<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว. ผนึก 4 มหาวิทยาลัย ประกาศความสำเร็จ SME “ปั้นดาว” ขายออนไลน์บน Lazada สู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์&amp;nbsp; มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ในปีนี้โครงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยให้ประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพ&amp;nbsp; กิจกรรมปั้นดาว ปีงบประมาณ 2564 ซึ่งมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหน่วยร่วมดำเนินการ ได้ร่วมกันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้เป็นต้นแบบในการยกระดับและพัฒนาต่อยอดวิสาหกิจทุกสถานะและทุกระดับ โดยได้ปรับรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้ในช่วงวิกฤติโควิด-19 นำผู้ประกอบการเปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Lazada ภายใต้แคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ อีกทั้งยังได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้มีประสบการณ์และเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการก้าวสู่อนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงแม้ปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากอย่างยิ่งของเอสเอ็มอีทั่วประเทศ แต่ สสว. และทุกหน่วยร่วมดำเนินการของ สสว. ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะให้กิจกรรมด้านการตลาดซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการเกิดขึ้น โดยปรับรูปแบบกิจกรรมและเชิญชวนให้ผู้ประกอบการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้า ผู้ประกอบการกลุ่ม &amp;ldquo;ปั้นดาว&amp;rdquo; ได้จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพอย่าง Lazada และมี 4 มหาวิทยาลัย คอยช่วยสนับสนุนในทุกมิติ ทำให้แคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ จึงขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือเรียนรู้สู้ไม่ถอย รวมทั้งประชาชนที่ร่วมสนับสนุนซื้อสินค้าของผู้ประกอบการจากแคมเปญนี้ด้วย ภาพความร่วมมือที่เกิดขึ้น เชื่อมั่นว่าจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพจะต่อยอดได้อย่างยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo; ผอ.สสว. กล่าวยืนยัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายวีระพงศ์ โก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยีระดับโลกกล่าวว่า การร่วมมือกับ สสว. จัดทำแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่การเป็นผู้ประกอบการดิจิทัล แต่ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคไทยได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพหลากรายการในราคาพิเศษถึงแม้ว่าจะต้องเก็บตัวอยู่บ้านในช่วงนี้ก็ตาม โดย Lazada ได้นำศักยภาพแพลตฟอร์มและเครือข่ายโลจิสติกส์มาใช้ในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภค เพื่อให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้และเติบโตอย่างไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แคมเปญ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; บนแพลตฟอร์ม Lazada จัดขึ้นระหว่าง 21 สิงหาคม &amp;ndash; 20 กันยายน 2564 มีสินค้าคุณภาพดีที่ได้คัดสรรจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่ม &amp;ldquo;ปั้นดาว&amp;rdquo; จากทั่วประเทศจัดจำหน่าย ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และแพลตฟอร์ม Lazada ผ่านไมโครไซต์พิเศษ lazada.co.th/sme2021&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้มีการจัดการเสวนาสรุปโครงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยให้ประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพกิจกรรมปั้นดาว ปีงบประมาณ 2564 &amp;ldquo;ปั้นดาว SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ผ่านระบบออนไลน์ และเผยแพร่ผ่าน Facebook สสวconnext-ตลาดออนไลน์ ผู้สนใจสามารถรับชมได้ที่ https://www.facebook.com/smeconnextonlinemarket/videos/1554249208300958&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117305</URL_LINK>
