<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิทรรศการอัตลักษณ์ศิลป์ถิ่นไทย เวทีแสดงฝีมือ 28 มรภ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลานี้ศิลปินอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเกือบ 30 แห่ง ซึ่งมีประสบการณ์โชกโชนและเทคนิคใหม่ๆ ในการสร้างผลงานศิลปะพร้อมเข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;อบรมเชิงปฏิบัติการ และการแสดงนิทรรศการอัตลักษณ์ศิลป์ถิ่นไทย&amp;rdquo; ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2564 &amp;nbsp;กิจกรรมครั้งใหญ่นี้เกิดจากความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ในเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ 28 แห่ง&amp;nbsp; ซึ่งปีนี้ได้ปรับรูปแบบการดำเนินงานเป็นการอบรม &amp;nbsp;Online และผ่านระบบ ZOOM Cloud Meetings ระหว่างวันที่ 23 ก.ค. &amp;ndash; 31 ส.ค.นี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย 3 สถาบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม โดยไม่ยอมแพ้ต่อสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงาน&amp;rdquo;วัฏจักร&amp;rdquo; เทคนิคสื่อผสม ศ.เดชา วราชุน ศิลปินแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนผลงานศิลปะแขนงต่างๆ จากศิลปินคณาจารย์จำนวน 133 คน รวมถึงผลงานศิลปินรับเชิญ อาทิ อินสนธิ์ วงค์สาม และ ศ.เดชา วราชุน สองศิลปินแห่งชาติ และ ดร.วินัย ปราบริปู ผู้อำนวยการหอศิลป์ริมน่าน ที่เตรียมปรากฏสู่สายตาผู้รักงานศิลป์และนิสิตนักศึกษาในรูปแบบออนไลน์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ละชิ้นงานล้วนเกิดจินตนาการและพลังความคิดสร้างสรรค์บนรากฐานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของศิลปินผู้ผลิตผลงาน ลีลาสร้างสรรค์และเทคนิคต่างกันไป สะท้อนให้เห็นศักยภาพด้านความคิดและทักษะฝีมือ เชื่อว่าจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ชื่นชม &amp;nbsp;ที่สำคัญคณาจารย์ยังได้นำความรู้ความสามารถที่เพิ่มพูนขึ้นไปประยุกต์ใช้จัดการเรียนการสอนให้บัณฑิตมีคุณภาพเข้มข้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงาน&amp;rdquo;โควิด-19สู่สัมมาสติ&amp;rdquo;โดย ผศ.ณัฐวัฒน์ โสมดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.ชาตรี มณีโกศล รษก.แทนอธิการบดี มรภ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ประโยชน์ของโครงการนี้เป็นการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทางด้านศิลปกรรม จะเกิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสถาบันใน เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏของอาจารย์และนักศึกษา โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปกรรมระดับประเทศของคณาจารย์ในเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยอาศัยฐานความรู้ศิลปกรรมท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่เพื่อนำมาใช้สร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมร่วมสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; พลังแห่งปัญญาและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเครือข่าย มรภ. จะเกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรม ทั้งยังช่วยส่งเสริมสังคมวิชาการด้านศิลปกรรม มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ นำไปต่อยอดเชิงวิชาการ สนับสนุนให้มีการวิจัยและบูรณาการกับการจัดการเรียนการสอนได้ &amp;ldquo; รศ.ดร.ชาตรี กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;Summertime&amp;rdquo; เทคนิคสื่อผสม โดยขวัญจิรา เจียนสกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน รศ.ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์&amp;nbsp; รษก.แทนอธิการบดี มรภ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ศิลปะเกิดจากการถ่ายทอดจิตนาการของศิลปินเชิงแนวคิด และประสบการณ์ที่แสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละคนออกมาได้อย่างสวยงาม ประณีต&amp;nbsp; และมีคุณค่า &amp;nbsp;ศิลปินทุกคนที่นำผลงานมาจัดแสดงในครั้งนี้มีเอกลักษณ์ และยังเป็นการแสดงถึงศักยภาพด้านงานศิลปะของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งงานวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ความร่วมมือทางวิชาการของทั้ง 28 มรภ. จะเป็นการพัฒนาศักยภาพของอาจารย์ นักศึกษา&amp;nbsp; และผู้สนใจเข้าร่วมงาน&amp;nbsp; มีโอกาสเรียนรู้งานศิลปะ มีเวทีให้ได้แสดงผลงาน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จำเป็นต่อการพัฒนาสังคม &amp;ldquo;&amp;nbsp; รศ.