<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดตัว ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง และเว็บไซต์ UrbanAlly.org มุ่งขับเคลื่อนเมืองแบบพลิกโฉมร่วมกับเครือข่าย ‘มิตรเมือง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดกิจกรรมออนไลน์เปิดตัวศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง (ASEAN Connection Centre for Urban Design and Creativity) และเว็บไซต์ urbanally.org ที่มุ่งขับเคลื่อนเมืองผ่านมุมมองและระบบการทำงานแบบใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง (ASEAN Connection Centre for Urban Design and Creativity) แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นับเป็นหนึ่งในโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ภายใต้หมวดโครงการยกระดับมหาวิทยาลัยศิลปากรสู่อันดับโลกด้านศิลปะและการออกแบบโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลงมือสร้างระบบนิเวศใหม่ให้กับการศึกษาเมือง ผลักดันความคิดมาสู่ปฏิบัติการในพื้นที่จริง เพื่อส่งผลให้เกิดผลกระทบอันยิ่งใหญ่ และสรรค์สร้างประสบการณ์ ความร่วมมือสู่ระดับอาเซียนและสากล โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) โดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง มุ่งเชื่อมโยงกับภาคสาธารณะด้วยแพลตฟอร์ม Urban Ally (เออเบิ้น อัลไล) บนเว็บไซต์ UrbanAlly.org ที่จะเป็น &amp;ldquo;พื้นที่เครือข่ายของการคิดและทำ&amp;rdquo; ที่ต้องการสร้างกระบวนการเรียนรู้เมืองแบบใหม่ร่วมกับผู้คนและถิ่นที่อยู่อาศัยและใช้ชีวิต ชักชวนให้เกิดประเด็นการศึกษาใหม่ วิพากษ์และรังสรรค์เมือง รวมถึงแปลงเมืองให้เกิดขึ้นจริง โดยเน้นที่การเชื่อมโยงระหว่างนักวิชากร ผู้คนและชุมชน ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ใส่ใจและเป็นมิตรแห่งเมือง Urban Ally แบ่งการทำงานออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. Lively labs มุ่งศึกษาเมืองใน 5 มิติ ได้แก่ ศิลปะและวัฒนธรรม (Art and culture) การคิดเชิงข้อมูล (Data thinking) พลิกโฉมเมือง (City reinventing) การออกแบบอย่างยั่งยืน (Sustainable design) และการแปลงเมือง (Make it happen)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. Open data มุ่งสร้างฐานความรู้และความคิดอันท้าทายว่าถิ่นที่อยู่อาศัยและใช้ชีวิตของเรานั้นสามารถจะดีขึ้นได้อย่างไร และจัดทำข้อมูลเปิด ข้อความ สถิติ แผนที่ ตำแหน่ง ภาพ แผนผัง เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลเปิดทั่วโลกกว่า 300 แหล่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. Local actions เน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตเมืองด้วยการลงมือทำ ร่วมมือกับมิตรแห่งเมืองหลากหลายกลุ่มเปิดรับข้อเสนอและแนวคิดใหม่จากคนทุกกลุ่มผู้ใส่ใจเมือง และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. Collaboration มุ่งค้นหามิตรแห่งเมืองในพื้นที่ ชุมชน สังคมไทย ตลอดจนมิตรในประเทศเพื่อนบ้าน องค์กรนานาชาติ และสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยน ยกระดับความเข้าใจเมือง และค้นหาทางออกที่ตอบสนองคนทุกกลุ่มในเมืองอย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. Round-Table Conference มุ่งจัดการประชุมทางวิชาการโฉมใหม่ เปิดรับผลงานรูปแบบใหม่ ทั้งบทความ วีดีโอ แอนนิเมชั่น สื่อศิลปะ และอื่นๆ นำเสนอด้วยการเสวนาโต๊ะกลม กันเอง แต่หยั่งลึกในสิ่งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในงานเปิดยังได้มีสัมมนาในหัวข้อ &amp;ldquo;นิเวศการเรียนรู้ พลิกโฉมอย่างไร&amp;rdquo; โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นนท์ คุณค้ำชู คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงหนาท แสงสีหนาท ผู้อำนวยการศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนฯ และหัวข้อ &amp;ldquo;มองเมืองละแวกบ้าน&amp;rdquo; โดยคณะทำงานของศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง ซึ่งได้แก่ อาจารย์ สิริเดช วังกรานต์ กลุ่มวิจัยด้านศิลปะและวัฒนธรรม อาจารย์ ดร.พีรียา บุญชัยพฤกษ์ กลุ่มวิจัยด้านการคิดเชิงข้อมูล อาจารย์ สิริพร ด่านสกุล และปิยา ลิ้มปิติ กลุ่มวิจัยด้านพลิกโฉมเมือง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมลศิริ ประจงสาร กลุ่มวิจัยด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ กลุ่มวิจัยด้านการแปลงเมือง โดยร่วมกันให้มุมมองว่า เมือง กับ บ้าน มักถูกมองว่าเป็นสองคำที่อยู่แยกออกจากกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน ทัศนะเช่นนี้ส่งผลให้การพัฒนาเมืองที่ผ่านมาละเลยความใส่ใจในละแวกบ้าน ซอย และชุมชน ไปกระจุกตัวมุ่งเน้นพัฒนาอยู่ตามรายทางริมถนนกับดักทางความคิดเช่นนี้ ส่งผลให้การพัฒนาเมืองในสังคมไทย จึงไม่เคยประสบความสำเร็จเพราะเราขาดการทำความเข้าใจวิถีการอยู่อาศัยในแบบของเราไม่ได้มองมิติชุมชนในเมือง ละเลยการมองภาพเล็กๆ ในละแวกบ้านที่รายล้อมและหล่อหลอมจนกลายเป็นเมืองให้กับเรา แต่สถานการณ์ในวันนี้ก่อให้เกิดการตื่นรู้ ในวันที่เราทุกคนใช้ชีวิตอยู่ใน &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; มากกว่าในเมือง เริ่มเห็นความสำคัญของละแวกบ้าน เริ่มเห็นปัญหาที่ไม่เอื้อให้เราใช้ชีวิตได้อย่างที่ปรารถนา เราเริ่มตระหนักและเรียกร้องให้มีละแวกบ้านที่ดีมากกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์การพัฒนาเมือง เพื่อให้เราอยู่อาศัย ทำงาน หาอาหาร พักผ่อน มีอากาศและสภาวะแวดล้อมที่ดีตอบสนองความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจให้แก่เราได้ เราเริ่มมองเห็นความเป็นเมืองจากละแวกบ้าน และเริ่มตั้งคำถามถึงการเติมเต็มละแวกบ้านเพื่อรังสรรค์เมืองให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และงานนี้ปิดท้ายด้วยการเปิดรับข้อเสนอจากมิตรเมืองในการขับเคลื่อนสังคมเมือง