที่ใช้ปัจจุบัน ก็เป็น สนช.ชุดนี้ ที่ยกร่างฯ และเห็นด้วย และประกาศใช้ยังไม่ถึง 1 ปี แต่กลับจะมาแก้ไข การมาอ้างว่า เพิ่งเห็นข้อบกพร่องของเรื่องโครงสร้าง-ที่มาของผู้ตรวจการเลือกตั้ง ตามระเบียบที่ กกต.ออกมา ก็เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นเท่าใดนัก เพราะเรื่องนี้ สนช.ตอนพิจารณากฎหมาย กกต.ก็ไม่รัดกุม ไปเขียนไว้แต่แรก เรื่องก็จบ การจะมาเขียนเพิ่มตอนนี้ โดยบอกว่าเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต แล้วเขียนให้มีบทเฉพาะกาล เพื่อล้มกระดานรายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616 รายชื่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ก็คือ การหักหน้า กกต.ชุดปัจจุบัน ที่เป็นองค์กรอิสระ เลยยิ่งทำให้เห็นสภาพ สภาฝักถั่ว ของ สนช.ที่ผู้คนวิจารณ์ สนช.ชุดนี้มาตลอดก็ยิ่งเห็นภาพดังกล่าวชัดขึ้น ยิ่งเมื่อหากดูขั้นตอนการได้มาซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ก็มีขั้นตอนการเปิดโอกาสให้ ประชาชนในจังหวัดคัดค้าน-ส่งข้อมูลของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง มาให้ กกต.ส่วนกลางพิจารณาไม่รับรองรายชื่อ หากเห็นว่ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสม ไม่เป็นกลาง อีกทั้งหากดูปฏิทินกรอบเวลาการเมืองแล้ว การที่ กกต.ชุดปัจจุบันดำเนินการตามขั้นตอนจนได้รายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้งออกมาก่อน 616 ชื่อ เพื่อส่งไปให้ประชาชนแต่ละจังหวัดร้องคัดค้าน ก็เพื่อรองรับกระบวนการต่างๆ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ใกล้จะประกาศใช้ในอนาคต โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่เมื่อกฎหมายประกาศใช้แล้ว กระบวนการต่างๆ ต้องเดินหน้าทันที ผนวกกับ การทำหน้าที่ของผู้ตรวจการเลือกตั้ง หากพบว่ามีปัญหา เช่น ไม่เป็นกลาง มีพฤติการณ์ทุจริต ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถถูกตรวจสอบเอาผิด โดยยื่นเรื่องไปให้ กกต.กลางพิจารณาได้ตลอดเวลา และหากทำผิดจริง โทษความผิดก็รุนแรงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อโต้แย้งต่างๆ ข้างต้น และยังมีอีกหลายประเด็น ก็จะพบว่า ฝ่าย สนช.ที่ต้องการแก้กฎหมาย ดูจะหักล้างได้ไม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะอ้างเรื่องของมารยาท ที่ กกต.ชุดใหม่รอวันโปรดเกล้าฯ ควรเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบรายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้ง การที่ กกต.ชุดปัจจุบันไปเห็นชอบก่อน เหมือนกับเป็นการทิ้งทวน แต่หากนำข้อโต้แย้งของฝ่ายไม่เห็นด้วยกับ สนช.มาชั่งน้ำหนัก ก็ต้องยอมรับความจริงว่า ฝ่าย สนช.ที่เคลื่อนไหว แพ้คะแนน หลุดลุ่ย แม้ต่อให้ยืนกรานว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบต่อโรดแมปการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ สนช.อย่าง สมชาย แสวงการ เลขานุการวิป สนช. ที่ค่อนข้างจับกระแสสังคมการเมืองไวพอสมควร ก็ยอมรับว่า การเดินหน้าต่อไปของ สนช. ถ้าแก้ไขโดยง่ายวันหน้าก็อาจจะแก้ไข พ.ร.บ.สำคัญหลายเรื่อ งและอาจเกิดปัญหาขึ้นได้ เช่น กฎหมาย ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สมมติว่ามีคดีความอยู่ แล้วมีนักการเมืองไม่ดีติดคดีทุจริต จะแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.อาศัยเสียงข้างมากอย่างเดียวแล้วคดีหลุดไปจะทำอย่างไร หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กำลังวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ แก้ให้ศาลรัฐธรรมนูญหมดอำนาจจะทำอย่างไร หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งนักการเมืองเป็นจำเลยหลายคดีเกี่ยวกับทุจริตไปแก้ให้หมดอำนาจจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต้องรอบคอบ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการเลียนแบบและมีบทเรียนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำให้เกิดสภาผัวเมีย หรือการเลือกตั้งเปลี่ยนรูปแบบไป หรือแก้ พ.ร.บ.กฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย เกิดวิกฤติขัดแย้ง เพราะฉะนั้นการแก้กฎหมายไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ธรรมดา หรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องฟังเสียงทุกส่วน&amp;rdquo; เลขานุการวิป สนช.ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ก่อนหน้านี้ก็เริ่มมีกระแสข่าว สนช.เสียงแตก ไม่เป็นเอกภาพมากนักในการจะให้ สนช.เดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระนั้นสุดท้าย ทิศทางจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็ต้องรอเมื่อขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนผ่านเว็บไซต์ของ สนช.เสร็จสิ้นลง ถึงตอนนั้นต้องดูต่อว่า กลุ่ม สนช.