<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งจับกันวุ่น อธิการบดี-กรรมสภา ม.ราชภัฏบุรีรัมย์บุกโรงพัก แจ้งความจับอาจารย์ พ่วงสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.61- สื่อข่าวรายงานว่า รศ.มาลิณี จุโฑปะมา รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ นายพลกฤต เนาว์ประโคน กรรมการสภา ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะทนายความ พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ รวมจำนวน 8 คน ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ประจักษ์ คำนาค พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. เพื่อให้ดำเนินคดีเอาผิดกับ ผศ.ปัญญา เจริญพจน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ อดีตผู้สมัครเข้ารับการสรรหา ในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กับสื่อหนังสือพิมพ์ ออนไลน์ ฉบับหนึ่ง ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา ผศ.ปัญญา เจริญพจน์ ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ฤทธิ์ไธสง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และกรรมการสภา ได้ดำเนินการจัดประชุมสภามหาวิทยาลัย แล้วลงมติเพื่อเลือก นางสาวมาลิณี จุโฑปะมา ให้เป็นอธิการบดี ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจาก นางสาวมาลิณี จุโฑปะมา เป็นบุคคลที่มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะการแต่งตั้งอธิการบดีตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 นั้น กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภา ต้องดำเนินการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 29 ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว และตำแหน่งอธิการบดีเป็นตำแหน่งตามมาตรา 18 (ข) (1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และต้องไม่เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามบทบัญญัติมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 โดยมาตรา 19 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน กำหนดให้ข้าราชการที่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติดังกล่าว อันเป็นพ้นจากราชการเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ซึ่งมีแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ศ.มาลิณี ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่อาจารย์คนดังกล่าว ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ กระทั่งมีการนำเสนอข่าวเผยแพร่ออกไปตามสื่อต่างๆ นั้น เกี่ยวกับการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏุรีรัมย์ โดยกล่าวหาว่า นายกสภาฯ คณะกรรมการสภาฯ ได้มีการดำเนินการอันเป็นการเอื้อประโยชน์ ให้การสรรหาอธิการบดี ให้ตนเอง รศ.มาลิณี ได้รับการสรรหาแต่งตั้งเป็นอธิการบดีฯ อีกสมัย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นการให้ความเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยืนยันว่า การดำเนินการสรรหาดังกล่าว ได้มีการดำเนินการเป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับ ในระเบียบเกี่ยวกับการสรรหาอธิการบดีทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นนายกสภา กรรมการสภา ได้ดำเนินการที่เป็นประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย การที่อาจารย์คนดังกล่าว ระบุว่าตัวอาจารย์เองนั้น เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่ได้รับการเสนอชื่อ จริงๆ แล้วได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่สภา แต่ไม่ได้รับคะแนนในการสรรหา และจากการประชาคมอาจารย์คนดังกล่าวได้รับเพียงคะแนนเดียว&amp;rdquo; รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายพลกฤต เนาว์ประโคน กรรมการสภา ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะทนายความ กล่าวว่า กรณีการกล่าวหาว่านายกสภา และกรรมการสภา ได้มีการสรรหาอธิการบดีโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำให้นายกสภา