พื้นที่เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งผู้เข้าร่วมงานสามารถนำเสนอข้อคิดเห็นหรือมุมมองได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ทางโครงการนำไปใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินงานต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากกิจกรรมในงานแล้ว Urban Ally ยังมีกิจกรรม Call for Collaboration เชิญชวนผู้ที่สนใจส่งข้อความเสนอโครงการ ภายใต้หัวข้อสรรค์สร้างพื้นที่แยกส่วนของเมือง &amp;ldquo;Refabricate the urban fragments&amp;rdquo; ในกิจกรรม 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Re-frontage Shophouse Design Initiatives มุ่งหาแนวความคิดและกระบวนการใหม่ในการเปลี่ยนตึกแถวในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ และ Old-town Community Engagement กิจกรรมการมีส่วนร่วมของชาวชุมชนเมือง โดยมีรางวัลเป็นทุนสำหรับดำเนินโครงการจำนวน 7 ทุน รวมมูลค่ากว่า 450,000 บาท ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 17 กันยายน 2564 โดยดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ urbanally.org และนอกจากโครงการนี้แล้ว Urban Ally จะมีกิจกรรม Local Actions ที่น่าสนใจให้เข้าร่วมตลอดทั้งปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อคุณชำนาญวิทย์ คำนวนศักดิ์ ผู้ช่วยนักวิจัยและประสานงาน โทร. 098-829 -1300 หรือที่อีเมล contact@urbanally.org&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASEAN Connection Centre for Urban Design and Creativity, Call for Collaboration, Collaboration, Lively labs, Local actions, Open Data, Refabricate the urban fragments, Round-Table Conference, Urban Ally, กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์, นิเวศการเรียนรู้ พลิกโฉมอย่างไร, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นนท์ คุณค้ำชู, พื้นที่เครือข่ายของการคิดและทำ, มหาวิทยาลัยศิลปากร, ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง, สกสว., สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, อว., อววน., เว็บไซต์ urbanally.org, เออเบิ้น อัลไล, โครงการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, โครงการยกระดับมหาวิทยาลัยศิลปากรสู่อันดับโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f0b170b938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สวธ.-ม.ศิลปากร&#039;ผนึกกำลัง&#039;เปิดตำนานสุวรรณภูมิ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย่างเข้มเข้น อีกทั้งยังเปิดหน้างานขยายความร่วมมือใหม่ๆ เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางศิลปวัฒนธรรมในทุกแพลตฟอร์ม &amp;nbsp; ล่าสุด กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) &amp;nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม ได้ทำบันทึกข้อตกลง แลกเปลี่ยนความรู้กับสถาบันการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยศิลปากร &amp;nbsp;โดยเชิญชวนให้สถาบันการศึกษามาช่วยกันขับเคลื่อนงานศิลปวัฒนธรรม เพื่อสร้างความหลากหลายแง่มุมให้กับวงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม &amp;nbsp;เปิดเผยว่าทางสวธ.ได้ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางศิลปะและวัฒนธรรม กับ ผศ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมี อัจราพร พงษ์ฉวี รองอธิบดี สวธ. และ อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมลงนามเป็นพยาน เอ็มโอยูครั้งนี้มีหลายเป้าหมายที่น่าสนใจ เน้นการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรมของทุกภาคส่วน ส่งเสริมการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมให้มีศักยภาพและเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยสู่นานาชาติ เสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนากิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน &amp;nbsp;เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐเกี่ยวกับการพัฒนาทางด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน &amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี และอาจขยายเวลาความร่วมมือตามความเหมาะสมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ตามบันทึกความร่วมมือนี้ทางมหาวิทยาลัยศิลปากรจะดำเนินการบริหารจัดการโครงการด้านศิลปวัฒนธรรมเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนไปยังทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมที่เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน จะมีการทำงานใน 5 ด้าน ตั้งแต่แลกเปลี่ยนข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อโครงการทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว ร่วมกันศึกษาแนวทางเพื่อพัฒนาโครงการศิลปวัฒนธรรมเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ ศึกษาวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลพื้นฐานในการสร้างกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรม และจับมือกันค้นหาแนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการและกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมต่างๆ &amp;rdquo; ชายย้ำจุดยืนความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดพื้นที่ส่งเสริมศิลปินไทยในระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝั่งมหาวิทยาลัยศิลปากร อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร &amp;nbsp;เผยว่า เอ็มโอยูฉบับนี้เป็นอีกก้าวการพัฒนาและส่งเสริมความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม &amp;nbsp; มีโปรเจ็คสร้างสรรค์ที่ถือว่าเป็นโครงการใหญ่ ที่จะเกิดขึ้น &amp;nbsp;โดยทางมหาวิทยาลัยศิลปากรจะชวน สวธ. ศึกษา ค้นคว้า เจาะลึก และเผยแพร่เรื่องราวของดินแดนสุวรรณภูมิในมิติที่ครอบคลุมสังคมไทยและสังคมโลก &amp;nbsp; ซึ่งในฐานะที่ศิลปากรเป็นสถาบันการศึกษา ที่ดำเนินการเรียนการสอน ครอบคลุมทุกศาสตร์และทุกศิลป์ &amp;nbsp;จะนำจุดเด่นนี้มาต่อยอดเผยแพร่ความรู้เรื่องราวดินแดนสุวรรณภูมิ ปลุกการเรียนรู้ ขบคิด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; เส้นทางศิลปะและวัฒนธรรมสุวรรณภูมิยังขาดการศึกษาค้นคว้าอย่างละเอียด เส้นทางวัฒนธรรมโบราณนี้เชื่อมโยงอินเดีย ศรีลังกา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม &amp;nbsp;มีองค์ความรู้ด้านดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม วรรณกรรม และโบราณคดีที่สำคัญ &amp;nbsp;สุวรรณภูมิเป็นดินแดนสำคัญระดับโลก &amp;ldquo; อำมฤทธิ์ ย้ำอีกว่าเป้าหมายภารกิจที่ว่านี้ ทำให้ต้องมีการผนึกกำลังกันศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัฒนาโครงการศิลปวัฒนธรรมมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกโปรเจ็กต์ ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ที่ผลักดันให้เกิดศิลปินรุ่นใหม่ อ.อำมฤทธิ์ บอกว่า การส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทยไปต่างประเทศเป็นงานที่สำคัญ ย้อนไปปี 2562 โครงการสงขลา พาวิลเลี่ยน ศาลาใหม่ &amp;nbsp;เกิดขึ้นเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี กลุ่มศิลปินไทย รวมถึงตนร่วมผลักดันเพื่อเปิดพื้นที่แสดงผลงานศิลปินไทย และประสานกับ สวธ.นำผลงานศิลปินแห่งชาติร่วมแสดงนิทรรศการ Trans-Synthesis : ทวิลักษณ์และการข้ามผ่าน ด้วย จัดในช่วงเวลาเดียวกับงานเวนิส เบียนนาเล่ เทศกาลศิลปะระดับโลกที่มีผู้ชมนับแสนคน นำมาสู่ความร่วมมือฉบับนี้ &amp;nbsp;ซึ่งในการทำงานทั้งสองหน่วยงานในกรอบปี 64 อีกงานคือ การส่งเสริมกิจกรรมศิลปะของศิลปินระดับเยาวชน เริ่มจากคัดสรรนิสิตและนักศึกษาระดับอุดมศึกษาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ จากนั้นคัดเลือกผลงานที่โดดเด่นเพื่อจัดแสดงนิทรรศการที่ จ. สงขลา เมืองเก่าที่มีมรดกทางวัฒนธรรมมากมาย ต่อจากนั้นจะเชื้อเชิญศิลปินเยาวชนระดับภูมิภาคอาเซียนร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการ &amp;nbsp;ตามแผนจะมีทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์โควิด ถ้าออฟไลน์จะต้องลงทะเบียนล่วงหน้า จำกัดจำนวนผู้ชม และลดความแออัดของกิจกรรม &amp;nbsp;ค้นหามิติใหม่แสดงงานไปด้วยกัน คาดว่าจะเริ่มเดือน มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; เดิมโครงการส่วนมากคัดศิลปินมืออาชีพ &amp;nbsp;ศิลปินรุ่นใหญ่ แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครย้อนกลับมาที่ตรงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้น สร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพ มีโอกาสทำงาน ก็เหมือนการแข่งขันกีฬาระดับเยาวชนเป็นเครื่องมือสร้างตัวจริงสู่ทีมชาติในอนาคต &amp;nbsp;โปรเจ็คนี้สร้างเยาวชนที่แข็งแกร่งสู่วงการ สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจประเทศ&amp;rdquo; รองคณบดีฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนงานพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมด้วยองค์ความรู้ด้านการออกแบบ ซึ่งศิลปากรมีความโดดเด่นด้านนี้ รองอธิการบดี บอกว่า หาก สวธ.จะจัดมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตามภูมิภาคต่างๆ ทางมหาวิทยาลัยศิลปากร จะร่วมออกบูธแสดงผลงานออกแบบ ทั้งแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องประดับ งานคราฟ ฯลฯ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านศิลปะร่วมสมัย หากสถาบันการศึกษาและชุมชนเครือข่ายวัฒนธรรมสนใจต่อยอด จะนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือเชิงพื้นที่ต่อไป &amp;nbsp;ตรงตามเป้าหมายเอ็มโอยูพัฒนาต่อยอดและสร้างการพัฒนาศิลปวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91786</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ชัยชาญ  ถาวรเวช, ชาย นครชัย, นสพ.ไทยโพสต์, มหาวิทยาลัยศิลปากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL> https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_601936c8d3a67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 07:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 07:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตคณบดีคณะมัณฑนศิลป์ ศิลปากรเชื่อหลังโควิด-19ประเทศไทยรุ่งแน่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2563 - ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง อดีตคณบดี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ประเทศไทยกำลังจะบูมหลังโควิด แน่นอนครับ!!!&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า นักลงทุนต่างชาติต่างเห็นพ้องว่า ประเทศไทยปลอดภัยที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศรษฐีต่างชาติกำลังตัดสินใจย้ายที่พำนักมาอยู่ในประเทศที่มีระบบการดูแลรักษา ระบบการแพทย์และการพยาบาลที่ดีที่สุด ประเทศไทยคือทางเลือกอันดับต้นๆของโลกครับ!!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สูงอายุจากหลายประเทศ สนใจที่จะย้ายมาพักระยาวกับประเทศที่มีระบบการดูแลมนุษย์ที่ดีอย่างมีระบบ!!!!!
