<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอใหญ่หมอกควัน! นักวิชาการจี้รัฐเร่งเจรจาทุนไทยข้ามชาติ หยุดธุรกิจรมควันพิษ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.62- ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Chainarong Setthachua ระบุว่า รัฐบาลต้องเร่งเจรจากับประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และทุนข้ามชาติจากไทย เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันพิษ ทั้งนี้หมอกควันพิษไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทยเท่านั้น แต่ยังเกิดเข้มข้นในลาวและพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ไชยณรงค์ ระบุว่า สำหรับในลาวได้มีการเผาป่าอย่างหนักทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงตั้งแต่ช่วงจากปากแบง ฝั่งขวาคือแขวงอุดมไซ ฝั่งซ้ายคือแขวงไซยะบุลี เขตติดต่อกับน่าน ขึ้นมาจนถึงแก่งผาได อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย หากล่องเรือตามลำน้ำโขงขึ้นมาจากหลวงพระบาง ตั้งแต่ปากแบง (ที่ซึ่งทุนจีนจะสร้างเขื่อนกั้นน้ำโขง) ขึ้นมา สองฝั่งน้ำโขงเต็มไปด้วยดงกล้วยหอมที่จีนมาลงทุน ขณะที่บริเวณที่เป็นป่าได้มีการเผาป่าอย่างหนัก ซึ่งคาดว่าเป็นการขยายพื้นที่ปลูกกล้วยหอมส่งกลับไปขายในจีน และเป็นแหล่งกำเนิดหมอกควันพิษที่สำคัญที่สุดที่สร้างปัญหาทั้งในลาว และเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาการเผาป่าตามสองฝั่งโขงที่คาดว่ามีเป้าหมายเพื่อขยายพื้นที่ปลูกกล้วยหอมของทุนจีนยังเกิดขึ้นริมฝั่งแม่น้ำโขงทางฝั่งลาวตั้งแต่ฝั่งตรงข้าม อ.เชียงคาน จ.เลย ไปจนถึง อ.สังคม จ.หนองคาย ซึ่งที่นั่นมีการเผาป่าตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์มาจนถึงปัจจุบัน และเป็นสาเหตุสำคัญของหมอกควันพิษในเขตจังหวัดเลยและหนองคาย
ขณะที่ในพม่า ทุนข้ามชาติจากไทยก็ได้เข้าที่ทุนสนับสนุนให้ปลูกข้าวโพดในระบบเกษตรพันธสัญญาเพื่อส่งออกไปผลิตอาหารสัตว์ในจีน โดยเฉพาะในรัฐฉาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขปัญหาหมอกควันพิษนอกจากแก้ไขที่ต้นตอในประเทศแล้ว ยังต้องแก้ที่ต้นตอในต่างประเทศด้วย ดังนั้น รัฐบาลไทยควรถือว่าปัญหานี้เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโขง ไม่ใช่อธิบายโดยทำให้เป็นการเมืองไปหมดโดยการกล่าวหาว่าหมอกควันพิษจากการเผาป่าเป็นการเผาเพื่อการเมืองทำนองเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลดังที่นายทหารระดับสูงได้ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ แม้ว่าเรายังไม่ได้รัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังทำหน้าที่เป็นรัฐบาลอยู่ ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งให้มีการเจราจากับประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ที่เกี่ยวข้องทั้งลาว พม่า และจีนรัฐบาลไทยยังต้องเร่งเจรจากับทุนไทยเองที่ข้ามชาติไปลงทุนปลูกข้าวโพดในพม่าด้วย เพื่อให้ทุนหยุดธุรกิจที่รมควันพิษคนไทยและคนลุ่มน้ำโขง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32709</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, หมอกควันพิษ, ุทุนไทยข้ามชาติ, เกษตรพันธสัญญา, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca1adbd4e4a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอเหรียญทอง&#039;วอนแชร์ด่วนที่สุด!ปมเลื่อนเลือกตั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62 - พล.ต.นพ. เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้ง &amp;ldquo;องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน&amp;rdquo; ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาดังนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด่วนที่สุด...ได้โปรดแชร์ให้ถึง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ , อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม , ผวจ.มหาสารคาม , หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคง และประชาชน จ.มหาสารคาม ทราบว่า ผศ.วินัย ผลเจริญ อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัวเมื่อ 5 ม.ค.62 เวลา 10.45น.