ดร.สุภาวิณี ย้ำประโยชน์ของการรวมเครือข่ายพันธมิตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานสื่อผสม &amp;rdquo;Light of Chanthaboon&amp;rdquo;(แสง-จันท์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สนใจติดตามความเคลื่อนไหวการเวิร์คช็อปคณาจารย์กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏและชมผลงานศิลปกรรมของคณาจารย์ที่ร่วมจัดแสดงคลิกไปที่ เพจนิทรรศการอัตลักษณ์ศิลป์ถิ่นไทย โดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ พิธีเปิดวันที่ 23 ก.ค.นี้ เวลา 8.30 น.เป็นต้นไป&amp;nbsp; สนใจสามารถ Join Zoom Meeting &amp;nbsp;https://zoom.us/j/2350352910?pwd=bERFcVdjRmszRFc1MHFrRy9WMXpYUT09 รหัสสำหรับเข้า Zoom&amp;nbsp; Meeting ID: 235 035 2910&amp;nbsp; Passcode: 699319&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110073</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิทรรศการอัตลักษณ์ศิลป์ถิ่นไทย, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f29b6d4bbf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาพชุดสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จฯเยี่ยมชาวเชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 &amp;ndash; ภาพชุดสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรชาวจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จยังอาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86353</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, เสด็จพระราชดำเนิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0354ee9f30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระราชินี&#039;ทรงเยี่ยมราษฎรชาวเชียงใหม่ทรงแนะปลูก&#039;ดอกเอเดลไวส์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 - เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.63 เวลา 19.50 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ทรงเยี่ยมราษฎรชาวจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จและชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด โอกาสนี้ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กองแพทย์หลวง ร่วมกับกรมการแพทย์ทหารบก สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และโรงพยาบาลในพื้นที่ มาออกหน่วยตรวจรักษาโรค ให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในพื้นจังหวัดเชียงใหม่ และผู้ปกครองบัณฑิต ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างรวดเร็ว โดยได้นำเครื่องมือพิเศษที่เป็นเครื่องมือเฉพาะทาง ซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในการตรวจรักษาประชาชน อาทิ เครื่องตรวจจอประสาทตา เครื่องตรวจการทำงานของหัวใจ เครื่องอัลตราซาวด์ , รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย เพื่อใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการเก็บตัวอย่าง โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยเครื่องมือดังกล่าวสามารถตรวจพบความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ โดยมีแพทย์เฉพาะทางมาให้บริการตรวจรักษาประชาชน อาทิ อายุรแพทย์โรคหัวใจ อายุรแพทย์โรคไต จักษุแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ กระดูกและข้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ ทรงรับผู้ป่วยจำนวน​ 6 &amp;nbsp;ราย​ ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ประกอบด้วย ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว​ 2 ราย โรคเนื้องอกในสมอง​ &amp;nbsp;กระดูกข้อสะโพกซ้ายหัก​ ผู้ป่วยงูเห่ากัดตอนอายุ 2 ขวบ​ ส่งผลให้เป็นพังผืดที่แขนซ้าย​ กระดิกนิ้วมือไม่ได้​ ทำให้แขนงอใช้การไม่ได้​ และโรคทางพันธุกรรม​ ทำให้เซลล์ในร่างกายเจริญผิดปกติ​ มีอาการชักเกร็งตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ทรงรับฟังการถวายรายงานมาตรการการป้องกันและรักษาโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการผลสำเร็จของโครงการโครงการหลวงจากพระราชประสงค์รัชกาลที่9 