<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2018 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2018 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุยเจิ้งโจวดึงโมเดลพัฒนาพื้นที่รอบสนามบินอู่ตะเภา ชูเป็นมหานครการบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณิศ&amp;rdquo; คุยเจิ้งโจวดึงโมเดลพัฒนาพื้นที่รอบสนามบินอู่ตะเภา เตรียมเอ็มโอยูภายใน 1-2 เดือนนี้ ให้เกิดมหานครแห่งการบิน พร้อมยันทีโออาร์ประมูลพัฒนาสนามบินออก ต.ค. นี้ แย้มอาจเปิดโอกาสให้เอกชนลงทุนทั้ง 100% แล้วแต่ข้อเสนอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยภายหลัง งานสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) : เมืองการบินภาคตะวันออก(ท่าอากาศยานอู่ตะเภา) ว่าความคืบหน้าความร่วมมือพัฒนามหานครแห่งการบิน เบื้องต้นมีการหารือร่วมกับสนามบินเจิ้งโจวในประเทศจีน เพื่อพัฒนาพื้นที่โดยรอบสนามบินระยะ 30 กิโลเมตร โดยจะใช้โมเดลของเจิ้งโจวซึ่งจะมีการบันทึกลงนามความร่วมมือ(เอ็มโอยู)ภายใน 1-2 เดือนต่อจากนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มหานครแห่งการบินจะเป็นการพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ การก่อสร้างศูนย์ซ่อมอากาศยาน(เอ็มอาร์โอ) ในพื้นที่กว่า 200 ไร่ และการท่องเที่ยวส่งผลให้เกิดการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น โดยปีหน้าจะผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างเป็นรูปธรรม โดยศึกษาข้อมูลในการดำเนินงานทั้งเรื่องการขนส่ง และการใช้เทคโนโลยีในพื้นที่ โดยคาดว่าการพัฒนาจะต้องใช้ระยะเวลากว่า 10-15 ปี เพื่อให้เกิดเป็นมหานครแห่งการบินเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การพัฒนาสนามบินที่เป็นการใช้พื้นที่ของกองทัพเรือ ทาง กพอ. จะเร่งรัดให้มีการสรุปร่างขอบเขตการประมูล(ทีโออาร์) ภายในเดือนต.ค.2561 นี้ ก่อนที่จะเปิดขายซองให้กับเอกชนที่สนใจ และคาดว่าภายในเดือน ก.พ. 2562 จะได้ผู้ชนะการประมูลรวมถึงเริ่มดำเนินโครงการได้ ก่อนมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการพัฒนาพื้นที่แล้วเสร็จภายในช่วงปลายปี 2566 โดยเบื้องต้นมีเอกชนหลายรายสนใจทั้งไทยและต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การสัมมนาดังกล่าว เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเอกชน โดยเบื้องต้นได้มีหลายฝ่ายต้องการจะทราบถึงรายละเอียด และความชัดเจนของสัดส่วนการลงทุนท่าอากาศยานอู่ตะเภา และกฎระเบียบการใช้พื้นที่ รวมถึงสิทธิพิเศษในการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ซึ่งมีการตอบคำถามไปเบื้องต้นว่าทางสำนักงานได้เปิดโอกาสให้เอกชนที่สนใจลงทุนพัฒนาสนามบินได้เสนอข้อคิดเห็นมาเพื่อเจรจาในเรื่องแนวทางการลงทุน โดยจะพิจารณาภายใต้กฎหมายการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน(พีพีพี)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราได้เปิดโอกาสให้เอกชนที่สนใจลงทุนเข้ามาคุยเพื่อเจรจาถึงสัดส่วนการลงทุนโดยมีบางฝ่ายต้องการที่จะลงทุนทั้ง 100% แต่ต้องมาพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากกำหนดเบื้องต้นการดำเนินการสนามบินอู่ตะเภาต้องอยู่ภายใต้สัดส่วนการถือหุ้น 75 ต่อ 25%&amp;rdquo;นายคณิศ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ร.อ.โสภณ วัฒนมงคล ประธานคธณที่ปรึกษากองทัพเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของกองทัพเรือ กล่าวว่าการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาใช้พื้นที่ที่กองทัพเรือดูแลอยู่กว่า 6,500 ไร่ คาดการณ์มูลค่าการลงทุนที่ประมาณ 200,000 ล้านบาท โดยในส่วนของรันเวย์ 2 ที่กองทัพเรือจะลงทุนเองนั้นได้เริ่มการออกแบบแล้ว ซึ่งทั้งรันเวย์และอาคารผู้โดยสาร 3 จะต้องก่อสร้างให้เสร็จในกำหนดปี 66 เพื่อเป็นช่องทางเชื่อมต่อกับทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16579</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณิศ แสงสุพรรณ, มหานครการบิน, สนามบินเจิ้งโจว, อีอีซี, อู่ตะเภา, เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (กพอ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8af46db0be8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
