<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>3363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2018 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2018 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวครหาคว่ำ กม.ลูก!  กลับลำห้ามจัดมหรสพ-ส.ว. 20 กลุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.61 - &amp;nbsp;นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วม 3 ฝ่ายเพื่อพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ว่า เชื่อว่าในส่วนร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.คงมีปัญหาไม่มาก น่าจะตกลงกันได้ เพราะมีปมถกเถียงแค่เรื่องการจัดมหรสพระหว่างการหาเสียง และช่วงเวลาจัดการเลือกตั้ง เชื่อว่าในส่วนมหรสพนั้น กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายคงไม่ให้จัดมหรสพระหว่างหาเสียงได้ เพราะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมือง ส่วนช่วงเวลาเลือกตั้งตั้งแต่ 07.00-17.00 น.นั้น คงต้องไปฟังเหตุผลในชั้น กมธ.ร่วมฯ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนที่จะมีปัญหามากคือ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่มีการลดจำนวนกลุ่มอาชีพผู้สมัคร ส.ว.จาก 20 กลุ่มเหลือ 10 กลุ่ม และเปลี่ยนระบบการเลือก ส.ว.จากระบบเลือกไขว้เป็นเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ ซึ่ง กรธ.คัดค้านอย่างหนัก อาจมีปัญหาในตอนโหวตชั้น กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย ทำให้คะแนนเสียงมี 5-5 เท่ากัน อาจต้องใช้เสียง กกต.ชี้ขาด ดังนั้นต้องทำความเข้าใจกันให้ดีในชั้น กมธ.ร่วมฯ 3 ฝ่าย เพื่อให้มีทางออกที่ดีที่สุดที่ทุกฝ่ายพอรับได้&amp;rdquo;นายวัลลภระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัลลภกล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าทางออกเรื่องการพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว.น่าจะเป็นไปในทางที่มีการเพิ่มจำนวนกลุ่มอาชีพผู้สมัครกลับไปที่ 20 กลุ่มตามที่ กรธ.เสนอมา ขณะที่วิธีการเลือก ส.ว.อาจเป็นวิธีเลือกไขว้หรือเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพก็ได้ตามแต่จะตกลงกัน &amp;nbsp;แต่ให้คงที่มา ส.ว.มาจากการสมัครอิสระ และหน่วยงานเสนอชื่อมาตามที่ สนช.เห็นชอบให้แก้ไขไป &amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และ สนช.น่าจะรับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ว่า กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายจะแก้ไขร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับออกมาในรูปแบบใด &amp;nbsp;ที่ประชุม สนช.พร้อมรับฟังข้อเท็จจริงและเหตุผล &amp;nbsp;ไม่ใช่ว่าหาก กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายแก้ไขร่างกฎหมายลูกออกในแนวทางที่ไม่ตรงกับที่ สนช.เคยลงมติเห็นชอบไปแล้ว สนช.จะคว่ำกฎหมายลูก ขณะนี้ยังเชื่อมั่นว่า สนช.จะไม่คว่ำกฎหมายลูก &amp;nbsp;สนช.ไม่มีใครตื่นเต้นเรื่องคว่ำกฎหมายตามที่มีการปล่อยข่าว ไม่มีใครกังวล&amp;rdquo;นายวัลลภกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3363</URL_LINK>
                <HASHTAG>20กลุ่ม, 40 อดีตส.ส., คว่ำกฎหมายลูก, มหรสพ, วันเวลาเลือกตั้ง, วัลลภ, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, ส.ว., สนช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58440266b54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2018 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2018 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิดตื้นๆ&#039;สมชัย&#039;จวกยับมหรสพหาเสียงเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค. 61 - นายสมชัย &amp;nbsp;ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีแนวคิดสามารดจัดแสดงมหรสพในการหาเสียงเลือกตั้งได้ &amp;nbsp; โดยให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงและมีการกำหนดเพดานค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว &amp;nbsp;ว่า วิธีการคิดดังกล่าวเป็นการคิดตื้นๆ &amp;nbsp;แบบชั้นเดียว &amp;nbsp; เนื่องจากแม้ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของ ส.ส.แต่ละคนจะเท่ากัน &amp;nbsp; แต่พรรคที่ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อมากกว่า &amp;nbsp;เช่น ส่งเต็มจำนวน 150 คน จะมีตัวคูณในการคำนวณค่าใช้จ่ายของพรรคมากกว่าพรรคที่ส่งน้อยกว่า &amp;nbsp;ดังนั้น การมีเงินจ้างวงแบบ แอ๊ด คาราบาว เสก โลโซ หรือ ต่าย อรทัย &amp;nbsp;พรรคใหญ่จะมีศักยภาพทำได้มากกว่าพรรคเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย กล่าวว่านอกจากนี้ต้องยอมรับว่า ค่าจ้างศิลปินหรือการแสดงเป็นเรื่องที่ ไม่มีอัตราแน่นอนขึ้นอยู่กับความพอใจระหว่างผู้จ้างและผู้รับจ้าง &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเชิญ อั้ม พัชราภา มาปรากฏตัวครึ่งชั่วโมง อาจเป็นหลักแสนหรือไม่คิดเงินก็ยังเป็นไปได้หากรู้จักสนิทชิดเชื้อกัน &amp;nbsp;ดังนั้นการควบคุมค่าใช้จ่ายจึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่งหรือเป็นสิ่งที่แล้วแต่พรรคการเมืองจะแจ้งมาเท่านั้น หากจะแสดงมหรสพควรเป็นเวทีกลางและเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของกกต.