<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายรามคำแหงเพื่อ ปชต. รวมตัวทวงถามคืบหน้าเหตุเสื้อเหลืองปะทะนักศึกษาบาดเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก นายนันทพงศ์ ปานมาศ พร้อมด้วยนายกฤษณะ ไก่แก้ว ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นำมวลชนนักศึกษา และศิษย์เก่ารามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ยื่นหนังสือต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อทวงถามความคืบหน้าและการดําเนินการของมหาวิทยาลัยกรณีการทําร้ายนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่ชุมนุมภายในมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนันทพงศ์&amp;nbsp; กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมานานกว่า 1 สัปดาห์ไม่มีความคืบหน้า หนำซ้ำไม่ได้รับการปกป้อง หรือความยุติธรรม จากสถาบัน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกวันนี้พวกเรารู้สึกอึดอัดเพราะรู้ดีว่าผู้กระทำเป็นใคร เป็นผู้มีอิทธิพลทั้งสิ้น บางคนเป็นเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงที่เคยก่อเหตุตบตีนักศึกษา ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงทำงานอยู่และได้มาก่อเหตุอีก&amp;nbsp; ลองคิดดูว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เส้นใหญ่ขนาดไหนถึงได้กระทำการลักษณะดังกล่าวถึงสองครั้งสองครา เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลให้นักศึกษารามคำแหงได้รับบาดเจ็บหรือถูกทำร้ายร่างกายเท่านั้น ยังมีคนที่ไม่รู้เรื่องที่มาฟังการปราศรัยซึ่งเป็นเด็กมัธยมถูกทำร้ายร่างกายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญที่อยากจะประกาศให้ทราบถึงจุดยืนของทางเครือข่ายรามว่า ทางเครือข่ายไม่ได้มีแนวคิดที่จะล้มล้างสถาบันตามที่ใครหลายคนกล่าวอ้าง หรือเข้าใจ&amp;nbsp;เรายังอยากให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับสังคมไทยไปอย่างยาวนาน แต่เรามีจุดยืนของเราในการที่จะแสดงความคิดเห็นปฎิรูปในสิ่งที่พวกเราคิด ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเหตุการณ์วันนั้นเรายังไม่ได้ปราศรัยอะไรเลย ทั้งนี้อยากทำความเข้าใจว่าคำว่าปฎิรูปไม่ได้แปลว่าล้มล้างสถาบัน แต่จะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นนี่คือสิ่งที่พวกเราเรียกร้องมาตลอด ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนันทพงศ์&amp;nbsp;กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เข้าใจว่าการที่กล่าวอ้างว่าน้องมัธยมไปทำสายตาล้มล้างสถาบันใส่ ซึ่งนึกไม่ออกจริงๆว่าสายตาแบบนี้เป็นอย่างไร ซึ่งจริงอยู่ที่น้องมัธยมคนนั้นไปชู 3 นิ้วใส่เขา และวิ่งมาหาพวกเรา&amp;nbsp;แต่อยากให้คิดดูว่าคู่กรณีเป็นถึงผู้ใหญ่มีหน้าที่การงานที่ดี แต่มาทำพฤติกรรมแบบนี้สมควรหรือไม่ อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางกลุ่มได้ติดตามทวงถามความคืบหน้าตลอด รวมทั้งขอดูภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าทางมหาวิทยาลัยยังไม่ส่งมาให้ ซึ่งเป็นการโยนเรื่องกันไปมา&amp;nbsp;อย่างไรก็ดีหลังเกิดเรื่องก็มีโทรศัพท์มาข่มขู่ ซึ่งทางเครือข่ายมีคลิปเสียงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยหลังจากนี้จะเดินทางไปสน.หัวหมาก เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี เนื่องจากทางผู้กำกับสน.หัวหมากออกมาเปิดเผยวานนี้ว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าภาพข่าวในสังคมออนไลน์มีมากมาย&amp;nbsp; เหตุใดถึงบอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอ หนำซ้ำยังบอกกับทางกลุ่มพวกตนว่ารู้อยู่แล้วว่าเสื้อเหลืองมาชุมนุมและยังจะไปจัดชุมนุมอีกทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในเครืออข่ายรามคำแหงฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า มหาลัยแห่งนี้ไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไป อยากรู้ว่าต่อไปจะใช้ชีวิตในมหาลัยแห่งนี้ได้อีกอย่างไร มหาลัยปกป้องกลุ่มคนเสื้อเหลืองมากกว่านักศึกษาของตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากมหาลัยอื่นที่ต่างออกมาช่วยนักศึกษาของตัวเองที่ถูกดำเนินคดี มหาลัยเป็นสถานที่ราชการแต่กลับปล่อยให้คนนอกมาทำร้ายนักศึกษา มหาลัยไม่ให้ความเป็นธรรม&amp;nbsp; ไม่แสดงความรับผิดชอบ ฝากไปยังอธิการบดี และองค์การนักศึกษาม.