<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุทรสาครไม่มีทางแพ้! &#039;ผู้ว่าฯปู&#039;ลั่นแม้เส้นทางขรุขระทุกข์ทรมานสาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 64 - นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีเมื่อวันที่ 11 ก.ค. เดินทางไปร่วมงานศพ &amp;quot;หมอหนึ่ง&amp;quot; นายพิเชษฐ์ สหกิจ หมออนามัย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสวนหลวง (รพ.สต.) จ.สมุทรสาคร ที่เสียชีวิตจากติดเชื้อโควิด-19 ว่า มีคนทักท้วงไม่ให้ไปงานศพที่กระทุ่มแบน ห่วงใย ร่างกายผู้ว่าไม่แข็งแรง ผู้ตายติดเชื้อโควิด อาจทำให้เราติดไปด้วย อันตราย อย่าไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องบอกว่า งานของเราที่รับผิดชอบ แต่ผู้ตายคือคนทำความรับผิดชอบให้เป็นจริง ไม่ไปให้กำลังใจคนทำงาน แล้วจะไปให้ใคร คลานไปได้ ก็ต้องไป ข้อสำคัญ สมุทรสาครยังไม่แพ้ และไม่มีทางแพ้ เส้นทางอาจขรุขระ เหนื่อยใจ ทุกข์ทรมานสาหัส แต่เราจะไม่ยอมแพ้ ขายของตามงาน ตามตลาดปกติไม่ได้ ขายออนไลน์เลยครับใกล้แค่เอื้อม #อย่ายอมแพ้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109430</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศรี, ผู้ว่าฯสมุทรสาคร, มหาชัย, หมอหนึ่ง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ebbdde43422.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหาชัย&#039;สัญญาณดีขึ้นเรื่อยๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.2564 - เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 โพสต์รูปพร้อมเนื้อหาในหัวข้อ &amp;ldquo;มหาชัย สัญญาณดีขึ้นเรื่อยๆ !&amp;rdquo; ว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นพ.สสจ.สมุทรสาคร บอกจะตรวจค้นหาเชิงรุกในกลุ่มสถานประกอบการเป้าหมายกว่า 400 แห่ง จำนวนแรงงานกว่า 35,000 คน ให้เสร็จก่อน 24 มกราคม นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการระบาดของโควิด-19 ที่สมุทรสาคร ตอนนี้ จากการตรวจสอบ พบ ระบาดเป็นกลุ่ม ไม่กระจาย และกลุ่มที่พบ สสจ. ส่งทีมบุคลากรทางการแพทย์ ไปสอบสวนและตรวจสอบเชิงรุกแล้ว สามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ต้องขอบคุณ สธ. เพราะประสานทีมแพทย์ / จนท. และบุคลากร จากทั่วประเทศ กว่า 20 แห่ง กว่า 10 จังหวัด ลงมาช่วยงานและควบคุมการแพร่ระบาดที่สมุทรสาคร ในครั้งนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89659</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา, มหาชัย, ศูนย์ข้อมูล COVID-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe65a14af3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.แจ้งงดเดินรถสายวงเวียนใหญ่ – มหาชัย และสายบ้านแหลม - แม่กลอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ธ.ค.63-นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยว่า ตามที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID &amp;ndash; 19) ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกับมีการประกาศล็อกดาวน์จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2563 &amp;ndash; 3 มกราคม 2564 นั้น การรถไฟฯ ได้ประกาศใช้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;nbsp; สูงสุดทั่วประเทศ ทั้งในขบวนรถโดยสาร สถานีรถไฟ ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางราง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดของโรค ตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร การรถไฟฯ จึงมีความจำเป็นต้องประกาศงดให้บริการเดินรถทุกขบวนในเส้นทางสายวงเวียนใหญ่ - มหาชัย - วงเวียนใหญ่ จำนวน 34 ขบวน และเส้นทางสายบ้านแหลม - แม่กลอง - บ้านแหลม จำนวน 8 ขบวน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2564