และคณะกรรมการสภา รักษาราชการแทนอธิการฯ รวมถึงมหาวิทยาลัย เสียชื่อเสียง และได้รับความเสียหาย ซึ่งการสรรหาอธิการนี้ ทางสภาไม่ได้ทำด้วยอำเภอใจ แต่เป็นการดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนการสรรหา จากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมพิจารณาในทุกขั้นตอน ซึ่งชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นไปตามที่อาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ที่เคยลงสมัครชิงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สิริพงษ์ ฤทธิ์ไธสง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังรับแจ้งไว้แล้ว ทางพนักงานสอบสวนจะตรวจดูเอกสารว่าเป็นเรื่องอะไร ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร และมีความผิดตามข้อกฎหมายมาตราใด พระราชบัญญัติใดบ้าง ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ทราบรายละเอียด และยังไม่สอบคำให้การจากผู้ร้อง หลังจากนี้จะศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายก่อนจะเรียกผู้ร้องมาให้การอีครั้งหนึ่ง โดยยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16760</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพลกฤต เนาว์ประโคน, ผศ.ปัญญา เจริญพจน์, ฟ้องร้อง, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, รศ.มาลิณี จุโฑปะมา, เลือกอธิการบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8de646d67b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เนวินหลอนเพื่อแม้ว พล่านขุดอดีตเตือนบิ๊กตู่&#039;ห้อย&#039;เข้าแก๊งไหนหัวหน้าตายหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ตอกย้ำลงพื้นที่บุรีรัมย์ไม่ใช่การเมือง ลั่นจังหวัด-เจ้าหน้าที่เป็นคนจัดให้ตามความพร้อม &amp;nbsp;โวอยากไปทุกพื้นที่ ปลื้มมีคนอยากเห็นหน้า-จับต้อง เพื่อไทยดิ้นพล่านยิ่งกว่าถูกน้ำร้อน รุมถล่ม &amp;ldquo;ลุงตู่-เนวิน&amp;rdquo; &amp;nbsp; ซัดเสียงเชียร์แลกงบประมาณ พ่วงยกตัวอย่างห้อยหนุนใครหัวหน้าตายเกลี้ยง &amp;ldquo;แดงอีสาน&amp;rdquo; ย้ำตั้งพรรคแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่อาคารอเนกคุณาคาร &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ว่าอยากให้ทุกคนกลับไปดูว่าในปีแรกรัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้าง ซึ่งอาจไปในพื้นที่ที่มีปัญหาก่อน เพื่อแก้ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น และแม้จะไปในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ก็จะเชิญผู้ว่าราชการในกลุ่มจังหวัดนั้นๆ มาพูดคุยทุกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การที่รัฐบาลลงมาในพื้นที่ต่างจังหวัด ไม่ได้ลงมาเพื่อรับคำขอ และรัฐบาลก็ทำการบ้านก่อนมาตลอด เราจะยึดหลักการ เหตุผลและความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ และต้องตัดสินใจให้รอบคอบว่าจะใช้งบประมาณส่วนใดที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทุกเรื่องต้องเข้าสู่ที่ประชุม และเป็นมติของ ครม.ว่าจะอนุมัติหรือไม่ ไม่ใช่ทำทุกอย่างเพื่อการเมืองหรือเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง หรือผมไม่ต้องลงไปได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ แม้จะมีแผนงานแล้วก็ตาม แต่ก็อยากเห็นด้วยตาตัวเอง ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้มาเพื่อการเมือง การเมืองคือการทำเศรษฐกิจ สร้างสภาวะแวดล้อมให้มั่นคงปลอดภัย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำอีกว่า การเดินทางมาประชุม ครม.