รามฯให้ออกมารับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นำซ้ำยังมีเจ้าหน้าที่ของมหาลัยร่วมกับคนเสื้อเหลืองทำร้ายนักศึกษาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเหตุการณ์ความรุนแรงวันนั้นจนวันนี้ทางมหาลัยยังไม่มีการยื่นมือเข้ามาช่วยนักศึกษาของตัวเองเลย เพราะหน้าที่ของ อธิการ รองอธิการ และเจ้าหน้าที่คือปกป้องนักศึกษาไม่ใช่ไปช่วยคนนอกมหาลัย นักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บก็ต้องช่วยเหลือกันเองเรื่องค่ารักษาพยายาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทาง รศ.อดุลย์ ตะพัง รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ที่ลงมารับเรื่องกล่าวว่า ในเบื้องต้นทางมหาวิทยาลัยได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว โดยมอบหมายให้ตนเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 7 วัน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเร่งเยียวยาคนเจ็บ ส่วนจะมีบุคลากรของมหาวิทยาลัยเข้าไปเกี่ยวข้องในส่วนนี้คงต้องสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใจความในหนังสือที่ยืนถึงอธิการบดีมีใจความ ดังนี้ ตามที่เครือข่ายรามคําแหงเพื่อประชาธิปไตยได้นัดชุมนุมเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลา 17.30 น. ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคําแหงมหาราช ภายใต้ชื่องาน &amp;ldquo;กรงขัง ผีเสื้อ อุดมการณ์&amp;rdquo; เพื่อให้ กําลังใจนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคําแหงที่ได้รับการประกันตัวออกมาจากการถูกจับกุมเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2563 เนื่องจากเข้าร่วมชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในวันดังกล่าวช่วงเวลา 14.00 น. ทางภาคี เครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้นัดแถลงข่าวการจัดกิจกรรมในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ปรากฏว่า เมื่อมีการแถลงข่าวสิ้นสุดลงแล้ว ทางภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ยุติกิจกรรม แต่ได้ออก สื่อเชิญชวนให้คนมาร่วมต้อนรับการจัดกิจกรรมของทางเครือข่ายรามคําแหงเพื่อประชาธิปไตย เป็นการ สื่อท่ีบ่งบอกถึงพฤติกรรมของคนบางกลุ่ม ท่ีใส่เสื้อเหลืองแอบอ้างสถาบันแล้วใช้ความรุนแรงกับคนที่มี ความเห็นต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายรามคําแหงเพื่อประชาธิปไตย เข้าใจต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงได้ตัดสินใจที่จะ ดําเนินกิจกรรมตามที่ได้ประชาสัมพันธ์ไว้บริเวณหน้าตึกสํานักงานอธิการบดี ซึ่งมีพื้นที่ห่างกันและแต่ละกลุ่ม สามารถจัดกิจกรรมได้ตามปกติ ปรากฏว่าเมื่อดําเนินกิจกรรมไปได้ประมาณ 15 นาที ทางภาคีเครือข่าย ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งสวมเสื้อสีเหลือง และเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยบางคน ได้บุกมาทํา ร้ายนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่ชุมนุมอย่างสันติ ปราศจากอาวุธ ส่งผลให้มีนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ได้รับบาดเจ็บจากการกระทําอย่างป่าเถื่อนดังกล่าว เครือข่ายรามคําแหงเพื่อประชาธิปไตย เชื่อการ กระทําดังกล่าวไม่เป็นไปตามเจตจํานงของมหาวิทยาลัยรามคําแหง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของประชาชน เคารพ ในหลักการประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์การทําร้ายนักเรียน นักศึกษา ประชาชน เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาหลายวันแล้ว ทางเครือข่ายรามคําแหงเพื่อประชาธิปไตย ยังไม่เห็นการดําเนินการอย่างเป็นรูปธรรมของผู้บริหาร มหาวิทยาลัยรามคําแหงแต่ประการใด จึงขอทวงถามความคืบหน้าและการดําเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขอให้มหาวิทยาลัยไล่นายสมเดชคงวิจิตร์ออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเจ้าหน้าที่คน