ข้อความว่า &amp;ldquo;ใครบ้างมีส่วนกำหนดเกมการเลื่อนเลือกตั้ง อย่าลืมว่าเจตจำนงของประชาชนสำคัญยิ่งกว่าพิธีใดๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผมได้ขอให้ ผศ.วินัย ผลเจริญ ชี้แจงว่า &amp;ldquo;พิธีใดๆ&amp;rdquo; ตามที่ ผศ.วินัย ผลเจริญ โพสต์นั้นหมายความถึงพิธีอะไร แต่ ผศ.วินัย ผลเจริญ กลับปิดเฟซบุ๊คหนี เมื่อคืนวันที่ 8 ม.ค.62 เวลา 21.30-22.00 น.โดยประมาณ ดังนั้น ผศ.วินัย ผลเจริญ จึงเป็นอาจารย์ที่ไม่รู้จักความบังควรว่าการแสดงความเห็นใดที่ส่อเสียดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในขณะที่ตนเองมีหน้าที่เป็นอาจารย์ที่จะต้องสอนและปลูกฝังวิชาการเมืองและการปกครอง ดังนั้นผมจึงขอความกรุณาจาก รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ,อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม , ผวจ.มหาสารคาม และหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้โปรดสอบสวน ผศ.วินัย ผลเจริญ และตรวจสอบพฤติกรรมในทางลับที่ได้มีส่วนร่วมกับขบวนการบั่นทอนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย หากเป็นไปได้แล้วได้โปรดมีคำสั่งอย่างเด็ดขาดด้วยการปลด ผศ.วินัย ผลเจริญ ให้พ้นจากราชการจนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ อย่าปล่อยปละละเลยให้มีอาจารย์ที่มีอคติต่อสถาบันหลักของชาติในสถาบันการศึกษาดังที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมหวังอย่างยิ่งว่าท่านทั้งหลายจะไม่ละเลยเพิกเฉยดังเช่นผู้มีอำนาจรัฐที่ผ่านมา
ขอแสดงความนับถือ
พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
9 ม.ค.62 เวลา 9.06 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26121</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.วินัย ผลเจริญ, พล.ต.นพ. เหรียญทอง แน่นหนา, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c3415cf58507.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทภ.2ลั่นพร้อมตอบแทนพลเมืองดี รับพิจารณา&#039;น้องแบม&#039;เป็นขรก.ทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.2561 - &amp;nbsp;ที่วัดกลาง บ.ดอนบม ม.6 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.ท.ธรากร &amp;nbsp;ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่พบปะประชาชนชาวขอนแก่น เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่ง.เมืองขอนแก่น ได้กำหนดจัดเวทีประชามครั้งที่ 1 ในพื้นที่ ต.เมืองเก่า ท่ามกลางความสนใจจากประชาชนชาวขอนแก่นและคนในพื้นที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและร่วมกิจกรรมต่างๆที่รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบได้นำมาให้บริการในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.ธรากร &amp;nbsp;ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ทุกนโยบายที่รัฐบาลและ คสช.ได้กำหนดแผนการดำเนินงานนั้น ได้กำชับและเน้นย้ำการทำงานของกำลังมทหารในพื้นที่ภาคอีสาน ที่จะประสานการทำงานร่วมกันเป็นทีม และบูรณาการการทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและตรงกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และการรับทราบถึงปัญหาและความต้องการในด้านต่างๆ ทั้งหมดจะมาร่วมกันดำเนินการเพื่อทำการแก้ไข ซึ่งโครงการไทยนิยมยั่งยืนนั้น ได้มีการกำหนดรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน และเห็นผลอย่างมาก และจากการลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนในทุกหลายจังหวัดล้วนชื่นชอบโครงการดังกล่าวนี้เพราะถือเป็นการเข้าถึงประชาชนอย่างชัดเจนและมั่นใจว่าคณะทำงานทุกฝ่ายจะลงพื้นที่ครบทุกชุมชนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ทัพภาคที่ 2 &amp;nbsp; ได้กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ปณิดา &amp;nbsp;ยศปัญญา หรือน้องแบม นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม(มมส.) ที่ขณะนี้อยู่ในช่วงของการคุ้มครองพยาน จากการเป็นพยานปากสำคัญในการเอาผิดกรณีการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชอนแก่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ว่า การคุ้มครองพยาน ซึ่งขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน. และ กองกำลังทหารในพื้นที่นั้น ซึ่งได้กำชับให้ มทบ.23 และ มทบ.27 นั้นทำหน้าที่ในการคุ้มครองพยานรายชื่อตามการร้องขอของ ป.