ที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้จะยุติการเคลื่อนไหวหรือจะเดินหน้าต่อ แม้จะเห็นว่าต้องเข็นกันไปอย่างยากลำบากพอสมควร. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15419</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, มหรรณพ เดชวิทักษ์, ล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b72edd96a2d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด พรรคเพื่อไทย &amp;quot;ขาดทักษิณไม่ได้&amp;quot; ตามคำพูดของ &amp;quot;เต้น&amp;quot; ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นความจริงเสียยิ่งกระไร ไหนใครลองบอกว่าเพื่อไทยต้องก้าวข้ามทักษิณ ต้องปฏิเสธทักษิณ มีหวังไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.กันพอดี จริงมั้ย? ...๐&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่พรรคเพื่อไทยขาดทักษิณแล้วจะแพ้หรือชนะเลือกตั้ง หรือจะได้ลงสมัครส.ส.หรือไม่ แต่อยู่ที่ความเป็น &amp;quot;ประชาธิปไตย&amp;quot; ที่คนของพรรคเพื่อไทยเอ่ยอ้างถวิลหามาตลอดนั่นเอง ...๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และ พรรคเพื่อไทย มีใครกล้าจะปฏิเสธหรือไม่ว่า เนื้อในของพรรคเหล่านี้มิได้ยึดโยงกับประชาชนหรือมีความเป็นประชาธิปไตยแม้แต่น้อย เพราะ ถูกผูกขาด ครอบงำ ชี้นำ โดยทักษิณเพียงคนเดียว ฉะนั้นเมื่อภายในพรรคไม่มีประชาธิปไตยเสียแล้ว จะไปอ้างความเป็นประชาธิปไตยกับประชาชนได้อย่างไร? ...๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปง่ายๆ เมื่อพรรคเพื่อไทยขาดทักษิณไม่ได้ ความเป็นประชาธิปไตยจะเกิดได้อย่างไร &amp;quot;เข้าใจตรงกันนะน้องเต้น&amp;quot; ...๐&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดถึงณัฐวุฒิก็อดจะพูดถึง &amp;quot;ตู่ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ไม่ได้ ซึ่งตามกฎหมายคงหมดสิทธิ์ลงเล่นการเมืองไปอีก 10 ปี นับตั้งแต่พ้นจากเรือนจำ จึงน่าสนใจบทบาททางการเมืองของ &amp;quot;ตู่ จตุพร&amp;quot; นับจากนี้เขาจะจัดวางตนอย่างไรในฐานะประธาน นปช. ที่มีมวลชนเป็นกลุ่มก้อนเดียวกับมวลชนของพรรคเพื่อไทย ถ้าจตุพรเปลี่ยนจากที่เคยวิจารณ์โจมทีรัฐบาล คสช.ถ่ายเดียว หันมาท้วงติงนักการเมืองพรรคเพื่อไทยที่กำลังกระเหี้ยนกระหือรืออยากลงเลือกตั้ง แล้วแห่กันไปเลียนายใหญ่ที่ฮ่องกง จตุพรจะน่ารักขึ้นทันทีในสายคนกลางๆ ไม่เชื่อลองดู ...๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ้อ เห็นว่าเร็วๆ นี้ จตุพร จะเดินทางไปเยี่ยมเยียนคนเสื้อแดงที่ยังถูกคุมขังจากคดีชุมนุมทางการเมืองตามเรือนจำในหลายจังหวัดภาคอีสานและภาคอื่นๆ เพื่อต้องการไปให้กำลังใจ ดีครับดี อย่างน้อยชวนเข้าออกมาสู้แล้ว พอเขาตกระกำลำบากก็ให้กำลังใจบ้างก็ยังดี ดีกว่าบางคนที่มีคนอื่นตาย เจ็บ ติดคุกแทนไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย แต่ตัวเองจิบไวน์ เป่าเค้ก สบายแฮ หนำซ้ำยังประกาศสงครามอีกรอบ อำมหิตจริง ใครหว่า? ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงกับตะลึง อยู่ๆ มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นคัดค้าน การเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเว็บไซต์&amp;nbsp; www.senate.go.th มากกว่า 1 แสนความคิดเห็น แต่ก็ถึงบางอ้อ เมื่อ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เผยว่า &amp;quot;ได้ตรวจสอบโดยได้รับคำยืนยันจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาแล้วว่า คะแนนไม่เห็นด้วยกว่า 1 แสนความเห็นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย กกต.นั้น มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน&amp;quot; สรุปคือปั่นยอดคัดค้านแก้ พ.ร.ป.กกต.นั่นเอง ...๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวงการตุลาการ ที่ นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 เป็นหัวขบวนในการล่ารายชื่อยื่นถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) รายหนึ่งที่ถูกร้องพฤติการณ์ไม่เหมาะสม โดยล่าสุดนายสืบพงษ์ได้มีการส่งหนังสือถึงผู้พิพากษาเป็นรายบุคคล 1,921 ชุด โดยเชื่อว่าสัปดาห์หน้าจะมีจดหมายตอบกลับหนังสือนำส่งจากผู้ประสานงานและผู้พิพากษาทั้ง 1,921 คน ที่ได้มีการส่งหนังสือกลับมายังนายสืบพงษ์ เพื่อรวบรวมรายชื่อยื่นต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมในวันที่ 28 ส.ค.นี้ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องจับตาอย่าได้กะพริบว่าจะจบลงอย่างไร? ...๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15321</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ทักษิณ ชินวัตร, บันทึกหน้า4, พรรคพลังประชาชน, พรรคเพื่อไทย, พรรคไทยรักไทย, มหรรณพ เดชวิทักษ์, วิลเลียม, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