                <HASHTAG>Lazada, กิจกรรมปั้นดาว, ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด, นายวีระพงศ์ โก, นายวีระพงศ์  มาลัย, บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย), ปั้นดาว, ปั้นดาว SME ไทย ไฟต์โควิด, ผู้ประกอบการดิจิทัล, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, เปิดร้านค้าออนไลน์, เอสเอ็มอีไทย, โครงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61486e752a5ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว. หนุน SME “ปั้นดาว” ขายออนไลน์บน Lazada สู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สสว. จับมือหน่วยร่วม 4 มหาลัยวิทยาลัย ผลักดันผู้ประกอบการ SME &amp;ldquo;ปั้นดาว&amp;rdquo; เปิดร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Lazada จัดแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์&amp;nbsp; มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ปีนี้ สสว. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดำเนินงานหลากหลายโครงการ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรร่วมดำเนินการทั้งภาครัฐและเอกชน หนึ่งในนั้นคือ โครงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยให้ประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพ&amp;nbsp; กิจกรรมปั้นดาว ปีงบประมาณ 2564 ซึ่งมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้เป็นต้นแบบในการยกระดับและพัฒนาต่อยอดวิสาหกิจทุกสถานะและทุกระดับ ให้ยกระดับและพัฒนาต่อยอดเพื่อธุรกิจขยายตัว รวมทั้งพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่าง สสว. กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเอสเอ็มอี เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอีในกลุ่มเป้าหมายด้วยการบูรณาการร่วมกัน&amp;nbsp; โดยได้ปรับรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้ในช่วงวิกฤติโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากอย่างยิ่งของเอสเอ็มอีทั่วประเทศ แต่ สสว. และทุกหน่วยร่วมดำเนินการของ สสว. ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะให้กิจกรรมในโครงการสามารถดำเนินการได้ภายใต้ข้อจำกัดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมด้านการตลาดซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ จึงได้ปรับรูปแบบกิจกรรมและเชิญชวนให้ผู้ประกอบการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้า โดยได้รับความร่วมมือจากแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพอย่าง Lazada เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้มีร้านค้าออนไลน์ สร้างรายได้ในช่วงวิกฤตินี้ และยังได้จัดทำแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; เพื่อส่งเสริมการขาย ซึ่งกำหนดจัดระหว่าง 21 สิงหาคม ไปจนถึง 20 กันยายน 2564 จึงขอเชิญชวนช่วยมากันอุดหนุนผู้ประกอบการ SME ได้ที่ lazada.co.th/sme2021 หรือผ่าน application SME Connext&amp;rdquo; ผอ.สสว. กล่าวเชิญชวน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายวีระพงศ์ โก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยีระดับโลกของกลุ่มอาลีบาบา กล่าวว่า การร่วมมือกับ สสว. จัดทำแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยยกระดับเอสเอ็มอีทีไทยสู่การเป็นผู้ประกอบการดิจิทัล แต่ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคไทยได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพหลากรายการในราคาพิเศษถึงแม้ว่าจะต้องเก็บตัวอยู่บ้านในช่วงนี้ก็ตาม Lazada พร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะนำศักยภาพแพลตฟอร์มและเครือข่ายโลจิสติกส์มาใช้ในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภคในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แคมเปญ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; บนแพลตฟอร์ม Lazada จัดขึ้นระหว่าง 21 สิงหาคม &amp;ndash; 20 กันยายน 2564 พบกับสินค้าคุณภาพดีที่ได้คัดสรรจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ให้ได้เลือกช้อปกันอย่างจุใจในราคาพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นและโค้ดส่วนลดมากมายทุกวัน โดยผู้สนใจสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่าน lazada.co.th/sme2021 หรือผ่าน application SME Connext&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114612</URL_LINK>