สู่การสืบสานตามพระราชปณิธานรัชกาลที่ 10 โดยเน้นวิธีการวิธีการขับเคลื่อนไปสู่ผลสำเร็จของโครงการหลวง ทรงเน้นหลักการทรงงาน3 ประการ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้ ระหว่างที่ทอดพระเนตรนิทรรศการมูลนิธิโครงการหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงสนพระทัยงานวิจัยที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะการเพาะพันธ์ดอกไม้เมืองหนาวอย่างดอกเอเดลไวส์ &amp;nbsp;อันเป็นพืชต่างถิ่นที่มีถิ่นกำเนิดและเจริญเติบโตได้ดีในแถบยุโรป บริเวณเทือกเขาแอลป์ ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,500-3,000 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ให้แก่มูลนิธิโครงการหลวงเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2562 เพื่อนำไปวิจัยและพัฒนาร่วมกับศูนย์วิจัยทศโนโลยีชีวภาพทางด้านพืช ซึ่งฝ่ายงานวิจัยและพัฒนาได้ดำเนินการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในสภาพปลอดเชื้อเพื่อขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณต้น และเก็บรักษาพันธุ์ เมื่อต้นกล้าเจริญเติบโตแข็งแรงและมีระบบรากที่สมบูรณ์ จึงนำออกปลูกและอนุบาลในโรงเรือนสภาพปิด ป้องกันแมลง จากนั้นนำต้นกล้าไปทดสอบปลูกลี้ยงในพื้นที่ของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ และสถานีวิจัยพบว่า ต้นเอเดลไวส์สามารถเจริญเติบโต และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมเจ้าหน้าที่โครงการหลวงที่ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ในอนาคตข้างหน้า คนไทยไม่ต้องไปชื่นชมดอกไม้พันธุ์นี้ไกลถึงยุโรป แค่มาที่โครงการหลวงก็สามารถชื่นชมความงดงามของดอกเอเดลไวส์ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์จากโครงการตามพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถที่ทรงมีพระราชดำริเริ่มโครงการ เพื่อสร้างอาชีพให้แก่ราษฎรสามารถเลี้ยงอาชีพได้อย่างยั่งยืนพร้อมไปกับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยและทรัพยากรธรรมชาติ อาทิงานแกะสลักไม้ ผลิตภัณฑ์เซรามิค การสาธิตปักลูกเดือยบนเสื้ออันเป็นอัตลักษณ์ของชาวกระเหรี่ยง งานทอกี่กระตุก ผ้าปักชาวเขาเผาต่างๆ กระเป๋า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่ได้น้อมนำพระบรมราโชบายมาใช้ในการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยการจัดการเรียนการสอนและงานวิจัยเข้ากับการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน และรักษาความเป็นอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่จากรุ่นสู่รุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทรงเยี่ยมชมและทอดพระเนตรโครงการจัดแสดงและจำหน่ายภูมิปัญญา OTOP เชิงบูรณาการ &amp;ldquo;สืบสาน รักษา และต่อยอด&amp;rdquo;โดยกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้มีการสาธิตการทอกี่เอวผ้าปักชนเผ่าม้ง จ.เชียงใหม่ อันเป็นการทอผ้าของชนเผ่าชาวกะเหรี่ยง เป็นการทอแบบวิถีดั้งเดิม เรียกว่าทอแบบ กี่เอว หรือ การทอ แบบห้างหลัง โดย ใช้อุปกรณ์เครื่องทอขนาดเล็กเรียกว่า กี่เอว การสาธิตเพ้นท์ร่มกลุ่มร่มหลวงลุงวงศ์ จ.เชียงใหม่ ซึ่งร่มเป็นผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาของชาวเชียงใหม่ตั้งแต่สมัย โบราณและสืบทอดกันมายาวนานจนถึงปัจจุบัน เมื่อก่อนนี้ ภูมิปัญญาชาวบ้านทำแต่ร่มกระดาษสา ต่อมาได้มีการวิวัฒนาการเปลี่ยนมาเป็นร่มผ้าหลายๆรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ทั้งจาก 17 จังหวัดภาคเหนือกว่า 30 ร้าน ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์กลุ่มผ้าไหม ผ้าชนเผ่า ผ้าชาวเขา ผ้ามัดย้อม ผ้าซิ่นตีนจก &amp;nbsp;การแกะสลัก การตีลายแผ่นแร่ เครื่องประดับเงินสลุงหลวง เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ ทรงอักษรพระนาม&amp;rdquo;สุทิดา&amp;rdquo;ลงบนแก้วกาแฟ ศิลาดลเครื่องเครื่องดินเผาเขียวหยกมรดกแห่งล้านนาอันเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้ช่วยกันรักษาสืบสานศิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86352</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอกเอเดลไวส์, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, เสด็จพระราชดำเนิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0208cf0250.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