ดังกล่าวได้มีส่วนในการทําร้ายนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงใน หลายกรณีที่ผ่านมาในมหาวิทยาลัยรามคําแหง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ทางมหาวิทยาลัยได้ดําเนินการตามกฎหมายอย่างไรบ้าง สําหรับบุคคลท่ีได้ทําร้ายนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ภายในมหาวิทยาลัย หรือผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีความเกรงกลัวต่อกลุ่ม บุคคลดังกล่าว ที่มีความเชื่อมโยงกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยบางคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ทางผู้บาดเจ็บจะไม่รับการช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยในเรื่องค่ารักษาพยาบาล จนกว่าผลการ ดําเนินการของมหาวิทยาลัยจะเป็นรูปธรรม และเป็นที่พอใจ เพราะไม่ต้องการเป็นข้อกล่าวอ้าง สร้างความชอบธรรมให้กับผู้บริหารมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตามเครือข่ายรามคําแหงเพื่อประชาธิปไตย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัย มีความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เกรงกลัวต่อกลุ่มบุคคลที่มีผลประโยชน์หรือมีความสัมพันธ์กับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยบางคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย, นันทพงศ์ ปานมาศ, มหาวิทยาลัยรามคำแหง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97ff9f0e7cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อมูลอีกด้าน! แฉม็อบ 3 นิ้ว ยั่วยุ หยาบคาย ก่อนเกิดเหตุปะทะที่ม.รามฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ ภาธรสืบนุกูล โฆษกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) แถลงว่า ภาพรวมสถานการณ์ชุมนุมเมื่อวานที่ผ่านมา มีการชุมนุมในจุดสำคัญ 2 จุด คือที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และที่ลานพ่อขุน ม.รามคำแหง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจุดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล ระหว่างทางมีการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเล็กน้อย บริเวณแยกอุรุพงษ์ ก่อนที่ขบวนจะไปสิ้นสุดที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ โดยผู้ชุมนุมได้ยื่นหนังสือขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งภายใน 3 วัน รวมไปถึงให้ปล่อยตัวแกนนำด้วย มอบให้กับ นายประทีป กีรติเลขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เป็นผู้รับไว้ โดยภาพรวมการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ กล่าวว่า อีกจุดหนึ่ง ที่ลานพ่อขุน ม.รามคำแหง มีการรวมกลุ่มกัน 2 คือ กลุ่มแนวร่วมเทิดทูนสถาบัน และกลุ่มคณะราษฎร 2563 เมื่อวานทุกคนได้เห็นภาพไปแล้วว่ามีเหตุการณ์ปะทะกันเกิดขึ้น เป็นภาพของกลุ่มแนวร่วมเทิดทูนสถาบัน เข้าไปทำร้ายร่างกายกลุ่มคณะราษฎร วันนี้อยากให้ทุกท่านได้เห็นอีกมุมหนึ่งว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก่อนที่จะมีเหตุปะทะ ทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นทีมงานกอร.ฉ. เปิดคลิปวีดีโอเหตุการณ์ให้สื่อมวลชนได้รับชม ซึ่ง น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ บรรยายว่า ก่อนที่จะเป็นภาพกลุ่มแนวร่วมเทิดทูนสถาบัน กระทำการรุนแรง ก็จะเป็นอีกฝั่งหนึ่งที่กลุ่มคณะราษฎร มีการใช้วาจายั่วยุ หยาบคาย สิ่งที่กำลังจะบอกทุกท่านคือ เราไม่ได้มาเพื่อบอกว่าฝั่งใดผิดไปมากกว่ากัน ในเหตุการณ์นี้ถ้าไม่เกิดการยั่วยุ ด้วยวาจาถ้อยคำที่รุนแรง ด่าทอกันตั้งแต่แรก ก็คงจะไม่มีเหตุการณ์ต่อเนื่องไปจนทำให้มีอารมณ์โมโหกันขึ้นมา แล้วนำมาซึ่งการทะเลาะวิวาท จุดเริ่มต้นมันอยู่ตรงนี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีเหตุผลในตัวมันเอง จึงอยากให้ทุกท่านำเสนอให้ครบทั้งสองด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า วันนี้สองฝั่งความผิดมากหน่อยคงเป็น กลุ่มแนวร่วมเทิดทูนสถาบัน ที่เข้าไปทำร้ายร่างกาย ก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย แต่เราแค่อยากเตือนสติว่าให้รับข้อมูลข่าวสารทั้งสองฝั่ง ถ้าเราถอยกันมาคนละก้าว เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ไม่ยั่วยุ ตามที่นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์เมื่อวานนี้ เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทาง กอร.