                <HASHTAG>Lazada, SME, กลุ่มอาลีบาบา, กิจกรรมปั้นดาว, ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด, นายวีระพงศ์ โก, นายวีระพงศ์  มาลัย, บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย), บริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลก, ปั้นดาว, ผลักดันผู้ประกอบการ, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, แพลตฟอร์มออนไลน์, โครงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยให้ประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_612734711ca98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ศรีนครินทร์มข.เพิ่มเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดกว่า300เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 - ที่ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. นพ.สมชายโชติ &amp;nbsp;ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.นพ.อภิชาติ &amp;nbsp;จิระวุฒิพงศ์ คณะบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. และ รศ.นพ.ทรงศักดิ์ &amp;nbsp;เกียรติชูสกุล ผอ.รพ.ศรีนครินทร์ ตรวจติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงอาคารรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ตามกรอบความร่วมมือร่วมระหว่าง สสจ.ขอนแก่น และ มข. ในการให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น คณะแพทยศาสตร์ มข. จึงได้พิจารณาปรับเปลี่ยนหอผู้ป่วย 3 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย หอผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือ AE 1,2,3 หอผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือ Burn Unit และ ICU ศัลยกรรม มาเป็นหอผู้ป่วยรวมสำหรับการให้บริการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ โดยมีการแยกส่วนเฉพาะหอผู้ป่วยดังกล่าวชั้น 2 ของ รพ.เป็นเขตพื้นที่ควบคุม ดูแลรับผู้ป่วยโควิด ในโซนตะวันตกของจังหวัดขอนแก่น เพื่อแบ่งเบาภาระของ รพ.ขอนแก่น ในการดูแลผู้ป่วยที่จะต้องรับส่งต่อซึ่งจากแผนการปรับปรุงดังกล่าวหากนับรวม รพ.สนามขอนแก่น แห่งที่ 1 ที่หอพัก 26 ที่ดำเนินการอยู่จะให้ศักยภาพของ รพ.ศรีนครินทร์จะสามารถให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้มากถึง 300 &amp;nbsp;เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แผนการดำเนินงานดังกล่าวขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยคาดว่ายในเดือน ส.ค.นี้การรับหอผู้ป่วยเดิมเป็นหอผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะจะสามารถดำเนินการได้ทั้งระบบ ตามสัดส่วนการบริหารจัดการเหตุการณ์ในความรับผิดชอบของ รพ.ศรีนครินทร์ ประกอบด้วย ที่ รพ.สนามขอนแก่น แห่งที่ 1 หอพัก 26 มข. ที่รองรับการรักษาได้ &amp;nbsp; 256 เตียง , ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จะรองรับผู้ป่วยในกลุ่มอาการสีเขียว เป็น 100 เตียง,สีเหลือง 30 เตียง ,สีส้ม 16 เตียงและสีแดง 22 เตียง โดยได้ประสานการทำงานร่วมกันกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในการรับผู้ป่วยในเขตอำเภอทางตะวันตกและกลุ่มผู้ป่วยในเขต อ.เมือง ตามแผนการดำเนินงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่ได้กำหนดไว้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.สมชายโชติกล่าวว่า ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีการรายงานยืนยันล่าสุดวันนี้ อยู่ที่ 264 รายในจำนวนนี้แยกเป็นกลุ่มคลัสเตอร์เรือนจำ 145 ราย ที่เหลือคือกลุ่มที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดที่เข้ารับการรักษาตัวตามระบบการส่งต่อทางการแพทย์ ทำให้ขณะนี้ยอดผู้ป่วยสะสมของจังหวัดอยู่ที่ 6,680 ราย กำลังรักษา 5,480 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 25 ราย ขณะที่การเพิ่มจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยตามบริหารจัดการทางการแพทย์ ซึ่งวันนี้ข่าวดีจาก รพศรีนครินทร์ ที่มีความคืบหน้าในการสร้างหอพักผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะซึ่งแม้ว่า รพ.