ป.ท. จนกว่าคดีดังกล่าวจะเสร็จสิ้น โดยขณะนี้ทราบว่า กอ.รมน.ได้ส่งทหาร 1 นายประจำในทุกพื้นที่ที่ น.ส.ปณิดา เดินทาง โดยเฉพาะกับการที่จะต้องเดินทางไปศึกษา ที่ จ.มหาสารคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับประเด็นการบรรจุน้องแบม เป็นข้าราชการทหารและเจ้าตัวต้องการเป็นทหาร เพื่อรับใช้ชาตินั้น ในประเด็นนี้ต้องดูคุณสมบัติของน้องว่า มีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ และกองทัพบกมีอัตราว่างหรือไม่ เรายินดีที่จะตอบแทนหรือช่วยเหลือน้องแบม เพราะถือเป็นพลเมืองดีต่อชาติบ้านเมือง&amp;rdquo;แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4500</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ทุจริตเงินผู้ยากไร้, น.ส.ปณิดา  ยศปัญญา, น้องแบม, พม., พล.ท.ธรากร  ธรรมวินทร, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, แม่ทัพภาคที่ 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fde9571a13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2018 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2018 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้องแบม&#039;แฉหมดเปลือกถูกหัวหน้าภาควิชาทุบหลังเหตุไม่พอใจจับทุจริตโกงเงินคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.61- &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการออกมาปิดเผยข้อมูลการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเดอส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น กรมพัฒนาสังคมและสัวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ของ น.ส.ปณิดา &amp;nbsp;ยศปัญญา หรือน้องแบม นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมุนษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม( มมส.) จนมีการสอบสวนข้อเท็จจริงจาก คสช.และ ป.ป.ท.จนพบมูลความผิด และมีการขยายการสอบสวนในโครงการดังกล่าวไปยังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ ขณะที่สภาคณาจารย์ มมส.ได้ตั้งงคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งการสอบสวนกรณีคณาจารย์ที่รับผิดชอบนักศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว ที่ไม่ออกมาปกป้องหรือทำหน้าที่ที่ตนเองนั้นรับผิดชอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ปณิดา เผยได้นำส่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดตามที่สภาคณาจารย์ มมส.และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่แต่งตั้งขึ้นโดยสภามหาวิทยาลัยฯ แล้ว ทั้งนี้โดยส่วนตัวมั่นใจว่าคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นนั้นจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวทั้งหมด ท่ากลางกระแสความกดดันและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย วันนี้ในการดำเนินชีวิตต้องแยกแยะว่าอะไรคืออะไร เพราะเข้าสู่ช่วงของการทำวิจัยซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสำเร็จการศึกษา ยอมรับว่าช้ากว่าเพื่อนมากเพราะอาจารย์สั่งให้เปลี่ยนหัวข้อการทำวิจัยซึ่งต้องทำใหม่ทั้งหมด ทำให้ในขณะนี้ต้องมุ่งเน้นไปที่การเรียนเพื่อให้สำเร็จการศึกษาให้ได้ภายในเทอมนี้ ขณะที่การให้ความร่วมมือกับ ค.ส.ช.,ป.ป.ท.และหน่วยงานต่างๆที่สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องของการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์นั้น ก็ทำไปอย่างคู่ขนาน ทุกครั้งที่มีการเรียกสอบปากคำหรือให้ข้อมูลใดๆก็ให้ความร่วมมือมาเป็นอย่างดี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง คอยรักษาความปลอดภัยตลอดทั้ง 24 ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ล่าสุดหนูได้ส่งมอบข้อมูลหลักฐานตามที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในส่วนของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเชื่อว่าในเร็วๆนี้จะสรุปข้อมูลการสอบสวนและออกแถลงการณ์ได้ วันนี้มีคนมองหนูในหลายมุม โดยเฉพาะใน มมส. ทั้งที่มองว่าเป็นต้นเหตุจนมีเรื่องต่างๆ และมีผลกระทบกับคนเป็นวงกว้าง แต่ส่วนใหญ่ให้กำลังใจว่าหนูนั้นทำถูกต้องแล้วและทำหน้าที่ในการเป็นนิสิต มมส.