<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดกระจายครบ77จังหวัด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยพบติดเชื้อใหม่อีก 9,317 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 87 ราย ศบค.รับตอนนี้เชื้อกระจายครบ 77 จังหวัด กำชับ 6 จังหวัด &amp;ldquo;ชลบุรี-โคราช-แปดริ้ว-มหาสารคาม-ศรีสะเกษ-ราชบุรี&amp;rdquo; คุมเข้ม หลังยอดผู้ป่วยทะลุหลักร้อย สปสช.จับมือแพทย์ชนบทจัดตรวจเชิงลึก 30 ชุมชนใน 3 วัน สธ.ยันบริหาร &amp;ldquo;ยา-เตียง&amp;rdquo; ได้แม้ต่างจังหวัดเริ่มออกอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 14 กรกฎาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,317 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 9,180 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 7,159 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,021 ราย มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 129 ราย มาจากต่างประเทศ 8 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 363,029 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 5,129 ราย หายป่วยสะสม 260,584 ราย อยู่ระหว่างรักษา 99,511 ราย อาการหนัก 3,201 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 828 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 87 ราย เป็นชาย 44 ราย หญิง 43 ราย อายุน้อยสุด 24 ปี อายุมากสุด 104 ปี อยู่ใน กทม. 55 ราย, ปทุมธานี 6 ราย, ยะลา 5 ราย, &amp;nbsp;นราธิวาส 4 ราย, ปัตตานี 3 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ เชียงใหม่ เชียงราย กำแพงเพชร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตาก นครพนม ระยอง สงขลา สุโขทัย สุพรรณบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,934 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 14 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,332 ราย, สมุทรปราการ 1,006 ราย, สมุทรสาคร 577 ราย, ชลบุรี 513 ราย, ปทุมธานี 398 ราย, นนทบุรี 347 ราย, ฉะเชิงเทรา 339 ราย, นครปฐม 202 ราย, ปัตตานี 195 ราย และนราธิวาส 191 ราย ซึ่งการเดินทางในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีการติดเชื้อกระจายครบ 77 จังหวัด โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีพื้นที่สีเข้มมากขึ้น โดยนอกจากกลุ่มจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด และมีอีก 6 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 100 รายในวันนี้ ประกอบด้วย ชลบุรี, นครราชสีมา, ฉะเชิงเทรา, มหาสารคาม, ศรีสะเกษ และราชบุรี&amp;nbsp;
&amp;ldquo;จากการสอบสวนโรคพบว่า ส่วนหนึ่งยังมีการจัดเลี้ยง จัดงานวันคล้ายวันเกิด มีการติดเชื้อในแคมป์คนงาน โรงงาน และตลาด จึงเน้นย้ำ 6 จังหวัดดังกล่าว แม้ยังไม่ได้จัดอยู่กลุ่มจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม แต่การเฝ้าระวังต้องสูงสุด เพราะตอนนี้เชื้อกระจายทั่ว 77 จังหวัดแล้ว&amp;rdquo; พญ.อภิสมัยย้ำ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ภาพก่อนหน้านี้ที่จังหวัดต่างๆ รับคนกลับบ้านไปรักษาตัว ตอนนี้ต่างจังหวัดประกาศว่าเริ่มเต็มศักยภาพกันแล้ว จะไม่สามารถรองรับผู้เดินทางกลับจากพื้นที่สีแดงเข้ม ดังนั้น หากใครตั้งใจเดินทางไปรักษาตัวที่บ้าน ขอให้ตรวจสอบจังหวัดปลายทางก่อน ขณะที่ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กยังเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ตามด่านต่างๆ เพราะอาจมีผู้ติดเชื้อเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อไปรักษาตัวทำให้เกิดความเสี่ยงได้ และที่น่าเป็นห่วงผู้เดินทางเข้าไปตรวจเชื้อในพื้นที่ กทม. พบติดเชื้อถึง 17% ถือว่าสูงมาก จึงขอให้เข้มงวดต่อไป &amp;nbsp;
ศบค.ขอบคุณร้านเสริมสวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พื้นที่ กทม. มีคลัสเตอร์เฝ้าระวัง 130 แห่ง ซึ่งที่ประชุมพูดทีมเคลื่อนที่เร็วแบบเบ็ดเสร็จ 69 ทีม ที่จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 15 ก.ค. ทีมดังกล่าวจะมีหลายหน่วยงาน จะระดมตรวจหาเชื้อในชุมชน โดยจะใช้การตรวจแบบแรพิดแอนติเจนเทสต์ เพื่อให้การตรวจกว้างขวางที่สุด หากตรวจพบเชื้อจะนำเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างรวดเร็ว ทั้งแยกกักที่บ้านและแยกกักที่ศูนย์พักคอย แต่หากผลเป็นลบก็อย่านิ่งนอนใจ ให้ตรวจซ้ำภายใน 3-5 วัน ซึ่งทีมเคลื่อนที่เร็วแบบเบ็ดเสร็จจะเพิ่มปริมาณให้ได้ 200 ทีมให้ได้โดยเร็วที่สุด&amp;rdquo; พญ.อภิสมัยระบุ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีข้อสงสัยคลินิกเสริมความงาม ร้านตัดผม ร้านทำเล็บ ร้านสัก ในพื้นที่ล็อกดาวน์สามารถเปิดได้หรือไม่ พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ตามข้อกำหนดฉบับที่ 27 ที่ได้ประกาศระบุ 6 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, นครปฐม, ปทุมธานี, สมุทรสาคร และสมุทรปราการเท่านั้น ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดใน 4 จังหวัดทางภาคใต้นั้นไม่ได้อยู่ในหลักการเดียวกันนี้ แต่พบว่าคลินิกเสริมความงามหรือร้านเสริมสวยต่างๆ ที่แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในห้างสรรพสินค้า โดยหลักการจังหวัดอนุญาตให้เปิดได้ แต่เจ้าของกิจการคลินิกเหล่านี้หลายที่ก็ปิดชั่วคราวช่วงนี้ จึงต้องขอขอบคุณคลินิกเหล่านี้ที่มีความเป็นห่วงและร่วมด้วยช่วยกัน อาจจะต้องเดือดร้อนสูญเสียรายได้ แต่ในระยะที่ปิดชั่วคราวนี้ก็เพื่อลดการเดินทางลดการที่ประชาชนจะออกนอกบ้าน ถือได้ว่าให้ความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือควบคุมการแพร่ระบาด โควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หลังจากที่ สปสช.