การสร้างเมืองใหม่ๆจะเกิดขึ้นในไทย!!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนาเศรษฐกิจจากคนรวยและเก่งจากทั้งโลกจะทำให้ประเทศไทยเนื้อหอมที่สุด และอาจจะเกิดขึ้นในทุกภูมิภาคเพราะปัจจัยบวกมากมายที่ประเทศไทยของเรามี เช่น ระบบการจัดการอาหารที่เป็นวงจรที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ทั้งระบบ เป็นดินแดนอาหารและครัวโลก เป็นแหล่งที่ไม่มีวันอดยาก และกันดารอาหารค่าครองชีพไม่สูง ดำรงชีพได้ไม่ยาก สังคมไม่สลับซับซ้อนยุ่งยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชการที่9 จะเป็นปรัชญาที่มีคุณค่าที่สุดในโลก ไทยคือศูนย์กลางแนวคิดที่จะมีคนในโลกเข้ามาศึกษาและต่อยอดสู่นวัตกรรมแห่งการอยู่ ยั่งยืนและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพอากาศที่ดี ต่อการอยู่อาศัย อากาศร้อนเป็นผลดี เพราะทำให้สถิติการแพร่เชื้อในลักษณะอากาศแบบนี้น้อย ระบบสมาร์ทฟาร์ม. ระบบการออกแบบบ้านที่มีระบบการอยู่และสร้างนวัตกรรมในครัวเรือน สามารถสร้างสรรค์ได้ดีในประเทศ &amp;nbsp;การเป็นมิตร ความอารยะของคนไทย ส่วนใหญ่ เป็นผลบวกต่อการต้อนรับสิ่งดีดีจากทั้งโลก &amp;nbsp;ระบบกฎหมายที่เปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือในการลงทุนจากต่างชาติ ถือยังเป็นผลบวกไม่ยุ่งยากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ มีอุปสรรคอยู่บ้างแต่สามารถแก้ได้ไม่ยากนัก และสามารถปลดล็อกได้เช่น EEC NEC อันมีผลต่อการเสริมสร้างโครงการดีดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเสนอไอเดียนี้กับรัฐบาลเพื่อให้เตรียมความพร้อมในการรองรับและควรมีระบบการบริหารจัดการในการสร้างเมืองเซฟโซน เมืองปลอดภัย เมืองไร้โรค เมืองใหม่ๆ กระจายตัวอยู่ในประเทศทุกจังหวัด มีการสนับสนุนให้เกิดการยกร่างกฎหมายใหม่ๆ ที่ให้โควตา คนเก่งและมีงบประมาณ ในการร่วมพัฒนาประเทศกับคนไทย แต่ไม่ใช่การขายแผ่นดิน แต่ให้มุ่งเน้นการพัฒนาร่วมเฉพาะผู้มีศักยภาพจากทั้งโลกมาร่วมกันลงทุน อันจะมีเงินหมุนเวียนมหาศาล จากเงินทั้งโลก และถือเป็นการยกระดับประเทศไปพร้อมกันสู่ประเทศพัฒนาแล้ว&amp;nbsp;รัฐบาลควร จัดให้มีระบบการจัดการ ในช่วงเวลานี้ทั้งระบบ ที่วางแผนเตรียมการในการระดมทุนจากโพ้นทะเล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ควรมีการนำเสนอภาพลักษณ์เชิงความน่าลงทุนและศักยภาพที่ดีสู่สายตาชาวโลกตั้งแต่เนิ่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควรนำเสนอวิธีการใหม่ๆในการแถลงที่ทำให้คนไทยมีกำลังใจไม่ใช่ดูหดหู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนะนำให้เศรษฐีในไทยที่มีศักยภาพเร่งการลงทุนต่างๆที่มีผลต่อการสร้างงาน สร้างรายได้ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เกิดการกระจายการสร้างเมือง ที่ให้คนไทยได้มีพื้นที่อยู่สบาย และการเลือกคนต่างชาติที่มีศักยภาพร่วมกันพัฒนาประเทศไปพร้อมกัน จริงๆแล้วไม่ใช่แค่เศรษฐี 20 ตระกูล แต่ควรหมายถึงศักยภาพของคนที่มีสายป่านทั้งหมด ที่ทุกคนต่างมีความสำเร็จในแผ่นดินนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควรใช้เวลานี้ยกระดับ ทรัพยากรของชาติ ให้มีคุณค่ามากขึ้น ส่งเสริมระบบเอสเอ็มอีไทยให้เข้มแข็งด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ปัญญาประดิษฐ์ ส่งเสริมให้ธุรกิจเล็กๆรากหญ้าเข้าสู่ระบบการจัดการเพื่อประกันความเสี่ยง เมื่อเกิดสภาวะวิกฤติสามารถมีระบบจ่ายเงินชดเชยได้ทุกคน ส่งเสริมให้เกิดการออมของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงระยะยาวให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าสู่แรงงานเสถียร ระบบแรงงานสำนักงานที่มีระบบประกันสังคม ให้มากที่สุด&amp;nbsp;ส่งเสริมให้เกิดการสร้างพลังกับนายจ้างคุณภาพ ที่มีระบบให้เกิดความมั่นคง มีรากฐานดีทั้งระบบ รัฐบาลควรมีกลไกส่งเสริมให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งทั้งระบบ และสนับสนุนเขาให้ลุกขึ้นเดินได้จากแพลทฟอร์มโครงสร้างที่ยอดเยี่ยมของสังคม!!!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งเสริมให้คนในชนบท มีบ้านที่น่าอยู่ มีวงจรอาหารและการดำรงชีพที่แม้มีวิกฤติก็ไม่เดือดร้อน มีระบบพึ่งพาตัวเอง เช่น มีบ่อเลี้ยงปลา การเพาะพันธ์อาหาร ปลูกพืช ปลูกยาสมุนไพร ระบบการจัดการพลังงานพื้นฐาน และการอยู่อาศัยที่ไม่ต้องใช้เงินตราเป็นหลัก ก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข และอาจต่อยอดสู่ การพัฒนาในผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอีได้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้โอกาสที่ดีสำหรับประเทศไทย ดินแดนสุวรรณภูมิ ดินแดนอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่บรรพบุรุษรักษาไว้ให้ลูกหลานเราถึงปัจจุบัน รัก และสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ คือทางออกครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63882</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณบดีคณะมัณฑนศิลป์, ประเทศไทย, ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง, มหาวิทยาลัยศิลปากร, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5e9f951e4571f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2018 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2018 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีติสุขใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยสำนึกว่า ภายใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ ได้ส่งผลสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ สังคมให้เจริญ รวมทั้งคุณภาพของชีวิตของคนไทยทั้งประเทศมีการปรับเปลี่ยน ก้าวหน้าขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีจวบจนถึงปัจจุบัน ทำให้ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดนิทรรศการ &amp;ldquo;วิถีแห่งความปีติสุขใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์&amp;rdquo; เป็นครั้งแรก ซึ่งมีผลงานกว่า 50 ผลงาน ที่แสดงถึงความจงรักภักดี เชิดชูพระเกียรติราชวงศ์จักรี โดยจัดแสดงตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม 2562 ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสาวอารยา ภู่พานิช รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกิจกรรมเพื่อสังคมและสื่อสารภายในองค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้คณาจารย์และนักศึกษาของคณะจิตรกรรมฯ มีโอกาสเผยแพร่ผลงาน แสดงถึงศักยภาพด้านศิลปกรรม ตลอดจนเป็นการบริการทางวิชาการศิลปะแก่สังคมและชุมชน ซึ่งนิทรรศการชุดนี้จะเป็นการแสดงออกถึงความงาม ความสุข และความอุดมสมบูรณ์ของวิถีชีวิตและประเพณี วัฒนธรรมในสังคมไทย ภายใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ทรงปกครองบ้านเมืองเพื่อให้มีความผาสุก ร่มเย็น ตลอดจนการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ผลงานนำเสนอในหลากหลายเทคนิค ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสม และภาพถ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ศ.