<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.รังสิต นำร่อง &#039;ลดค่าเทอม&#039; ให้นักศึกษาคนละ 1 หมื่นบาท อว.ช่วยจ่าย 50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่ประกาศเรื่อง แนวทางความช่วยเหลือเนื่องจากผลกระทบของ COVID-19 มีเนื้อหาดังนี้ ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัส COVID-19 ทำให้เกิดผลกระทบกับสภาวะเศรษฐกิจของผู้ปกครอง ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนมหาวิทยาลัยรังสิตและกระทรวงอุดมศึกษาฯจึงเห็นสมควรร่วมกันดำเนินการให้ความช่วยเหลือนักศึกษา ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ลดค่าเล่าเรียน สำหรับนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนภาคการศึกษา 1/2564 เป็นเงิน 10,000 บาท (ไม่รวมถึงนักศึกษาที่ได้รับทุนสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยแล้วทุกประเภท หรือนักศึกษาที่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษาเป็นกรณีพิเศษในภาคการศึกษานี้อยู่แล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สำหรับนักศึกษาที่ได้ชำระค่าลงทะเบียนไปก่อนหน้านี้ สามารถเลือกรับส่วนลดคืนโดยเป็นเงินโอนเก็บเพื่อใช้ในการลงทะเบียนในเทอมถัดไป หรือขอรับเป็นเงินโอนคืนเข้าบัญชีธนาคารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สำหรับวิชาปฏิบัติการ หากไม่สามารถจัดสอนในพื้นที่ได้ในช่วงการเปิดภาคเรียนระยะแรก มหาวิทยาลัยมีนโยบายให้จัดการสอนชดเชยจนครบเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยขึ้น หากพบว่าวิชาใดไม่สามารถจัดการเรียนการสอนให้ครบได้ด้วยเหตุสุดวิสัย มหาวิทยาลัยจะพิจารณาคืนค่าปฏิบัติการให้ตามสัดส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัส Covid-19 ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องในภาคการศึกษาที่ 2/2564 มหาวิทยาลัยรังสิตจะให้ความช่วยเหลือนักศึกษาผ่านกองทุนบุญตะวันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. นักศึกษาที่ประสบปัญหาและต้องการความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัย ขอให้ติดต่อผ่านอาจารย์ที่ปรึกษา หรือสำนักงานกิจการนักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายสื่อสารองค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะสนับสนุนลดค่าเล่าเรียน/ค่าธรรมเนียมการศึกษาคนละ 5,000 บาท ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนลดคนละ 5,000 บาท รวมเป็น 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110634</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาวิทยาลัยรังสิต, ลดค่าเทอม, เยียวยาโควิด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f81edbbe2a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะใส : อุทาหรณ์โรงงานระเบิด...กับการขยายตัวความเป็นเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.64 - นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เรื่อง &amp;quot;อุทาหรณ์โรงงานระเบิด&amp;hellip;กับการขยายตัวความเป็นเมือง(Urbanization)&amp;quot; โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทันทีที่โรงงานพลาสติกย่านกิ่งแก้วแถวบางพลี เกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้เป็นวงกว้างจนต้องต้องอพยพประชาชนละแวกนั้นกันจ้าละหวั่นข้ามคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพลิงไฟยังไม่สงบสังคมได้ตั้งคำถามทันทีว่าโรงงานไปอยู่ท่ามกลางชุมชนหรือชุมชนไปอยู่ข้างโรงงานได้อย่างไร? เกิดอะไรขึ้นในสังคมไทย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราได้ยินคำอธิบายจากผู้เกี่ยวข้องว่าโรงงานนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2532 ตั้งแต่ที่นั่นเป็นเพียงทุ่งนากว่า ภายหลังผู้คนจึงอพยพมาตั้งถิ่นที่อยู่อาศัย บ้านพัก บ้านจัดสรร คอนโดฯ ออฟฟิศตามมาทีหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟังแล้วเหมือนต้องทำใจ หาคนผิด คนรับผิดชอบไม่ได้เลยหรือ !!