<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มข.ปรับตัววางกลยุทธ์โดดเข้าสู่วงการ AI  อธิการชี้เป็นช่วงต้องฝ่าวิกฤติอุดมศึกษาเจอปัญหาเด็กลด เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5เม.ย.62-มข.ปรับตัวครั้งใหญ่ รับมือวิกฤตอุดมศึกษา จำนวนผู้เรียนลดลง ลุยเปิดหลักสูตร AI และ Blockchain อธิการชี้ จะเป็นวิชาที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต แต่ไทยยังขาดองค์ความรู้และบุคคลากรด้านนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ ชาญชัย&amp;nbsp; พานทองวิริยะกุล&amp;nbsp; อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) ได้กล่าวถึงนิโยบายการบริหารและพัฒนา หลังจากรับตำแหน่งอธิการบดีคนที่&amp;nbsp; 11 ว่า ทิศทางการเปลี่ยนแปลงต่อไปของมข. อยู่ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp; &amp;nbsp;KKU Transformation การปรับเปลี่ยนมหาวิทยาลัย เพื่อความก้าวหน้าและการพัฒนาอย่างยั่งยืนท่ามกลางวิฤตอุดมศึกษา ซึ่งได้มีการกำหนดทิศทางในการบริหารมหาวิทยาลัยให้พร้อมต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบของเสรีภาพทางความรู้และการเข้าถึงแหล่งความรู้รวมไปถึงการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรมด้านดิจิทัลสู่สังคม เนื่องจาก ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ เป็นช่วงวิกฤตอุดมศึกษาของไทย เนื่องจากจำนวนผู้เรียนลดลง และยังเป็นช่วงที่เกิดจากเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive technologies)ซึ่งกระทบกับมหาวิทยาลัยต่าง &amp;nbsp;ๆดังเห็นได้จาก ที่นั่งในระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยหรือแอดมิชชั่นเหลือถึง 3 -4 หมืน&amp;nbsp; ทำให้มข.ต้องมีการปรับตัว&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบจากจำนวนผู้เรียนลดลง เนื่องจาก มข.มี3กลุ่มสาขาวิชาหลัก ได้แก่ กลุ่มสาขาแพทย์และสาธารณสุข กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์&amp;nbsp; และกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ ซึ่งสาขาวิชากลุ่มแพทย์ ยังขาดแคลนเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้มีผู้ต้องการเรียนจำนวนมาก&amp;nbsp; ทำให้ที่นั่งไม่เหลือ แต่ยอมรับว่า มีบางสาขาที่จำนวนผู้เรียนลดลง เช่นที่วิทยาเขตหนองคาย ซึ่งเปิดสอนสาขาประมง และเกษตร ผู้เรียนน้อยกว่าที่นั่ง&amp;nbsp; ทำให้มหาวิทยาลัยต้องมีการปรับปรุงหลักสูตร ให้ตอบสนองกับความต้องการของสังคมต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิการบดีมข.กล่าวอีกว่า แผนการปรับตัวครั้งสำคัญของมข.ในอนาคตคือ การเตรียมเปิดหลักสูตร AI Programmer&amp;nbsp; และ Blockchain programmer, Data science, Machine learning, AI, Robotic engineering, Mechatronics&amp;nbsp; สำหรับ หลักสูตรAI หรือปัญญาประดิษฐ์ มองว่าจะมีบทบาทต่อสังคมในอนาคตมาก&amp;nbsp; มีการทำคาดการณ์ว่า อีก 50ปีข้างหน้า AI จะทำงานเป็นผู้ช่วยมนุษย์ แต่อีก 100ปีAI จะมาแทนมนุษย์ทั้งหมด&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปัจจุบันไทยยังขาดแคลนองค์ความรู้เรื่องนี้&amp;nbsp; โดยเฉพาะการเป็นผู้ผลิตโปรแกรมเอไอ&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งมข.วางแผนที่จะเปิดการเรียนการสอนวิชาปัญญาประดิษฐ์ในอีก 2ปี ข้างหน้า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างเตรียมการด้านบุคคลากร&amp;nbsp; และการมองหาความร่วมมือกับสถาบันต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้านการเรียนการสอนAI เราอาจจะร่วมมือกับสถาบันชั้นนำ อย่างสถาบัน&amp;nbsp; MIT ของสหรัฐอเมริกาหรือมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หรือสถาบันชั้นนำฝั่งยุโรปอื่นๆ&amp;nbsp; หรือญี่ปุ่น รวมทั้ง Blockchain ด้วยเช่นกัน ที่จะมีบทบาท สำคัญต่อไป ซึ่งเดิมจะใช้กับfin tech วงการเงิน แต่ขณะนี้ขยายวงไปด้านวงการแพทย์ โดยเฉพาะระบบเวฃระเบียนของโรงพยาบาล เอ็กซเรย์ที่ใช้ระบบดิจิตอลแทนฟิล์ม นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่ใช้กันอยู่อาจจะล้าสมัยไปแล้ว ถ้าจะปรับต้องทำใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก&amp;nbsp; แต่Blockchain จะมาเป็นคำตอบเติมเต็มส่วนนี้ ได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;Blockchain จึงมีความสำคัญในอนาคตมากด้วยเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์ มข.ได้นำAIมาช่วยเรื่องการแพทย์ โดยใช้ในส่วนของผู้ป่วยไอซียู ที่มีความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว โดยAIจะทำหน้าที่เตือนก่อนเกิดภาวะวิกฤตล่วงหน้า 15นาทีทำให้สามารถเตรียมแพทย์และพยาบาลได้ทัน และแนวคิดต่อไปคือ การคิดใช้AI มาช่วยในการตรวจวัดเบาหวาน โดยไม่ต้องเจาะเลือดแต่สามารถตรวจน้ำตาลในเลือดได้จากเหงื่อของคนไข้เป็นต้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรรองรับคนสูงวัย หรือคนวัยทำงาน ที่ต้องการมาอัพเกรดความรู้ เนื่องจาก ความรู้ที่เคยเรียนเมื่อ 5-10ปีก่อน อาจจะไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงต้องมาพัฒนาความรู้ เพื่อรักษาการทำงานของตนเองให้มีประสิทธิภาพไม่ล้าหลัง รวมทั้ง มหาวิทยาลัยยังมีโครงการปรับการรทำงานของบุคคลากร ที่ก็จะต้องเป็นระบบDATA Science มากชึ้น เพื่อให้สอดคล้องเข้ากับทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp; .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33017</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญญาประดิษฐ์, มหาวิทยาลัยขอยแก่น, รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล, ิblockchain</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca6a529238eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