ฉ. อยากฝากไปถึงผู้ชุมนุมทุกกลุ่มที่ออกมาแสดงจุดยืนต่างๆ วันนี้หากท่านพูดคุยกันและแสดงความคิดเห็นบนพื้นฐานความสร้างสรรค์ ไม่ใช้ถ้อยคำสร้างความแตกแยก เกลียดชัง ทิศทางของการหาข้อสรุปแก้ปัญหาประเทศมันจะง่ายกว่านี้.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; เปิดความจริงที่นักการเมืองฝ่ายค้านปฏิเสธไม่ได้
	เดือด! อาจารย์ มธ.ลำปาง ประกาศ &amp;#39;หยุดสอน&amp;#39;&amp;nbsp;
	ฮากระจาย!นักวิชาการอิสระหัวเราะก๊าก นายกฯเซ็นกลับใน3วิ&amp;#39;ไม่ออก&amp;#39;
	ร้านไก่ทอดติดป้าย &amp;#39;ไม่ขายคนจาบจ้วง&amp;#39; ขายดีลูกค้าเหมาเกลี้ยง &amp;#39;ปวิน&amp;#39; โผล่แซะเรียกแขกเพิ่ม
	&amp;#39;นักเขียนซีไรต์&amp;#39;เชื่อไม่คุ้มที่ชนะศึกการเมืองแต่ต้องสูญเสียคุณธรรมไปอย่างถาวร
	มช.แถลงลั่นไม่ยอมให้ลบหลู่พระเกียรติ ร.9 ปมล่าชื่อปลดประติมากรรม
	ปิดแล้ว &amp;#39;ศูนย์ กอร.ฉ.&amp;#39; หลัง ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81448</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญญ์ณาณัฏฐ์ ภาธรสืบนุกูล, การเมือง, คณะราษฎร, มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201022/image_big_5f91305477124.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกพ่อขุน-อาชีวะ ขยับนัดแสดงพลังปกป้องสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.63 - ที่ลานพ่อขุน มหาวิทยาลัยรามคำแหง กลุ่มภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มลูกพ่อขุนเทิดทูนสถาบัน กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ และกลุ่มศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏทั่วประเทศ ร่วมแถลงการณ์ประกาศจุดยืนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ตัวแทนกลุ่มลูกพ่อขุนฯ เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันที่เกิดขึ้น มีความพยายามเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเพื่อยุยงปลุกปั่นก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ แสดงจุดยืน ประณามเหตุการณ์วันที่ 14 ต.ค. ที่มีการล้อมรถพระที่นั่งซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจาบจ้วงอาฆาตมาดร้ายต่อสมเด็จพระราชินีฯ เรียกร้องให้ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการความวุ้นวายในครั้งนี้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยกลุ่มจะไม่ขัดขวางการชุมนุมตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่ไม่เคารพกฎหมายและสิทธิของบุคคลอื่น ขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ออกมาแสดงพลังในวันที่ 31 ต.ค.พันธสัญญาอาชีวะนิสิตนักษึกษาที่รักสถาบันมาร่วมกล่าวปฏิญญาแห่งความจงรักภัคดี ณ ลานพ่อขุน เวลา 16.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล มนูญญรัตน์ ตัวแทนกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ กล่าวว่า จุดยืนของพวกเราจะไม่ใช้ความรุนแรงและจะไม่เผชิญหน้าเพราะประเทศไทยขณะนี้บอบช้ำมากแล้ว แต่เราจะปักหลักอยู่ที่ลานพ่อขุน เพื่อ เฝ้าจับตาการชุมนุมของกลุ่มการเมือง ในช่วงเย็นวันนี้ที่ม.รามคำแหง จนกว่า จะมีการชุมนุมเสร็จ ว่าจะมีการจาบจ้วงหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพรักของพวกเราหรือไม่ หากมีการจาบจ้วงกิดขึ้น พวกเราจะไม่ยอมทน.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;สุเทพ&amp;#39;คารวะมวลมหาประชาชนแสดงตนปกป้องสถาบัน
	เปิดไทมไลน์พื้นที่แสดงพลังปกป้องสถาบันตามจังหวัดต่างๆ
	&amp;#39;จอม&amp;#39;ยืนข้าง&amp;#39;โบว์&amp;#39;เพราะสุขุมสุภาพ ไม่ดราม่า ส่วน&amp;#39;ปวิน&amp;#39;ต้องใช้วิจารณญาณพอสมควร
	ศึกสีม่วง&amp;#39;ปวิน&amp;#39;เลิกคบ&amp;#39;จอม&amp;#39;!ด่าแหลกกะเทยตอแหล&amp;nbsp;