ได้ร่วมกับสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตรวจคัดกรองโควิด-19 เชิงรุกด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสต์คิต เพื่อให้สามารถตรวจได้จำนวนมาก รู้ผลเร็ว ทำให้สามารถค้นหาและรีบนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาที่บ้านหรือที่ชุมชน หรือแบบ Home isolation และ Community Isolation โดยเร็วที่สุด ล่าสุด สปสช.ยังได้ร่วมมือกับชมรมแพทย์ชนบทระดมทีมบุคลากรทางการแพทย์จากจังหวัดต่างๆ เข้ามาร่วมตรวจเชิงรุก โดยชมรมแพทย์ชนบทจะเข้าไปตรวจเชิงรุกในชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ กทม.ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค.2564 รวมทั้งหมดกว่า 30 ชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า การตรวจโควิด-19 เชิงรุก 3 วันครั้งนี้ คาดว่าจะตรวจโควิดได้ 20,000-30,000 ราย โดยทีมชุดแรกที่มาปฏิบัติการครั้งนี้ 6 สาย จำนวน 60 คน ประกอบด้วย ทีมจากนครศรีธรรมราช, ขอนแก่น, รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และ รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.กรกฤช ลิ้มสมมุติ ผู้อำนวยการกองบริหารการสาธารณสุข และ นพ.วิทูรย์ อนันกุล ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉิน แถลงข่าวถึงการบริหารจัดการทรัพยากรด้านเวชภัณฑ์อุปกรณ์ทางการแพทย์ โดย นพ.กรกฤชกล่าวว่า ข้อมูลเมื่อวันที่ 13 ก.ค. มียาเหลือในประเทศ แบ่งเป็น 1.ฟาวิพิราเวียร์ 4,017,781 เม็ด ซึ่งอยู่ในองค์การเภสัชกรรม (อภ.) 2,170,782 เม็ด สำนักงานปลัด สธ.ที่ดูแลภูมิภาค กระจายอยู่ในทุกจังหวัด 1,015,284 เม็ด กรมการแพทย์ดูแลใน กทม. 801,567 เม็ด และกรมควบคุมโรค 30,148 เม็ด และ 2.ยาเรมเด็บซิเวียร์ มีอยู่ใน อภ. 1,613 ไวอัล ซึ่งสามารถสนับสนุนให้กับพื้นที่ได้อย่างเพียงพอและยังมีการสนับสนุนผ่านเครือข่ายทุกวัน ซึ่งเป็นไปตามปริมาณใช้จริง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการกระจายทรัพยากรสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แผนการจัดหาที่วางไว้เดือน ก.ค.-ก.ย. 21 ล้านเม็ด เดือนนี้เรามีผู้ป่วยจำนวนมาก จึงจะจัดซื้อรวม 16 ล้านเม็ด เดือน ส.ค. 2 ล้านเม็ด และ ก.ย.อีก 2 ล้านเม็ด แต่หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เราสามารถจัดหาได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการติดต่อไว้กับผู้ผลิตในหลายประเทศ&amp;rdquo; นพ.กรกฤชกล่าว และว่า ในส่วนของอุปกรณ์ป้องกัน 10 รายการ มีการจัดซื้อมาเสมอภายใต้งบประมาณเงินกู้ โดยเฉพาะก้อนล่าสุดรวม 1,900 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลคงคลังเวชภัณฑ์ปัจจุบัน เช่น หน้ากาก N95 จำนวน 1.9 ล้านชิ้น และชุดโคฟเวอร์ออล 4.2 ล้านชิ้น&amp;nbsp;
แจงยิบทรัพยากรเตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วิฑูรย์กล่าวว่า ขณะนี้ทรัพยากรเตียงทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศยังเป็นปัญหาสำคัญ ซึ่ง สธ.ไม่อยากให้เกิดข่าวว่าผู้ป่วยรอเตียงหรือเสียชีวิตที่บ้าน โดยการบริหารเตียงมี 2 ส่วน คือ 1.จำนวนเตียงที่มีอยู่ในมือ และ 2.การนำผู้ป่วยเข้าสู่การดูแลรักษาในเตียงแต่ละกลุ่มสี ซึ่ง 2 ส่วนนี้ต้องสัมพันธ์กัน ซึ่งสถานการณ์เตียงในกรุงเทพฯ เตียงผู้ป่วยสีเขียว รพ.สนามทั้งหมด 2,470 เตียง ว่าง 500 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 20%, ฮอสพิเทล ทั้งหมด 17,823 เตียง ว่าง 4,201 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 24% ยังมีเตียงว่างสำหรับผู้ป่วยสีเขียว และตอนนี้พยายามปรับให้ฮอสพิเทลให้ดูแลผู้ป่วยสีเหลืองมากขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยสีเหลืองได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นผู้ป่วยสีเขียวจะทดแทนเตียงที่หายไปด้วยการใช้แนวทางโฮมไอโซเลชันและคอมมูนิตีไอโซเลชัน&amp;nbsp;
สำหรับเตียงผู้ป่วยสีเหลือง COHORT รพ.ทั้งหมด 6,834 เตียง ว่าง 415 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 6%, ห้องแยก ทั้งหมด 3,526 เตียง ว่าง 449 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 13% และเตียงผู้ป่วยสีแดง AIIR ทั้งหมด 217 เตียง ว่าง 31 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 14%, Modified AIIR ทั้งหมด 538 เตียง ว่าง 49 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 9%, &amp;nbsp;Cohort ICU ทั้งหมด 323 เตียง ว่าง 37 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 11%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่จะดูแลเตียงสีแดงให้เพียงพอ พยายามจำกัดหรือลดการเจ็บป่วยที่จะกลายเป็นสีแดง เพราะฉะนั้นกลุ่มผู้ป่วยเป็นสีแดงเร็วคือผู้สูงอายุและ 7 กลุ่มโรค จึงอยากให้มารับวัคซีน เพราะลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยได้ในกรณีที่เป็นกลุ่มเสี่ยงนี้ โดย สธ.ปรับยุทธศาสตร์การฉีดวัคซีนใน กทม.เพื่อระดมฉีดให้ 2 กลุ่มนี้ ให้ครอบคลุม 80% ของประชากร 2 กลุ่มนี้ในกรุงเทพฯ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ด้วย&amp;rdquo; นพ.วิฑูรย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์กล่าวว่า ส่วนทั่วประเทศไม่รวมกรุงเทพฯ จากที่มีคนที่กลับภูมิลำเนา พบว่าภาพรวมประเทศทรัพยากรที่ดูแลผู้ป่วยสีเหลืองลดลงเร็วมาก หมายความคนที่กลับจากกรุงเทพฯ ไปยังภูมิภาคส่วนใหญ่เป็นสีเขียวแก่ถึงสีเหลือง เพราะฉะนั้นจะพยายามดูแลอย่างดีที่สุด เพราะฉะนั้นหลักการเคลื่อนย้ายต้องถูกต้องตามวิธีการและมีหลายภาคส่วนเข้ามาช่วยดูแล หากต้องการเดินทางกลับสามารถติดต่อ สายด่วน 1330 ในการขอกลับภูมิลำเนา จะมีการจัดหารถ การส่งตัวกลับอย่างปลอดภัย กรณีกลับเองจะมีคำแนะนำและไปยังจุดที่กำหนดในแต่ละจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์กล่าวอีกว่า ทรัพยากรเตียงและทรัพยากรที่ใช้ดูแลผู้ป่วยสีแดงในภูมิภาคสัดส่วนยังเพียงพอ ยังสามารถดูแลได้เป็นอย่างดี ในส่วนของการดูแลผู้ป่วยสีแดงแต่ละส่วนยังมีเหลือ 30% ซึ่งสามารถเพิ่มขยายได้ในศักยภาพที่ สธ.