สถาบันการศึกษาที่หนูรักและผูกพันแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่เพราะสิ่งที่ไม่ถูกต้องและทำผิดกฎหมายผู้ที่กระทำก็ควรที่จะได้รับโทษ และที่สำคัญการกระทำที่ผ่านมาหนูยืนหยัดชัดเจนในการปกป้องศักดิ์ศรีของ มมส. ปกป้องศักศรีของคณาจารย์ ปกป้องศักดิ์ศรีของนิสิต มมส.ทุกคน เพราะเรื่องนี้มีการให้ข้อมูลกับอาจจารย์ที่ปรึกษาและรับรู้กันทั้งภาควิชาและ คณะมนุษยฯ แต่กลับเป็นว่านิสิตที่ฝึกงาน 4 คนและถูกสั่งให้ทำผิดต้องออกมารับผิดเสียเองโดยที่อาจารย์ของเรานั้นไม่สนใจหรือใส่ใจ หรือรับฟังอะไรแม้แต่น้อย&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ปณิดา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีการนำข้อมูลมาแจ้งกับอาจารย์แล้วตั้งแต่ที่เริ่มส่อไปในทางทุจริตและพบข้อมูลหรือการกระทำดังกล่าวแต่อาจารย์บอกว่านิสิตที่ไปฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่นนั้นเป็นเด็กเลี้ยงแกะ และเมื่อมีอาจารย์ได้ไปพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงก็ไม่รับฟังนักศึกษา สั่งให้เรากราบเท้าเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดเพื่อให้เราขอโทษ และให้เรื่องจบลงไป แต่ด้วยความเป็นนิสิตที่ร่ำเรียนมาตลอดทั้ง 4 ปี &amp;nbsp;ได้รับการฝึกสอนจากคณาจารย์ที่ให้ยืนยันบนความถูกต้องและสู้เพื่อคนยากคนจนในการเป็นนักพัฒนาชุมชนที่ดี เรื่องนี้จึงมีการส่งเริ่องร้องเรียนไปยัง คสช. จนนำมาสู่การสอบสวนดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; เมื่อเจ้าหน้าที่จาก คสช.และ ป.ป.ท. เริ่มลงพื้นที่และเริ่มที่จะมาสอบปากคำนักศึกษาในมหาวิทยาลัยฯ หัวหน้าภาควิชาฯยังคงได้เรียกหนูเข้าไปในห้องเพื่อสอบถามว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น หัวหน้าภาควิชาฯยังบอกว่า ถ้าจะร้องเรียนทำไมไม่ให้เรียนจบก่อน ทำแบบนี้ทำไม หน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบทำอะไรไม่ได้หรอก จากนั้นหัวหน้าภาควิชา ยังได้ใช้มือทุบหลังหนู 2 ครั้งเหมือนจะระบายอารมณ์ ซึ่งหนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทุบตีหนูด้วย ทั้งที่เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ปณิดา กล่าวต่ออีกว่า การสอบสวนข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่ของ คสช.,ป.ป.ท.และ ป.ป.ช. รวมไปถึงหน่วยงานต่างๆก็ดำเนินการไป ในขณะนี้การสอบสวนที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของ มหาวิทยาลัยฯ ในประเด้นี้หนูมั่นใจในคณะกรรมการทุกคนที่คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯได้ไว้ใจได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อหาคำตอบและนำแสนอในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นข้อเท็จจริง เพื่อแจ้งให้กับคณาจารย์ นิสิต รมไปถึงบุคลกรของมหาววิทยาลัยฯได้รับทราบ โดยมั่นใจว่าสภาคณาจารย และ คณะกรรมการที่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจรืงนี้จะดำเนินการอย่างถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม จนนำไปสู่การหาคำตอบต่อสาธารณชนได้รับทราบและที่สำคัญคือการกู้ศักดิ์ศรีของมหาวิทยาลัยฯ สถาบันการศึกษาที่ตนเองรักอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4241</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, น.ส.ปณิดา  ยศปัญญา, น้องแบม, พม., มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, อาจารย์ทุบตี, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9b650c34a50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2018 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2018 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดใจนิสิตสาวคนกล้าชนแก๊งโกงเงินผู้ยากไร้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปณิดา ยศปัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 61 - &amp;nbsp;น.ส.ปณิดา ยศปัญญา อายุ 23 ปี นิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม(มมส.) เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า จากการเปิดเผยข้อมูลและพฤติกรรมจองผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยข้องกับเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยในช่วงของการฝึกงานในตำแหน่งพัฒนาชุมชนนั้น ได้ถูกสั่งให้ปลอมเอกสารราชการ กรอกข้อมูลสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย เอกสารผู้ติดเชื้อเอดส์ ลงลายมือชื่อในใบเสร็จรับเงินรวมกว่า 2,000 ชุด เป็นเงินกว่า 6,900,000 บาท โดยเรื่องดังกล่าวได้เข้าร้องเรียนต่อเลขาธิการ คสช. ก่อนมีคำสั่งให้ ป.ป.ท.ทำการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปณิดา กล่าวว่าจากข่าวที่ทราบนั้นการตรวจสอบของ ป.ป.ท.นอกจากจะพบความไม่โปร่งใสที่จ.ขอนแก่น ยังขยายผลตรวจสอบไปยังจังหวัดอื่นทั่วประเทศ รวม 37 ศูนย์ ซึ่งก็พบความไม่โปร่งใสลักษณะเดียวกันกับที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งตอนพบความไม่ปกติ จนนำมาสู่การร้องเรียนนั้น ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่มีการตรวจสอบทั้งประเทศเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทีแรกคิดเพียงว่าต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของหนูเอง ที่ไม่มีเจตนาจะกรอกเอกสารที่เป็นข้อมูลเท็จและปลอมลายมือชื่อชาวบ้านเท่านั้น เมื่อมีการตรวจสอบกันทั้งประเทศ ซึ่งขยายความจากเรื่องที่ร้องเรียนไป ก็ภูมิใจที่เป็นประชาชนคนธรรมดา ที่สามารถทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ และได้ทำเพื่อพี่น้องคนจน &amp;nbsp;ที่เขาควรจะได้รับเงินสงเคราะห์จริงๆรายละ2,000 บาท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปณิดา กล่าวว่าหลังจากมีข่าวออกไปมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบถามข้อมูล ซึ่งตนเองและครอบครัวให้ความร่วมมือทุกฝ่าย แต่ในทางกลับกันยังมีคนอีกกลุ่ม ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร มาจากไหน คุกคามทั้งกับญาติพี่น้อง และขับรถติดตาม ขับรถจอดหน้าบ้าน จึงอยากให้การสืบสวนสอบสวนในเรื่องที่ร้องเรียนไปนั้น จบโดยเร็ว เพราะคิดว่าถ้าเรื่องจบ การคุกคามก็คงไม่เกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องที่เกิดขึ้นขณะเข้าฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นนั้น ในกลุ่มเพื่อนที่มมส.ก็มีสอบถามกันบ้าง แต่เพื่อนๆไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะเพื่อนส่วนใหญ่เข้าฝึกงานกับหน่วยงานเอกชน แต่เมื่อเพื่อนๆรวมถึงรุ่นพี่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ให้กำลังใจตลอด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสิตสาว กล่าวว่าอาจารย์ใน มมส.เรียกเข้าสอบปากคำในเรื่องที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมาก็ถูกอาจารย์เรียกเข้าพบเพื่อสอบถามในเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ตอบคำถามไปตามความเป็นจริง ซึ่งก็ถูกอาจารย์บางคนบอกว่า เราเป็นคนสร้างความเสื่อมเสียให้ มมส. แต่ก็ไม่เป็นอะไร เพราะเป็นเพียงความเห็นของอาจารย์บางคนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน ไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร เพียงแค่ต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง เพราะที่เรียนมาทั้งหมด ก็เพื่อจะเป็นนักพัฒนาชุมชนที่ดี สามารถนำความรู้และประสบการณ์ในการฝึกงานไปสร้างประโยชน์ให้ชาวบ้านและบ้านเมืองต่อไปในอนาคต แต่เมื่อเรื่องราวต่างๆขยายออกไปเป็นวงกว้าง นำมาสู่การตรวจพิสูจน์ของทางราชการ ก็ถือเป็นการดี ที่เรามีส่วนได้สร้างคุณประโยชน์ให้บ้านเมือง และขอขอบคุณหน่วยงานต่างๆที่มอบเกียรติบัตร มอบโล่ให้ ถือเป็นรางวัลอันสูงสุดของครอบครัว&amp;quot;นิสิตสาวกล่าว.

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3794</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ทุจริตเงินผู้ยากไร้, นิสิตสาว, ปณิดา ยศปัญญา, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180224/image_big_5a90d475aa892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