	เริ่มแล้ว!ชาวนราธิวาสนับหมื่นแสดงพลังปกป้องสถาบัน
	ศาลอาญายกเลิกคำสั่งปิด &amp;#39;วอยซ์ทีวี&amp;#39; สื่อออนไลน์-เยาวชนปลดแอก
	&amp;#39;พี่ศรี&amp;#39; ชี้เป้า 3 เพจระดมคน - ร้อง &amp;#39;ปอท.&amp;#39; เชือด


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81351</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาวิทยาลัยรามคำแหง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8fedc7c5868.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.รามฯ แจง &#039;สันติ พร้อมพัฒน์&#039; เรียนจบจริง ไขปมทุจริตสอบเป็นเรื่องเข้าใจผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63 - มหาวิทยาลัยรามคำแหง ชี้แจงกรณีข่าวเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ในประเด็นว่า สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงหรือไม่ นั้น&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นายสันติ พร้อมพัฒน์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จาก ม.ร.จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่า นายสันติ พร้อมพัฒน์ ทุจริตการสอบนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เนื่องจากขณะนั้นมีการทุจริตการสอบที่เกิดขึ้นของบุคคลอื่นที่มีชื่อคล้ายกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ คือ นายศานติ พรมพัฒน์ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้พิจารณาลงโทษทางวินัยไปแล้ว กรณีการทุจริตการสอบจึงไม่เกี่ยวข้องกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76826</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.ราม, มหาวิทยาลัยรามคำแหง, วุฒิการศึกษา, สันติ พร้อมพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f4655b453d17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้สั่งม.รามฯชดใช้ 2 แสนให้นักศึกษานิติศาสตร์ ป.โท ถูกอาจารย์ให้เกรด I มิชอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา ศาลแพ่งมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่นายประสาร ศรีสุภนันต์ นักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ม.รามคำแหง เป็นจำเลย เรื่องละเมิด พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ จากกรณี รศ.ดร.ภูริชญา วัฒนรุ่ง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง มีความขัดแย้งกับโจทก์ในชั้นเรียน ต่อมาให้เกรด I แก่โจทก์โดยมิชอบ ทำให้โจทก์ไม่สามารถสอบปิดเล่มวิทยานิพนธ์ได้ภายในระยะเวลาตามหลักสูตร และเสียโอกาสสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาสนามเล็ก ภายหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน โดยโจทก์ฟ้องต่อศาลแพ่งขอให้ ม.รามคำแหง ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 1,212,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คดีนี้ศาลแพ่งมีคำพิพากษาชั้นต้นเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2562 โดยอ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2322-2323/2561 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ และนายประสารเป็นโจทก์ร่วมฟ้อง รศ.ดร.ภูริชญา เป็นจำเลย ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่า รศ.ดร.ภูริชญา กระทำละเมิด ม.รามคำแหง จำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐต้องรับผิดจากการกระทำของ รศ.ดร.ภูริชญา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลย จึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 720,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ 27 มิ.ย. 2556 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประกอบกับคดีนี้ สืบเนื่องจากคดีอาญาในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2322/2561 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ และนายประสารเป็นโจทก์ร่วมฟ้อง รศ.ดร.