ครั้งนี้ไม่ใช่ลงมาเพื่ออนุมัติงบประมาณ 10,000-20,000 ล้าน อย่างที่กล่าวอ้าง ขอให้ทุกคนได้ใช้สติปัญญาใคร่ครวญด้วย ไม่ใช่อะไรก็การเมืองทั้งหมด เพียงแต่ช่วงนี้เป็นการเดินหน้าสู่เรื่องของการเลือกตั้ง หลายคนจึงมองว่าเป็นงานการเมือง การที่รัฐบาลเดินทางมานี้มุ่งหวังจะไปให้ครบทุกจังหวัด แม้เป็นไปไม่ได้ แต่ก็เลือกไปให้ครบทุกกลุ่มจังหวัดก่อน ยืนยันว่ารัฐบาลต้องการไปทุกจังหวัดเพื่อรับฟังความต้องการของประชาชนโดยตรง สอดคล้องกับแผนที่รัฐบาลมีอยู่ในมือ และที่ผ่านมาใน 4 จังหวัด 4 ปี รัฐบาลใช้เงินเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำประมาณ 3,000 ล้านบาท และปีนี้เสนอมาอีกพันกว่าล้าน ก็น่าจะอนุมัติให้ได้ เพราะตรงกับแผนงานของรัฐที่วางไว้ และตรงกับความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;จะเห็นได้ว่าไม่ใช่ว่าลงมาแล้วเขาขออะไรรัฐบาลก็ให้โดยคิดไม่เป็น รัฐบาลมีความตั้งใจดี อยากให้ทุกอย่าง แต่ต้องดูว่างบประมาณเราเพียงพอหรือไม่ เพราะเราไม่ต้องการเอาเงินอนาคตมาใช้ เพราะจะมีปัญหาในเรื่องหนี้สาธารณะ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยอมรับว่า การมา จ.บุรีรัมย์ครั้งนี้มันก็เป็นประเด็นทางการเมืองว่ามาพบกับคนนั้นคนนี้ ยืนยันว่าการที่จะไปพบใครที่ไหนอย่างไร หรือจะพูดจากับประชาชนในสถานที่แห่งไหน ทางจังหวัดและเจ้าหน้าที่เป็นผู้เตรียมการทั้งหมด ไม่ได้สั่งการว่าจะเป็นที่นี่ที่นั่น เจ้าหน้าที่เขาต้องดูว่าความพร้อมมีที่ไหน ก็จะเชิญไปที่นั่น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;ลั่นไม่มีแลกเปลี่ยน
&amp;quot;ผมพร้อมพบกับคนทุกที่ และผมไม่ได้พบกับใครเป็นการส่วนตัว ไม่ได้พบใครในที่รโหฐาน ทุกคนสามารถถ่ายรูปได้มากมาย ก็จะเห็นว่าผมไม่ได้ไปแอบพบ แอบคุยกับใคร และไม่มีการคุยเรื่องการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ผมถือว่าวันนี้เราต้องหาความร่วมมือในเรื่องการปฏิรูปประเทศ ในการทำงานเพื่อประชาชนในอนาคตให้ได้โดยเร็ว ทำความเข้าใจในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ ความมั่นคง การสนับสนุนมาตรการในการแข่งขัน รวมทั้งการพัฒนาในด้านต่างๆ เรื่องเหล่านี้เราต้องมีหลักการในการทำงาน และถึงผมมาแล้วไม่มีใครรับ ผมก็มา ที่ไหนไม่มีคนมารับผมสักคน หรือมีเพียงคนเดียว ผมก็มา เพราะผมมาเพื่อพัฒนาเขา แต่เมื่อเขามาต้อนรับก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของประชาชนในพื้นที่ให้เกียรติ ผมก็โอเค แต่ผมไม่ต้องการแลกเปลี่ยนอะไรทั้งสิ้น เป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่ความดีความชอบของคนเพียงคนเดียว&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้ำว่า การมาครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อการเมือง ที่เดินทางไปสนามช้างอารีน่า ก็เพราะเขาเตรียมการต้อนรับในพื้นที่ตรงนั้น ถ้าเขาจัดต้อนรับที่ริมแม่น้ำ รับในป่า ก็พร้อมไป จะไปบังคับใครได้ ในเมื่อประชาชนเขาอยากมาก็เป็นเรื่องที่เขาอยากจะพบ ก็ต้องไปเจอเขา อย่าไปพูดจาให้เกิดความเสียหาย ส่วนเรื่องการขับขี่จักรยานยนต์ในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต นั้นจำเป็นต้องไปดู และเมื่อขี่เป็นอยู่บ้างก็เลยลองดู เพราะการที่จะทำอะไรก็ตาม ถ้าเราได้เรียนรู้ด้วยตนเองจะรู้ถึงความยากง่าย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมไม่ได้เก่งไปกว่าใคร ก็เสี่ยงอยู่เหมือนกัน ถ้าล้มคว่ำคะมำหงายก็อายคนเขาเหมือนกัน แต่บังเอิญว่าเคยขี่มาตั้งแต่เด็ก ด้วยความเร็วไม่ได้มากนัก 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็รู้ตัวของตัวเอง แต่ทั้งหมดก็ทำให้รู้ว่าเด็กเหล่านี้มีความพยายามในการขี่จักรยานยนต์แข่งที่ต้องใช้ความเร็วสูงถึง 200-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ใช่เรื่องง่าย มีความเสี่ยง ขณะหลวงพ่อคูณนั่งรถแค่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ลงไปแล้ว ดังนั้นต่อให้ห้อยหลวงพ่อคูณก็เอาไม่อยู่ ทั้งหมดอยู่ที่ตัวของเราเอง อยู่ที่ความเชื่อมั่น&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้เห็นถึงความรักสามัคคีของคนในจังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ ซึ่งไม่ว่าจะด้วยอะไร แต่เขาก็มีความรักความสามัคคี ทำประโยชน์ให้เกิดกับชาติ ซึ่งน่าจะดี และได้มีโอกาสไปดูตลาดคนเดินเซราะกราว ซึ่งปกติขายเฉพาะเสาร์อาทิตย์ แต่เมื่อวันจันทร์เป็นกรณีพิเศษ เพราะอยากมาดูหน้านายกฯ คนแน่นตลอดไปหมด