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เพียงแต่ตื่นตะลึงกับโรงงานระเบิดครั้งนี้ แต่จากข้อมูลชวนขนหัวลุกเข้าไปอีกเมื่อพบว่า เหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ทำให้โรงงานโดยรอบต้องปิดตัวและหยุดเดินเครื่องจักรอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะมีการประเมินความเสี่ยงจากเจ้าหน้าที่ว่ามีความปลอดภัยแล้ว แบ่งเป็นรัศมี 5 กิโลเมตร มีโรงงานอุตสาหกรรม 301 โรงงาน รัศมี 7.5 กิโลเมตร มี 257 โรงงาน ส่วนรัศมี 10 กิโลเมตร มี 562 โรงงาน ส่วนชุมชนในรัศมี 5 กิโลเมตร มี 243 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้เกิดคำถามตามมาอีกว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีกแค่ไหน? อย่างไร?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่พึงพิจารณาเร่งด่วน คือการทบทวนการออกใบอนุญาตตั้งโรงงาน ต้องมีเงื่อนไขที่รัดกุมและสอดคล้องกับบริบทของสังคมเมืองที่เปลี่ยนไป ส่วนผู้ที่ครบครองใบอนุญาตเดิม ถ้าจำเป็นต้องทบทวนก็ต้องดำเนินการ ไม่ใช่ปล่อยตามีตามเกิดหรือการสั่งทำ EIA EHIA กันใหม่ หรือทำเพิ่มเติมก็ต้องทำ หรือจะประเมินความเสี่ยงกันและพูดความจริงกับปนะชาชนที่อยู่ใกล้เคียงก็ต้องทำเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนแว๊บแรกที่เห็นหน้าลอยมาก็คงเป็นเจ้าเก่ากรมผังเมืองเอย กรมโรงงานเอ่ย แต่ก็ดูเหมือนเป็นปลายเหตุไปเสียแล้ว ตราบใดที่เรายังไม่สามารถกำหนดแผนยุทธศาสตร์ของเมืองหลัก เมืองรอง และเมืองรอบปริมณฑลให้ลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความเป็นเมือง&amp;rdquo; ที่ยังพล่ามัว จนแยกไม่ออกระหว่างบ้านกับโรงงาน ประเภทและลักษณะเฉพาะ หรือการคาดการณ์การขยายตัวของความเป็นเมือง (Urbanization) ซึ่งวิถีของคนเมืองที่เปลี่ยนไปจากกระจุกตัวในเมืองย้ายมาอยู่อาศัยนอกเมืองจนทับซ้อนพื้นที่ของโรงงานเดิมไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป เช่นนี้ ความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจและอาชีพยิ่งจะทำให้ความเป็นเมืองเปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่าง เปลี่ยนทิศเปลี่ยนทางไปโดยสิ้นเชิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทาหรณ์จากเรื่องนี้สะเทือนไปถึงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่จะเปลี่ยนผ่านจากไทยแลนด์ 3.0 จากอุตสาหกรรมหนักสู่ไทยแลนด์ 4.0 อุตสาหกรรมที่พึ่งพิงเทคโนโลยีดิจิตอลเราจะเปลี่ยนผ่านที่ไม่ไปสร้างปัญหาใหม่ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครจะเป็นเจ้าภาพกันบ้าง ภาครัฐเตรียมพร้อมหรือมีนโยบายรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะต้องแลกด้วยความสูญเสียมหาศาลกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าทิ้งความผิดพลาดในอดีตไว้ให้คนรุ่นหลังต้องแบกรับซ้ำแล้วซ้ำเล่าเลยครับ&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108827</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาวิทยาลัยรังสิต, สุริยะใส กตะศิลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e847321d2536.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.รังสิต แจ้งข่าววัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไม่พอ คนที่จองคิว 8-12 มิ.ย.ได้ฉีดซิโนแวคแทน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาวิทยาลัยรังสิต ออกประกาศเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน แจ้งเปลี่ยนแปลงวัคซีนที่จะฉีดให้ประชาชนที่ลงทะเบียนเอาไว้ในวันที่ 8-12 มิถุนายน จากเดิมจะฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า &amp;nbsp;เป็น วัคซีนซิโนแวค เนื่องจากวัคซีนไม่เพียงพอ&amp;nbsp;