ภูริชญา เป็นจำเลย ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานซ่อนเร้นทำลายเอกสาร ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุก 1 ปี ปรับ 1 หมื่นบาท และรอลงอาญา 1 ปี ต่อมาศาลอ่านคำพิพากษาฎีกาไปเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2561 แก้ให้เป็นรอการกำหนดโทษ 3 ปี ให้รายงานตัวกับคุมประพฤติปีละ 1 ครั้ง และให้จำเลยละเว้นการประพฤติใดๆ อันอาจนำไปสู่การกระทำผิดในทำนองเดียวกันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาวินิจฉัยที่จำเลยอุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่าการอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด วันที่ 4 ก.ย. 2556 ถือว่าวันดังกล่าวโจทก์รู้ตัวผู้กระทำละเมิด จึงเป็นวันที่โจทก์อาจบังคับใช้สิทธิเรียกร้องได้ เมื่อนับถึงวันฟ้องคดีนี้วันที่ 27 มิ.ย. 2559 ยังไม่พ้นระยะเวลา 10 ปี คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ส่วนจำเลยอุทธรณ์ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ศาลเห็นว่าบรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาแล้ว ไม่เคลือบคลุม สำหรับอุทธรณ์จำเลยว่าฟ้องซ้ำกับคดีปกครองหรือไม่ เห็นว่าคดีที่โจทก์ฟ้องศาลปกครองกลางเป็นเรื่องการขอให้เพิกถอนคำสั่งการประกาศผลสอบ ส่วนคดีนี้เป็นผลสืบเนื่องจากคดีอาญาต่อ รศ.ดร.ภูริชญา จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปัญหาวินิจฉัยจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงใด ศาลเห็นว่า ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องมาล้วนเป็นผลจากการกระทำละเมิดของ รศ.ดร.ภูริชญา ที่โจทก์อ้างว่าหากโจทก์สอบวิทยานิพนธ์และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจะสามารถไปสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาสนามเล็กได้ เป็นเรื่องในอนาคตที่ไม่แน่นอน ไม่สามารถยืนยันได้ว่าหากโจทก์สำเร็จการศึกษาแล้วจะไปสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ ความเสียหายส่วนนี้ที่โจทก์เรียกร้องมาจึงไม่ใช่ความเสียหายที่แท้จริง ส่วนค่าเสียหายที่เกิดจาก รศ.ดร.ภูริชญา ไม่ส่งคะแนนดิบและสมุดคำตอบ ทำให้โจทก์ไม่สามารถตรวจสอบคะแนนเกรด I ได้ โจทก์ต้องติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เสียเวลา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและขอคัดถ่ายเอกสาร ล้วนเป็นค่าเสียหายโดยตรงจากการทำละเมิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการที่โจทก์ไม่ประสงค์สอบแก้คะแนนเกรด I เพราะประสงค์จะรอผลการพิจารณาอุทธรณ์ และโจทก์ได้ดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง จะถือว่าเป็นความผิดของโจทก์หาได้ไม่ การที่จำเลยกับพวกแก้ไขคำสั่งเกี่ยวกับเกรดของโจทก์ตามคำสั่งศาลปกครองแล้ว ก็เป็นคนละเรื่องกับค่าสินไหมทดแทนที่ต้องรับผิดเนื่องจากการทำละเมิดต่อโจทก์ และศาลเห็นว่า ค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดมาสูงเกินไป เมื่อพิเคราะห์ถึงความร้ายแรงแห่งการทำละเมิด พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 มิ.ย. 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71702</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสาร ศรีสุภนันต์, มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ศาลแพ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e543de2fbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รามคำแหงประกาศแนวปฏิบัติป้องกันไวรัสโคโรน่า ในช่วงพิธีพระราชทานปริญญาบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. &amp;nbsp;2563 นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า ตามที่ มีสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ที่มีแหล่งเริ่มต้นมาจากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน และมีหลักฐานชัดเจนว่า มีผู้ป่วย หรือผู้ได้รับเชื้อได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยจำนวนหนึ่ง ประกอบกับที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ครั้งที่ 45 ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2563 ณ อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด และคัดกรองการแพร่เชื้อของไวรัสโคโรน่า