ซึ่งอยากจะบอกว่านายกฯ ไม่ใช่คนพิเศษ เป็นคนธรรมดา แตะต้องสัมผัสได้ ถือว่าได้รับความรักได้รับความเมตตาจากประชาชน ซึ่งไม่ได้พูดแบบนักการเมืองกับลูกน้อง กับทหารก็พูดแบบนี้มาตลอด เราอยู่คนเดียวไม่ได้ คนเป็นนายกฯ ก็เช่นกัน อยู่ได้ก็ด้วย ครม. ข้าราชการ และประชาชนผู้ได้รับประโยชน์ การจะทำให้ประเทศแก้ไขปัญหาได้ไม่ใช่แก้เพียงโครมคราม พันหน้าพันหลัง เราต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ย้ำอีกครั้งว่า การมาครั้งนี้ไม่ใช่นายกฯ จะไปชี้โน่นชี้นี่ ก่อนหน้าสองวันได้มอบหมายให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีลงทุกพื้นที่ใน 4 จังหวัดอีสานใต้ เพื่อรวบรวมปัญหาอุปสรรคและความต้องการของประชาชน และนำมาหารือในที่ประชุม ครม. ซึ่งการทำงานควรต้องเป็นแบบนี้ ในอนาคตก็ต้องเป็นเช่นนี้ด้วย ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ตาม ฝากสื่อไว้ด้วย ตนเองจะอยู่หรือไม่ก็ยังไม่รู้ แต่สื่อคือส่วนที่อยู่ในทุกๆ รัฐบาล ก็ขอร้องให้ช่วยทำความเข้าใจ ให้ประชาชนเข้าใจให้ดีขึ้น และไม่ว่ารัฐบาลหน้าจะเป็นใครก็ตาม ต้องสร้างการยอมรับและความไว้เนื้อเชื่อใจให้ได้ อย่าไปสอนประชาชนให้ได้อะไรมาง่ายๆ เพราะมันจะสูญสลายหมดสิ้นไปง่ายเช่นกัน แต่ละปีงบประมาณหมดไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น รัฐบาลนี้เป็นห่วงมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากฝากสื่อมวลชน เพราะหลายคนบอกว่ายังไม่รู้รัฐบาลทำอะไรให้บ้าง เพราะส่วนใหญ่ข้อมูลที่ติดตามคือเรื่องความขัดแย้ง ชาวบ้านไม่ได้ตามดูข้างในว่ารัฐบาลทำอะไร ชาวบ้านมักเอาการเมืองมาขับเคลื่อน ความสงบและความไม่สงบเรียบร้อย มักเกิดขึ้นจากพวกเรา จากสื่อ และรัฐบาลอาจพูดจาจนเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะผม ชอบพูดเยอะ แต่ผมพูดด้วยความตั้งมั่น ตั้งใจดี บางทีไม่มีเจตนา ก็ต้องขอโทษด้วย เราจึงจำเป็นต้องสร้างการรับรู้ให้มากขึ้น จะเห็นได้ว่าในทุกรัฐบาลที่ผ่านมาจะมีการขึ้นป้ายทั้งหมด ขอบคุณ ฯพณฯ คนนั้นคนนี้ที่สร้างสะพานสร้างถนนให้ แต่ผมบอกไม่จำเป็น สิ่งที่รัฐบาลทำคือการสร้างความรับรู้กับสื่อและสังคมโซเชียลฯ ว่าเราทำอะไรไปบ้าง และผมเชื่อว่าไม่เคยมีแบบนี้มาก่อนที่รัฐบาลลงพื้นที่เกือบทุกจังหวัด ทุกภาค ผมไม่ได้มาประชาสัมพันธ์เพื่อให้รักรัฐบาล แต่อยากชี้ให้เห็นถึงจิตใจของ ครม. ข้าราชการ พยายามทำดีอย่างเต็มที่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;ldquo;พท.&amp;rdquo;ซัดฝนตกขี้หมูไหล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าเป็นอีกครั้งที่ภาพการทำกิจกรรมลักษณะนี้ถูกตั้งคำถามถึงความจำเป็น ความคุ้มค่าของงบประมาณที่ใช้ไป ครม.สัญจรถี่ขนาดนี้ มีอีเวนต์รองรับ ทำประชาสัมพันธ์กันเป็นกระบวนการ ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าการประชุมในทำเนียบฯ หรือไม่ ประชาชนอาจอยากตั้งคำถามว่า เปิดทำเนียบฯ ดูดมันไม่ทันใจ ถึงต้องไปเดินสายลงพื้นที่เพื่อดูดกลุ่มการเมืองเข้าร่วมก๊วนเพิ่มหรือไม่ ถ้าตะโกนลุงตู่สู้ๆ แล้วได้งบประมาณลงพื้นที่เพิ่มมากขึ้น แล้วจังหวัดที่ไม่มีโอกาสได้ตะโกน จะรู้สึกว่าฝนตกไม่ทั่วฟ้าหรือไม่ หรือเป็นปรากฏการณ์ฝนตกขี้หมูไหล คนอะไรมารวมกัน เลยได้ประโยชน์เฉพาะกลุ่มที่ใกล้ชิดและเครือข่ายของตนก่อนหรือไม่ คือวิธีการจัดสรรงบประมาณแบบใหม่ตามเสียงตะโกน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ระยะหลังๆ แข่งฟุตบอลคนยังไม่ค่อยเต็มสนาม แต่มารับ พล.อ.ประยุทธ์รถติดหลายกิโล เป็นการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบใหม่ขึ้นมาหรือไม่ ต่อจากนี้พื้นที่ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไป ไม่ต้องทำการบ้านอย่างหนัก หาวิธีต้อนรับให้แปลกใหม่ใหญ่ดังกว่า ถึงจะได้งบประมาณเพิ่มหรือไม่&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า การปรากฏตัวออกสื่อพร้อมกันของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายเนวิน ชิดชอบ กับ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าเป็นกลุ่มฟินจิกหมอนจะเห็นว่าอะไรก็สุดแท้ แต่คนที่ไม่อิน ไม่ติดยึดกับกระพี้หรืออีเวนต์การเมือง เห็นเป็นการเมืองโบราณย้อนยุค อาจบอกว่าผีเน่ากับโลงผุหรือไม่ ประชาชนเห็นชัดเจนว่าในขณะที่รัฐบาลและ คสช.