ญาณวิทย์ กุญแจทอง กับผลงานร.&amp;nbsp;9 พระราชทานฝนหลวงแก่เกษตรกร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ญาณวิทย์ กุญแจทอง คณบดีคณะจิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร กล่าวว่า ศิลปากรกับธนาคารไทยพาณิชย์มีการร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่อง ในการส่งเสริมให้คณาจารย์และนิสิตได้มีพื้นที่ในการจัดแสดงผลงานสู่สายตาผู้คน ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นได้รับการคัดเลือกมาจากผู้ที่สนใจและวาดภาพเกี่ยวกับราชวงศ์จักรี โดยในนิทรรศการทำให้คนดูได้เห็นภาพการทรงงานของทุกรัชกาลตั้งแต่รัชกาล 1 ถึงรัชกาลที่ 10 ผ่านภาพวาด ประติมากรรม ศิลปะร่วมสมัยที่มีความหลายหลาย ในมุมของศิลปินที่ได้แรงบันดาลใจในแต่ละรัชกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; นิทรรศการครั้งนี้ ผมนำผลงานร่วมจัดแสดงด้วยคือ เรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานฝนหลวงแก่เกษตรกร สะท้อนถึงโครงการพระราชดำริที่เยอะมาก ในภาพเป็นโครงการฝนเทียมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมาก และทำให้ป่าเขาอุดมสมบูรณ์ ทำให้ผมพลอยใจอนุรักษ์ป่าไปด้วย เพราะป่าของผมก็คือผืนป่าที่ได้รับน้ำฝนหลวงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วย สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ได้วาดภาพนี้ขึ้นมา&amp;rdquo; ศ.ญาณวิทย์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ นิทรรศการยังมีทั้งผลงานของศิลปินแห่งชาติ และศิลปินผู้เป็นคณาจารย์ของคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากรที่มาจัดแสดง อาทิ ผลงาน เซอร์จอห์น เบาว์ริง ราชทูตอังกฤษ เข้าเฝ้าฯ รัชกาลที่ 4 ของ ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม), ผลงานกราบ สักการะ ของ ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์, ผลงานรัชกาลที่ 8 พร้อมพระอนุชาเสด็จนิวัตสู่พระนคร ของอาจารย์สมภพ บุตราช, ผลงาน king of king 3 ภาพ ของ ผศ.อภิชัย ภิรมย์รักษ์, ผลงาน สู้ศึกเก้าทัพในรัชกาลที่ 1 ของ ผศ.ณัฏฐพล สุวรรณกุศลส่ง ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผลงานนักศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้แก่ ผลงาน พระเกี้ยว ของนายธีรพล สีสังข์, ผลงาน ความรู้สึกของราชา ของวิทย์ ณ พัทลุง, ผลงาน รัชกาลที่ 6 การเขียนบทประพันธ์ที่พระราชวังสนามจันทร์ ของชัยรัตน์ แสงทอง, ผลงาน ดินแดนแห่งรัก ของธนวัฒน์ นุ่มเจริญ, ผลงาน ในหลวงรัชกาลที่ 10 ของธีรวัจน์ วงค์อินทร์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ธีรพล สีสังข์&amp;nbsp; กับผลงาน พระเกี้ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธีรพล สีสังข์ นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยศิลปากร เจ้าของผลงาน พระเกี้ยว บอกว่า ผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องศิราภรณ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คือพระเกี้ยว อีกทั้งพระองค์ยังทรงเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการจัดตั้งสถาบันการเงิน หรือธนาคารแห่งแรกของประเทศไทย จึงได้นำเทคนิคส่วนตัวสร้างสรรค์ชิ้นงาน โดยมีความโดดเด่นตรงที่เป็นการทอด้วยเส้นทองแดง ใช้หลักการทอและอุปกรณ์ในการทอแบบเดียวกับการทอผ้าฝ้าย ทำให้งานมีความละเอียด ซึ่งใช้ระยะเวลากว่า 2 เดือน ก็รู้สึกดีใจ แล้วภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้นำผลงานมาจัดแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิทย์ ณ พัทลุง นักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ ร่วมถ่ายทอดผ่านงานศิลปะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกหนึ่งผลงานของนายวิทย์ ณ พัทลุง นักศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กับภาพวาดความรู้สึกของราชา เล่าว่า ได้วาดพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพราะช่วงเวลาที่วาดภาพนี้เป็นปีแห่งความสูญเสียของไทย ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต จึงต้องการสื่อให้คนที่ได้เข้าชม ได้เห็นถึงช่วงเวลาที่พระองค์ต้องเข้มแข็ง แต่ในขณะเดียวกันก็เสียพระทัยกับการสูญเสียครั้งใหญ่ของพระองค์ ผ่านแววตาที่เศร้า รู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ถ่ายทอดความรู้สึกของพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้แล้วตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม 2562 เวลา 09.30-17.00 น. เว้นวันหยุดธนาคาร ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20908</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์, ธนาคารไทยพาณิชย์, นสพ.