<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 20:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธรรมศาสตร์&#039; ตรวจโควิดเชิงรุก 3 พันราย ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมกับสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี เดินหน้าคัดกรองเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ให้แก่ ประชาชนในพื้นที่ ชุมชนรอบมหาวิทยาลัย ศูนย์รังสิต รวมถึงนักศึกษา คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 4-5 พ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.64 - รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร (กทม.) ถูกยกระดับให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) ทำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่มีความกังวล และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ทาง มธ. จึงได้ร่วมกับสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี ดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุกให้แก่ประชาชนที่อยู่ใน จ.ปทุมธานี และชุมชนที่อยู่ในละแวกมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.เกศินี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาคมธรรมศาสตร์ และผู้ที่พักอาศัยในชุมชนโดยรอบ จึงไม่ได้ดูแลเฉพาะชาวธรรมศาสตร์เท่านั้น แต่ยังสนับสนุนผู้ที่ประกอบอาชีพต่างๆ ในมหาวิทยาลัย เช่น พ่อค้า แม่ค้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน แรงงานข้ามชาติ รวมไปถึงประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงการตรวจคัดกรองโรค และทำให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ มีผู้ขอเข้ารับการตรวจเป็นจำนวนมากถึง 3,093 ราย โดยใช้วิธีการตรวจแบบ RT-PCR (Real Time Polymerase Chain Reaction) ที่มีความแม่นยำสูง โดยสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี ได้นำรถพระราชทาน รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย (Biosafety Mobile Unit) จำนวน 2 คัน รวมถึงรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ (Express Analysis Mobile Unit) เพื่อใช้ห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ออกตรวจวิเคราะห์ผล COVID-19 นอกโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการขนส่งตัวอย่างและระยะเวลาในการรอผลวิเคราะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.เกศินี กล่าวว่า มธ. ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลประชาชนคนไทยและคนต่างชาติ เพื่อสนับสนุนรัฐบาลและการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ภายใต้ทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่แล้ว ยังเป็นการช่วยประเทศสู้วิกฤต และลดภาระบุคลากรทางการแพทย์อีกทางหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินการด้วยความภาคภูมิใจในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102133</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปทุมธานี, ตรวจเชิงรุก, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_60953de130e8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บอล ชนินทร์&#039; ผู้ต้องหา ม.112 โต้ข่าวลือหนีไปต่างประเทศ โพสต์รูปโชว์ตัวอยู่ มธ.รังสิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64 -&amp;nbsp;จากกรณี พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่มีแกนนำกลุ่มราษฎรหลบหนีออกนอกประเทศ ว่า กระแสข่าวนั้นเป็นความจริง ตอนนี้ตรวจสอบชัดเจนแล้วพบว่าเป็นผู้ชาย 2 คน ที่ถูกแจ้งข้อหามาตรา 112 แต่ได้ประกันตัวออกมา โดยแกนนำทั้งสองคน เป็นแกนนำผู้ชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภา แยกเกียกกาย เมื่อวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการหลบหนีหลายวันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายชนินทร์ วงษ์ศรี หรือ บอล นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต แกนนำม็อบราษฎร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีรับบริจาคเงินจัดกิจกรรมการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และเป็นผู้ต้องหาคดี 112 ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยลงรูปภาพยืนถือป้ายที่มีข้อความว่า &amp;quot;กูอยู่นี่ TU รังฯ 26/03/64&amp;quot; โดยเช็คอินตนเองอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีกระแสข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ว่า นายชนินทร์ วงษ์ศรี ได้หลบคดีออกไปต่างประเทศ จึงทำให้เจ้าตัวต้องออกมาโพสต์เฟซบุ๊กยืนยันว่ายังอยู่ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97397</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ วงษ์ศรี, บอล ชนินทร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, มาตรา112, หลบหนีคดี, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd44d1de5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 00:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรลลี่สื่อจิตอาสา “รักษ์เจ้าพระยา พาชมไพร อุทัยฯ-ชัยนาท”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภายใต้ชื่อแรลลี่คนสื่อ &amp;ldquo;รักษ์เจ้าพระยา พาชมไพร อุทัยฯ-ชัยนาท&amp;rdquo; ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ชักชวนคนวงการสื่อได้พบปะสร้างเสริมความสามัคคี พร้อมกับเผยแพร่นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองและกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้กว่า 50 คน โดยนายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เป็นประธานปล่อยขบวนรถบริเวณหน้าตึกโดมบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต แรลลี่แบบท่องเที่ยวครั้งนี้ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด สนับสนุนรถยนต์อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ จำนวน 2 คัน และอีซูซุ ดีแมคซ์ จำนวน 1 คัน ใช้ในกิจกรรมเพื่อขับทะยานพาคนสื่อจิตอาสาส่วนหนึ่งสู่จังหวัดชัยนาท และจังหวัดอุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปล่อยขบวนแรลลี่ท่องเที่ยวบริเวณหน้าตึกโดมบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมุดหมายแรกของกิจกรรมแรลลี่จิตอาสาในครั้งนี้ได้พาสื่อมวลชนขึ้นเรือเพื่อเก็บขยะ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริสืบสาน รักษา และต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร่วมกับชาวเมืองชัยนาท และเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่บริเวณหน้าเขื่อนเรียงหิน ใกล้ศาลากลางจังหวัดชัยนาท รวมทั้งมีเรือตักเก็บผักตบชวา ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 12 อนุเคราะห์เรือร่วมภารกิจรักษ์เจ้าพระยาด้วย ระหว่างทางได้เรียนรู้วิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำ เห็นการเลี้ยงปลาในกระชัง ตลอดจนชุมชนที่อาศัยริมน้ำ ขณะเดียวกันก็ร่วมแรงร่วมใจเก็บขยะที่ลอยเหนือผิวน้ำ มีการคัดแยกประเภทของขยะ ส่วนใหญ่เป็นขวดพลาสติก, แก้วน้ำพลาสติก, บรรจุภัณฑ์โฟมใส่อาหาร, ถุงขนมกรุบกรอบ, ถุงพลาสติก ฯลฯ ขยะเหล่านี้ล้วนมีที่มาจากบนบก และส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำไปจนถึงสิ่งมีชีวิต โดยเหล่าจิตอาสานำขยะกองโตกลับขึ้นฝั่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปจัดการด้วยวิธีการกำจัดขยะอย่างถูกวิธีต่อไป ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจภูธรชัยนาท อำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร จุดจอดรถบริเวณจัดกิจกรรม ก่อนออกเดินทางต่อชาวคณะส่วนหนึ่งได้กราบสักการะศาลหลักเมืองชัยนาทในบริเวณนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คนสื่อจิตอาสาขึ้นเรือเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น ขบวนแรลลี่ได้พาสื่อมวลชนไปยังศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ตั้งอยู่ ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาชนบทและสังคม เผยแพร่ปรัชญา แนวคิดและวิธีปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายในศูนย์มีพื้นที่กว่า 33 ไร่ โอบล้อมด้วยบรรยากาศอันเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีลานนิทรรศการอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ด้านหน้ามีรูปปั้นอาจารย์ป๋วยในท่ายืนไม่สวมรองเท้าเท่าขนาดจริง ใกล้ๆ กันเป็นโซนห้องนิทรรศการทันสมัย รวบรวมเรื่องราวคุณความดีและแนวคิดของปูชนียบุคคลผู้นี้ที่ยูเนสโกยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก ชาวแรลลี่เดินชมแต่ละโซนด้วยความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รูปปั้นอาจารย์ป๋วย ณ&amp;nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จ.ชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดเด่นของศูนย์ฯ ยังเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านในชุมชนมาเรียนปลูกไผ่กิมซุ่ง พืชเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ มีการแนะนำการทำปุ๋ยและน้ำหมักอินทรีย์ รวมถึงปุ๋ยมูลไส้เดือน เพราะอาชีพหลักคนชัยนาท คือ เกษตรกรรม ไฮไลต์ห้ามพลาด ที่พลาดแล้วถือว่ามาไม่ถึงศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ๊งภากรณ์ คือ เรียนรู้การทำนาแบบประณีต ปลูกข้าว 1 ไร่ ให้ได้ผลผลิต 2 ตัน ตามหลักสูตรศูนย์ฯ คือ นำข้าว 1 เมล็ดเพาะลงในแปลงห่างกัน 60 เซนติเมตร บำรุงด้วยปุ๋ยอินทรีย์ สามารถจะแตกกอ 70-100 ต้น เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ลดต้นทุนในการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว ลดการใช้สารเคมี งานนี้คนสื่อจิตอาสาได้ร่วมกิจกรรมสุดพิเศษเปลี่ยนจากดำนาในแปลงมาดำนาข้าวในถังแทน แต่ละคนปักต้นกล้าข้าวลงไปด้วยใจรัก และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนจัดแตะ 40 องศา ทุกถังมีเขียนชื่อผู้ปลูกเพื่อติดตามการเจริญเติบโตได้ด้วย ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยเปิดมุมมองเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ในชัยนาท ได้ซึมซับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และทำให้ได้รู้ว่าชัยนาทไม่ได้มีแค่สวนนกชัยนาทหรือพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รับต้นกล้าข้าวไปปลูกเพื่อร่วมกิจกรรมที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ลงมือดำนาในถังข้าวตามหลักสูตรของศูนย์ฯ ที่เดินตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง ร.9&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นเดินทางมุ่งสู่จังหวัดอุทัยธานี เมืองรองต้องห้ามพลาด เช็กอินที่วัดจันทาราม หรือนักท่องเที่ยวรู้จักดีในชื่อ &amp;ldquo;วัดท่าซุง&amp;rdquo; เป็นวัดที่มีความสวยงาม ทุกคนตั้งใจมามหาวิหารแก้วเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และกราบสักการะองค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำที่อยู่ภายในโลงแก้ว ก่อนจะไปเยี่ยมชมปราสาททองคำยิ่งใหญ่ตระการตา บรรจงสร้างด้วยฝีมือสุดประณีต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงเย็นร่วมรับฟังบรรยายสรุป &amp;ldquo;อุทัยธานี แหล่งท่องเที่ยวเมืองรองที่น่าประทับใจ&amp;rdquo; โดย สุชารัตน์ แสงอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี ซึ่งดูแลพื้นที่รับผิดชอบอุทัยธานีโดยตรง ผอ.ททท.อุทัยธานี บอกว่า วิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำสะแกกรังยังมีเสน่ห์เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว หากมีหน้าน้ำจะเห็นสายน้ำแห่งชีวิต เพราะยังมีชาวแพที่อยู่อาศัย กินนอน ใช้ชีวิตประจำวันบนแพจำนวน 150 หลังคาเรือน จากที่จดทะเบียนทั้งหมด 300 หลังคาเรือน เหตุที่ลดลงเพราะต้นทุนในการบำรุงรักษาบ้านแพสูงกว่าบ้านบนบก รวมถึงปลาในแม่น้ำลดลง กระทบต่ออาชีพคนหาปลา จังหวัดอุทัยธานีพยายามอนุรักษ์วิถีชีวิตแพชุมชนเล็กๆ ริมแม่น้ำสะแกกรัง อุทัยฯ ถือเป็นจังหวัดที่มีชาวแพมากที่สุดในไทยเวลานี้ สามารถมาเที่ยวล่องลำน้ำสะแกกรังได้ หน้าหนาวก็แนะนำไปอ.