<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึก &#039;มหาประชายินดี&#039; ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นวันมหาประชายินดี &amp;quot;เพื่อมวลมนุษยชาติ&amp;quot; ของชาติไทย ในยุค ไวรัส &amp;quot;มหาวิบัติภัย&amp;quot; ล้างมนุษยชาติ ที่ทั้งโลกต้องคุกเข่า สยบยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ด้วยวิทยาการและการวิจัย &amp;quot;วงการแพทย์ไทย&amp;quot; ได้จุดประกายหวังที่ &amp;quot;สิ้นหวัง&amp;quot; ของมวลมนุษยชาติให้คุโชนในความหวังอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอบคุณวงการแพทย์ไทย และขอบคุณรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ความสำเร็จที่ใกล้เป็นจริงนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แค่นำเกียรติประวัติสู่ชาติไทยและคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากแต่ยังสร้าง Hope ให้คนทั้งโลกด้วย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น วันนี้ เพื่อความแน่นอนทางข่าวสาร จะไม่พูดเอง-คุยเอง อันอาจเพี้ยนได้ จะนำคำคณะแพทย์แถลงมาบันทึกไว้ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม ๑๒๑๐ ชั้น ๑๒ อาคาร &amp;quot;ภูมิสิริมังคลานุสรณ์&amp;quot; โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (๑๒ ก.ค.๖๓)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด mRNA ที่มีชื่อว่า &amp;quot;CU-Cov19&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงข่าวความคืบหน้า หลังพบผลการทดสอบวัคซีนโควิด-19 &amp;quot;ในลิง&amp;quot; เข็มที่สอง ได้ผลดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดินหน้าทดสอบในมนุษย์ (จิตอาสา) ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ &amp;nbsp;สภากาชาดไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ปลายปีจนถึงปัจจุบัน...........&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดของโควิด-19 เกิดขึ้นทั่วโลก สิ่งที่ทางทีมนักวิจัย จากศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ &amp;nbsp;จุฬาฯ ได้คิดค้นมาโดยตลอด คือ &amp;quot;การป้องกัน&amp;quot; ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ให้ข้อมูล ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีน CU-Cov19 เป็นวัคซีนชนิด mRNA ที่ผลิตจากสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่บางส่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมนี้ถูกฉีดเข้าไปในร่างกาย จะถูกเปลี่ยนเป็นโปรตีน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันชนิด &amp;quot;แอนติบอดี&amp;quot; ที่ช่วยต่อสู้กับไวรัสได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะได้รับการตรวจสอบ ว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความปลอดภัย จาก &amp;quot;สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&amp;quot; (อย.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากผลการทดลองที่หนูได้รับวัคซีนเข็มแรก ระดับภูมิคุ้มกันขึ้นมาในระดับร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉีดเข็มที่ ๒ ห่างจากเข็มแรก ๑ เดือน ระดับภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นถึง ๔๐,๐๐๐ ซึ่งเราได้ทำการทดลองควบคู่กับลิง โดยฉีดใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-เข็มแรก วันที่ ๒๓ พ.ค.๖๓
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ฉีดเข็มที่ ๒ ห่างจากเข็มแรก ๑ เดือน ในวันที่ ๒๒ เม.ย.๖๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีลิงทดลองทั้งหมด ๑๓ ตัว มีการเจาะเลือดติดตามทุก ๑๕ วัน แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-กลุ่มแรก ลิง ๕ ตัว จะได้รับวัคซีนโดสสูง คือมีความเข้มข้นระดับ ๕๐ ไมโครกรัม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-กลุ่มที่ ๒ ลิง ๕ ตัว ที่จะได้รับวัคซีนเข้มข้น ระดับ ๕ ไมโครกรัม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-กลุ่มที่ ๓ ลิง ๓ ตัว ซึ่งเป็นกลุ่ม Negative Control จะไม่ได้รับวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าล่าสุด.........&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการตรวจเลือดลิงหลังจากได้รับการฉีดวัคซีน CU-Cov19 กระตุ้นเข็มที่ ๒ พบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิงที่ได้รับวัคซีนทุกตัว มีระดับภูมิคุ้มกันที่เพิ่มขึ้น สุขภาพแข็งแรง ไม่มีผลข้างเคียงจากการได้รับวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะในลิงกลุ่มแรก ที่ได้รับวัคซีนโดสสูง ที่ระดับภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น กว่า ๕,๐๐๐&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ความแตกต่างระดับภูมิคุ้มกันของหนูและลิงนั้น ตกไปถึง ๒๐ เท่า เพราะขนาดของตัว ระดับการตอบโต้ของภูมิคุ้มกัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่อาศัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะหนูอาศัยอยู่ที่สกปรก อาจจะมีภูมิคุ้มกันได้ดี ซึ่งคาดว่าถ้าทดลองในคน อาจจะมีระดับภูมิคุ้มกันลดลงจากลิงไปอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ จากผลวิจัย mRNA เฟสแรก ของบริษัท ไบโอเทค ไฟเซอร์ ที่มีการทดลองฉีดในคน ก่อนหน้าเรา ๔-๖ เดือน ด้วยโดส ๑๐, ๓๐ และ ๑๐๐ โมโครกรัม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปรียบเทียบ หลังเข็มที่ ๒ อัตรา ๓๐ โดส ใน ๒ อาทิตย์ ระดับภูมิคุ้มกัน &amp;#39;เพิ่มขึ้น&amp;#39; มากกว่า ๑,๐๐๐&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปได้ว่า วัคซีนของเราอาจจะมีระดับภูมิคุ้มกัน อาจจะลดลงแค่ประมาณ ๕ เท่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับขั้นตอนต่อไป คือ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ &amp;quot;เตรียมผลิต&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอาทิตย์หน้า จะนำวัคซีน mRNA ๒ ตัวที่ดีที่สุด ไปให้ ๒ โรงงาน ได้ทำการผลิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบ่งเป็น โรงงานที่ผลิตวัคซีนเทคโนโลยี mRNA ทำโดยบริษัท TriLink สหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอีกโรงงาน ที่ผลิต LNP &amp;quot;ส่วนผสมวัคซีน&amp;quot; เพื่อใช้ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี เป็นของบริษัท &amp;nbsp;Evonik ประเทศเยอรมนี แต่ตั้งอยู่ในประเทศแคนาดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และได้เตรียมโรงงานไทย &amp;quot;บริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จํากัด&amp;quot; ในการผลิตวัคซีน mRNA และ &amp;quot;ตัวเคลือบวัคซีน&amp;quot; ด้วย จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.เกียรติ กล่าวอีกว่า.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการวิจัยในคน ซึ่งมีการดำเนินการไปแล้วในต่างประเทศ ๑๘-๒๐ ชนิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างน้อยมี ๔ ชนิด ที่เป็น mRNA และมี ๓ ชนิด ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเรา แต่จะต่างกันที่ตัวเนื้อวัคซีน ทำให้เราสามารถเรียนรู้ความน่าจะเป็นได้ว่า แบบไหนจะได้ผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ในแผนระยะแรก........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๓ จะทดลองในคน ๑๐๐+ คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัย จะเริ่มที่โดสต่ำๆ จึงกำหนดเป็นกลุ่มอายุ ๑๘-๖๐ ปี แบ่งเป็น ๕ กลุ่ม ได้แก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-กลุ่มแรก จะได้รับวัคซีนเข็มแรก/เข็มที่ ๒ ที่ ๑๐/๑๐ ไมโครกรัม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-กลุ่ม ๒ ที่ ๓๐/๓๐ ไมโครกรัม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-กลุ่ม ๓ ที่ ๑๐๐/๑๐๐ ไมโครกรัม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-กลุ่ม ๔ ที่ ๓๐/๑๐&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-กลุ่ม ๕ ที่ ๑๐๐/๑๐ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคาดว่าจะทำให้คนเข้าถึงวัคซีนได้เยอะขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระยะที่ ๒
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงธันวาคม ๒๕๖๓ - มีนาคม ๒๕๖๔ ทดลองในคน ๕๐๐-๑,๐๐๐ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของระยะที่ ๓ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการเรียนรู้ติดตามในต่างประเทศที่มีการทดลอง mRNA ๔ ชนิด ที่ก้าวหน้ามากกว่าเราถึง ๖ &amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่า มีวัคซีน ๑ ตัวสำเร็จได้ในต้นปี ๒๐๒๑ และได้การรับรอง อย.จากอเมริกา และยุโรป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนของจีน.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้มีการเริ่มให้ใช้ได้ในทหาร เพราะวัคซีนมีความเสี่ยงสูง ทำให้ดูผลการทดลองได้เร็วขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งขณะนั้น.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยกำลังเริ่มดำเนินการทดลองในคนระยะที่ ๒ จึงเป็นไปได้ว่า ในระยะที่ ๓
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย.ไทย อาจเห็นควรให้ ไม่ต้องดำเนินการเข้าสู่ระยะ Emergency Use Authorization (EUA)&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยังต้องทำการเก็บข้อมูลเหมือนระยะที่ ๓ แต่ทั้งนี้ หากเป็นไปได้ ก็จะช่วยลดทรัพยากรและระยะเวลาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้คือ เนื้อหา &amp;quot;คณะแพทย์&amp;quot; แถลงตามข่าวปรากฏมันเป็นเอกลักษณ์-เอกภาคภูมิแห่งเกียรติศักดิ์ชาติ สมควรที่เราคนไทยทุกคนปลาบปลื้มยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะหนึ่งในอณูแห่งก้าวสู่ความสำเร็จนี้ การอดทน-เสียสละ ร่วมใจของประชาชน เคร่งครัดในมาตรการที่คณะแพทย์-รัฐบาลกำหนด เป็นแรงผลักดันไปสู่จุดสำเร็จนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็หวังว่า........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;PETA &amp;quot;องค์กรหากินกับสัตว์&amp;quot; รวมทั้งอังกฤษและเหล่าอารยชาติตะวันตก ไม่แอนตี้วัคซีน &amp;quot;CU-Cov19&amp;quot; ของไทย โดยตั้งแง่ การใช้หนูและลิงทดลอง เป็นการ &amp;quot;ทรมานสัตว์&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นอย่างนั้น คนไทยจะเสียใจมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะได้ตั้งใจไว้ว่า เมื่อสำเร็จ วัคซีนนี้ จะส่งไปช่วย &amp;quot;คนตะวันตก&amp;quot; ให้พ้นนรกโควิดไปด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับพวก PETA แม้ริษยา &amp;quot;กะทิไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยก็ปรารถนามอบวัคซีนนี้ไปให้ ถ้าไม่รังเกียจ ว่า สำเร็จนี้ &amp;quot;ลิง&amp;quot; &amp;nbsp;มีส่วนอุทิศ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71251</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย, ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ์ ผอ.รพ.จุฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