มหาวิทยาลัยจึงกำหนดแนวปฏิบัติในงานพิธีฯดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)ให้มีการตรวจวัดไข้บัณฑิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่มาปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีไข้ ไอ มีน้ำมูก ให้รายงานประธานอนุกรรมการฝ่ายฝึกซ้อมให้รับทราบ และประสานงานกับงานแพทย์และอนามัย เพื่อดำเนินการดูแลและเฝ้าระวังการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)สำหรับบัณฑิตที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรแต่ละคาบจะได้รับเจลล้างมือชนิดแห้ง ทำความสะอาดมือทุกรายก่อนเข้าหอประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)สำหรับอาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ดำเนินการฆ่าเชื้อด้วยวิธีอบโอโซนในปริมาณความเข้มข้นโอโซนที่จะฆ่าเชื้อไวรัสได้ และทำความสะอาดจุดที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น ราวบันได เป็นต้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีความห่วงใยในสุขภาพอนามัยของบัณฑิต และบุคลากรที่มาปฏิบัติหน้าที่ในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร จึงได้ออกแนวปฏิบัติการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้อย่างเข้มงวด หากมีเหตุฉุกเฉินมหาวิทยาลัยมีทีมงานแพทย์และอนามัย &amp;nbsp;เตรียมความพร้อมในการตรวจสุขภาพแก่บัณฑิต ญาติบัณฑิต และบุคลากรในเบื้องต้นด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56045</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, มหาวิทยาลัยรามคำแหง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e3647b2438cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ถือพระองค์&#039;สมเด็จพระเทพฯ&#039;พระราชทานปริญญา&#039;มหาบัณฑิตไร้แขน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;22 มี.ค.61- แม้กายไร้แขนจะชูชัน ไร้มือจะหยิบจับ ชีวิตถูกกำหนดให้มีสิ่งที่เพรียกพร้อมที่สุดคือ &amp;ldquo;หัวใจ&amp;rdquo; หญิงสาวชาวหนองบัวลำภูใช้หัวใจฟันฝ่าทุกอุปสรรค วิ่งเข้าหาโชคชะตาที่เธอต้องการกำหนดเอง จนในวันนี้ วันที่สังคมต่างชื่นชมและยอมรับในความสามารถของมหาบัณฑิตไร้แขน ผู้วาดฝันความสำเร็จให้ตนเองถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัชรมณฑ์ เสวะนา คว้าปริญญาใบที่ 2 ในฐานะมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระองค์ยื่นปริญญาบัตรให้ที่ซอกคอ โดยไม่ถือพระองค์ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร รุ่นที่ 43 พร้อมกับเพื่อนบัณฑิตหลายพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นความปลื้มปิติและเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่บัณฑิตและมหาวิทยาลัยรามคำแหงอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสที่น่ายินดีเช่นนี้ ไม่มีเหตุผลใดที่ จะไม่เอ่ยยกย่องความกล้าแกร่งของหญิงสาวที่พยายามทำตามความฝันด้วยสองเท้า พัชรมณฑ์ เริ่มต้นทางการศึกษาช้ากว่าคนอื่นหลายปี ด้วยเหตุผลทางร่างกายที่มีไม่ครบอย่างใครอื่น ทำให้ถูกปฏิเสธจากโรงเรียน ทำให้ต้องศึกษาด้วยตนเอง ไปพร้อมกับฝึกฝนใช้เท้าเขียนหนังสือจนถึงอายุ 23 ปี และเรียนจบปริญญาโทด้วยวัย 37 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัชรมณฑ์ ใช้เวลาเรียนระดับชั้นประถมศึกษา 1-6 เพียง 2 ปีเท่านั้น และศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตามหลักสูตร 6 ปี ที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ความฝันและความใฝ่เรียนของเธอไม่ได้หมดเพียงเท่านั้น เพราะหลังจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย เธอสมัครเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ที่ ม.