ศรีนครินทร์ จะเป็นโรงเรียนแพทย์ที่มีภารกิจหลัก คือ การเรียนการสอน แต่ในสภาวะการระบาดของโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจ จนนำมาสู่การดำเนินงานของ รพ.ฯและการจัดระบบรับส่งต่อจากรพ. ชุมแพ, ภูผาม่าน ,สีชมพู, เวียงเก่า, หนองนาคำ ,ภูเวียง ,หนองเรือ &amp;nbsp;และ อ.บ้านฝาง &amp;nbsp;ซึ่งแม้จะไม่สามารถรับได้ทั้งหมด แต่ได้เปิดรับในการให้การดูแล และให้คำปรึกษา ในการสร้างความร่วมมือ สร้างความเข้มแข็ง ในระบบบริการสาธารณสุข ได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตามขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อยังได้จับตาคลัสเตอร์ตลาดหนองหม่น เขต ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น ที่เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ตลาดศรีเมืองทอง หลังพบพ่อค้า-แม่ค้า ป่วยติดเชื้อแล้ว 12 รายและมีผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและมารายงานตัวแล้กว่า 800 ราย ทำให้การตรวจคัดกรองเชิงรุกจึงดำเนินการต่อเนื่องทุกวันควบคู่กับการควบคุมสถานการณ์ของตลาดดังกล่าวไว้ในวงที่จำกัดอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112916</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, คลัสเตอร์เรือนจำ, มข., มหาวิทยาลัยขอนแก่น, รพ.ศรีนครินทร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61133ab94fecb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดปิดตำนาน&#039;อ้วนบาร์เบอร์&#039;ร้านตัดผมคู่มข.มากว่า 50 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.64-ที่ร้านอ้วนบาร์เบอร์ ชั้น 2 ศูนย์อาหารและบริการ 1 หรือคอมเพล็กซ์ มข. มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าหน้าที่ประจำร้าน รวมทั้งทีมช่างตัดผม ต่างช่วยกันจัดเก็บสิ่งของที่ใช้ในการตัดผม ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งลูกค้า ,กระจก,กรรไกร,ไดร์เป่าผมและบัตเตอเลี่ยนตัดผม รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ในการบริการลูกค้าในการตัดผมประเภทต่างๆของทางร้าน เพื่อเตรียมที่จะส่งมอบพื้นที่คืนให้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น&amp;nbsp; ตามแผนการปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ท่ามกลางเพื่อนผู้ประกอบการและลูกค้าทั้งขาประจำและขาจร ที่เมื่อทราบข่าวต่างทยอยกันมาให้กำลังใจกับทีมช่างตัดผม อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เนื่องจากร้านตัดผมแห่งนี้เปิดให้บริการ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาเกือบ 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร&amp;nbsp; ภูมิบ้านค้อ หรือลุงอ้วน อายุ 70 ปี เจ้าของร้านอ้วนบาร์เบอร์ กล่าวว่า เป็นการตัดสินใจที่ยากมากในการที่จะปิดร้านตัดผมที่ตนเองและครอบครัวรัก เพราะเป็นอาชีพที่ทำมานานกว่า 50 ปี ส่งลูกจนจบมหาวิทยาลัย และเป็นร้านตัดผมคู่ จ.ขอนก่น และมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาอย่างยาวนาน ซึ่งเดิมร้านอ้วนบาร์เบอร์เปิดให้บริการที่ชั้น 1 ของศูนย์อาหารและบริการ 1 แห่งนี้ ให้บริการกับลูกค้าทั้งในส่วนของคณาจารย์ นักศึกษาหรือบุคคลทั่วไป ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ชั้น 2 เมื่อปี 2550 ตามแผนการบริหารจัดการพื้นที่ของ มข. แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ลูกค้าลดลงทุกวัน และยังต้องถูกคำสั่งปิดการให้บริกาตามประกาศของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดและ ศบค. ซึ่งร้านก็เข้าใจและให้ความร่วมมือในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อที่ทุกคนจะก้าวผ่านวิกฤติเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันให้ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; จำได้ว่าเมื่อมีคำสั่งคลายล็อก