ทำอะไรได้ทุกอย่าง แต่ไม่ยอมปลดล็อกพรรคการเมือง ไม่ให้ทำกิจกรรมใดๆ แล้วแบบนี้จะถือว่า การแข่งขันที่จะเกิดขึ้นอยู่บนพื้นฐานของการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พท. กล่าวว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยเป็นนักการเมืองที่เก่ง รู้จักหลบหลีก พอมองว่าใครจะได้เป็นรัฐบาลก็จะเข้าหาคนกลุ่มนั้น เห็นได้จากการเข้าร่วมพรรคไทยรักไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พอถึงสมัยพรรคพลังประชาชน ก็ยกพวกออกไปสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้เป็นนายกฯ จนก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย มาวันนี้เห็น พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจ ก็เข้าไปสนับสนุน เป็นแรงผลักดันให้ได้เป็นนายกฯ อีกสมัย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เขาต้องการเข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่สนใจอะไร วันนี้ขอเตือนให้ พล.อ.ประยุทธ์ดูคนที่นายเนวินเคยให้การสนับสนุน ทั้งนายทักษิณและนายอภิสิทธิ์ ว่าสุดท้ายพอลงจากอำนาจแล้วเป็นอย่างไร&amp;rdquo; นายอำนวยกล่าว
นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเรื่องที่ดีที่ ครม.จะได้แก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่การไปพบประชาชนที่มารออยู่ที่สนามฟุตบอลนั้น ทำให้สังคมมองว่าเป็นการไปพบกับทีมผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นลักษณะการจัดตั้งประชาชนให้มาต้อนรับ และการที่ ครม.อนุมัติงบประมาณพัฒนากลุ่มจังหวัดอีสานใต้ ก็เป็นการซื้อใจกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับนายเนวินและพรรคภูมิใจไทย เป็นการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน สานไมตรีทอดสะพานให้กัน ท่ามกลางกระแสดูดตัว ส.ส. ดังนั้นสังคมจึงมีคำถามถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่ากำลังดูดกลุ่มภูมิใจไทยให้เข้ามาเป็นพวกเดียวกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นายเนวินถูกพรรคการเมืองหนึ่งตั้งฉายาว่า ยี้ห้อย 120 แต่เมื่อนายเนวินพลิกฝ่ายมาหนุนให้เป็นนายกฯ นายเนวินกลับกลายเป็นคนดีขึ้นมา จนมาถึงวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็จะดูดนายเนวินและนักการเมืองคนอื่นๆ เข้าไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตราหน้านักการเมืองว่าน่ารังเกียจ ไม่ดี เลว ไม่น่าคบ แต่ตอนนี้กลับคำพูด ทำให้ภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาว่าต้องการทำทุกอย่างเพื่อให้กลับมาสืบทอดอำนาจต่อไปได้
เชื่อเอาอยู่ม็อบ 22 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่จะชุมนุมในวันที่ 22 พ.ค.นั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ตอบเพียงว่า มีมาตรการดูแลอย่างที่เคยมี ก่อนจะเดินขึ้นรถไปทันทีโดยไม่ตอบคำถามเรื่องการประเมินสถานการณ์ดังกล่าวอย่างไรบ้าง
พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าการชุมนุมจะไม่มีเหตุการณ์บานปลาย เพราะทุกคนต่างต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อย และไม่อยากให้เกิดการขยายตัวต่อไป และกลุ่มผู้ชุมนุมคงทราบดีว่าขอบเขตของกฎหมายเป็นอย่างไร ซึ่งฝ่ายรัฐบาลจะพยายามทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยมากที่สุด โดยต้องประสานกับผู้ชุมนุมด้วย เพราะรัฐบาลต้องการให้เกิดความสงบเพื่อป้องกันความรุนแรงและการขยายตัว จึงต้องขอความร่วมมือทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ไม่เป็นกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุมดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หากการชุมนุมมีการขออนุญาตถูกต้องทางกองทัพก็จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีแผนหลักแผนรองไว้รับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งทุกคนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายตามพระราชบัญญัติการชุมนุม และคำสั่ง คสช.