<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิจัยเพชรบุรีระดมพลังช่วยเด็กไทย &#039;พลัดถิ่น&#039; ลงพื้นที่เมืองตะนาวศรีเก็บข้อมูล-บริจาคของ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดมพลังช่วยเด็กไทยในพม่า&amp;nbsp;นักเรียนนับร้อยต้องการอ่าน-เขียนไทยคงอัตลักษณ์แผ่นดินแม่หลังกลายเป็นคน &amp;quot;พลัดถิ่น&amp;quot;&amp;nbsp;ในดินแดนหม่อง กลุ่มนักวิจัยเพชรบุรีลงพื้นที่ศึกษาเส้นทางการค้าโบราณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.63 - ดร.เอื้อมพร โตภาณุรักษ์กุล เลขานุการศูนย์วิจัยสิงขร-มะริดศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 7-10 กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;คณะของศูนย์วิจัยฯจะลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากคนไทยในเมืองตะนาวศรี ภาคตะนาวศรี ประเทศพม่า โดยนอกจากเก็บข้อมูลแล้ว ได้เตรียมข้าวของสำหรับบริจาค เช่น รองเท้านักเรียน แบบเรียนและอุปกรณ์เครื่องเขียน เพื่อมอบให้เด็กที่เรียนภาษาไทย ที่วัดสิงของและทุ่งทองหลาง โดยมีเด็กกว่า 150 คน ซึ่งเป็นเด็กไทยพลัดถิ่นซึ่งพูดภาษาไทยได้ชัดเจนเนื่องจากมีพ่อแม่เป็นคนไทย แต่เขียนอ่านภาษาไทยได้น้อยเพราะในโรงเรียนสอนแต่ภาษาพม่า แต่เด็กเหล่านี้คือคนไทยแต่ต้องติดแผ่นดินเพราะการเสียดินแดนสยามในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความต้องการของคนไทยพลัดถิ่นคือ พวกเขาต้องการอ่านและเขียนภาษาไทยให้ได้เหมือนแผ่นดินแม่ ผู้ปกครองต่างต้องการปลูกฝังลูกหลานให้ใช้ภาษาไทยได้คล่องแคล่ว ครูอาสาบางคนยอมเสียสละบ้านตัวเองเพื่อเป็นที่เรียนที่สอนให้กับเด็กๆ ซึ่งนับวันหาที่เรียนยากเต็มที แม้แต่วัดไทยที่เคยสอนเด็กๆเหล่านี้ ช่วงหลังก็แทบหาพระไทยยากและมีพระพม่าเข้ามาแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชคดีที่เรามีอาสาสมัครสอนหนังสือให้ตลอดทั้งๆที่ไม่มีงบประมาณสนับสนุน จริงๆแล้วคนไทยที่อยู่ฝั่งนี้สามารถสนับสนุนได้ทุกด้าน แต่ที่ผ่านมายังมีความเข้าผิดคิดว่าเราไปช่วยเด็กพม่า แต่จริงๆแล้วเด็กกลุ่มนี้เป็นคนไทย เราอยากให้อะไรทดแทนบางอย่างที่เขาสูญเสียไป บรรพบุรุษของเขาอยู่ในแผ่นดินไทยมาตลอด เพียงแต่เป็นแผ่นดินที่เสียไปและมีพรมแดนกั้น&amp;rdquo;ดร.เอื้อมพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิจัยจากสถาบันราชภัฏเพชรบุรี กล่าวว่ากลุ่มนักวิจัยจะไปเก็บข้อมูลในอดีตเชิงประวัติศาสตร์เพื่อทำให้เป็นระบบมากขึ้น ตามนโยบายของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตประธานสภาสถาบันราชภัฏเพชรบุรีเคยวางไว้ โดยต้องการช่วยเหลือเขาในเรื่องการศึกษาและศูนย์วิจัย-มะริด ซึ่งครั้งนี้รศ.ดร.กาญจนา บุญส่ง ประธานศูนย์วิจัยฯได้เดินทางไปด้วย โดยเรามีโครงการศึกษาแหล่งประวัติศาสตร์การค้าโบราณเชื่อมต่อระหว่างเมืองท่ามะริดกับจังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.