ไทยโพสต์, พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์, มหาวิทยาลัยศิลปากร, รัชกาลที่ 10, วิถีแห่งความปีติสุขใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd677d2d8c37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุสาวรีย์จ่าแซม เฉลิมชัยลั่นสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลช่วยเหลือครอบครัว &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; อีก 4.9 แสนบาท ด้านครอบครัว 13 หมูป่าเตรียมมอบภาพวาดวีรบุรุษถ้ำหลวง พร้อมข้อความขอบคุณจากใจให้เป็นที่ระลึก ขณะที่อาจารย์เฉลิมชัย ศิลปินแห่งชาติ ระดมลูกศิษย์ 300 คนสร้างงานศิลป์ ทั้งอนุสาวรีย์ ภาพวาดยาว 13 เมตร บอกเล่าเหตุการณ์ ติดตั้งในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง มีดำริให้จัดประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2561 ที่กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ทายาทของ จ.อ.สมาน กุนัน ซึ่งได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจลำเลียงวางขวดอากาศในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ณ วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลเมืองดีของ จ.อ.สมาน กุนัน ทางคณะกรรมการฯ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้พิจารณาตามพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัย เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ.2543 แล้ว มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินสงเคราะห์แก่ทายาท แบ่งเป็นเงินชดเชย จำนวน 450,000 บาท และค่าจัดการศพ 45,000 บาท รวมเป็นเงิน 495,000 บาท กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลาง ซึ่งคลังจังหวัดเชียงราย (ว่าที่ ร.อ.ปิยะเกียรติ ลิ้มประยูรวงศ์) ประสานการเบิกจ่ายเงินให้ทายาท และคลังจังหวัดร้อยเอ็ด คือนางมณี สุระสังข์ ประสานทายาทในการขอรับเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในส่วนของครอบครัวของทีมหมูป่า กล่าวได้ว่าขณะนี้สภาพจิตใจเข้มแข็งเต็มเปี่ยม ดีใจที่ได้เห็นหน้าลูกหลานทุกคนและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างดี ในวันนี้นอกจากทีมเจ้าหน้าที่สุขภาพจิตเอ็มแคทได้พูดคุยถึงแผนการดูแลเด็กกับครอบครัว เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เร็วที่สุดแล้ว ทีมผู้ปกครองและญาติของทีมหมูป่ายังได้ทำกิจกรรมสำคัญ โดยวาดภาพของ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม วีรบุรษถ้ำหลวง เป็นภาพขาวดำ ในชุดเครื่องแบบที่ปฏิบัติงานที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เข้มแข็ง พร้อมกับร่วมเขียนคำขอบคุณที่ได้ช่วยให้ลูกๆ ได้รับความปลอดภัย ลงในพื้นที่ข้างๆ รูปด้วย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เตรียมใส่กรอบเพื่อนำไปมอบให้ครอบครัวของจ่าแซมที่ ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าวว่า สำหรับครอบครัวของจ่าแซมขณะนี้ ทุกคนมีสภาพจิตใจดีขึ้นมาก ได้รับกำลังใจและการช่วยเหลือจากหน่วยงานและประชาชนทั้งประเทศ และรู้สึกภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของจ่าแซม ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท โรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด และทีมของโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธรณินทร์ กองสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การวาดภาพของจ่าแซม เป็นการแสดงออกถึงความขอบคุณอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำได้ แสดงถึงความประทับใจ ซาบซึ้งใจถึงคุณงามความดีที่อยู่ในความทรงจำของผู้วาด ที่สะท้อนถ่ายทอดออกมาบนภาพวาดของบุคคลนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง ซึ่งให้ผลทางจิตใจ เป็นการเยียวยาต่อความรู้สึกสูญเสียครั้งนี้ต่อทั้ง 2 ฝาย ทั้งครอบครัวของจ่าแซม และครอบครัวและญาติของหมูป่าอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อความที่ครอบครัวหมูป่าเขียนถึงจ่าแซมนั้น มีอาทิ พ่อแม่น้องไตตั้น เขียนว่า จ่าแซมคือผู้ที่มีพระคุณของครอบครัวของเราตลอดไป เราจะไม่มีวันลืม หลับให้สบายนะครับจ่าแซม วีรบุรุษผู้กล้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับพ่อแม่น้องมิกซ์ ระบุว่า จ่าแซมคือผู้มีพระคุณอย่างยิ่ง พวกเราจะไม่มีวันลืมท่าน ขอให้ท่านสู่สุคตินะคะ วีรบุรุษผู้กล้าหาญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนครอบครัวน้องดอม ระบุว่า คำว่าขอบคุณมันยังน้อยไป ครอบครัวเราจะระลึกถึงพี่แซมตลอดไป ว่ามีพระคุณกับครอบครัวเราเหลือคณานับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ซึ่งได้เดินทางไปสังเกตการณ์ที่ถ้ำหลวงมาตั้งแต่วันแรกๆ และเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของหมูป่าทั้ง 13 คนมาอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยว่า ได้รวบรวมศิลปินชาวเชียงรายประมาณ 300 คน เตรียมจัดกิจกรรมเทิดทูนเกียรติประวัติของ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ กองทัพเรือ ที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการช่วยเหลือดังกล่าว รวมทั้งจะสร้างอนุสรณ์สถานเหตุการณ์ในพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โดยจะใช้งบประมาณส่วนตัวทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวว่า รู้สึกดีใจมากๆ เหมือนกับพี่น้องชาวไทยทุกคน และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ตนเห็นว่าควรสร้างเป็นโอกาส โดยตนมีโครงการจะสร้างอนุสาวรีย์ให้กับ จ.อ.