ดูแลอยู่ และมีการติดตามให้ทรัพยากรเพียงพอ ในส่วนเตียงผู้ป่วยสีเขียว รพ.สนามทั้งหมด 27,111 เตียง ว่าง 11,423 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 42%, ฮอสพิเทล ทั้งหมด 13,625 เตียง ว่าง 5,116 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 38%, เตียงผู้ป่วยสีเหลือง COHORT รพ. ทั้งหมด 29,795 เตียง ว่าง 5,449 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 18%, ห้องแยก ทั้งหมด 15,257 เตียง ว่าง 3,752 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 25% และเตียงผู้ป่วยสีแดง AIIR ทั้งหมด 483 เตียง ว่าง 140 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 29%, &amp;nbsp;Modified AIIR ทั้งหมด 2,201 เตียง 645 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 29%, Cohort ICU ทั้งหมด 868 เตียง ว่าง 267 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง 31%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พบว่าเขตสุขภาพหลายแห่งใช้ทรัพยากรเกิน 80% ต้องเป็นแผนวางล่วงหน้าในการป้องกันการขาดแคลนทรัพยากรในส่วนของเตียง ส่วนทรัพยากรอื่นๆ ได้เตรียมไว้อย่างเพียงพอ เพราะฉะนั้นการขาดแคลนทรัพยากรจะพยายามไม่ให้เกิดขึ้น ส่วนการบริหารจัดการเตียง ในเขตจะบริหารเตียงอย่างดีที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ รพ.สามารถดูแลประชาชนที่มีการติดเชื้อช่วงนี้ และถ้าปฏิบัติตามข้อแนะนำและการควบคุมการเคลื่อนย้ายตามแนวทางที่รัฐบาลได้สั่งการไป เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น&amp;rdquo; นพ.วิฑูรย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, พบติดเชื้อใหม่, มหาสารคาม, ราชบุรี, ศรีสะเกษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียชีวิตเพิ่ม, แปดริ้ว, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eee6cf6dca6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!คลัสเตอร์มหาสารคามติดเชื้อแล้ว21ราย’หมอ’1รายก็โดนด้วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 ก.พ.2564 - นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 795 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 783 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 24 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 759 ราย ในจำนวนนี้เป็นการค้นหาเชิงจาก จ.สมุทรสาครทั้งหมด โดยเป็นแรงงานเมียนมา 662 ราย ลาว 2 ราย กัมพูชา 3 ราย และไทย 92 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 12 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 21,249 ราย หายป่วยสะสม 14,001 ราย อยู่ระหว่างรักษา 7,169 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดสะสมคงที่ 79 ราย อย่างไรก็ตาม หากดูเฉพาะการติดเชื้อระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.63 &amp;ndash; 3 ก.พ.64 จะเห็นว่า มีผู้ติดเชื้อใน จ.สมุทรสาคร จำนวน 12,746 ราย หรือ 78.23% กทม. จำนวน 799 ราย หรือ 4.90% และจังหวัดอื่นๆ 2,749 ราย หรือ 16.87% ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 104,391,187 ราย เสียชีวิตสะสม 2,262,733 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า วันนี้มี 2 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม คือ จ.ตาก และมหาสารคาม โดยที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก ทาง จ.ตากได้ขอคุมพื้นที่เฉพาะเจาะจงลงไปอาจใช้มาตรการที่เข้มขึ้น โดยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รับพิจารณาเพื่อจะมีการปรับโทนของการดูแลให้เข้มขึ้น นอกจากนี้ ถ้าดูแผนที่ประเทศไทย ขณะนี้มีจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อในช่วง 1-2 วัน จำนวน 7 จังหวัด มีจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อติดต่อกัน 3-4 วัน จำนวน 7 จังหวัด มีจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อติดต่อกัน 5-6 วัน จำนวน 3 จังหวัด มีจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อในช่วง 7 วันที่ผ่านมา จำนวน 46 จังหวัด และมีจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในการระบาดระลอกใหม่ จำนวน 14 จังหวัด จึงขอจังหวัดที่สถานการณ์ดีดูแลสุขลักษณะส่วนตัว จะได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ได้ยาวนานที่สุด และหวังว่าจากมาตรการผ่อนคลายที่มีมาจะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจังหวัดอื่นๆ รวมถึง กทม. และสมุทรสาครลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. ทวีศิลป์ กล่าวว่า กองระบาดวิทยา ได้สรุปรายงานการติดเชื้อในยานพาหนะต่างๆ โดยจากตัวเลขพบผู้ติดเชื้อจำนวนน้อย ซึ่งอาจจะติดเชื้อจากจุดอื่น ไม่ได้ติดภายในยานพาหนะสาธารณะ อาจเป็นเพราะการป้องกันของผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ แต่ยังไม่ได้เป็นข้อสรุปอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงแค่รายงานข้อมูลเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการสรุปผลการดำเนินการแข่งขันแบดมินตันนานาชาติในประเทศไทย ในรูปแบบสถานที่กักกันเฉพาะองค์กร (OQ) ที่ควบคุมการเดินทางของผู้ร่วมแข่งขันและมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ระหว่าง 4-31 ม.ค. ภาพรวมเป็นไปด้วยดี มีการพบผู้ติดเชื้อเพียง 4 ราย และพบผู้ที่มีประวัติติดเชื้อมาก่อนแต่หายแล้ว 6 ราย กรณีนี้ประเทศได้รับคำชื่นชมจนมีชื่อเสียงในด้านนี้ เป็นเพราะการทำงานอย่างหนักของหลายหน่วยงาน หวังว่าหลังจากนี้จะได้มีกีฬาดีๆ เกิดขึ้นในประเทศไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความคืบหน้าการสอบสวนโรคที่ จ.