เอื้อมพร กล่าวว่า ในอดีตเส้นทางสิงขรไปเมืองมะริดได้ถูกบันทึกให้เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ทางการค้าที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกมานานกว่า 2,000 ปี ในการเชื่อมต่อระหว่างทะเลอันดามันกับอ่าวไทย โดยไม่ต้องเดินทางอ้อมแหลมมลายู ปัจจุบันหลังจากการเยือนเมียนมาร์ของพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและมีการลงนามสถาปนาเมืองพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กับมณฑลตะนาวศรี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2557 ด่านสิงขรได้รับการปรับสถานะเป็นจุดผ่อนปรนพิเศษและมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2558 ทำให้เมืองมะริด ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลตะนาวศรีมีความโดดเด่นในฐานะแหล่งท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนแห่งใหม่ของนักธุรกิจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการจากศูนย์วิจัยสิงขรฯกล่าวว่า เมืองตะนาวศรีมีความสำคัญเป็นเมืองท่าค้าขาย มีกำแพงเมือง-คูเมืองป้องกันและกำลังทหารคุ้มครองเส้นทางข้ามคาบสมุทร และเป็นเมืองท่าค้าขายที่สำคัญติดต่อกับประเทศในยุโรป ซึ่งทำความเจริญรุ่งเรืองให้แก่กรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยพระนารายณ์มหาราช ขณะที่เมืองมะริดในปัจจุบันเป็นเมืองขนาดใหญ่อยู่ห่างจากด่านสิงขรประมาณ 180 กิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเกาะแก่งกว่า 800 เกาะ มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลโดยเป็นแหล่งป้อนวัตถุดิบที่สำคัญของไทยกว่าร้อยละ 80 ของสัตว์น้ำทะเลในไทยมาจากเมืองมะริด โดยใช้เส้นทางขนส่งผ่านเกาะสองไปยังจังหวัดระนอง และยังแหล่งแปรรูปอาหารทะเลที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การสูญเสียอำนาจทางการเมืองของคนในท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในดินแดนคาบสมุทรแห่งนี้ ส่งผลให้เส้นทางข้ามคาบสมุทรต้องปิดตัวลง จนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกเข้ายึดเมืองประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484&amp;nbsp;และเกิดวีรกรรมอ่าวมะนาว อันเป็นเหตุการณ์ที่คนไทยลุกขึ้นต่อสู้เพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ หลังจากนั้นญี่ปุ่นได้สร้างถนนยุทธศาสตร์ข้ามคาบสมุทรช่องสิงขรจากฝั่งอ่าวไทย ที่เมืองประจวบคีรีขันธ์ไปยังฝั่งทะเลอันดามันที่เมืองมะริด ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เส้นทางข้ามคาบสมุทรนี้ก็ปิดตัวลงอีกตลอดมาจนถึงปัจจุบัน&amp;rdquo;ดร.เอื้อมพร กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อาจารย์จากสถาบันราชภัฏเพชรบุรี กล่าวอีกว่า คนไทยพลัดถิ่นในสิงขร-ตะนาวศรี-มะริด เป็นคนพลัดถิ่นแบบใหม่ซึ่ง &amp;ldquo;อยู่กับที่&amp;rdquo; ถึงแม้จะไม่มีการอพยพข้ามพรมแดน แต่ผลของการปักปันเขตแดนระหว่างอาณานิคมอังกฤษในพม่ากับราชอาณาจักรสยามในปี พ.ศ. 2411 ทำให้ชุมชนชาวสยามในสิงขร-ตะนาวศรี-มะริดเปลี่ยนสถานะจากคนท้องถิ่นกลายเป็น &amp;ldquo;คนพลัดถิ่น&amp;rdquo; ต้องเจ็บปวดในการปรับตัวกับสถานะใหม่ใน &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; ที่กลายเป็นดินแดนของคนอื่น และรัฐบาลเจ้าของดินแดนได้เข้ามาควบคุม คุกคาม และกดขี่ชุมชนไทยพลัดถิ่นเหล่านี้ ทำให้ไทยพลัดถิ่นบางกลุ่ม &amp;ldquo;เลือกที่จะหนี&amp;rdquo; บางกลุ่ม &amp;ldquo;เลือกที่จะอยู่&amp;rdquo; การเลือกที่จะอยู่เมื่อเจ้าของดินแดนไม่ไว้วางใจ จำเป็นต้องสร้างยุทธศาสตร์การดำรงชีวิตที่หลากหลายเพื่อการอยู่รอด โดยที่ยังธำรงรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทยเอาไว้ได้มาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ-ร่วมสมทบบริจาคได้ที่ศูนย์วิจัยสิงขร-มะริดศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โทร 