รามคำแหง สาขาวิทยบริการฯจังหวัดหนองบัวลำภู โดยเลือกเรียนวิชานิติศาสตร์ตามความฝันของพี่สาวคนโตที่เสียชีวิต และเมื่อเธอได้สัมผัสการเรียนบทใหม่ เธอเล็งเห็นความสำคัญและกลายเป็นเป้าหมายที่เธอพยายามคว้าจนสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน เป็นเหมือนความฝันสูงสุดในชีวิต เป็นนาทีที่ตื่นเต้นและปลื้มจนแทบปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา ยิ่งมองย้อนกลับไปดูความพยายามของตัวเองจากวันแรกจนถึงวันนี้ อาการอยากร้องไห้ก็จุกอกไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่อยู่ในท้องของคุณแม่ ก็ไม่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตตัวเองแล้ว ด้วยโรคประจำตัวของคุณแม่อย่างโรคเบาหวาน ทำให้ต้องฉีดยา และผลข้างเคียงคือเราออกมาพิการ แต่อย่างนั้นแล้ว การใช้ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป โดยคุณแม่ให้ฝึกใช้เท้าเขียนตั้งแต่เด็ก และเท้าคู่นี้ที่คุณแม่เริ่มหัดให้วันนั้น ก็สำเร็จได้ถึงวันนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้วันนี้ พัชรมณฑ์ จะดำเนินชีวิตด้วยสองเท้าของตัวเอง และพี่สาวคนกลางเท่านั้น ความโศกเศร้าจากการสูญเสีย ไม่ได้บั่นทอนหัวใจของเธอให้อ่อนแอลง เธอได้ใช้ความสามารถขีดเขียนด้วยเท้าจากการพร่ำสอนของคุณแม่ ความฝันด้านนิติศาสตร์ของพี่คนโต มาใช้ในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวขึ้นไปเรื่อย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อตอนศึกษาในระดับปริญญาโท พัชรมณฑ์ ได้รับคัดเลือกจากมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านต่าง ๆ แก่คนพิการ ให้ได้ทำงานเป็นครูสอนวิชาสังคมที่โรงเรียนห้วยลึกในปี 2559 โดยมีบริษัท มาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนการจ้างงานเชิงสังคมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ม.33-35 ที่มีเจตนารมณ์ให้คนพิการได้มีโอกาสใช้ความสามารถในการมีรายได้และพึ่งพาตนเอง ลดภาระของครอบครัวและสังคม โดยที่เธอได้เงินประจำเดือนละ 9,125 บาท และทางมูลนิธิฯ ให้คำจำกัดความแก่ครูพัชรมณฑ์ไว้ว่า เป็นครูผู้ใช้ &amp;quot;เท้า&amp;quot;วาดอนาคตให้เด็ก ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนจบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหงได้ลองไปสมัครงานในตัวเมืองหนองบัวลำภูหลายแห่ง แต่ผลที่ได้คือคำปฏิเสธ เป็นความผิดหวังที่ยอมรับว่าเสียใจ ผลนั้นขึ้นอยู่กับทัศนคติของคนอื่นที่มองคนพิการ ที่ยังคงคิดว่าเราทำอะไรให้เขาไม่ได้ บางทีก็ดูเหมือนเขาจะเปิดโอกาสให้ มองเราอย่างเท่าเทียม แต่หลายครั้งเมื่อเข้าไปสัมผัสก็รู้สึกว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้จบปริญญาโทแล้ว ความฝันอยากเป็นทนายความหรืออาจารย์สอนด้านกฎหมายก็ยังเป็นเป้าหมายอยู่ แต่เป้าหมายนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับการเปิดใจของผู้คนในสังคมต่อการให้โอกาสแก่คนพิการ เราพยายามแล้วอย่างที่ดีที่สุดของเราแล้ว เสียใจก็มีบ้างบางครั้ง แต่ไม่ท้อ ชีวิตเราต้องเดินต่อไป เมื่อมาจนถึงขั้นนี้ก็ไม่มีถอยหลังไม่มีหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความฝันที่ยิ่งใหญ่ของ พัชรมณฑ์ ยังคงดำเนินต่อไป หัวใจที่เข้มแข็งมาตลอดตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงวินาทีนี้ จะไม่อ่อนแอลงแม้สังคมจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด ผลจากความพยายามในปริญญาทั้ง 2 ใบ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเธอพร้อมจะใช้ความสามารถที่มีเพื่อประโยชน์แก่สังคม และเพื่อความสุขที่เท้าน้อย ๆ ของเธอจะสัมผัสได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอแสดงความยินดีกับมหาบัณฑิตพัชรมณฑ์ ที่ใช้ความอดทนและความพยายามข้ามผ่านอุปสรรคมาสู่ความสำเร็จในชีวิต พัชรมณฑ์ถือเป็นบุคคลตัวอย่างที่สังคมจะต้องจดจำว่า แม้เธอจะไร้แขนทั้งสองข้าง แต่หัวใจที่แข็งแกร่งและความพากเพียรพยายามในตัวเอง ทำให้เธอประสบความสำเร็จในชีวิต ผมเชื่อว่าพัชรมณฑ์จะเป็นแบบอย่างให้ผู้พิการและบัณฑิตอีกหลายคนมีแรงฮึดสู้ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน เดินหน้าไปสู่ความฝันของตนเองได้อย่างไม่มีขีดจำกัด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายงานสมเด็จพระเทพฯ, มหาบัณฑิตรามไร้แขน, มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สาวพิการไร้แขนจบปริญญาโท, สาวพิการไร้แขนต่อสู้ชีวิตเป็นมหาบัณฑิตนิติศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab35e822e173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