มหาสารคาม นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่าว่า ในเรื่องดังกล่าวปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ติดตามผ่านการประชุมทางไกลผ่านระบบเทเรคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เพื่อให้รายงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ พบว่าคลัสเตอร์ของ จ.มหาสารคาม ขณะนี้รวมตัวเลขอยู่ที่ 21 ราย เป็นคนที่อยู่ในมหาสารคาม จำนวน 17 &amp;nbsp;ราย ราชบุรี 3 ราย และขอนแก่น 1 ราย และตอนนี้ได้มีการติดตามกลุ่มเสี่ยงสูงและกลุ่มเสี่ยง เพื่อค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกจำนวนทั้งหมด 4,149 ราย ปรากฏผลออกมาแล้ว จำนวน 2,477 รายไม่พบเชื้อแต่อย่างใด รอผลอยู่อีก 1,672 ราย นอกจากนี้ จ.มหาสารคามได้ประกาศ อ.เมือง อ.กันทรวิชัยให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด พร้อมกับปิดสถานที่เสี่ยงต่างๆ จำนวน 17 แห่ง นี่ คือการทำงานทั้งหมดของพื้นที่ ดังนั้น ขนาดนี้หากใครพบว่าตัวเองมีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ จ.มหาสารคาม แล้วมีอาการผิดปกติ ขอให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว มีรายงานล่าสุดว่ามีแพทย์ท่านหนึ่งที่รับตรวจคนไข้ในกรณีนี้ มีการติดเชื้อด้วย 1 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.มีการพูดคุยกันว่าจะสื่อสารกับประชาชนว่าในเวลานี้ยังวางใจไม่ได้ เบาใจได้บ้างสำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัด แต่สถานการณ์ขณะนี้พื้นที่ที่มีสีแดงเข้มอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร และกทม. &amp;nbsp;ทั้งสองจังหวัดนี้อยู่ใจกลางของแผนที่ประเทศไทย สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังจังหวัดอื่นได้หลากหลายมาก ดังนั้น ขณะนี้เมื่อเวลาผ่านไปเราต้องค้นหาผู้ป่วยให้ได้โดยเร็ว แต่อย่างไรก็ตามการค้นหาผู้ติดเชื้อจะต้องใช้งบประมาณ และสรรพกำลังของบุคลากรทางการแพทย์เป็นจำนวนมาก จึงต้องวางยุทธศาสตร์ในการให้เกิดการสมดุลระหว่างการสูญเสียด้านเศรษฐกิจ การลงเม็ดเงินงบประมาณเข้าไปเพื่อตรวจรายละ 2,000 บาทโดยประมาณ ถ้าตรวจหมื่นราย จะใช้วันละ 20 ล้านบาท ไม่ใช่จำนวนเงินที่น้อย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวตอนท้ายว่า เราจะมีวิธีใดที่จะผสมผสานกันหลายๆอย่าง สิ่งที่ทางกระทรวงสาธารณสุข และศบค.ชุดเล็ก ต้องช่วยกันคิดและกำลังทำอยู่ในขณะนี้เพื่อให้ได้รู้ขนาดและจำกัดวงเอาไว้ ดังนั้น ต้องขอความร่วมมือประชาชนที่ จ.สมุทรสาคร และกทม.ต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด และขณะเดียวกันคนที่อยู่ต่างจังหวัด เรามีตัวอย่างที่ จ.มหาสารคามทำให้เราเห็นภาพว่าโรคไปได้ทุกที่ สรุปว่าคนทั้ง 77 จังหวัดยังการ์ดตกไม่ได้ ยังต้องเข้มกันอยู่ทุกคน เพราะถ้าเผลอเมื่อไหร่ไวรัสตัวนี้จะเข้าไปในทางเดินหายใจของเราได้ตลอดเวลา เราจึงต้องเรียนรู้ร่วมกันว่าตอนนี้งานเลี้ยงที่มีสุราร่วมด้วย และยังมีงานรื่นเริงต่างๆ ล้วนแต่เป็นความเสี่ยงทั้งสิ้น ทั้งโต๊ะแชร์ งานเลี้ยงวันเกิด ซึ่งในส่วนของกฎหมายที่จะบังคับใช้นั้นจะทำให้เราสามารถเรียนรู้ไปด้วยกัน แต่ไม่ใช่การยากที่จะนำกฎหมายไปบังคับเพื่อให้ใครต้องไปติดคุกติดตะราง แต่การบังคับใช้กฎหมายนั้นเพื่อที่จะให้เราทุกคนอยู่ในกฎเกณฑ์เดียวกัน ใช้ชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เคารพกฎหมายซึ่งกันและกัน เราทำเพื่อให้คนอื่นปลอดภัย ไม่ได้ทำให้เพื่อเกรงกลัวกฎหมาย ศบค. อยากขอความร่วมมือมากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย เพราะเราต้องยืนระยะตรงนี้ไปอีกนานระยะหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาก, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, มหาสารคาม, ศบค., โควิด-19, โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff149c92e78c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีอะไรใหม่!ชักแม่น้ำทั้ง5อัดก่อนสรุปต้องรื้อรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2562 - &amp;nbsp;ที่ตลาดเกษตรมหาสารคาม อ.เมือง จ.มหาสารคาม &amp;nbsp;วิทยาลัยการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจัดเสวนา &amp;lsquo;รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร? รัฐธรรมนูญใหม่เพื่อคนไทยทุกคน&amp;rsquo; ท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังแน่นขนัด โดยมีตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านร่วมเสวนาพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดงานเสวนาว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญต้องการสืบทอดอำนาจของรัฐประหาร แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะเลือกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและเลือกบางพรรคที่ไม่เอาเผด็จการที่ไปร่วมรัฐบาล แต่รัฐธรรมนูญกลับทำให้คนที่ประชาชนไม่ได้เลือกได้เป็นนายกรัฐมนตรี เกิดความไม่เป็นประชาธิปไตย โดยการทำให้บ้านเมืองสันติสุข 1.ต้องทำให้ประชาชนของประเทศเป็นประชาชนที่ดีมีปัจจัยสี่ ได้รับการดูแลเศรษฐกิจ มีสิทธิเสรีภาพ 2.ต้องมีรัฐธรรมนูญที่ดี &amp;nbsp;ภัยของรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่สามารถทำให้ประชาชนเห็นอนาคตได้ เมื่อรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของประชาชนเราต้องมาร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญคืนสิทธิคืนอำนาจให้ประชาชน แม้แต่รัฐธรรมนูญที่เผด็จการร่างนั้น เราอาจแก้บทเฉพาะกาลให้อำนาจมาสู่ประชาชน เพราะบทเฉพาะกาลอำนาจอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งและนายทุน เมื่อร่างเสร็จปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ที่ดินทำกิน ไม่เคยถูกหยิบมาร่างในรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ปาฐกถาพิเศษว่า วันนี้เศรษฐกิจกับกฎเกณฑ์มีความเกี่ยวกัน เศรษฐกิจจะดีได้ต้องมีความมั่นใจถึงจะกล้าใช้เงิน ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทำให้กระเป๋าแฟบ แต่รัฐธรรมนูญนี้ทำลายความเชื่อมั่นและนักลงทุนทั้งหมด ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้เศรษฐกิจกลับมาแข็งแกร่ง รัฐธรรมนูญนี้ทำลายเชื่อมั่น ความหวังของคนไทยและนานาชาติ เริ่มตั้งแต่การเลือกตั้ง ทั่วโลกยอมรับ มีสูตรคำนวณ ส.