นอกจากนี้ ยังได้ออกมาตรการเฝ้าระวังตามสถานีและบนขบวนรถขั้นสูงสุดทั่วประเทศ โดยเน้นการดูแลความสะอาดและการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางให้กับผู้ใช้บริการ พร้อมกับขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด รฟท.ขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วยให้ปฏิบัติตามประกาศมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโควิด-19ขั้นสูงสุด ในการให้บริการแก่ผู้โดยสารให้ถูกสุขลักษณะและเกิดความสะอาด ปลอดภัย

พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการรับและแพร่เชื้อในช่วงที่มีการระบาด และหากพบเห็นผู้โดยสารที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบในบริเวณสถานีรถไฟ หรือบนขบวนรถ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานี หรือ ศูนย์ปลอดภัยของการรถไฟฯ โทรศัพท์ 02-5379198 ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์สายด่วน 1690 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะพิจารณาปรับแผนการเดินรถให้สอดคล้องกับแนวทางคำสั่งของภาครัฐที่จะมีในอนาคตเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวมต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87664</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิรุฒ มณีพันธ์, มหาชัย, แม่กลอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe17d8e9ae1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2019 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2019 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจมหาชัยรวบเด็กแว้น ได้รถซิ่ง จำนวนมากเกือบ200 คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค. 2562 ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ที่ลานอเนกประสงค์ ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.วรพล ยิ่งเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมแถลงผลการป้องกันและกวดขันจับกุมการกระทำผิดแข่งขันรถในทางสาธารณะ &amp;nbsp;โดยตรวจยึดรถได้ จำนวน 178 คัน และควบคุมตัวเด็กและเยาวชนได้จำนวน 88 ราย ผู้ใหญ่ 90 ราย พบสารเสพติดในปัสสาวะจำนวน 1 ราย และพบยาบ้าจำนวน 6 เม็ด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร (สมอ.) ตรวจค้นร้านจำหน่ายท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐาน และร้านแต่งรถจักรยานยนต์ จำนวน 12 ร้าน &amp;nbsp;ตรวจยึดรถดัดแปลงสภาพจำนวน 6 คัน โดยได้ควบคุมตัวผู้กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อบรมผู้ปกครองและเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ให้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาที่เกิดจากการรวมกลุ่มแข่งรถบนทางสาธารณะ ส่วนเยาวชนที่มีพฤติกรรมแข่งรถบนทางสาธารณะจะดำเนินการส่งตัวเข้ารับการอบรมตามวันเวลาที่กำหนด สำหรับรถจักรยานยนต์ที่ดัดแปลงสภาพเปลี่ยนใส่ท่อไอเสียดัดแปลงเสียงดัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ผู้ปกครองต้องนำท่อไอเสียที่ถูกต้องมาเปลี่ยน ก่อนนำเอกสารมารับรถจักรยานยนต์กลับไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วรพล ยิ่งเจริญ กล่าวว่า นอกจากการกำหนดแผนในการป้องกันการแข่งรถในทางสาธารณะตามจุดเสี่ยงในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละสถานี เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก โดยมีการจับกุมรถที่มีลักษณะแต่งซิ่ง ตามสถานศึกษา ตลาดนัด และแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่น พร้อมขยายผลไปยังผู้กระทำผิด ผู้สนับสนุน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่เยาวชนให้ตระหนักถึงความผิด และผลกระทบของการแข่งรถบนทางสาธารณะ โดยเฉพาะอัตราโทษที่ต้องถูกยึดรถของกลางด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40926</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาชัย, เด็กแว้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2aba4febd77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2019 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมชัยโยงได้!