ที่ 3/2557 โดยหากพื้นที่ชุมนุมอยู่ใกล้เขตพระราชฐานระยะ 150 เมตร ก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย 100% แต่ก็ไม่มีอำนาจไปห้ามว่าไม่ให้มาชุมนุม ผู้ร่วมชุมนุมต้องคิดให้ดี ว่าสิ่งที่ทำเกิดประโยชน์กับประเทศชาติหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายยุทธนา ทัพเจริญ รองโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวว่า ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ที่ประชุม สนช.จะมีวาระพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 7 คน &amp;nbsp;โดย กมธ.มีทั้งหมด 17 คน มีเวลาทำงาน 60 วัน จากนั้นคาดว่าในวันที่ 12 หรือ 13 ก.ค. จะส่งให้ สนช.ลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ โดยบุคคลที่จะได้เป็น กกต.ต้องได้รับเสียงจาก สนช.เกินกึ่งหนึ่งจากสมาชิกทั้งหมด หรือ 124 เสียงขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่า สนช.จะลงมติผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทุกคนหรือไม่ ต้องรอดูหลักฐาน เอกสาร และข้อเท็จจริง ที่ได้จากการตรวจสอบประวัติของแต่ละคนก่อน&amp;quot; นายยุทธนากล่าว
&amp;ldquo;แดงอีสาน&amp;rdquo;ยันตั้งพรรคแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด ผู้ก่อตั้งพรรคเกรียน ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ กกต. เพื่อขอให้ตีความชื่อพรรคใหม่ โดยให้เหตุผลโต้แย้ง 6 ประเด็น ยกตัวอย่างว่าทั่วโลกก็มีการตั้งชื่อพรรคแปลกๆ จำนวนมาก เช่น พรรคหมาสองหาง พรรคโจรสลัด พรรคเมีย พรรคเจได &amp;nbsp;ซึ่งก็ถือว่าเป็นวิวัฒนาการทางการเมืองของระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กกต.ที่มารับหนังสือ ได้ชี้แจงว่าทาง กกต.จะใช้เวลารพิจารณาคำอุทธรณ์ประมาณ 30 &amp;nbsp;วัน โดยนายสมบัติได้แจ้งว่า หากพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ก็จะไปยื่นฟ้องศาลปกครอง หากศาลยืนตาม กกต. ก็ได้เตรียมชื่อสำรองไว้แล้ว แต่ยังไม่ถูกใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายสิระ พิมพ์กลาง แกนนำเสื้อแดงสกลนคร กล่าวว่า ได้ฟังนางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดรายการวิพากษ์วิจารณ์แนวร่วมเสื้อแดงที่มีแนวคิดจัดตั้งพรรคการเมือง ว่าแนวคิดการทำพรรคการเมืองได้บอกแต่ต้นว่าต้องการให้บ้านเมืองเกิดความรัก ความสามัคคีปรองดอง ต้องการประชาธิปไตยแบบจริงๆ แต่บางคนยิ่งมาต่อต้าน ลักษณะการพูดแบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อประเทศ หรือต้องการให้มีการรบกันจริงๆ หากต้องการแบบนั้น ขอให้ออกไปรบเลย เพราะบอกแล้วว่ามีแนวคิดตั้งพรรค จะไม่เอาแดงแบบสุดโต่ง หลุดโลก มาร่วมด้วย ต่อมาบางพวกก็ดิ้นกันใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวว่า ประเทศเราต้องมีประชาธิปไตยแบบไทยๆ ไม่ใช่ประชาธิปไตยอย่างบางประเทศ ที่ไปเอาแนวคิดมา มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สถาบันทหาร ข้าราชการทำหน้าที่ตัวเอง ทหารที่เข้ามา ทุกคนรู้ที่เข้ามาตอนนั้นเพื่อหยุดการทะเลาะเบาะแว้ง เมื่อหยุดการทะเลาะได้แล้ว ทหารต้องหยุดด้วย ไม่ใช่ทำเหมือนยุคสุจินดา จะเป็นอันตรายต่อความรู้สึก ไม่เช่นนั้นคนจะคิด ทหารต้องการอะไรกันแน่ หรือถ้ากลัวจะวุ่นวายมีคำสั่งอีกขยัก หากเกิดขึ้น คสช.ยังสามารถใช้อำนาจบริหารจัดการได้ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แบบนี้ดูจะสง่างาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่จะทำพรรค ต้องการให้มีประชาธิปไตยแบบไทยๆ เพื่อให้บ้านเมืองปรองดอง สงบ ผมพูดถึงการตั้งพรรค นางธิดาไม่ใช่มาผูกขาด มาบอก นปช.