บ้านไร่ สัมผัสอากาศเย็นที่ห้วยขาแข้ง 8 อำเภอ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วัดอุโบสถาราม หรือวัดโบสถ์ โบราณสถานล้ำค่างดงามริมแม่น้ำสะแกกรัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อด้วยการไปเที่ยวซึมซับวิถีชีวิตของเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองอุทัยธานี ที่ถนนคนเดินตรอกโรงยา เพลิดเพลินเดินชมบ้านเรือนไม้เก่า ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟตกแต่งสไตล์โบราณ ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวห้ามพลาดของเมืองนี้ เช้าวันรุ่งขึ้นคนสื่อจิตอาสาพร้อมใจกันไปทำบุญตักบาตรพระทางน้ำรับอรุณ สัมผัสวิถีชีวิตริมแม่น้ำสะแกกรัง ถ้าหน้าน้ำสามารถล่องเรือชมวิถีชาวแพ การเลี้ยงเตย และปลากระชังได้ด้วย เช้าวันนั้นได้ชมตลาดลานสะแกกรัง อำเภอเมือง ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสะแกกรัง ทอดยาวไปตามลำน้ำ เต็มไปด้วยอาหารพื้นถิ่น พืชผัก ของขึ้นชื่อเป็นปลาแม่น้ำสดๆ และปลาแดดเดียวสารพัดชนิด อย่างปลาแรดรสดี สมคำขวัญจังหวัดอุทัยธานี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตักบาตรพระรับอรุณริมแม่น้ำสะแกกรัง อุทัยธานี&amp;nbsp; ซึมซับวิถีวัฒนธรรมที่ผูกพันกับสายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นชาวแรลลี่แยกย้ายกันไปท่องเที่ยวตามคำแนะนำ มีทั้งไปขึ้นเขาสะแกกรัง เช็กอินวัดสังกัสรัตนคีรี วัดเก่าแก่คู่จังหวัด, วัดอุโบสถาราม หรือวัดโบสถ์ โบราณสถานล้ำค่างดงามริมแม่น้ำสะแกกรัง ส่วนหนึ่งมุ่งไป อ.ลานสัก ท่องเที่ยวหุบป่าตาด ผจญภัยในป่าดึกดำบรรพ์ แหล่งท่องเที่ยวมากมายให้เลือกสรร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแรลลี่ท่องเที่ยวครั้งนี้จัดขึ้นในวันที่ 14-15 มีนาคมนี้ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ผู้ร่วมกิจกรรมคำนึงถึงความปลอดภัยและร่วมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคด้วยการสวมหน้ากากอนามัย และใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือเพื่อสุขอนามัยตนเองและชุมชนรอบข้างตลอดกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61086</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อุทัยธานี, ชัยนาท, ท่องเที่ยวเมืองรอง, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, รักษ์เจ้าพระยา พาชมไพร อุทัยฯ-ชัยนาท, สมาคมวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์, สุชารัตน์ แสงอรุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cc4d8bd02c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สานปณิธาน &#039;อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี&#039; ปอดแห่งใหม่เมืองปทุมธานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63 - ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าฯปทุมธานี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และภาคส่วนเอกชน เข้าเยี่ยมชมอุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี &amp;nbsp;โดยมี ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความพิเศษของอุทยานฯที่มีพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร คือแนวคิดชาญฉลาดที่ซ่อนอยู่ในทุกองค์ประกอบอาคารทรงแปลกตารูปตัว H ลาดเอียงไล่ระดับเหมือนเนินดินขนาดยักษ์ โดดเด่นเตะตา ออกแบบอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยหลากหลายนวัตกรรมประหยัดพลังงาน ด้านบนคือ Green Roof Urban Farm ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย หลังคาเขียวนี้ นอกจากจะเพาะปลูกพืชพรรณออร์แกนิก สำหรับใช้ในโรงอาหารมหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีระบบจัดการน้ำอย่างยั่งยืนที่หมุนเวียนน้ำฝนมาใช้ประโยชน์ได้ไม่รู้จบไม่เฉพาะความเก๋ล้ำ แต่อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ยังเก็บรักษาปณิธานและจิตวิญญาณดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะความเป็น &amp;lsquo;ประชาธิปไตย&amp;rsquo; ที่อยู่คู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาตั้งแต่ก่อตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ปริญญา กล่าวว่าจุดเริ่มต้นของอุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี หรือ Puey Park for People and Sustainability