ฝุ่นมหาชัยกับการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.2562 &amp;ndash; นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อว่า &amp;ldquo;สัมผัสฝุ่น pm.2.5 ที่เมืองมหาชัย&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า น่าตระหนกตกใจยิ่ง เมื่อสื่อรายงานข่าวว่า มหาชัย เป็นเมืองที่ได้รับอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm.2.5 เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมืองมหาชัย มาถึงจุดสูงสุดในทางเลวร้ายนี้ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุ 3 ประการ ที่ระบุกัน คือ ฝุ่นจากการก่อสร้างถนน จากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของรถติด และ จากโรงานอุตสาหกรรม ถนนพระราม 2 ที่สร้างซ่อมไม่เคยเสร็จสิ้นมาหลายปี ปัญหามาจากการวางแผนและการจัดการก่อสร้าง ซ่อมถนน รถก็ติด รถติดอากาศก็เลยเสีย กลายเป็นกระทบที่ต่อเนื่อง ส่วนในเรื่องโรงงานเป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ซึ่งอาจมีปัญหาลูบหน้าปะจมูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุยกับคุณป้า ที่อาศัยอยู่ริมทางเล่าให้ฟังว่า อยู่กับฝุ่นก่อสร้างมานานหลายเดือนแล้ว บางวันก็มีรถเทศบาลมาฉีดน้ำบรรเทาความเดือดร้อน แต่ที่สำคัญคือค้าขายไม่ได้ ทุนหายกำไรหด และกลัวว่าจะต้องเป็นอย่างนี้อีกหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณป้าบอกอยากเลือกตั้งสักที หวังว่าอะไรดีๆอาจเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมบอกไปว่า อย่างน้อยเลือกตั้งแล้วก็พอจะมีคนออกกฎหมายที่ฟังเสียงประชาชนมากกว่าสภากดปุ่มแบบทุกวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27611</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝุ่น, พรรคประชาธิปัตย์, มหาชัย, ส.ส., สมชัย ศรีสุทธิยากร, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190127/image_big_5c4d7b42d353a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กรีนพีซ’บี้ไทยปรับลดค่าฝุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรีนพีซเผย &amp;quot;มหาชัย&amp;quot; ครองแชมป์เมืองฝุ่นพิษ ส่วน กทม.เขตดินแดง-ธนบุรีหนักสุด นักวิชาการชี้เข้าขั้นวิกฤติ บี้รัฐบาลออก กม.คุมเข้ม ใช้มาตรการรุกดีกว่าโปรยน้ำไล่จับฝุ่น พร้อมปรับลดค่ามาตรฐาน PM2.5 ภายในปีนี้ สธ.จ่องัด พ.ร.บ.สาธารณสุขดูแล 5 จ.ปริมณฑล คนกรุงป่วยแล้วหมื่นราย!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 มกราคม วันเดียวกัน กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดงานแถลงข่าว &amp;ldquo;วิกฤติมลพิษ PM 2.5: ถึงเวลายกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศไทย&amp;rdquo; โดยนายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า กรีนพีซมีการจัดอันดับเมืองที่มีปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศไทยล่าสุดปี 2561 พบว่า พื้นที่เมือง 10 อันดับที่ต้องเผชิญกับมลพิษ PM 2.5 &amp;nbsp;คือ 1.ต.มหาชัย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร 2.ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 3.ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 4.ต.ศรีภูมิ อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ 5.ต.ช้างเผือก อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ 6.ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 7. ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 8.ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 9.ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น และ 10.ริมถนนอินทรพิทักษ์ ธนบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ &amp;quot;พื้นที่เมืองที่ต้องเผชิญมลพิษ PM 2.5 ใน 10 อันดับแรก พบว่า มีจำนวนวันที่มีความเข้มข้นของ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินมาตรฐานของไทยที่กำหนดไว้ 50 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) อยู่ระหว่าง 19-68 วัน เทียบกับข้อแนะนำองค์การอนามัยโลกที่ระบุไม่ควรเกินค่ามาตรฐาน 25 มคก./ลบ.