ส่วนกลางไม่มีนโยบายตั้งพรรค คุณจะไม่มีนโยบายไม่ตั้งก็เรื่องของคุณ จะมาจำกัดสิทธิของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง เสื้อแดงได้อย่างไร คุณพูดเรื่องประชาธิปไตย ความเสมอภาค เสรีภาพ แต่จะมารวมศูนย์อำนาจไว้ที่กลุ่มแกนนำแบบนั้นหรือ ต้องยอมรับให้เกียรติความเห็นทุกภาคส่วน ถึงจะไปได้&amp;rdquo; นายสิระกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวว่า สิ่งไหนให้อภัยได้ก็ควรให้อภัย แต่ละฝ่ายล้วนมีส่วนผิด ทหารออกมาล้มล้างรัฐธรรมนูญก็ผิด ประชาธิปัตย์หนุนม็อบก็ผิด ทักษิณเสื้อแดงก็มีส่วนผิด แต่อะไรให้อภัยได้ก็ต้องให้อภัย นอกจากนี้ยังรู้สึกแปลกใจ แกนนำคนที่ก่อตั้งบางพรรคเดินสายมาต่างจังหวัดทางอีสาน แล้วประหลาดใจ โอ้โห คนอีสานทำไมถึงจนถึงเพียงนี้ คุณเพิ่งรู้หรือ คุณเพิ่งมาเริ่มศึกษา แต่เขารู้กันตั้งนานแล้ว การมาคงหวังดึงฐานเสียง หากรู้ว่าฐานเพื่อไทย ทหารยังแน่น ก็ต้องมาเอากับฐานเสื้อแดงอยู่ดี. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8797</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, การทำเศรษฐกิจ, ครม., นายยุทธนา ทัพเจริญ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้อยหนุนใครหัวหน้าตายเกลี้ยง, แดงอีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1aff99f7f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่จวก&#039;สันธนะ&#039;พฤติกรรมรับไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ ฉะ &amp;quot;สันธนะ&amp;quot; พฤติกรรมรับไม่ได้ เสียดายที่เคยเป็นตำรวจ ดูถูกองค์กร, ผบ.ตร. ต่อไปก็คงลามมาถึงตน ที่อ้างกุมความลับคนนั้นคนนี้ ถ้าไม่จริงจะโดนคดีเสียเอง รองโฆษก ตร.แจง ผบ.ตร.ไม่ได้สนิทกับ &amp;quot;สันธนะ&amp;quot; เป็นพิเศษ ไม่เข้าใจอีกฝ่ายมีวัตถุประสงค์ใดจึงโทร.หา เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ถึงกรณี พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล ในฐานะประธานที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมือง ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นจับกุมผู้ค้าผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย โดยอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง เพราะไปรู้ข้อมูลการทุจริตของผู้ใหญ่ในรัฐบาลว่า ตนคิดว่าคงไม่ใช่อดีตตำรวจ พฤติกรรมเหล่านี้ตนก็รับไม่ได้ ตำรวจเองก็รับไม่ได้ และเท่าที่ตรวจสอบได้รับรายงานมาประวัติของท่านก็ไม่ค่อยดีนัก ฉะนั้นเราก็อย่าไปขยายความให้กับเขา ซึ่งเขาอาจจะคิดในมุมที่อาจจะไม่ค่อยสนใจในกฎระเบียบ ตนรู้สึกเสียดายในความที่เขาเคยเป็นตำรวจมาด้วยซ้ำไป กิริยาอาการท่าทางมันไม่ได้ และเห็นว่ามีคดีอยู่ 6-7 คดี การยิ่งพูดอาจยิ่งทำให้มีคดีเยอะมากขึ้น ดูถูกดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูถูกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและองค์กรตำรวจ ซึ่งการที่ตนพูดออกไปเดี๋ยวก็จะมาดูถูกตนอีก ทั้งนี้ อะไรก็ตามที่ท่านอ้างว่ากุมความลับของคนนั้นคนนี้มาบอก ขอให้ส่งมา ความลับที่ว่านั้นคืออะไร ตนจะให้ผู้ที่ถูกกล่าวหามาชี้แจงว่าใช่หรือไม่ใช่ ถ้าไม่ใช่ก็โดนอีก ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยืนยันว่าไม่มีใครมากดดันเจ้าหน้าที่รัฐหรือรัฐบาลได้โดยเด็ดขาด ผมเข้ามาอย่างนี้ก็ต้องระมัดระวังเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ การเมืองอะไรก็ตาม จะต้องทำให้ถูกต้องความชัดเจน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ชี้แจงกรณี พ.ต.ท.สันธนะโทรศัพท์หา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์โทร.กลับไปหา พ.ต.ท.สันธนะภายหลังว่า ตนไม่ทราบว่า พ.ต.ท.สันธนะมีวัตถุประสงค์อะไรจึงมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวและโทร.หา ผบ.ตร. เพราะใครก็ตามสามารถมีเบอร์โทร.ของ ผบ.ตร.และสามารถโทรศัพท์หาท่านได้ตลอดเวลา ที่ผ่านมา ผบ.ตร.ก็รับสายผู้ที่โทร.มาเป็นปกติ หากติดภารกิจก็จะโทร.กลับในภายหลัง แต่กรณีเมื่อวันที่ 7 พ.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ติดภารกิจลงพื้นที่ดูแลรักษาความปลอดภัยการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดบุรีรัมย์ จึงโทร.กลับในภายหลัง ซึ่งได้แจ้งกับ พ.ต.ท.