ส.พิสดารที่สุด มีการคำนวณให้พรรคปัดเศษเล็กได้มากันเต็ม พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากที่สุดแต่ไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นกติกาที่แปลกและขัดหลักการประชาธิปไตยทั่วโลก และมี ส.ว. 250 คน เลือกเสร็จแล้วก็เลือกนายกฯ แทนชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ใครเลือกนายกฯ คนนี้บ้างคนยกมือขึ้น แต่มี ส.ว. 250 คนเลือกแทน เมื่อขัดหลักการพื้นฐานประชาธิปไตยทั่วโลกก็ไม่ยอมรับ เมื่อเขียนรัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว มีการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ พรรครัฐบาลมีเกือบ 20 พรรค จึงไร้เอกภาพ จึงเห็นการต่อรองตั้งแต่ยังไม่ตั้งรัฐบาล เพราะพรรคนี้ต้องการกระทรวงนี้ วันนี้มีใครต่อรองให้พี่น้องบ้าง ไม่มี ทำให้ได้รัฐบาลที่จ้องขโมยงูเห่าทุกสัปดาห์ที่โหวต ทำให้ได้รัฐบาลเลี้ยงลิง หากล้วยมาป้อนลิงให้ลิงอิ่ม ไม่ได้หาอะไรให้ประชาชนอิ่มท้อง รัฐบาลไร้เสถียรภาพ&amp;rdquo;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับปากท้องโดยตรง 5 ปีราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ได้นายกฯ คนเดิมราคาก็ตกเหมือนเดิม กำลังซื้อในประเทศตก ค่าเงินแข็ง ส่งออกตายสนิท ถ้าเรายังไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความหวัง อย่างสหรัฐและจีนทำสงครามการค้า ประเทศไทยเตรียมซื้อรถถังและเรือดำน้ำอีกแล้ว สวนกับความเป็นจริง รัฐธรรมนูญไม่ให้สิทธิประชาชนไปตรวจสอบ ยิ่งเอาคนไม่เก่งมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และรัฐบาลไม่น่าเชื่อถือก็ยิ่งแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญปี 2560 ยังขัดขวางอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ใช้มาตรา 44 ยกเว้นการไม่ทำตามรัฐธรรมนูญร่วม 10 ครั้ง เขียนเองยังไม่ทำตามเลย อย่างนี้ต้องแก้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญนี้ไม่ตรงปก เพราะเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และเมื่อใช้ก็ปราบได้ไม่จริง ต้องใช้คำว่ารัฐธรรมนูญส่งเสริมการโกง โกงตั้งแต่การเลือกตั้ง ตรวจสอบลงโทษฝั่งตัวเองไม่ได้เลย แต่ฝั่งตัวเองไม่ได้เลย นาฬิกาหลายเรือน หลายล้าน ไม่ผิด ลืมได้ กำลังสร้างมาตรฐานให้เกิดการโกง อีกหน่อยนักการเมืองยื่นทรัพย์สินไม่ครบก็บอกยืมเพื่อนมา ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ตรงปกต้องฟ้อง สคบ. และต้องถูกแก้ไข ส่วนตัวดีใจที่สภาฯ จะศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ส่งเสียงถึงทุกพรรคการเมืองในสภา อย่าหลอกประชาชนอีก อย่าสร้างรัฐธรรมนูญของพรรคใดพรรคหนึ่ง ที่มีการบอกว่ารัฐธรรมนูญดีไซน์เพื่อพวกเรา แต่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน อีกทั้ง รัฐธรรมนูญต้องเร่งแก้ไข แต่ไม่แตะต้องหมวด 1 รูปแบบของรัฐ หมวด 2 พระมหากษัตริย์ และต้องแก้ไขบางหมวดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45794</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, มหาสารคาม, รัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย, วิทยาลัยการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, เสวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190915/image_big_5d7dd5cf1a932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนตะลุยสุดคุ้มวันแม่ พาลูกฝึกล่า“ไดโนเสาร์”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงวันแม่แห่งชาติที่กำลังจะมาถึงนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางกันเป็นครอบครัว เส้นทางท่องเที่ยวไดโนเสาร์ สัตว์โลกล้านปี ที่เชื่อมโยงจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในพื้นที่ใจกลางอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีกิจกรรมสร้างสรรค์ให้ทั้งครอบครัวได้ใช้เวลาแห่งความสุข สนุกสนานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
เด็กๆกำลังสนใจโครงกระดูกไดโนเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางสาวศิริวรรณ สีหาราช ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานขอนแก่น&amp;nbsp; เปิดเผยว่า เส้นทาง &amp;ldquo;ไดโนเสาร์สะออน ขอนแก่น - กาฬสินธุ์ - มหาสารคาม&amp;rdquo; เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้เรื่องไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ซึ่ง ททท.สำนักงานขอนแก่น ได้ดำเนินการส่งเสริมด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่องหลายปี จนเกิดกลุ่มครอบครัวไดโนเสาร์สะออนแฟนคลับที่มีความชื่นชอบในเส้นทางท่องเที่ยวดังกล่าว และช่วยกันแนะนำนักท่องเที่ยวอื่นๆ ให้เดินทางมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