ม. มากกว่า 3 วัน ในช่วง 1 ปี จะเห็นได้ว่า คนในเมืองต้องเสี่ยงกับผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว หากไม่มีมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศที่ก้าวหน้า จะเกิดวิกฤติด้านสาธารณสุขขยายวงกว้างมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเพราะไม่ยอมรับวิกฤติ รัฐบาลจึงล้มเหลวแปรวิกฤติให้เป็นโอกาส ประชากรในเขตเมืองที่ได้รับมลพิษทางอากาศกลางแจ้งเกินค่ามาตรฐานตามค่าที่กำหนดขององค์การอนามัยโลก (WHO) กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกร่างมาตรฐานใหม่ของ PM 2.5 ในบรรยากาศ ขอให้กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับค่าเฉลี่ย 24 ชม. เป็น 35 มคก./ลบ.ม. จาก 50 มคก./ลบ.ม. &amp;nbsp;รวมถึงค่าเฉลี่ย 1 ปี เป็น 12 มคก./ลบ.ม. ภายในปี 2562 นี้ เพื่อตั้งเป็นเป้าหมาย รวมถึงตรวจวัดและรายงาน PM 2.5 และปรอทที่ปลายปล่องโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงรัฐต้องเปิดโอกาสให้นักวิชาการหัวกะทิร่วมแก้ปัญหา หาทางออกใหม่ที่ต่างจากแผนปฏิบัติการเดิมในอดีต&amp;quot; นายธาราระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ.ดร.อริศรา เจริญปัญญาเนตร จากศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (ภาคเหนือ) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากรายงานการวิเคราะห์เบื้องต้นมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดนจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 ในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วย เมียนมา ลาว และกัมพูชา ปี 2559-2561 โดยใช้ค่า PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชม.ของ WHO ไม่เกิน 25 มคก./ลบ.ม. พบว่า ปี 59 ค่าความเข้มข้นฝุ่น PM 2.5 ในไทยและเพื่อนบ้านอยู่ในระดับมลพิษสูงกินพื้นที่กว้าง ส่วนปี 60 แม้สถานการณ์ฝุ่นพิษคลี่คลายขึ้น แต่ในไทยกลับรุนแรงมากที่สุด ร้อยละ 32 ของพื้นที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนมลพิษฝุ่น PM 2.5 ปี 61 พบว่าไทยสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นจากปี 60 ครองอันดับ 1 ฝุ่นพิษปกคลุมร้อยละ 60 ของพื้นที่ รายงานนี้ยังวิเคราะห์ความรุนแรงของฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่ปลาย ม.ค.ถึงกลางพ.ค.ของทุกปีมักพบค่าฝุ่นเพิ่มสูงในภาคเหนือ แต่หากดูข้อมูลภาคกลางและ กทม. ฝุ่น PM 2.5 คลุมตลอดทั้งปี แต่คนกรุงหลงลืมไป จากรายงานยังสะท้อนแม้ช่วงประกาศห้ามเผา พบจุดความร้อนสะสมในไทยนับพันจุด ถ้ารวมเพื่อนบ้าน พบเกือบ 3 หมื่นจุด ตอนนี้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ถือว่าเข้าขั้นวิกฤติแล้ว&amp;quot; ผศ.ดร.อิศรากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการแก้วิกฤติฝุ่น จะต้องยอมรับว่ามีปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เพราะมีข้อมูลการเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศในไทยเป็นอันดับ 4 เราถูกยัดเยียดความตาย นอกจากนี้ ประเทศไทยไม่เคยทำฐานข้อมูลการปลดปล่อยมลพิษ ขาดการวางแผนการประเมินมลพิษสะสมและศักยภาพของธรรมชาติในการรองรับมลพิษในไทย ไม่มีกฎหมายควบคุมฝุ่น PM 2.5 ที่ดีพอ ธนาคารโลกรายงานข้อมูลการเสียชีวิตจากฝุ่น PM 2.5 ในไทยอยู่ที่ 50 คนต่อ 1 แสนคน จีดีพีของประเทศติดลบจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากร นี่คือความเสียหายของประเทศจากฝุ่นพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเทคโนโลยีมีจัดการแหล่งกำเนิดดีกว่าโปรยน้ำ ไล่จับฝุ่นในอากาศทีหลัง มีแบบจำลองมลพิษทางอากาศสามารถประเมินศักยภาพของพื้นที่ในการรองรับมลพิษได้ เพื่อลดมลพิษใหม่เพิ่มเติมจากแหล่งเดิม เรียกร้องให้ประเทศไทยใช้มาตรการเชิงรุกมากกว่าขอความร่วมมือ ต้องผลักดันกฎหมายบังคับใช้ ทั้งปรับค่ามาตรฐาน PM 2.5 ลดการเจ็บป่วย มีกฎหมายค่ามาตรฐานปลดปล่อย PM &amp;nbsp;2.5 จากปลายปล่องโรงงานและรถยนต์ เร่งทำทำเนียบการปล่อย PM 2.5 หากเกินค่ามาตรฐานจะสามารถจัดการได้ถูกจุด ทุกภาคส่วนต้องร่วมผลักดันกฎหมาย ออกแบบอนาคตของประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมมาตรการเร่งด่วนในการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ จากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในพื้นที่ปริมณฑล พร้อมมอบหน้ากากอนามัยและแผ่นพับให้กับ 5 จังหวัดปริมณฑล ทั้งสมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานีว่า ยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่สัญญาณอันตรายของฝุ่นขนาดเล็กนี้เกิดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หรืออาจจะมาก่อนหน้านั้นก็เป็นได้ เพราะไทยเพิ่งเริ่มมีการวัดค่า PM 2.5 ได้ไม่นาน ดังนั้นควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง หรือแม้แต่ออกกำลังกาย ส่วนพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมการวิ่ง ขอให้ผู้จัดพิจารณางดจัดไปก่อนในช่วงนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ปลัด สธ.ได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานในสังกัดเขตปริมณฑล 5 จังหวัด ทั้งนี้ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ได้รับผลกระทบติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เฝ้าระวังดูแลสุขภาพประชาชนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ทำงานเชิงรุกออกให้คำแนะนำวิธีการป้องกันตนเอง ผ่านสื่อทุกช่องทาง กรณีปริมาณฝุ่นสูงขึ้นจนถึงค่าวิกฤติ จำเป็นต้องนำ พ.ร.บ.สาธารณสุขมาใช้ จะอยู่ในอำนาจการตัดสินใจของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งการประกาศหยุดเรียน การงดกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้งให้อยู่ในดุลยพินิจของพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิชญา นาควัชระ รองปลัด กทม. เปิดเผยว่า จากสถิติผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจของโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ทั้ง 9 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 1-22 ม.ค. ที่ผ่านมา พบมีตัวเลขของผู้ป่วยอยู่ที่จำนวน 9,980 คน เพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค.ของปี 2561 ที่มีจำนวน 6,445 คน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 54.85&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 &amp;nbsp;ว่า จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ในช่วงบ่ายในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล อากาศนิ่ง ลมพัดอ่อน ไม่มีฝนตก ประกอบกับมีการจราจรหนาแน่น ส่งผลให้สถานการณ์ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในเวลา 15.00 น. ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 เพิ่มขึ้น โดยบริเวณพื้นที่ริมถนน มีค่าเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 22 สถานี/พื้นที่ทั่วไป มีค่าเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) อยู่ 15 สถานี/คาดการณ์ในวันที่ 26 ม.ค. จากการพยากรณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา &amp;lsquo;ลมพัดแรงขึ้น&amp;rsquo; ส่งผลทำให้ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 มีโอกาสเจือจางลงได้บ้าง.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27529</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กรีนพีซ, ปรับลดค่ามาตรฐาน, พ.ร.บ.สาธารณสุข, มหาชัย, หนังสือพิมพ์, แชมป์เมืองฝุ่นพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4b23b8b9e58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;มหาชัย&quot;ครองแชมป์PM2.5อยู่ระดับสีแดง กทม.ดินแดง-ธนบุรี หนักสุด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;25 ม.ค. 62-กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดงานแถลงข่าว &amp;ldquo;วิกฤตมลพิษ PM 2.5: ถึงเวลายกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศไทย&amp;rdquo; โดย นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการจัดอันดับเมืองที่มีปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศไทยล่าสุดปี 2561 พบว่า พื้นที่เมือง 10 อันดับที่ต้องเผชิญกับมลพิษ PM 2.5 &amp;nbsp;คือ 1.ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 2.ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 3.ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 4.ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;5.ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 6.ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 7. ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 8.ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 9.ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ 10.ริมถนนอินทรพิทักษ์ ธนบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; พื้นที่เมืองที่ต้องเผชิญมลพิษ PM 2.5 ใน 10 อันดับแรก พบว่า มีจำนวนวันที่มีความเข้มข้นของ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินมาตรฐานของไทยที่กำหนดไว้ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอยู่ระหว่าง 19-68 วัน เทียบกับข้อแนะนำองค์การอนามัยโลกที่ระบุไม่ควรเกินค่ามาตรฐาน 25 มคก./ลบ.ม. มากกว่า 3 วัน ในช่วง 1 ปี จะเห็นได้ว่า คนในเมืองต้องเสี่ยงกับผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว หากไม่มีมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศที่ก้าวหน้า จะเกิดวิกฤตด้านสาธารณสุขขยายวงกว้างมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เป็นเพราะไม่ยอมรับวิกฤต รัฐบาลจึงล้มเหลวแปรวิกฤตให้เป็นโอกาส ประชากรในเขตเมืองที่ได้รับมลพิษทางอากาศกลางแจ้งเกินค่ามาตรฐานตามค่าที่กำหนดของ WHO กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกร่างมาตรฐานใหม่ของ PM 2.5 ในบรรยากาศ ขอให้กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับค่าเฉลี่ย 24 ชม. เป็น 35 มคก./ลบ.ม. จาก 50 มคก./ลบ.ม. &amp;nbsp;รวมถึงค่าเฉลี่ย 1 ปี เป็น 12 มค./ลบ.ม. ภายในปี 2562 นี้ เพื่อเป็นตั้งเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่ทำได้เลยวันนี้ พรุ่งนี้ รวมถึงตรวจวัดและรายงาน PM 2.5 และปรอทที่ปลายปล่องโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงรัฐต้องเปิดโอกาสให้นักวิชาการหัวกะทิร่วมแก้ปัญหา หาทางออกใหม่ที่ต่างจากแผนปฏิบัติการเดิมในอดีต &amp;nbsp;&amp;quot; นายธารา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ. ดร. อริศรา เจริญปัญญาเนตร จากศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(ภาคเหนือ) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากรายงานการวิเคราะห์เบื้องต้นมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดนจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 ในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา ปี 2559-2561 โดยใช้ค่า PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชม.ของ WHO ไม่เกิน 25 มคก./ลบ.ม. พบว่า ปี 59 ค่าความเข้มข้นฝุ่น PM 2.5 ในไทยและเพื่อนบ้านอยู่ในระดับมลพิษสูงกินพื้นที่กว้าง แต่สูงที่สุด คือ ลาว ร้อยละ 95 &amp;nbsp; ของพื้นที่ประเทศ รองลงมา กัมพูชา ไทย และเมียนมา ส่วนปี 60 แม้สถานการณ์ฝุ่นพิษคลี่คลายขึ้น &amp;nbsp;แต่ในไทยกลับรุนแรงมากที่สุด ร้อยละ 32 ของพื้นที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ส่วนมลพิษฝุ่น PM 2.5 ปี 61 &amp;nbsp;พบว่าไทยสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นจากปี 60 ครองอันดับ 1 ฝุ่นพิษปกคลุมร้อยละ 60 ของพื้นที่ รองลงมาเป็นกัมพูชา ลาว เมียนมา รายงานนี้ยังวิเคราะห์ความรุนแรงของฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่ปลายมกราคมถึงกลางพฤษภาคมของทุกปีมักพบค่าฝุ่นเพิ่มสูงในภาคเหนือ แต่หากดูข้อมูลภาคกลางและกรุงเทพมหานครฝุ่น PM 2.5 คลุมตลอดทั้งปี แต่คนกรุงหลงลืมไป จากรายงานยังสะท้อนแม้ช่วงประกาศห้ามเผา พบจุดความร้อนสะสมในไทยนับพันจุด ถ้ารวมเพื่อนบ้าน พบเกือบ 3 หมื่นจุด ปัญหาหมอกควันคลุมเมืองจะแก้ไขไม่ได้หากขาดความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะตอนนี้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ถือว่าเข้าขั้นวิกฤตแล้ว &amp;quot; ผศ.