สันธนะว่าติดภารกิจ ก่อนวางสายโดยไม่มีการสนทนาอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.สันธนะมีวัตถุประสงค์อะไรถึงได้โทร.หาท่าน ผบ.ตร. ไม่อยากให้ประชาชนสับสนว่ามีนอกมีในกับทางตำรวจ ยืนยันว่า ผบ.ตร.ไม่ได้สนิทสนมกับ พ.ต.ท.สันธนะเป็นพิเศษ เพียงแต่รู้จักในฐานะที่เป็นตำรวจเก่า แม้แต่เบอร์โทรศัพท์ของ พ.ต.ท.สันธนะ ท่านก็ไม่ได้บันทึกไว้ เมื่อมีสายเข้ามามิสคอลหลายครั้งจึงได้โทร.กลับ พอทราบว่าเป็น พ.ต.ท.สันธนะ ท่าน ผบ.ตร.ก็แจ้งว่าติดภารกิจ ก่อนวางสายโดยไม่ได้พูดคุยอะไรเพิ่มเติม อยากฝากเตือน พ.ต.ท.สันธนะ ว่าอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าได้สนทนากับ ผบ.ตร.จนทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรืออาจเกิดความเข้าใจผิด&amp;rdquo; รองโฆษก ตร.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวด้วยว่า พฤติกรรมของ พ.ต.ท.สันธนะจะเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบในเรื่องนี้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสอบถามที่ตลาดใหม่ดอนเมือง ไม่มีผู้มีอิทธิพล โดยทาง สน.ดอนเมืองยืนยันเช่นกันว่าตลาดดังกล่าวไม่มีผู้มีอิทธิพล&amp;quot; พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวเมื่อเย็นวันเดียวกันเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.สันธนะอยู่ระหว่างถูกตรวจสอบเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า กรณีแม่ค้าออกมาให้ข้อมูลว่ามีการเก็บค่าที่นั้น ก็ต้องไปดูว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นที่ของใคร แต่เบื้องต้นทราบว่าเป็นที่ราชพัสดุ มีการเช่าทำสัญญาถูกต้องก็ถือว่าไม่ผิด นอกจากนี้จากการสอบถาม ผบก.น.1-9 ในพื้นที่นครบาล ไม่พบข้อมูลผู้มีอิทธิพล ซึ่งคิดเป็น 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 1 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังไม่ได้สอบถามคือ บก.สส. และ บก.สปพ. แต่ยืนยันว่าการขายของไม่มีเครื่องหมาย อย. ไม่เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ในฐานะประธานที่ปรึกษากรรมการบริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมืองฯ ก็เปิดแถลงข่าวอีกครั้งที่ตลาดใหม่ดอนเมือง เริ่มจากการปฏิเสธเรียกเก็บส่วยหรือค่าคุ้มครองจากผู้ค้าในตลาด แต่ยอมรับเก็บค่าช่วยพัฒนาโครงการของตลาดที่ผู้ค้ายินยอมสนับสนุน ตั้งแต่ 500-1,000 และ 1,500 บาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนกลางของตลาดทุกสิ้นเดือน เฉลี่ยเดือนละ 50,000-100,000 บาท โดยให้พนักงานของตลาดเป็นคนเก็บ พร้อมแสดงใบเสร็จการจ่ายเงินในส่วนนี้ต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่ายินยอมจ่ายจริง ไม่มีการบังคับ ซึ่งไม่ได้จากทุกร้าน ร้านที่ไม่จ่ายก็สามารถเปิดขายได้ตามปกติ จากนั้นจะนำเงินมาบริหารจัดการตลาดให้เพียงพอ หากมีเงินเหลือจะให้คนเก็บเงินนำไปแบ่งกัน ยืนยันไม่ใช่การเก็บส่วยหรือค่าคุ้มครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สันธนะเปิดเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. โดยท้าเอาตำแหน่งมาเดิมพัน ขอให้สื่อไปถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ว่าเป็นสัญญาใจหรือเปล่าที่โทรศัพท์มาคุยกับตนเมื่อปี 2558 ก่อนประชุมแต่งตั้ง ผบ.ตร.ยืนยันจะไม่ทวงบุญคุณจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ และว่าจำได้ทุกคำ ถ้าพูดต่อหน้าสื่อแล้วไม่ใช่เรื่องจริงเอาผิดได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายตำรวจผู้นี้ยังเปิดเผยต้นเหตุความขัดแย้งกับตำรวจนายหนึ่ง จนนำมาสู่การตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง เชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8783</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับกุมผู้ค้าผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย, ดูถูกดูหมิ่นเจ้าพนักงาน, ถูกกลั่นแกล้งให้ได้รับโทษ, พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1a5d0c18c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