สมาน เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานของความเสียสละแก่ผู้อื่น เพราะเราหาคนที่เสียสละเช่นนี้ได้น้อย ตนในฐานะคนในพื้นที่ จึงอยากทำให้คนเห็นความดีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการอันดับแรกคือ เขียนรูปภาพขนาดความกว้างประมาณ 3 เมตร ยาว 13 เมตร เท่ากับจำนวนเด็ก 13 คน บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง การเข้าไปช่วยเหลือของฝ่ายต่างๆ รวมไปถึงชาวต่างประเทศจำนวนมากที่เดินทางมาช่วยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวต่อว่า ตอนนี้ได้ร่างแบบไว้แล้ว อยู่ระหว่างแก้แบบให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ จากนั้นบรรดาศิลปินจำนวนมากจะมาร่วมกันวาดด้วยสีซีเปียอย่างดีทั้งหมด ณ สมาคมขัวศิลปะ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ภาพนี้จะเก็บเอาไว้ที่ถ้ำหลวง โดยจะสร้างเป็นห้องโถงใหญ่ และยังจะมีรูปภาพอื่นๆ ประกอบด้วย ซึ่งหากท่านใดมีรูปถ่ายที่สวยงามเกี่ยวกับเหตุการณ์ถ้ำหลวงสามารถนำมาร่วมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศิลปินแห่งชาติกล่าวว่า จุดดังกล่าวจะเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของถ้ำหลวงไป และไม่ต้องห่วงเรื่องงบประมาณ ตนไม่ใช่คนทำบุญเอาหน้า จะร่วมกับลูกศิษย์ซึ่งมีมากมายช่วยกันทำ ซึ่งผลงานนี้จะช่วยให้ถ้ำหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่มีคุณค่า ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นประวัติศาสตร์อนุสาวรีย์ มีรูปวาด รูปถ่ายสวยๆ จะทำให้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ ประวัติของจ่าแซม ประติมากรรมอนุสาวรีย์ของจ่าแซมขนาดใหญ่ 2 เท่าคนจริงด้วย อย่างไรก็ตาม จุดที่จะสร้างอยู่ในเขตวนอุทยาน ดังนั้นหากภาครัฐจะเข้าร่วมในโครงการนี้ด้วยก็ได้ แต่ถ้าภาครัฐทำ ตนเกรงว่าจะช้าเกินไป ตนจึงอยากจะทำของตนไปเรื่อยๆ และจะขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการดำเนินการด้วย ซึ่งคิดว่าเนื้อที่กว้างขวาง ไม่น่าจะมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีนายกฤษณะ นาพูลผล หรือซิสเหรอ อายุ 35 ปี ศิลปินอิสระชาวจังหวัดนครปฐม จากรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้นำปั้นหุ่นด้วยดินน้ำมัน ชื่อ My Hero เป็นหุ่นลอยตัวสูง 12 นิ้ว เป็นภาพของ จ.อ.สมาน หรือจ่าแซม โดยเขากล่าวว่า นี่คือภาพที่ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเศษ โดยตนรู้สึกว่าจ่าแซมคือสัญลักษณ์ของความเป็นฮีโร่ ภารกิจบุกช่วย 13 หมูป่า และแสดงให้คนทั้งโลกเห็นด้วยการเอาชีวิตเข้าแลกโดยไม่หวาดกลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษณะกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้เขาได้ปั้นหุ่นลุงเจาะน้ำบาดาล หุ่นท่านผู้ว่าฯ พะเยา (ผอ.ศรอ.) รูปลอยของหน่วยซีล และล่าสุดคือหุ่นจ่าแซม โดยมีโครงการที่จะนำหุ่นทั้งหมดไปหล่อเป็นงานสำริดเป็น 2 เซต ชุดแรกจะนำไปเก็บไว้ให้คนได้ดูที่แกลลอรีของตนที่ อ.นครชัยศรี ซึ่งกำลังจะก่อสร้าง ส่วนอีก 1 ชุดจะนำออกประมูลเพื่อหารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปมอบให้ครอบครัวและภรรยาของจ่าแซม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีวีรบุรุษอีกกลุ่มหนึ่ง คือทีมเก็บรังนกนางแอ่นจากเกาะลิบง จ.ตรัง ที่เดินทางไปช่วยเหลือทีมหมูป่า โดยรับหน้าที่ปีนป่ายสำรวจปล่องถ้ำ เมื่อบ่ายวันพุธ ทีมเก็บรังนกทั้ง 18 คน นำโดย นายอะลิเฟน เทศนำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ได้เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่แล้ว โดยมีการจัดพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่นทั้งจากทางท่าอากาศยานหาดใหญ่ที่ได้เขียนป้ายต้อนรับ &amp;quot;ฮีโร่ลิบง&amp;quot; พร้อมมอบเงินจำนวน 5,000 บาทและของที่ระลึก และคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.สงขลา ที่ไปร่วมเป็นกำลังใจ รวมทั้งเสียงปรบมือของเจ้าหน้าที่สนามบินและประชาชนที่ร่วมกันต้อนรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอะลิเฟนกล่าวว่า ดีใจที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการค้นหาทีมหมูป่า ทีมงานเก็บรังนกเกาะลิบงไปด้วยใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น และขอบคุณคนไทยที่ยกย่องให้เป็นฮีโร่ แต่ภารกิจนี้ทุกคนเป็นฮีโร่หมดไม่ว่าจะฝ่ายไหน เพราะมีเป้าหมายเดียวกันคือหาทีมหมูป่าให้เจอและช่วยออกมาให้ได้ และทันทีที่รู้ว่าทั้ง 13 คนปลอดภัย ถูกช่วยออกมาได้ ก็ดีใจและภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจครั้งสำคัญนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13233</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ.สมาน กุนัน, ทีมหมูป่า, น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรรัฒน์, นพ.ธรณินทร์ กองสุข, ประสงค์ พูนธเนศ, มหาวิทยาลัยศิลปากร, ว่าที่ ร.อ.ปิยะเกียรติ ลิ้มประยูรวงศ์, สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b4614f7e47c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2018 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์&#039;ทรงแสดงจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ครั้งแรก วาดเสือเป็นสัญลักษณ์ถึงพระบิดา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.61- เวลา 14.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปทรงเป็นประธานในการเปิดนิทรรศการศิลปกรรม &amp;quot;หลากลาย หลายชีวิต&amp;quot; Various Patterns; Diversity of Life ใน &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี นิทรรศการศิลปะแสดงเดี่ยวครั้งแรก ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการศึกษาระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ณ หอศิลป์สมเด็จ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้พระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนการจัดนิทรรศการฯ และผู้สนับสนุนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสื้อลายฝีพระหัตถ์ และทอดพระเนตรการแสดงดนตรี &amp;ldquo;ท่วงทำนองหลากลาย &amp;nbsp;หลายชีวิต&amp;rdquo; โดยคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จากนั้น ทรงตัดผ้าแถบแพรเปิดการแสดงนิทรรศการศิลปกรรม &amp;ldquo;หลากลาย