โดยทางมหาวิทยาลัยได้แจ้งว่า &amp;nbsp;เรียน ท่านผู้ลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนที่มหาวิทยาลัยรังสิตในช่วงวันที่ 7- 30 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาวิทยาลัยยืนยันให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการเป็นหน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่ายให้แก่ท่านตามที่ได้นัดหมายไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงระบบกระจายวัคซีน ทำให้มีจำนวนไม่เพียงพอ มหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการให้บริการฉีดวัคซีนใหม่ ให้สอดคล้องกับจำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรมา โดย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ท่านที่จองคิววันที่ 7 มิถุนายน ท่านยังคงสามารถรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้ตามเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ท่านที่จองคิวระหว่างวันที่ 8-12 มิถุนายน มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนชนิดวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าเป็นซิโนแวค หากท่านสมัครใจรับวัคซีนซิโนแวค สามารถเข้ารับบริการได้ตามนัดหมายเดิมของท่าน แต่หากประสงค์จะรอรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ขอให้รอต่อไปก่อน มหาวิทยาลัยจะจัดสรรคิวให้กับท่านโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ท่านที่จองคิวระหว่างวันที่ 13-30 มิถุนายน โปรดรอการแจ้งยืนยันข้อมูลเพื่อนัดหมายในโอกาสต่อไป ขอให้ติดตามประกาศจากเว็บไซต์หรือแฟนเพจของมหาวิทยาลัยรังสิตโดยใกล้ชิด
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105412</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, ซิโนแวค, มหาวิทยาลัยรังสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bc573012929.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.รังสิต มอบยาฟ้าทะลายโจร 5 หมื่นแคปซูลให้เรือนจำช่วยผู้ป่วยติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.64 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยรังสิต โดย ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ได้เป็นตัวแทนนำยาฟ้าทะลายโจรจำนวน 50,000 แคปซูล พร้อมทั้งคำแนะนำการใช้ยาฟ้าทะลายโจรที่ถูกวิธี มอบให้กับนายนัสที ทองปลาด ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังรับมอบยาดังกล่าว นายนัสที ได้กล่าวขอบคุณทางมหาวิทยาลัยรังสิตที่มอบยาฟ้าทะลายโจรให้กับทางเรือนจำฯ เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องการในขณะนี้ และถือเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ต้องขัง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้คุมในเรือนจำด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุริยะใส กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้นำยาฟ้าทะลายโจรไปให้กับจังหวัดสมุทรสาครก่อนหน้านี้ รวมทั้งโรงพยาบาลสนามอีกหลายแห่งรวมหลายแสนแคปซูลด้วยกัน และอธิการบดี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ได้ให้นโยบายกับทางคณะเภสัชศาสตร์ เดินหน้าเร่งผลิตและนำยาดังกล่าวมอบให้กับผู้ป่วยโควิดให้มากที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103011</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟ้าทะลายโจร, มหาวิทยาลัยรังสิต, สุริยะใส กตะศิลา, เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609fac68229ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.รังสิต เปิดครัวสู้ภัยโควิด ทำอาหารกล่องส่งโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.64 - ดร.เริงศักดิ์ แก้วเพ็ชร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสังคมและศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากดำริท่านอธิการบดี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ที่มีแนวความคิดที่จะช่วยแบ่งเบาปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน มหาวิทยาลัยรังสิตจึงไม่ใช่เพียงสถาบันการศึกษา ที่บ่มเพาะและผลิตบัณฑิตเท่านั้น แต่หากมีวิกฤติในสังคมเกิดขึ้น มหาวิทยาลัยก็พร้อมจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือพร้อมที่จะเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข และเดินคู่ไปกับสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 มหาวิทยาลัยได้มีการรังสิต​ได้จัดตั้งครัวรังสิตขึ้นมา เพื่อทำอาหารแจกให้แก่ชาวบ้านในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะนี้ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น หลายสถานที่ได้เปิดโรงพยาบาลสนามขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัว เช่นเดียวกับโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ทางมหาวิทยาลัยจึงเปิดครัวรังสิต สู้ภัยโควิด-19 ขึ้นอีกครั้ง เพื่อส่งมอบอาหารกล่องให้บุคลากรทางการแพทย์ ทีมงาน และผู้ป่วย โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2564 และจะส่งมอบอาหารช่วยเหลือต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ไม่ว่าวิกฤติไหนเราก็จะผ่านไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่จะร่วมสมทบทุน หรือส่งต่อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารสามารถติดต่อประสานงานได้ที่ โทร.08-1368-7396 (วิ) #ขอขอบคุณทุกการให้และการแบ่งปัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครัวรังสิต, มหาวิทยาลัยรังสิต, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_609654bc59f48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สโมสรนักศึกษา-ชมรมศิษย์เก่าวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ผุดไอเดียเก๋ &#039;ดอกไม้ให้คุณ&#039; สู้วิกฤติโควิด 19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.64 -&amp;nbsp;สโมสรนักศึกษาและชมรมศิษย์เก่าผู้นำวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต แปรวิกฤติเป็นโอกาส จากสถานการณ์การระบาดของ Covid-19 โดยเชิญชวนสังคมแบ่งปันและเป็นกำลังใจให้กลุ่มคนด้อยโอกาสทางสังคม หรือกลุ่มคนเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงออกไอเดียเก๋ไก๋ตั้ง &amp;ldquo;โครงการดอกไม้ให้คุณ&amp;rdquo; จัดทำกระถางต้นไม้และดอกไม้ ขายผ่านออนไลน์ มีหลายราคาด้วยกันและนำรายได้ทั้งหมดมอบให้กับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กระถางดอกไม้ ต้นไม้เหล่านี้นอกจากมีสรรพคุณฟอกอากาศ เป็นไม้มงคลแล้ว ยังสร้างบรรยากาศสีเขียว ผ่อนคลายลดความเครียดรับกระแส Work From Home (WFH) และเรียน Online ที่อาจยาวนานกว่าที่คิด จากการระบาดของ Covid-19 ระลอก 3 รุนแรงและยาวนานกว่าการระบาดในระลอกแรกและระลอก 2 และเป็นการสร้างกระแสรับเทรนด์ใหม่ New Normal ที่คนจะทำงานที่บ้านและใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้นด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอกไม้ให้คุณ, มหาวิทยาลัยรังสิต, วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e19937eb8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039;ย้อนศรประชามติ2559ให้&#039;ลุงตู่&#039;สอบถามประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ประชามติเรื่องอะไรดี&amp;rdquo; ระบุว่า พลเอกประยุทธ์ท้าทำประชามติ ว่าจะให้นายกรัฐมนตรีลาออกหรืออยู่ต่อ ทั้งๆที่ก็รู้เต็มอกว่ารัฐธรรมนูญห้ามทำประชามติเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเลยขอเสนอประเด็นการทำประชามติ โดยเอาคำถามพ่วงที่เคยถามตอนประชามติ 7 สิงหาคม 2559 มาถามประชาชนใหม่ โดยมีการปรับเปลี่ยนข้อความบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความเดิม &amp;quot;ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่าในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความใหม่ &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า จากผลงานในการกำกับติดตามการปฏิรูปประเทศให้เกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาตินับแต่มีวุฒิสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สมควร&amp;quot;ยกเลิกหลักการ&amp;quot;การให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลที่เสนอ 1.ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญเรื่องการทำประชามติเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคล 2.เคยเป็นคำถามที่เคยใช้ทำประชามติมาแล้ว เพียงแต่ถามในมุมตรงข้าม 3.สามารถใช้ผลการทำประชามติ เป็นสิ่งบ่งบอกว่า นายกรัฐมนตรีสมควรพิจารณาตัวเองอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82041</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชามติ, มหาวิทยาลัยรังสิต, รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร, ศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cbfe7d7b7f07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
