<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำรวจตัวเอง...ชราแบบไหน?!? </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่คนเราแก่ตัวลงนั้น ไม่ได้วัดกันตรงตัวเลขอายุที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ความชราภาพที่แท้จริงดูกันที่ความเสื่อมถอยของอวัยวะและระบบต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ความแก่ชรานั้นมีอยู่อย่างน้อย 4 แบบ โดยแบ่งตามประเภทของอวัยวะและระบบการทำงานของร่างกาย ที่มีแนวโน้มจะเสื่อมสภาพลงได้มากที่สุดในแต่ละบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของสหรัฐ เผยผลการศึกษาข้างต้นในวารสาร Nature Medicine โดยระบุว่าร่างกายของคนเรานั้นมี &amp;quot;ประเภทความชรา&amp;quot; (ageotypes) ที่แตกต่างกัน ซึ่งในปัจจุบันสามารถจำแนกได้อย่างน้อย 4 ประเภทคือ กลุ่มภูมิคุ้มกันชรา, กลุ่มตับชรา, กลุ่มไตชรา และกลุ่มระบบเผาผลาญชรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเภทของความชราที่เกิดขึ้นดังกล่าวไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับอายุจริงของบุคคลนั้น และมนุษย์แต่ละคนก็มีแนวโน้มจะเกิดความชราประเภทใดประเภทหนึ่งได้ไม่เหมือนกัน หรือบางคนอาจมีลักษณะร่วมผสมผสานระหว่างความชรามากกว่าหนึ่งประเภทได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแบ่งแยกประเภทของความชรานี้ได้จากผลวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ และความเปลี่ยนแปลงของตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (biomarkers) ที่เป็นสารเคมีหลายร้อยชนิดในร่างกายของกลุ่มตัวอย่าง 43 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 29-75 ปี โดยมีการติดตามเก็บข้อมูลดังกล่าวเป็นเวลา 2 ปีเต็ม และเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้ระหว่างกลุ่มตัวอย่างหนุ่มสาวกับคนชรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมผู้วิจัยพบว่ามีตัวบ่งชี้ทางชีวภาพกว่า 600 ชนิด ที่สามารถบ่งบอกถึงอายุที่แท้จริงของอวัยวะและระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่นสารก่อการอักเสบ, จุลินทรีย์, สารพันธุกรรม, โปรตีนหลายชนิด และสารที่เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการเผาผลาญใช้พลังงานหรือเมตาบอลิซึม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ไมเคิล ชไนเดอร์ ผู้นำทีมวิจัย บอกว่า &amp;quot;การค้นพบตัวบ่งชี้ทางชีวภาพเหล่านี้ทำให้เราจัดแยกประเภทของความชราในแต่ละบุคคลออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ แต่ในอนาคตหากมีการค้นพบตัวบ่งชี้ทางชีวภาพใหม่ๆ เพิ่มเติมอีก ในกลุ่มประชากรที่มากกว่าเดิม ก็อาจจำแนกประเภทของความชราได้ละเอียดมากขึ้น และอาจจะมีรูปแบบของความชราหลากหลายประเภทขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนกลุ่มที่มีระบบภูมิคุ้มกันชราหรือเสื่อมสภาพ จะพบสารก่อการอักเสบสะสมในตัวเองมากกว่าคนอื่นๆ คนกลุ่มที่มีตับหรือไตชราจะพบค่าของสารที่แสดงถึงความเสื่อมถอยของอวัยวะดังกล่าวสูง ส่วนคนกลุ่มที่ระบบเผาผลาญชราจะพบปริมาณน้ำตาลในเลือดอยู่มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งแสดงถึงการที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลกลูโคสได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเราได้รู้ถึงประเภทของความชราในแต่ละคน จะทำให้ง่ายต่อการหาวิธีป้องกันและหยุดยั้งการเสื่อมสภาพของร่างกายได้ถูกต้องเหมาะสม โดยมีความจำเพาะเจาะจงในการใช้ยาหรือใช้วิธีรักษาต่างๆ กับแต่ละบุคคลมากขึ้น&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56392</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3aa833b4cb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