มาจากวิสัยทัศน์ในการมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืนของธรรมศาสตร์ จึงมีการปรับปรุงผังแม่บทเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวซึ่งเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม และส่วนบริการประชาชน เพราะจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์คือการเป็นมหาวิทยาลัยของประชาชนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ป๋วยคืออดีตอธิบการบดีผู้สร้างคุณูปการหลายประการให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยเฉพาะการขยายวิทยาเขตจากท่าพระจันทร์ไปยังศูนย์รังสิต ท่านมีความประสงค์ที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้สมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ เพราะตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่เฉพาะความร่มรื่นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่อาจารย์ป๋วยยังเรียกร้องให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ คำนึงถึงเรื่องพื้นที่สีเขียวและการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ของคนในยุคปัจจุบันและคนรุ่นหลัง &amp;ldquo;ดังนั้นการสร้างอุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปีแห่งนี้ จึงเปรียบเสมือนการสานต่อเจตนารมย์ของอาจารย์ป๋วย ในการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยคุณภาพชีวิต หรือการกินดีอยู่ดีที่ท่านเคยแสดงทัศนะไว้เมื่อ 47 ปีก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมองไปยังบริเวณด้านหน้าอุทยานฯ จะพบอนุสาวรีย์ของอาจารย์ป๋วย และอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ตั้งอยู่อย่างเรียบง่าย เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงคุณูปการของท่านทั้งสองที่มีต่อสังคมไทยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี คือการผสมผสานกันอย่างลงตัวไร้รอยต่อ ระหว่างอาคารรูปตัว H ซึ่งสื่อความหมายโดยนัยยะถึงคำว่า Humanity อันหมายถึงความเท่าเทียมเสมอกันของพลเมืองไทยทุกคน เพราะอาคารแห่งนี้เปิดเป็นสาธารณะประโยชน์ให้คนทั่วไปเข้าใช้ได้เช่นกัน ไม่เฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยอาคารสร้างอยู่ใต้หลังคาที่เป็น &amp;lsquo;พูนดิน&amp;rsquo; สอดคล้องกับความหมายชื่ออาจารย์ป๋วย สื่อถึงการบำรุง หล่อเลี้ยง เสริมกำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นเป็นแค่การนำดินมากองถมกัน แต่ต้องมีพืชพรรณงอกงามอยู่บนผืนดินอุดมสมบูรณ์ด้วย และนั่นคือที่มาของคอนเซปต์ &amp;lsquo;ภูเขา&amp;rsquo; ที่ร่มรื่นไปด้วยพืชพรรณ เป็นปอดสีเขียวผลิตออกซิเจนให้กับพื้นที่โดยรอบภูเขาขนาดย่อมแห่งนี้ ถือเป็น Green Roof Urban Farm ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย Urban Farm คือการทำเกษตรกรรม ที่เมื่อได้ผลผลิตก็ใช้ปรุงอาหารอยู่ภายในย่าน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่งผลผลิตไปยังพื้นที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แปลงเกษตรออร์แกนิกบนหลังคาเขียวขนาด 7,000 ตร.ม. จะเปิดให้นักศึกษา คณาจารย์ บุคลากรมหาวิทยาลัยและผู้มีรายได้น้อย ได้มาทดลองปลูกพืชผักปลอดสารพิษ เพื่อนำผลผลิตไปรับประทานเอง หรือจะขายเป็นรายได้เสริมให้กับโรงอาหารของมหาวิทยาลัยก็ได้ &amp;ldquo;ผักที่นี่ต้องเป็นออร์แกนิกเท่านั้น เพราะเรามีเป้าหมายในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง ให้รูปแบบเกษตรกรรมของประเทศไทยเป็นแบบไร้สารเคมีอย่างยั่งยืนในอนาคต&amp;quot;อาจารย์ปริญญากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ภายในอาคาร ประกอบไปด้วยคอนเสิร์ตฮอลล์ 2 ห้อง น้องนิทรรศการ 2 ห้อง ห้อง Archeive ที่รวบรวมฐานข้อมูลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ห้องสมุดสาธารณะ Co-Working Space โรงอาหารออร์แกนิก และห้องประชุมที่เปิดให้นักศึกษาสามารถเข้าใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเสรี เพราะตั้งใจให้เป็น Academic Community และ Social Learning Space&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าว่า