เด็กฝึกทักษะการใช้อุปกรณ์ของนักบรรพชีวินวิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับในปี 2562 นี้ ททท. สำนักงานขอนแก่น&amp;nbsp; ได้จัดกิจกรรมพิเศษ โดยร่วมกับพิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ ศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และบริษัท ปารี เทรเวล จัด แพ็กเกจทัวร์ 3 วัน 2 คืน &amp;ldquo;พาลูกไปฝึกล่าไดโนเสาร์&amp;rdquo; ในระหว่างวันที่ 10-12 สิงหาคม 2562&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามเส้นทางกรุงเทพฯ - ขอนแก่น - กาฬสินธุ์&amp;nbsp; โดยเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวที่มีลูกและหลานอายุ&amp;nbsp; 5- 12 ปี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแพ็กเกจทัวร์ดังกล่าว เด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่านรูปแบบฐานกิจกรรมที่สนุกสนาน ศึกษาหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ในสถานที่จริง ฝึกทักษะการใช้อุปกรณ์ของนักบรรพชีวินวิทยา ทดลองกรอกระดูก และเข้าเฝือกอนุรักษ์ตัวอย่างฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ ภายใต้การจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างพิถีพิถันและการดูแลอย่างอบอุ่นปลอดภัย โดยวิทยากรจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม&amp;nbsp; และพิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
ครอบครัวกำลังให้ความสนใจกับการศึกษาซากไดโนเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการฝึกทำปาท่องโก๋ไดโนเสาร์ที่ตลาดโรงสี เมืองกาฬสินธุ์ เรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ในบรรยากาศสวนเกษตรที่อบอุ่น&amp;nbsp; บริเวณสวนเกษตรมีกิน จังหวัดขอนแก่น และร่วมกิจกรรมประดิษฐ์ตุ๊กตาไดโนเสาร์กับชุมชนท่องเที่ยวไดโนโรด ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ อีกด้วย ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถจองแพ็กเกจทัวร์ดังกล่าวได้ในราคา&amp;nbsp; เด็ก 5,000 บาท และผู้ใหญ่&amp;nbsp; 6,500 บาท โดยติดต่อที่&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปารี เทรเวล&amp;rdquo; โทร. 06-4667-4371, 08-1318-3561&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานขอนแก่น กล่าวต่อว่า ในส่วนของนักท่องเที่ยวอื่นๆ ททท.สำนักงานขอนแก่นยังมีกิจกรรม &amp;ldquo;ไหว้พระธาตุอีสาน 4 เมือง รุ่งเรืองตลอดชีวิต&amp;rdquo; ซึ่งสามารถเดินทางมากันได้ตลอดทั้งปี เริ่มต้นจากจังหวัดขอนแก่น กับการสักการะพระธาตุสำคัญ 2 แห่ง คือ &amp;ldquo;พระมหาธาตุแก่นนคร&amp;rdquo; ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญริมบึงแก่นนคร บึงใหญ่ใจกลางตัวเมืองขอนแก่น พระธาตุแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ &amp;lsquo;พระธาตุวัดหนองแวง&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;พระธาตุเก้าชั้น&amp;rsquo; เชื่อกันว่าการได้กราบไหว้ สักการะพระธาตุ 9 ชั้น จะส่งผลให้มีเกิดก้าวหน้ารุ่งเรืองแก่ชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
เด็กๆกำลลังสนใจการขุดฟอสซิลไดโนเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วน &amp;ldquo;พระธาตุขามแก่น&amp;rdquo; ตั้งอยู่ที่วัดเจติยภูมิ อำเภอน้ำพอง เป็นเจดีย์ยอดฉัตรทองคําสูง 19 เมตร เป็นปูชนียสถานเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ส่งเสริมให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี โรคภัยที่มีหลีกลี้ห่างหาย ดุจดังต้นมะขามยืนต้นตายกลับฟื้นคืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ข้ามไปที่บริเวณบ้านนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม &amp;ldquo;พระธาตุนาดูน&amp;rdquo; ถือเป็นปูชนียสถานสำคัญ และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเรียกขานว่าเป็น &amp;quot;พุทธมณฑลแห่งอีสาน&amp;rdquo; บริเวณรอบองค์พระธาตุมีบริเวณกว้างขวางเป็นสวนรุกขชาติ ปลูกต้นไม้ในพุทธประวัติ ร่มเย็น และงดงาม ถือเป็นศูนย์รวมความดี เพิ่มพูนบารมี ขจรไกลทั่วถิ่นอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
เด็กกำลังสนุกกับการทำปาท่องโก๋ไดโนเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ต่อด้วย &amp;ldquo;พระมหาเจดีย์ชัยมงคล&amp;rdquo; ถือว่าเป็นสุดยอดความมงคลของจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นแหล่งประดิษฐานรูปเหมือนสลักด้วยหินทรายของพระคณาจารย์ ปราชญ์อีสานในอดีต และพระสุปฏิปันโนจํานวน 101 องค์ รวมทั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานซึ่งเก็บรวบรวมอัฏฐะบริขารของหลวงปู่ศรี มหาวีโร ผู้ดําเนินการสร้างพระมหาเจดีย์ อานิสงส์จากการได้กราบไหว้จะช่วยเสริมส่งมงคล ท่วมท้นชัยชนะด้วยพุทธานุภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปิดท้ายด้วย &amp;ldquo;พระธาตุยาคู&amp;rdquo; จังหวัดกาฬสินธุ์ คำว่า ยาคู เป็นภาษาพื้นเมือง หมายถึงพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ชาวบ้านเชื่อกันว่า ภายในตัวพระธาตุมีการบรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่แห่งเมืองฟ้าแดดสงยาง อาณาจักรโบราณในสมัยทวารวดี โดยในช่วงวันมาฆบูชา จะมีการจัดงานบุญยิ่งใหญ่ในชื่อว่า &amp;ldquo;งานมาฆปูรมี&amp;rdquo; มีการประดับตกแต่งรอบองค์พระธาตุและคนที่มาร่วมงานจะแต่งกายด้วยผ้าไทย อันเป็นเอกลักษณ์งดงามอย่างมาก ส่วนอานิสงส์จากการได้กราบไหว้พระธาตุ คือ ความเบิกบานร่มเย็น สมบูรณ์พูนสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่าทั้งกิจกรรมเรียนรู้เรื่องไดโนเสาร์และเส้นทางท่องเที่ยวที่เสริมสิริมงคลให้ชีวิต จะช่วยให้นักท่องเที่ยวในกลุ่มครอบครัว ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้รับความสุข ความเพลิดเพลิน และได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ กลับไปอย่างแน่นอน&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานขอนแก่นกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานขอนแก่น (รับผิดชอบพื้นที่ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม) โทร 0-4322-7714-6 และ Facebook : TAT Khonkaen &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สรณะ รายงาน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42633</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ททท., มหาสารคาม, วันแม่แห่งชาติ, เส้นทางท่องเที่ยวไดโนเสาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190803/image_big_5d458ed0a2721.