หลังการระบาดรอบแรก และร้านกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อช่วง ไตรมาส 3 ของปี 2563. ลูกค้ามายืนรอต่อคิวที่ร้านกันมากเพราะไม่ได้ตัดผมมานาน จำได้ว่ามากที่สุดในช่วงนั้นคือวันละประมาณ 80 คน ขณะที่ในวันปกติทั่วไปที่เปิดให้บริการคู่เมืองขอนแก่น และ มข. มานั้น จะอยู่มาวันละประมาณ 20-30 คน เพราะด้วยราคาตัดผมที่ไม่แพงมาก จากเริ่มต้นไม่กี่สิบบาท&amp;nbsp; และวันนี้ยังคงราคาตัดผมที่ไม่แพงเกินไป คือนักศึกษา 70 บาท ประชาชนทั่วไป 80 บาท แต่พอมาระบาดระลอก 2 ต่อเนื่องระลอก 3 และระลอก 4 ในปัจจุบัน ร้านต้องปิดๆเปิดๆ ตามคำสั่งของภาครัฐ&amp;nbsp; ขณะที่ลูกค้าก็ไม่กล้าออกจากบ้าน บางวันเปิดร้านไม่มีลูกค้ามาใช้บริการแม้แต่คนเดียว ร้านก็ต้องแบกรับภาระค่าจ้างพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าสถานที่ ซึ่ง มข.ก็ลดค่าเช่าให้บ้างแต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งก็เข้าใจในสถานการณ์ แต่เมื่อเรารู้ตัวว่าเราไม่ไหว ก็อย่าฝืนดีกว่า เปิดร้านทุกวัน ขาดทุนทุกวัน และขาดทุนแบบนี้มาเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว เงินหมุนเวียนในร้านก็หมดไป ลูกค้าไม่มี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันการเงินก็เข้าถึงได้ยากจึงตัดสินใจปิดกิจการทั้งน้ำตาและขอกลับไปอยู่บ้านตั้งหลักจะดีกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุงอ้วน บอกว่า ต้องขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ใช้บริการร้านลุงอ้วนมานานกว่า 50 ปี เฉพาะร้านที่ตั้งอยู่ใน มข. ก็เกือบ 45 ปี&amp;nbsp; ซึ่งร้านตัดผมแห่งนี้ถือเป็นร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองขอนแก่นมานาน ลูกค้ามีทุกกลุ่ม ทั้งระดับอธิบดี,ผู้ว่าฯ,ดอกเตอร์,ผู้อำนวยการ,นายร้อย, นายพล ,นายพัน หากมาเรียนที่ มข. แทบทั้งหมดเป็นลูกค้าของร้านเกือบ70 % ดังนั้นจากนี้ไปไม่มีร้านลุงอ้วนบาร์เบอร์แล้ว เด็กๆหากได้กลับมาเรียนตามปกติ ก็ขอให้คิดถึงลุงอ้วนบ้างแม้ร้านจะปิด แต่ห้องก็ยังอยู่ ป้ายเก่าที่เด็กๆมาเขียนไว้เพื่อให้กำลังใจก็ขอติดไว้ที่ห้องเช่าแห่งนี้เพื่อระลึกถึงกัน ส่งต่อความคิดถึงซึ่งกันและกัน เพราะร้านไม่ไหวจริงๆ ขณะที่พนักงานของร้านก็จะต้องกระจายกันไปทำงานตามสภาพ บางคนกลับบ้าน บางคนขอสู้เปิดร้านต่อ และลุงอ้วนคงวางมือและกลับไปเลี้ยงหลานที่บ้าน เพราะอายุมากแล้ว แต่ก็รักในการตัดผมอยู่ก็อาจจะขอที่บ้านกลับมาเปิดร้านเล็กๆที่บ้านเพื่อทำงานที่รักมาทั้งชีวิตต่อไป อย่างไรก็ตามยังคงมีผู้ประกอบการในลักษณะเดียวกันที่ขาดสภาพคล่อง ไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ และเตรียมที่จะปิดกิจการอีกจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ขอให้ร้านตัดผมเล็กๆแห่งนี้เป็น 1ในตัวอย่าง ที่รัฐบาลจะต้องชัดเจนและจริงจัง และให้ความช่วยเหลือในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กให้ได้ เปิดโอกาสให้เข้าถึงเงินทุน เข้าถึงโครงการสวัสดิการของรัฐ จะคนละครึ่ง เราชนะ หรือ ม.33 กลุ่มร้านตัดผม หรือร้านเสริมสวย ก็ควรที่จะให้ร้านเหล่านี้ได้เข้าร่วมโครงการ หรือขยายการใช้สิทธิ์ให้ครอบคลุมกว่านี้ ซึ่งก็เข้าใจว่า รัฐยังต้องทำงานหนักทั้งการต่อสู้กับโรคและบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ แต่หากไม่ทำอะไรที่ชัดเจน ผู้ประกอบการอีกไม่น้อยก็เตรียมที่จะปิดกิจการลง คนก็จะตกงานมากขึ้นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111053</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ร้านตัดผม, อ้วนบาร์เบอร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd1d349ed5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอนก” รมว.อว. เยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีน ม.ธรรมศาสตร์ รับ 2,000 คนต่อวัน ย้ำ 7 มิ.ย.นี้ ได้ฉีดแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.