นับเป็นสิ่งที่ดีที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต แห่งนี้ สร้างอุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี สวนสาธารณะลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย และใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากที่สหรัฐ เป็นพื้นที่ปอดแห่งใหม่ ของคนปทุมธานี ด้วยแนวคิดที่ทันสมัยโดยใช้ &amp;nbsp;นวัตกรรมใหม่ มาผสมผสานลงตัวที่สมบูรณ์ที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การจัดสร้าง &amp;ldquo;สวนป๋วย&amp;rdquo; ยังขาดงบประมาณอยู่พอสมควร จังหวัดปทุมธานี จึงเชิญชวนหน่วยราชการ และภาคเอกชนในพื้นที่เข้าเยี่ยมชม เพื่อที่จะสนับสนุน บริจาคสมทบทุน สานปณิธาน สร้างพื้นที่เรียนรู้ เพื่อพัฒนาให้เป็นพื้นที่สีเขียวให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่พักผ่อนของประชาชนอย่างแท้จริง จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสมทบทุนสร้าง &amp;ldquo;สวนป๋วย&amp;rdquo;สามารถบริจาคโดยตรงได้ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตสำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์ โทร 0-2613-2045,08-3331-6000&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานการเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว บนพื้นที่60,000 ตารางเมตร ความสูงเท่ากับตึก 4 ชั้นประกอบด้วย ห้องสมุดประชาชน ห้องประชุมและสัมมนา พื้นที่ Co-Working Space ศูนย์นิทรรศการ พื้นที่จัดแสดงงานคอนเสิร์ต ขนาด 630 ที่นั่ง ศูนย์อาหารออร์แกนิค และพื้นที่กิจกรรมอเนกประสงค์ (Amphitheatre) เพื่อการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับข้อมูลและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ที่โทร.02-564-4440-79 ต่อ 1911&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59357</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปทุมธานี, ปรีดี พนมยงค์, ป๋วย อึ๊งภากรณ์, พินิจ บุญเลิศ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, อุทยานเรียนรู้ป๋วย100ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e674b6967104.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 &#039;มาร์ค&#039; แนะเผื่อใจไว้ด้วย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 - ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บรรยายพิเศษ หัวข้อ &amp;lsquo;เยาวชนคนหนุ่มสาวกับอนาคตประเทศไทยหลังจากการเลือกตั้ง : ความฝัน ความหวัง และความจริง&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า พวกเราคงจะรู้ว่าในฐานะที่มีสิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรก พวกเราก็คงฝันว่าการไปเลือกตั้ง เราจะไปเลือกคนหรือพรรคที่มีแนวคิดสามารถที่จะผลักดันให้ความฝันของเราเป็นจริง ซึ่งจากวันนี้ไปถึง 24 มี.ค. ก็มีคนพูด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนกระทั่งบางคนก็อาจจะเห็นว่าเป็นขายฝัน แต่ก็ถือว่าเป็นกลไกตามปกติ ซึ่งการเลือกตั้งสำหรับประเทศไทยในครั้งนี้ มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจจะทำให้ที่เราเคยคาดหวังว่า เราจะสามารถสร้างฝันและผลักดันให้เกิดขึ้นจริงในกระบวนการเลือกตั้งได้ ก็อาจจะไม่เป็นความจริง แต่ตนก็ยังเชื่อว่าหลักประกันที่ดีที่สุดที่จะสานฝันของเรานั้นได้ ก็คือกระบวนการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ตนต้องพูดให้ชัดว่ามีอะไรที่เป็นอุปสรรค เพราะการเลือกตั้งที่จะบรรลุเป้าหมายหรือทำให้ฝันเป็นจริงได้นั้น ต้องเริ่มต้นจากการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องจับตาคนคนหนึ่ง ซึ่ง 1-2 วันจะประกาศท่าทีทางการเมือง ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิและดุลยพินิจของคนคนนั้น&amp;nbsp;ซึ่งตนฟังดูก็เหมือนว่าไม่อยากจะลาออก เพราะยังต้องการที่จะใช้อำนาจพิเศษไปจนถึงวันที่มีรัฐบาลใหม่ ดังนั้น หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีสิทธิ์ในการตรวจสอบการทุจริต แต่หากว่าไม่เป็นที่ถูกใจผู้มีอำนาจ ก็ถูกคำสั่งตาม ม.44 ดำเนินการได้ เพราะก่อนหน้านี้ เคยมีคำสั่งให้มีการยุบกกต.