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัชชาติ&#039;ปราศรัย 30 บาทรักษาทุกโรค-กองทุนหมู่บ้าน คือประชาธิปไตยกินได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ขึ้นเวทีปราศรัยที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เขต 3 อ.พยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ที่มีประชาชนมาร่วมกว่าหมื่นคนว่า จากการลงพื้นที่ตนเห็นว่าสิ่งที่จังหวัดมหาสารคามต้องพัฒนาคือเรื่องน้ำและระบบชลประทานเพราะจะทำให้ปริมาณผลผลิตข้าวเขตทุ่งกุลาร้องไห้เพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลชุดต่อไปจะต้องดูแลเรื่องนี้รวมไปถึงต้นทุนการผลิตและราคาข้าว การศึกษาต้องพัฒนาให้โรงเรียนในพื้นที่มีคุณภาพทัดเทียมกับโรงเรียนในกรุงเทพฯ เพื่อให้เยาวชนสามารถเลือกประกอบอาชีพได้ทุกอาชีพในอนาคต การแพทย์ จะต้องพัฒนาโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคให้มีคุณภาพมากขึ้น พร้อมกับสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคให้กับประชาชนจะลดงบประมาณของโรงพยาบาลในการรักษาคนไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประชาธิปไตยกินได้ &amp;nbsp;เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริงคือตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง เห็นปัญหาที่แท้จริงของประชาชน และแก้ไขให้ประชาชนกินดีอยู่ดีขึ้น ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยพิสูจน์มาแล้วว่าถ้าเอาคนที่มีประสบการณ์และทำเป็นจะแก้ไขปัญหาได้ แต่อย่าเข้าใจผิดเพราะประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง จะมีคนที่จิตใจไม่ใช่ประชาธิปไตย จิตใจเป็นเผด็จการ เอาการเลือกตั้งมาหลอกประชาชน แล้วแอบแฝงตัวเข้ามา ประชาชนต้องดูให้ออก โดยสังเกตุจาก 2 ข้อคือ ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องมีเสรีภาพ ประชาชนต้องมีสิทธิ์มีเสียง อะไรไม่ถูกต้องวิจารณ์ได้ เห็นทุจริตต้องแก้ไข และประชาธิปไตยต้องมีความเท่าเทียมกัน ประชาชนต้องมีโอกาสที่เท่าเทียม เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค, กองทุนหมู่บ้านที่เป็นแหล่งเงินทุนสร้างอาชีพ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงสำคัญ เพราะเป็นการแข่งขันกันระหว่างประชาธิปไตยและเผด็จการ พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยต้องได้อย่างน้อย 375 เสียงเพื่อให้มากกว่าส.ว.แต่งตั้ง 250 คน ฝ่ายประชาธิปไตยจะแพ้ไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่พรรคเพื่อไทย แต่หมายถึงอนาคตของประเทศ อนาคตของความเป็นประชาธิปไตย อาจจะโดนพวกที่ไม่ได้เลื่อมใสในประชาธิปไตยแต่เอาการเลือกตั้งมาเป็นทางลัดเข้าสู่ระบบ แล้วทำให้ระบบประชาธิปไตยต้องถอยหลังไปอีก เพราะฉะนั้นครั้งนี้ขอให้พี่น้องออกไปเลือกตั้ง เลือกคนที่มีจิตวิญญาณเป็นประชาธิปไตยต้องเอาฝ่ายประชาธิปไตยให้ชนะ 375 เสียง&amp;rdquo;นายชัชชาติกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27209</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ประชาธิปไตยกินได้, มหาสารคาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c46a3c1be73e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;Unseen เมืองรอง&quot; ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แวะเก็บภาพสตรีทอาร์ต แลนมาร์คใหม่ ร้อยเอ็ด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าถามว่า เรารู้จักจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดมหาสารคามในด้านไหน ก็ต้องบอกว่า คงเป็นชื่อเสียงในเรื่องของข้าว อย่างร้อยเอ็ดก็มีการจัดงานข้าวหอมมะลิโลกทุกๆ ปี ส่วนข้าวมหาสารคามก็โกอินเตอร์ ขายในตลาดออนไลน์อย่างอาลีบาบา ซึ่งการที่สองจังหวัดมีชื่อเสียงเรื่องข้าวก็เพราะเป็น 2 ใน 5 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิของประเทศที่มีชื่อเสียงก้องโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเดินทางไปร้อยเอ็ดกับมหาสารคามในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นธีมโปรโมตการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งมี ททท.เป็นเจ้าภาพพาไป ซึ่งปีนี้ถึงจะเป็นเดือนพฤศจิกายนแต่ความหนาวยังไม่มาเยือนเต็มที่ อากาศจึงค่อนข้างร้อน แต่ช่วงเช้าพอจะมีลมหนาวอ่อนๆ พัดมาให้ชื่นใจบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สักการะพระพุทธไสยาสน์ วัดบูรพาภิราม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร้อยเอ็ดทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่าเจริญมากๆ ต่างจากอดีตที่เรารู้จัก ซึ่งเมืองไม่มีอะไรเลย แต่ในวันนี้ตัวเมืองนั้นสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งบันเทิงมากมาย แต่ในนอกเมืองก็ยังมีแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์พื้นบ้านอยู่บ้าง อย่างเช่นที่บ้านกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย เป็นหมู่บ้านที่เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเรียนรู้วิถีชีวิตหลากหลายมุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แวะขอพรพระเจ้าใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่วัดบูรพาภิราม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนไปบ้านกู่กาสิงห์พวกเราแวะสักการะพระพุทธรัตนมงคลมหามุนีแห่งวัดบูรพาภิรามกันก่อน ซึ่งเป็นองค์พระเจ้าใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ประวัติการก่อสร้างระบุว่าพระพุทธรูปองค์นี้มีความสูง 67 เมตร 85 เซนติเมตร ถ้าใครมาร้อยเอ็ดแล้วไม่ได้มาไหว้ถือว่ายังมาไม่ถึง ไม่เพียงแต่องค์พระจะสูงใหญ่ที่สุดในโลก