080-2650881 หรือเลขบัญชีธนาคารออมสิน &amp;nbsp;020303746380&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56165</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยพลัดถิ่น, จังหวัดเพชรบุรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, ศูนย์วิจัยสิงขร-มะริดศึกษา, เมืองตะนาวศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e37df2ec215c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามพลาด! งานแสงสีเสียงเรียนรู้แหล่งโบราณสถานโคกเศรษฐี เมืองชะอำ 27-28 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ราชภัฏเพชรบุรี ร่วมกับชาวบ้านนายาง อ.ชะอำ จัดงานแสดงแสงสีเสียง &amp;ldquo;เล่าขานตำนาน ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ แห่งนครพริบพรี&amp;rdquo; บริเวณด้านหน้าสถูปโบราณสถานโคกเศรษฐี แหล่งวัฒนธรรมยุคทวารวดี 27-28 เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.62 - ดร.เอื้อมพร โตภาณุรักษ์กุล อาจารย์คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 27-28 เมษายน 2562&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏฯร่วมกับชาวบ้านนายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จัดงานแสดงแสงสีเสียง &amp;ldquo;เล่าขานตำนาน ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ แห่งนครพริบพรี&amp;rdquo; ที่บริเวณด้านหน้าสถูปโบราณสถานโคกเศรษฐี ซึ่งนอกจากการแสดงชุดระบำโบราณคดีศรีทวารวดี ศวรปุณยะ ที่ถอดท่ารำมาจากผลงานวิจัยปูนปั้นที่ค้นพบในโบราณสถานโคกเศรษฐีของนางสาวจินห์จุฑา สุวรรณ์คัมภีระ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกหลายอย่าง อาทิ สาธิตศิลปะปูนปั้นเมืองเพชร การท่องเที่ยวชุมชน ลานวัฒนธรรมของชาวนายาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.เอื้อมพร กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเคารพบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และวัฒนธรรมในสมัยทวารวดีโดยการนำเสนอในรูปแบบร่วมสมัย ซึ่งมีดนตรีสร้างขึ้นมาใหม่ แนว cenimatic คล้ายภาพยนตร์ ทำเพอร์คัชชั่น ensemble ผสมผสานเครื่องดนตรีไทย เล่าเรื่องแบบละครผ่านนักแสดง ซึ่งมีความร่วมมือของจิตอาสาระดับมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติทั้งการออกแบบระบำ ท่ารำ ท่าเต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.เอื้อมพร กล่าวว่า เราหวังว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะทำให้เยาวชนและชุมชนในพื้นที่เกิดความตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์โบราณสถานโคกเศรษฐี รวมทั้งต้องการการพัฒนาพื้นที่ไปสู่การจัดการท่องเที่ยวของชุมชนและการพัฒนาสินค้าและการบริการเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2562 มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี ได้สนองพระราโชบายในเรื่องพัฒนาท้องถิ่น โดยให้ทุกคณะนำความรู้ไปสู่การบริการวิชาการที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยคณะครุศาสตร์ได้จัดทำโครงการการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์โคกเศรษฐีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวชรัต วงวาทิน สมาชิกกลุ่มคนรักนายาง