เช้านี่ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. และคณะผู้บริหาร อว. เดินทางมาตรวจเยี่ยมศูนย์รับวัคซีนโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)&amp;nbsp; ที่ยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ให้การต้อนรับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการตรวจเยี่ยม ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เปิดเผยว่า ตนมาให้กำลังใจ เพราะในเวลานี้เราต้องให้กำลังใจกันให้มากที่สุด ที่สำคัญ ไม่ว่าประเทศจะเจอสถานการณ์ยากลำบากแค่ไหน เราก็ทำได้ สู้ได้เสมอเรื่องวัคซีน รัฐบาลไม่ได้นิ่งดูดาย แต่ทุกอย่างไม่ได้มาได้อย่างฉับพลันอย่างที่ใจเราต้องการ แต่ขอให้มั่นใจว่าวัคซีนมาแน่ 7 มิ.ย.ได้ฉีดแน่ ทุกยี่ห้อดีหมด&amp;nbsp; และ จากนี้ไป ถ้าเปรียบเทียบเป็นการรบ ก็คือช่วงของการรุกโดยการฉีดวัคซีนให้ได้เร็วและมากที่สุดเพื่อที่เราจะรบชนะในสงครามไวรัสครั้งนี้ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทำ รพ.สนาม จากนั้นในเวลาอันรวดเร็วมหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็ลุกขึ้นมาทำเช่นกัน ทั้งที่มีโรงเรียนแพทย์และไม่มีโรงเรียนแพทย์ ขั้นต่อมาก็คือการเป็นศูนย์ฉีดวัคซีน ทั้งมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ของ อว.พร้อมเข้ามาทำเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนทั่วประเทศ เป็น อว.ที่ออกมาจากหอคอยงาช้าง ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด&amp;rdquo;ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า&amp;nbsp; ธรรมศาสตร์เกิดขึ้นจากความเดือดร้อนของประชาชน และธรรมศาสตร์พร้อมเสมอในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&amp;nbsp; และหากจะรบให้ชนะ การเป็นสถานที่รองรับและรักษาผู้ป่วยอย่างเดียวคงไม่ได้ สิ่งที่จะทำให้ชนะได้คือ การระดมฉีดวัคซีนให้คนไทยได้มากที่สุด ธรรมศาสตร์จึงจัดตั้งศูนย์รับวัคซีนขึ้น รับได้จำนวน 2,000 คนต่อวัน ถือเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากบางซื่อ เป็นระยะเวลา 6 เดือน ดังนั้น การประกาศเปิดศูนย์รับวัคซีนในวันนี้ จึงเป็นการบันทึกหมุดหมายอีกหน้าหนึ่งของธรรมศาสตร์ ว่าธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยที่รับใช้ประชาชนตามความตั้งใจของผู้ประศาสตร์การปรีดี พนมยงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า ขณะนี้ ศบค.ได้เห็นชอบให้ อว.จัดตั้งหน่วยให้บริการฉีดวัคซีนส่วนกลางจำนวน 11 หน่วย ซึ่งขณะนี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้อนุมัติวัคซีนโควิด-19 ให้กับ อว. แล้ว โดยจะเริ่มฉีดได้ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.เป็นต้นไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัด อว.กล่าวต่อว่า สำหรับในพื้นที่ต่างจังหวัดอว.ได้มีการทำงานและประสานงานร่วมกับ สสจ. เพื่อกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีโรงพยาบาลเป็นหน่วยฉีดวัคซีน&amp;nbsp; ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&amp;nbsp; เป็นต้น&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็ยังมีสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่มีโรงพยาบาลในสังกัดหลายแห่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นหน่วยฉีดวัคซีนของจังหวัดเช่นกัน เช่น มรภ.ราชนครินทร์&amp;nbsp; มรภ.สุรินทร์ และ มรภ.เพชบูรณ์ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105055</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา-วิทยาศาสตร์-วิจัยและนวัตกรรม, ดร.เอนก-เหล่าธรรมทัศน์, ม.ธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, รศ.เกศินี-วิฑูรชาติ, วัคซีน, ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์-ทรงศิวิไล, ศ.ดร.สุรพล-นิติไกรพจน์, ศูนย์ฉีดวัคซีน, สสจ., อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, อว., โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b7475474bd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอนก” รมว.อว. เยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีน ม.ธรรมศาสตร์ รับ 2,000 คนต่อวัน ย้ำ 7 มิ.ย.นี้ ได้ฉีดแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.