หรือทางราชการเพื่อชวนเชิญคนมาฟังการหาเสียง และต้องทำอย่างเท่าเทียม มิควรให้เป็นเรื่องของแต่ละพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นสาระกลับไม่ทำ คือการดีเบตระหว่างหัวหน้าพรรคที่หวังจะตั้งรัฐบาล &amp;nbsp; ผมเคยเสนอในกฎหมายไปว่า ให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครเกินกว่าครึ่งของจำนวนเขตเลือกตั้งทั้งหมด หรือส่งผู้สมัครเขต 175 คนขึ้นไป &amp;nbsp;ต้องถูกบังคับเข้าสู่การดีเบตที่จัดโดย กกต. เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสฟังวิสัยทัศน์หรือแนวคิดในการบริหารบ้านเมืองตลอดจนไหวพริบปฏิภาณ &amp;nbsp; บุคลิกภาพความเป็นผู้นำของคนเหล่านี้ &amp;nbsp;ผู้ร่างกฎหมายกลับตัดออก &amp;nbsp;บอกว่าให้เป็นเรื่องของความสมัครใจ &amp;nbsp;สิ่งที่เป็นสาระกลับไม่คิด &amp;nbsp;คิดแต่เรื่องไม่เป็นสาระ&amp;quot;นายสมชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1084</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหรสพ, สมชัย ศรีสุทธิยากร, หาเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c271f64ea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2018 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2018 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้สมัครส.ส.จัดมหรสพได้ &#039;เสรี&#039; เชื่อเครื่องมือพัฒนาประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;12 ม.ค. 61 - นายเสรี สุวรรณภานนท์&amp;nbsp; กรรมาธิการวิสามัญพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ตามร่าง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ได้กำหนดมาตรการในการให้มีการเลือกตั้งที่สุจริตมากมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ต้องย้อนกลับไปคิดว่าการที่ได้กำหนดมาตรการห้ามการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดมหรสพนั้น ควรจะห้ามต่อไปอีกหรือไม่ซึ่งความจริงแล้ว มหรสพ เป็นสิ่งรื่นเริงที่ชักชวนให้ประชาชนออกมาพบผู้สมัครและออกมาฟังนโยบายหาเสียงของผู้สมัครและของพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายเสรี กล่าวว่าที่ผ่านมา นอกจากการปราศรัยใหญ่ที่มีผู้สนใจออกมาฟังการหาเสียงแล้ว ในระดับทั่วๆไป การจะให้คนออกมาฟังปราศรัยผู้สมัครอื่นๆ มักมีจำนวนคนฟังออกมาไม่มากนัก หากจะมาได้จะต้องมีการว่าจ้างกันให้ออกมา&amp;nbsp; เกณฑ์กันมา หรือ บังคับโดยใช้อิทธิพลหรือระบบอุปถัมภ์เกณฑ์คนออกมาฟังการปราศรัยหาเสียง ซึ่งจะมาเฉพาะพวกใครพวกมัน&amp;nbsp; ทำให้บรรยากาศของการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่เคร่งเครียด ขาดแรงจูงใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;ดังนั้น จึงควรน่าจะเปิดโอกาสให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองสามารถใช้มหรสพ เป็นเครื่องจูงใจให้คนทั่วไปออกมาฟังการหาเสียงหรือนโยบายของพรรคการเมือง ไม่เฉพาะคนที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเท่านั้น ยังชักจูงให้เด็กเยาวชนหรือคนที่ยังมิได้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งออกมาฟังการหาเสียงหรือนโยบายตั้งแต่เป็นเด็กและเยาวชนอีกด้วย อันเป็นการเสริมสร้างและพัฒนาประชาธิปไตย&amp;quot;นายเสรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เขา กล่าวว่าข้อดีข้ออื่นของการจัดให้มีมหรสพ คือ การให้โอกาสประชาชนได้ออกมาค้าขาย หรือออกมาทำมาหากิน อันจะทำให้ในทุกๆพื้นที่ในช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งมีเศรษฐกิจระดับชาวบ้านที่ใช้เงินในตลาดอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; อันจะทำให้วิถีชีวิตของประชาชนทั่วๆไปดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งสร้างบรรยากาศของการหาเสียง ก็จะครึกครื้น ไม่เงียบเหงาหรือซึมเศร้า ที่มีแต่ความขัดแย้งและความตึงเครียด&amp;nbsp; ซึ่งการออกมาชมมหรสพนี้ ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการให้ประชาชนออกมาสัมผัสประชาธิปไตยที่เบิกบานอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;มหรสพ มิได้ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมหรือไม่เท่าเทียมอย่างที่บางคนอ้าง เพราะการจัดมหรสพนั้นจะถูกนำไปคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัครหรือของพรรคการเมืองที่ได้กำหนดจำนวนเงินไว้แล้ว โดยให้มีค่าใช้จ่ายไม่เกินจำนวนที่เท่ากัน&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายเสรี กล่าวด้วยว่าไม่ต้องห่วงว่า จะมีการซื้อเสียงขายสิทธิ์การได้โดยอาศัยมหรสพ เพราะเรามีมาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้น มีอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือที่สามารถอัดเสียงอัดภาพได้ โดยเฉพาะ ไม่มีใครทราบว่าใครฝ่ายไหน หรือประชาชนคนไหนสนับสนุนผู้สมัครคนใด โดยหากใครใช้เงินที่ผิดกฎหมายจะถูกถ่ายภาพหรืออัดเสียงไว้เป็นหลักฐานในการถูกดำเนินคดีหรือถูกตัดสิทธิทางการเมือง ดังนั้น มหรสพ จึงไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งแต่ประการใด หากต้องการให้คนเข้าวัดก็จัดงานวัด หรือ การบวชนาค ก็ยังมีรำกลองยาวแห่นาค หรืองามสมโภชงานบวช ตอนกลางคืนก็ยังมีหนังมีลิเก ซึ่งล้วนเป็นมหรสพทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/939</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหรสพ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a5833e0e7b68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