ทั้งคณะมาแล้ว และกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์และกฎหมายซึ่งถือเป็นเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ว่า เราจะคาดหวังได้หรือไม่ว่าการใช้อำนาจของคนที่มีอำนาจในปัจจุบันจะทำให้การเลือกตั้งเสรีเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเลือกตั้งรอบนี้ดูเหมือนว่าจะมีความพยายามอย่างมากให้พรรคการเมืองไม่ค่อยเข้มแข็ง เพราะออกแบบกติกา กำหนดกฎระเบียบจุกจิกเยอะแยะมากมายทำด้วยความยากลำบาก มีการออกแบบระบบเลือกตั้งที่น่าจะทำให้พรรคใดพรรคหนึ่งมีเสียงข้างเด็ดขาด&amp;nbsp;เป็นไปได้ยาก&amp;nbsp;เช่น พรรคเพื่อไทยที่พยายามแตกลูกแตกหลานก็เพราะแบบนี้ อีกทั้งในการหาเสียงซึ่งก่อนหน้านี้เป็นการกำหนดเบอร์เดียวกันทั้งประเทศ แต่ปัจจุบันนี้ต้องจับเบอร์กันคนละเขต ซึ่งถือเป็นกติกาที่มีความพยายามให้ความสำคัญกับตัวบุคคล แต่สร้างความสับสนมาก เพราะถ้าข้ามเขตไปจะกลายเป็นคนละเบอร์ ผมก็อาจจะต้องมีสมุดสักเล่มหนึ่ง เพื่อพลิกดูว่าคนไหนอยู่เขตไหนและได้เบอร์อะไร และข้อที่เป็นเรื่องใหญ่ คือ เมื่อก่อนใครได้ 251 เสียงก็สบายแล้วสามารถตั้งรัฐบาลได้&amp;nbsp;แต่เที่ยวนี้เลือกตั้งเสร็จ คนที่เลือกนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;คือ ส.ส. กับ ส.ว. เป็นคนเลือกนายกฯ แปลว่าคนที่จะเป็นนายกฯ จะต้องได้เสียง 375 เสียง บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายก็อยากที่จะได้ 375 เสียง ซึ่งถือว่าเป็นไปไม่ได้เลย ทำให้บางคนบางพรรคมีเป้าหมายของเขาว่าต้องการแค่ 125 เสียง เพื่อจะไปรวมอีก 250 ส.ว.&amp;rdquo; หัวหน้าปชป. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ไม่ว่าจะอย่างไรพรรคจะใหญ่หรือจะเล็กได้ สุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชนเลือก ดังนั้น ขอให้ทุกคนอย่าท้อแท้ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ซึ่งถ้าสังคมมีความแน่วแน่ว่าต้องการจะไปทางใดทางหนึ่งซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันให้ทุกฝ่ายต้องเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน ถ้าพรรคใดรวบรวมเสียงเกิน 250 เสียงได้ ก็อย่าไปขัดขวาง และต้องให้พวกเขาได้จัดตั้งรัฐบาล ตนหวังว่า ส.ว. 250 คน ถ้าประชาชนส่งเสียงแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเสี่ยงฝืนกับความรู้สึกประชาชน เพราะถ้าเขาเห็นว่า ต่อให้ตั้งรัฐบาลได้ ก็อยู่ยาก ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ได้ต่ำร้อยจะลาออก และอยากจะบอกอีกว่าหากพรรคไหนได้ต่ำร้อยแล้วจะใช้ ส.ว. อีก 250 เสียง เพื่อดันคนในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคตัวเอง ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาหนุ่มสาวออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวนน้อย เพราะมีความรู้สึกว่าไปแล้วเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือไม่&amp;nbsp;บางคนก็มีความรู้สึกว่าการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่าไว้ใจ บางคนรู้สึกว่าหากนักการเมืองดีจริงทำไมสภาพบ้านเมืองเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ แต่อยากจะบอกว่าอย่าหมดหวังหรือสิ้นหวัง ขอให้ใช้สิทธิที่ได้นี้ให้เป็นประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวทีได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมซักถาม โดยนักศึกษารายหนึ่งถามว่าแน่ใจได้อย่างไรว่า จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่ผู้มีอำนาจไม่ค่อยจะเต็มใจให้มีการเลือกตั้ง แต่ในขณะนี้ก็มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาฯ ซึ่งก็ถือว่าเป็นหลักประกันว่ามีการเลือกตั้ง แต่ยอมรับว่าไม่กล้าพูดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะมีการเลือกตั้ง ดังนั้น ตนก็อยากจะให้เผื่อใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27902</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, อนาคตประเทศไทย, เยาวชนคนหนุ่มสาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c518f4433aca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