หลายชีวิต&amp;rdquo;&amp;nbsp;ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ทอดพระเนตรผลงานศิลปกรรมในเทคนิคต่าง ๆ ที่ได้พัฒนาแบบมาจากผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ จำนวน &amp;nbsp;239 &amp;nbsp;ภาพ เป็นงานศิลปะร่วมสมัย &amp;nbsp;แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มของผลงานตามเนื้อหาสาระ โดยเสด็จไปยังห้องแสดงนิทรรศการ ชั้น 4 ทอดพระเนตรผลงานจิตกรรมฝีพระหัตถ์ ชุดผีเสื้อ &amp;nbsp;ลวดแขวนชุดผีเสื้อ และผลงาน อินเตอร์แอคทีฟ (Interactive) ชุดผีเสื้อ จากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร &amp;nbsp;ต่อจากนั้น เสด็จลงไปยังห้องแสดงนิทรรศการชั้น 3 ทอดพระเนตร ผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ชุดเสือ กลุ่มที่ 1 เสือกับลายเส้น ขาว &amp;ndash; ดำ กลุ่มที่ 2 อัตลักษณ์ของเสือ &amp;nbsp;กลุ่มที่ 3 เสือกับธรรมชาติ จากนั้นเสด็จลงไปยัง ห้องแสดงนิทรรศการ ชั้น 2 ทอดพระเนตรผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ชุดเสือ กลุ่มที่ 4 เสือกับสิ่งแวดล้อมและการจัดวาง &amp;nbsp;กลุ่มที่ 5 เสือกับสัญลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ และกลุ่มที่ 6 เสือกับจินตนาการสร้างสรรค์ &amp;nbsp;และชั้น 1 เป็นที่ตั้งของผลงานประติมากรรมเสือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการศิลปกรรม &amp;ldquo;หลากลาย หลายชีวิต&amp;rdquo; มีเนื้อหาและสะท้อนเรื่องราวของภาพมาจากธรรมชาติ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นปฐมบท โดยใช้สื่อสัญลักษณ์เป็นเรื่องราวของ &amp;ldquo;เสือ&amp;rdquo;ในอิริยาบถต่าง ๆ ซึ่งสัมพันธ์กับบรรยากาศ ห้วงของเวลา และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ สังคม สาระความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และประสบการณ์ชีวิตส่วนพระองค์ โดย &amp;ldquo;เสือ&amp;rdquo; ที่ปรากฏในผลงานชุดวิทยานิพนธ์นั้น เป็นการสื่อความหมายถึงรูปสัญลักษณ์ของ &amp;ldquo;พ่อ&amp;rdquo; ผู้ทรงปกครองเหนือราชอาณาจักร อันสื่อความหมายถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ราชาผู้ปกครองแผ่นดินด้วยพระเมตตา ทรงมีความห่วงใยทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์ตลอดเวลา พระมหากษัตริย์ผู้ทรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรม พระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานอย่างหนักเพื่อประชาชน และผืนแผ่นดินที่ทรงรัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมชมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสื้อลายเสือ จากภาพวาดฝีพระหัตถ์ บริเวณบูธ Art Shop &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำขึ้น เพื่อจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสสนับสนุนผลิตภัณฑ์ โดยเสื้อลายเสือจากภาพวาดฝีพระหัตถ์นี้ จะเป็นภาพเสือในอิริยาบถต่าง ๆ และด้านล่างจะมีลายเซ็นพระนาม &amp;ldquo;Chulabhorn Mahidol&amp;rdquo; ทุกตัว ราคาจำหน่าย &amp;ldquo;เสื้อยืด&amp;rdquo; 350 บาท และ &amp;ldquo;เสื้อโปโล&amp;rdquo; 450 บาท โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะทูลเกล้าถวายสมทบทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ป่วยยากไร้ในพระอนุเคราะห์ สนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน และนักศึกษาที่เรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยพิบัติ ตลอดจนพัฒนาชุมชน สร้างอาชีพ และเสริมรายได้ให้ประชาชนโดยผ่านโครงการฝึกอาชีพในพระดำริต่าง ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นิทรรศการศิลปกรรม &amp;quot;หลากลาย หลายชีวิต&amp;rdquo; ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ &amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;อัครราชกุมารี เป็นการนำเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์ ในการทรงศึกษาระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ โดยระหว่างที่ทรงศึกษา ทรงปฏิบัติพระองค์ดังเช่นนักศึกษาทั่วไป ทรงตั้งพระทัยในการศึกษา และทรงปฏิบัติงานด้านศิลปะด้วยความวิริยะอุตสาหะกับจำนวนผลงานที่มากกว่า 300 ชิ้น คณาจารย์ผู้ถวายการสอนต่างปลื้มปีติกับคุณภาพของผลงาน ซึ่งงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีนี้มีอัตลักษณ์เฉพาะผ่านแนวความคิดที่เป็นส่วนพระองค์ เป็นงานสร้างสรรค์ที่มาจากส่วนลึกในพระหฤทัย เป็นงานศิลปะบริสุทธิ์ ศิลปะที่มุ่งเน้นเพื่อศิลปะโดยแท้จริง โดยปราศจากการปรุงแต่ง ผู้ที่สัมผัสผลงานสามารถรับรู้ และรู้สึกได้โดยง่ายจากพลังของการถ่ายทอดที่ใสสะอาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น นิทรรศการฯ ครั้งนี้ยังเป็นที่สิ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในความรักศิลปะที่อยู่ในส่วนลึกของพระหฤทัยและทรงถ่ายทอดให้เป็นที่ประจักษ์ถึงคุณค่าของผลงานที่ทรงสร้างสรรค์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของการศึกษาที่ต้องทรงปฏิบัติตามเงื่อนไขของหลักสูตรเพื่อนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ต่อสาธารณชน &amp;nbsp;โดยนิทรรศการฯ ครั้งนี้จะจัดแสดง ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 15 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 -19.00 น. (ปิดวันพุธ).&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6076</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะจิตรกรรม, ปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์, ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์, มหาวิทยาลัยศิลปากร, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, หอศิลป์สมเด็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abcdac63e780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