กล่าวว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก และได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่ออกมาช่วยกันทำงานด้วยความเสียสละ ไม่ว่าการทำโครงสร้างสำเภาเภตราของกลุ่มนายางเข้มแข็ง การทำตะเกียงไฟ-โคมไฟไม้ไผ่โดยกลุ่มคนรักบ้านเกิด ซึ่งทุกคนเสียสละเวลาส่วนตัวมาช่วยกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทันเวลาจัดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกเราอยากเห็นบริเวณเจดีย์แดงโคกเศรษฐีเป็นศูนย์รวมของการขายสินค้า ตลาดนัดชุมชน เพื่อชาวบ้านได้มาขายสินค้าที่มีอยู่ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เป็นแหล่งศูนย์รวมนักท่องเที่ยวก่อนที่จะไปสู่แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆของตำบลนายาง&amp;rdquo;นายวชรัต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถูปโคกเศรษฐีเป็นศาสนสถานสมัยทวารวดี ตั้งอยู่ที่บริเวณด้านหน้าของเทือกเขาจอมปราสาทอันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาเจ้าลายใหญ่ หรือเทือกเขานางพันธุรัตน์ ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวชะอำ โดย เทือกเขาเจ้าลายใหญ่นี้มีความเกี่ยวข้องกับตำนานเมืองเพชรบุรี เรื่อง &amp;ldquo;มหาเภตรา&amp;rdquo; และเรื่อง &amp;ldquo;ท้าวม่องไล่&amp;rdquo; รวมทั้ง &amp;ldquo;เจ้ากงจิ่น&amp;quot; และ &amp;quot;เจ้าลาย&amp;quot; โดยตำนานกล่าวว่าบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของชุมชนบ้านเมืองโบราณ มีผู้คนทำมาหากินอยู่ด้วยการจับสัตว์ทะเลขายและการเป็นโจรสลัดปล้นเรือพาณิชย์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเจ้าหรือหัวหน้าปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตำนานการสร้างโคกเศรษฐีนั้น มีนิทานปรัมปราท้องถิ่นกล่าวว่า ได้มีเศรษฐีผู้หนึ่งใช้เกวียนเป็นพาหนะบรรทุกทองคำและของมีค่าเดินทางผ่านมายังโคกเศรษฐีแล้วเกวียนหัก จึงขอให้ชาวบ้านช่วยซ่อมเกวียนเพื่อที่จะได้เดินทางต่อ ชาวบ้านทราบว่าเศรษฐีขนทรัพย์สมบัติมาจึงเกิดความละโมบและออกอุบายไปตัดไม้สบู่อันเป็นไม้เนื้ออ่อนมาซ่อมเกวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เศรษฐีเฉลียวใจจึงสร้างเจดีย์ขึ้นองค์หนึ่งและนำทรัพย์สมบัติไปซ่อนไว้ในองค์เจดีย์พร้อมกับทำการสาปแช่งคนที่จะมาลักขโมยสมบัติไว้ ซึ่งนิยายปรัมปราดังกล่าวส่งผลให้มีการลักลอบขุดทำลายสถูปโคกเศรษฐีเพื่อค้นหาสมบัติ โดยครั้งที่ครึกโครมมากที่สุดคือ เมื่อ พ.ศ.2528 ปรากฏว่าโบราณวัตถุที่ได้จากการลักลอบขุดไม่ปรากฏวัตถุมีค่าแต่อย่างใด นอกจากชิ้นส่วนของประติมากรรมปูนปั้น อาทิ พระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ รูปบุคคล และลวดลายประดับสถาปัตยกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33901</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานแสดงแสงสีเสียงเมืองเพชรบุรี, จังหวัดเพชรบุรี, ชะอำแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์, ชาวบ้านนายาง, ชุมชนทวารวดี, ดร.เอื้อมพร โตภาณุรักษ์กุล, ท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์โคกเศรษฐี, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, ศิลปวัฒนธรรม, อำเภอชะอำ, โบราณสถานโคกเศรษฐี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb818ac2e9ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