เช้านี่ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. และคณะผู้บริหาร อว. เดินทางมาตรวจเยี่ยมศูนย์รับวัคซีนโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)&amp;nbsp; ที่ยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ให้การต้อนรับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการตรวจเยี่ยม ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เปิดเผยว่า ตนมาให้กำลังใจ เพราะในเวลานี้เราต้องให้กำลังใจกันให้มากที่สุด ที่สำคัญ ไม่ว่าประเทศจะเจอสถานการณ์ยากลำบากแค่ไหน เราก็ทำได้ สู้ได้เสมอเรื่องวัคซีน รัฐบาลไม่ได้นิ่งดูดาย แต่ทุกอย่างไม่ได้มาได้อย่างฉับพลันอย่างที่ใจเราต้องการ แต่ขอให้มั่นใจว่าวัคซีนมาแน่ 7 มิ.ย.ได้ฉีดแน่ ทุกยี่ห้อดีหมด&amp;nbsp; และ จากนี้ไป ถ้าเปรียบเทียบเป็นการรบ ก็คือช่วงของการรุกโดยการฉีดวัคซีนให้ได้เร็วและมากที่สุดเพื่อที่เราจะรบชนะในสงครามไวรัสครั้งนี้ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทำ รพ.สนาม จากนั้นในเวลาอันรวดเร็วมหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็ลุกขึ้นมาทำเช่นกัน ทั้งที่มีโรงเรียนแพทย์และไม่มีโรงเรียนแพทย์ ขั้นต่อมาก็คือการเป็นศูนย์ฉีดวัคซีน ทั้งมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ของ อว.พร้อมเข้ามาทำเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนทั่วประเทศ เป็น อว.ที่ออกมาจากหอคอยงาช้าง ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด&amp;rdquo;ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า&amp;nbsp; ธรรมศาสตร์เกิดขึ้นจากความเดือดร้อนของประชาชน และธรรมศาสตร์พร้อมเสมอในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&amp;nbsp; และหากจะรบให้ชนะ การเป็นสถานที่รองรับและรักษาผู้ป่วยอย่างเดียวคงไม่ได้ สิ่งที่จะทำให้ชนะได้คือ การระดมฉีดวัคซีนให้คนไทยได้มากที่สุด ธรรมศาสตร์จึงจัดตั้งศูนย์รับวัคซีนขึ้น รับได้จำนวน 2,000 คนต่อวัน ถือเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากบางซื่อ เป็นระยะเวลา 6 เดือน ดังนั้น การประกาศเปิดศูนย์รับวัคซีนในวันนี้ จึงเป็นการบันทึกหมุดหมายอีกหน้าหนึ่งของธรรมศาสตร์ ว่าธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยที่รับใช้ประชาชนตามความตั้งใจของผู้ประศาสตร์การปรีดี พนมยงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า ขณะนี้ ศบค.ได้เห็นชอบให้ อว.จัดตั้งหน่วยให้บริการฉีดวัคซีนส่วนกลางจำนวน 11 หน่วย ซึ่งขณะนี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้อนุมัติวัคซีนโควิด-19 ให้กับ อว. แล้ว โดยจะเริ่มฉีดได้ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.เป็นต้นไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัด อว.กล่าวต่อว่า สำหรับในพื้นที่ต่างจังหวัดอว.ได้มีการทำงานและประสานงานร่วมกับ สสจ. เพื่อกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีโรงพยาบาลเป็นหน่วยฉีดวัคซีน&amp;nbsp; ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&amp;nbsp; เป็นต้น&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็ยังมีสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่มีโรงพยาบาลในสังกัดหลายแห่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นหน่วยฉีดวัคซีนของจังหวัดเช่นกัน เช่น มรภ.ราชนครินทร์&amp;nbsp; มรภ.สุรินทร์ และ มรภ.เพชบูรณ์ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105054</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ม.ธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ, วัคซีน, ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์, ศูนย์ฉีดวัคซีน, สสจ., อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, อว., โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b7475474bd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีสานโพลชี้ชัดโควิดระลอด3ผลงานบริหารรัฐบาลผิดพลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง &amp;quot;คนอีสานกับโควิดระลอก 3&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่เป็นการสำรวจความคิดเห็นคนอีสานต่อเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยได้ทำการสำรวจ จากกลุ่มตัวอย่างอายุ18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,122 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัดภาคอีสานพบว่ากลุ่มตัวอย่างเห็นว่าโควิดระลอก 3 เกิดจากการบริหารจัดการของรัฐบาลเป็นหลัก การที่ไม่คุมเข้มในช่วงสงกรานต์มีผลต่อการควบคุมการระบาด 2 ใน 3 พร้อมฉีดวัคซีนที่รัฐจัดหาให้ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่กล้าฉีดต้องการฉีดไฟเซอร์ แอสตร้าเซนเนก้า และโมเดอร์นา ตามลำดับ &amp;nbsp;ส่วนใหญ่รายได้ลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ต้องการให้รัฐฉีดวัคซีนให้มีภูมิคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด ขอเงินเยียวยาเพิ่ม และลดรายจ่ายของรัฐที่ไม่จำเป็น &amp;nbsp;โดยรวมมีความพึงพอใจปานกลางถึงน้อยที่สุดในการการแก้ปัญหาโควิดและการจัดหาวัคซีนของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อสอบถามว่า ท่านคิดว่าการระบาดของโควิดระลอก-3 เป็นเพราะสาเหตุใดเป็นหลัก พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 46.4 ชี้ว่าเกิดจากการบริหารจัดการของรัฐบาลเป็นหลัก รองลงมา คือ ร้อยละ 35.2 เกิดจากการทำงานของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก และร้อยละ 18.4 เกิดจากประชาชน บางส่วนที่ไม่มีวินัย ขณะที่มาตรการ คุมเข้มในช่วงสงกรานต์มีผลต่อการควบคุมการระบาด มากน้อย เพียงใด พบว่าคนอีสานตอบว่ามากที่สุด ร้อยละ 18.7 &amp;nbsp;รองลงมาคือร้อยละ 30.5 ปานกลาง ร้อยละ 37.9 &amp;nbsp;ตอบว่าน้อย ร้อยละ 9.3 และตอบว่า น้อยที่สุด ร้อยละ 3.5&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.สุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อสอบถามว่า ท่านพร้อมจะฉีดวัคซีนหรือยังตามที่รัฐบาลจัดหาวัคซีนให้พบว่า ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 66.4 ตอบว่าพร้อมฉีดหรือฉีดแล้ว ขณะที่ ร้อยละ 33.6 ตอบว่ายังไม่กล้าฉีดและเมื่อสอบถามเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่กล้าฉีดว่า หากเลือกได้ท่านต้องการฉีดวัคซีนยี่ห้อใดมากที่สุด พบว่า อันดับหนี่ง 1 &amp;nbsp;ร้อยละ 46.9 เลือกไฟเซอร์ รองลงมา ร้อยละ 17 เลือกแอสตร้าเซนเนก้า ตามมาด้วย ร้อยละ 11.5 เลือก โมเดอร์นา ร้อยละ 9.4 เลือก จอนห์สัน แอนด์จอนห์สัน ร้อยละ 8.5 ระบุ อะไรก็ได้ที่รัฐจัดหาให้ ร้อยละ 3.1 เลือก ซิโนฟารม์ ร้อยละ 1.9 เลือก สปุตนิก วีและร้อยละ 1.7 เลือกซิโนแวค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คำถามที่ระบุว่าต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษกิจช่วงโควิดอย่างไรมาก พบว่า อันดับ &amp;nbsp;1 &amp;nbsp;ร้อยละ 48.1 ต้องการให้ฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด รองลงมา ร้อยละ 24.0 ขอให้แจกเงินเยียวยาเพิ่ม ตามมาด้วย ร้อยละ 10.1 ขอให้ลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น ร้อยละ 9.4 ช่วยให้มีการจ้างงาน ร้อยละ 4.5 ขอเงินกู้สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ร้อยละ 3.1 ขอเงินกู้สำหรับคนที่เป็นหนี้นอกระบบ และ ความเห็นอื่นๆ ร้อยละ 0.8&amp;nbsp;และสุดท้ายเมื่อสอบถามว่า ท่านพึงพอใจในการแก้ปัญหาโควิดและการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล มากน้อยเพียงใด พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้คะแนนอยู่ในช่วงปานกลางถึงพอใจน้อยที่สุด แยกเป็น พอใจปานกลางร้อยละ 38.6 พึงพอใจน้อย ร้อยละ 24.6 พึงพอใจน้อยที่สุด ร้อยละ 24.3 ขณะที่มีกลุ่มที่ ให้คะแนน พึงพอใจมาก ร้อยละ 11.5 ขณะที่ความพอใจมากที่สุด อยู่ที่ ร้อยละ 1 เท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105033</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเศรษฐศาสตร์, ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์, มข., มหาวิทยาลัยขอนแก่น, หัวหน้าโครงการอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน, โควิดระลอก 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b720c7aa770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