ดร.อิศรา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.อิศรา กล่าวด้วยว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล เกิดจากการเผาในที่โล่ง มีการวิเคราะห์ข้อมูลวันที่ 11-17 ม.ค.ที่ผ่านมา พบจุดสะสมความร้อน หรือ Hot Spot ที่กัมพูชาเยอะมาก ประกอบกับมีลมประจำถิ่นพัดจากตะวันออกมาตะวันตก นำพาควันมาปกคลุมกรุงเทพฯ &amp;nbsp; นอกจากนี้ มีปัญหาฝุ่นพิษภาคคมนาคมขนส่งที่ส่งผลให้รุนแรงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการแก้วิกฤตฝุ่น จะต้องยอมรับว่ามีปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน &amp;nbsp;และเป็นความเสี่ยงแบบไม่เต็มใจยอมรับ เกิดผลเสียต่อประเทศ เพราะมีข้อมูลการเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศในไทยเป็นอันดับ 4 &amp;nbsp;เราถูกยัดเยียดความตาย &amp;nbsp; นอกจากนี้ ประเทศไทยไม่เคยทำฐานข้อมูลการปลดปล่อยมลพิษ ขาดการวางแผนการประเมินมลพิษสะสมและศักยภาพของธรรมชาติในการรองรับมลพิษในไทย ไม่มีกฎหมายควบคุมฝุ่น PM 2.5 ที่ดีพอ ปัญหาต้องแก้ด้วยการป้องกันระยะยาว และเป็นระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นแค่ความพยายามเอาตัวรอดเท่านั้น พ่นน้ำ แจกหน้ากาก ตรวจจับควันดำ ธนาคารโลกรายงานข้อมูลการเสียชีวิตจากฝุ่น PM 2.5 ในไทยอยู่ที่ 50 คนต่อ 1 แสนคน &amp;nbsp;จีดีพีของประเทศติดลบจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากร นี่คือ ความเสียหายของประเทศจากฝุ่นพิษ &amp;quot; ผศ.ดร.ธนพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนพล กล่าวต่อว่า มีบทเรียนประเทศต่างๆ เผชิญปัญหาฝุ่นมาก่อน แต่ก็สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นด้วยเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน ที่สหรัฐฯ หลังเกิดหมวกควันได้ใช้หลักจัดการพื้นที่ที่ไม่สามารถให้อากาศที่ดีแก่ประชาชนนั้น ก่อนอนุมัติโครงการใดๆ ในอีไอเอและอีเอชไอเอต้องมีแนวทางป้องกัน &amp;nbsp; คำนึงถึงมลพิษจากแหล่งกำเนิด ช่วยป้องกัน PM 2.5 ตั้งแต่ขั้นอนุญาติโครงการ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ตามแนวรถไฟฟ้ามีโครงการคอนโดมากมาย ซึ่งอาคารสูงทำให้การระบายมลพิษได้ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ปัจจุบันเทคโนโลยีมีจัดการแหล่งกำเนิดดีกว่าโปรยน้ำ ไล่จับฝุ่นในอากาศทีหลัง เรามีแบบจำลองมลพิษทางอากาศสามารถประเมินศักยภาพของพื้นที่ในการรองรับมลพิษได้ เพื่อลดมลพิษใหม่เพิ่มเติมจากแหล่งเดิม เรียกร้องให้ประเทศไทยใช้มาตรการเชิงรุกมากกว่าขอความร่วมมือ &amp;nbsp;ต้องผลักดันกฎหมายบังคับใช้ ทั้งปรับค่ามาตรฐาน PM 2.5 ลดการเจ็บป่วย &amp;nbsp;มีกฎหมายค่ามาตรฐานปลดปล่อย PM &amp;nbsp;2.5 จากปลายปล่องโรงงานและรถยนต์ เร่งทำทำเนียบการปล่อย PM 2.5 &amp;nbsp; หากเกินค่ามาตรฐานจะสามารถจัดการได้ถูกจุด &amp;nbsp;ในสหรัฐและอังกฤษหลังใช้กฎหมายเข้มข้นผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษอากาศไม่ถึงร้อยละ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20 ของประชากรทั้งประเทศต่างจากจีนมีคนกระทบเกือบ 100% แต่จีนก็ไม่นิ่งเฉย ปี 2561 ออกกฎหมายควบคุมคุณภาพอากาศ ต้องลดฝุ่น PM 2.5 ร้อยละ 18 และมีวันอากาศดีอย่างน้อยร้อยละ 80 คำถามคือ กรุงเทพฯ คุณภาพอากาศจะเป็นอย่างไรใน &amp;nbsp;2 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า ทุกภาคส่วนต้องร่วมผลักดันกฎหมาย ออกแบบอนาคตของประเทศ &amp;quot; ผศ.ดร.ธนพล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27512</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM2.5, กรีนพีซ, ดินแดง-ฝั่งธน มลพิษฝุ่นPM2.5เยอะสุด, ธารา บัวคำศรี, ผศ. ดร. อริศรา เจริญปัญญาเนตร, มหาชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4ae3775bdfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