ภายในวัดก็มีองค์พระศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ให้ได้กราบไหว้ในคราวเดียวกัน ด้านหนึ่งมีถ้ำขนาดเล็ก มองเข้าไปด้านในถ้ำประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ อีกมุมหนึ่งมีพระพุทธรูปประมาณ 4-5 องค์กำลังนั่งสมาธิใต้ร่มไม้ องค์หนึ่งหันหลังให้ต้นไม้ โดยมีองค์ที่เหลือหันหน้ารายล้อม เดาว่าน่าจะจำลองเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้านั่งสมาธิใต้ต้นโพธิ์ เราไหว้พระครบทุกมุมที่กล่าวมา เสร็จแล้วก็ออกเดินทางต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากวัดบูรพาภิรามใจกลางเมือง มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านกู่กาสิงห์ ออกจากตัวเมืองใช้เวลาประมาณ 1 ชม. อาศัยกูเกิลแมปช่วย มาตามถนนปัทมานนท์ ผ่านอำเภอจตุรพักตรพิมาน มาถึงอำเภอเกษตรวิสัย รวมๆ ระยะทางก็ประมาณ 47 กม. สังเกตป้ายดีๆ แล้วไปตามทางก็จะถึงบ้านกู่กาสิงห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ใส่ชุดไทยๆ ไปถ่ายรูปที่กู่กาสิงห์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่บ้านกู่กาสิงห์ เราแอบเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ไปย้อนรอยตำนานทุ่งกุลาร้องไห้ในสถานที่จริงๆ ด้วยเวลาที่จำกัด ที่หมู่บ้านนี้มีปราสาทกู่กาสิงห์ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียงนิยมมาเที่ยว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้ยินมาว่าที่นี่ครึกครื้นเป็นพิเศษ จะมีคนแวะมาเที่ยวเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แวะชมโบราณสถานร้อยเอ็ด &amp;quot;กู่กาสิงห์&amp;quot;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปราสาทกู่กาสิงห์เป็นโบราณสถานสำคัญของร้อยเอ็ด ทางวัดจัดมัคคุเทศก์ตัวน้อยที่เป็นเด็กผู้หญิงในหมู่บ้านมาเป็นไกด์ทวร์พาชมรอบๆ ปราสาท จากข้อมูลที่ได้จากมัคคุเทศก์น้อยถือว่าน้องๆ เก่งมาก เพราะประวัติยาวเหยียด น้องเล่าว่าโบราณสถานแห่งนี้ซึ่งดูเหมือนจะเป็นซากปรักหักพังมีอายุร่วม 1,500 ปีมาแล้ว เป็นปราสาทหินที่ยังสร้างไม่เสร็จ มีอาคารมณฑปเป็นใจกลางสำคัญของกู่กาสิงห์ เมื่อเดินเข้ามาด้านในกู่จะเห็นปราสาท 3 หลัง และอาคารอีก 2 หลัง ปราสาททั้ง 3 หลังเรียงกันไปตามแนวทิศเหนือทิศใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มัคคุเทศก์น้อยกำลังเล่าเรื่องหินที่ถูกขีด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนก้อนอิฐก้อนหินบางชิ้นยังมีเรื่องเล่าน่าสนใจ บางก้อนมีรอยขีดขูดคล้ายกับสีหน้าบูดเบี้ยว ทำให้ชาวบ้านคาดเดากันว่าเป็นการแสดงความรู้สึกของคนสร้าง อันนี้ไม่รู้ว่าจริงไหม ขึ้นอยู่ที่จินตนาการคนมอง บางทีอาจจะเป็นรอยขีดที่ไม่ได้ตั้งใจของใครสักคนก็ได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะเข้ามาเที่ยวปราสาทแห่งนี้ก็มาได้เลย แต่ถ้าอยากมาแบบเป็นกลุ่มชมวิถีชีวิตชาวบ้านก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ผ่าน 0-4363-2125 เขามีฐานเรียนรู้หลายฐานตั้งแต่ชมโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ผ้าไหม แล้วก็สวนเกษตรของชาวบ้านด้วย แอบกระซิบบอกนิดหนึ่งว่า ถ้ามาเป็นกลุ่มจะได้อิ่มมื้อกลางวันกับอาหารอีสานรสแซ่บด้วย ทั้งส้มตำ ต้มไก่บ้าน ปลาแห้งทอด หมูทอด กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ ซึ่งเราลองแล้วอร่อยมากๆ ไม่ใช่แค่เราที่บอกอร่อย แต่เพื่อนที่มาด้วยกันดูเหมือนจะติดใจส้มตำเป็นพิเศษ จนต้องขอเพิ่มเป็นจานที่สอง ถ้าขอจานที่สามได้คงทำไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สตรีทอาร์ตฝายน้ำล้นของร้อยเอ็ด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใช้เวลาเดินชมโบราณสถานกู่กาสิงห์สักพักใหญ่ๆ ถ่ายรูปบ้าง นั่งพักใต้ร่มไม้บ้าง พอแดดร่มลมตก ก็ต้องออกจากกู่กาสิงห์ย้อนกลับเข้าสู่ตัวเมืองอีกครั้ง เพื่อไปถ่ายรูปกับแลนมาร์คแห่งใหม่ของจังหวัด นั่นก็คือ สตรีทอาร์ตสุดคูล ที่กลุ่มศิลปินรุ่นใหม่หลายชีวิตร่วมกับจังหวัดลงมือวาดเขียนภาพอาร์ตๆ ลงบนกำแพง ได้ยินมาว่ามีถึง 4 จุดเลยทีเดียว แต่เราไปมาแค่ 2 จุด ในจุดแรกนั้น ตอนแรกคาดหวังว่าจะได้เห็นภาพอาร์ตๆ สวยๆ บนกำแพงขนาดใหญ่เหมือนอย่างที่เคยเห็นหลายๆ ที่ แต่ปรากฏว่าภาพที่เห็นนั้นไม่ใช่ กลับกลายเป็นว่าภาพอยู่ตามแนวผนังของน้ำในคลอง ซึ่งเรียกว่าฝายน้ำล้น หลังวัดบูรพาภิราม เราจึงได้แต่มองภาพอาร์ตๆ จากบนสะพาน พอลงมาด้านล่างมีทางเดินให้ถ่ายรูปกับภาพอาร์ตๆ ทั้งสองฝั่ง ทำให้คลองเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับกลายเป็นมีสีสันสวยงามน่ามอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สตรีทอาร์ตที่ยาวสุดในภาคอีสานกับภาพแสดงวิถีชีวิตชาวนา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นเราก็ได้แวะไปจุดที่สอง เป็นภาพสตรีทอาร์ตที่อยู่บนกำแพงจริงๆ แล้ว มีคนบอกว่ายาวที่สุดในภาคอีสาน แต่ยาวเท่าไหร่ไม่รู้เพราะมาถึงก็มัวแต่ตื่นเต้นกับภาพบนกำแพงจนไม่ได้สังเกตความยาว สตรีทอาร์ตแห่งนี้อยู่ข้างคลองบริเวณใกล้สถานีดับเพลิง มีภาพการ์ตูนหลายภาพ แต่มีภาพหนึ่งที่สะดุดตาเรามากๆ เป็นภาพคนที่อยู่กับควายกลางทุ่ง โดยคนแต่งกายด้วยชุดลำลองเกี่ยวข้าว ในมือถือรวงข้าว บ่งบอกวิถีชีวิตคนร้อยเอ็ดได้เป็นอย่างดีว่ามีความผูกพันกับข้าวและวิถีชาวนามากแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สะพานไม้แกดำ&amp;nbsp;จากฝั่งบ้านหัวขัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเช้าวันใหม่เราเดินทางสู่วัดดาวดึงษ์ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม เพื่อมาชมสะพานไม้แกดำ สะพานไม้โบราณเก่าแก่ที่อยู่กลางทุ่ง ทอดตัวยาวท่ามกลางหนองน้ำแกดำไกลสุดลูกตากว่า 1 กม. ถามชาวบ้านที่นี่บอกว่าสร้างสะพานขึ้นมาเพื่อใช้ในการไปมาหาสู่กันระหว่างคนสองฟากฝั่งหนองน้ำ ซึ่งก็คือชาวบ้านหัวขัวและบ้านแกดำ เป็นสะพานไม้ที่สร้างขึ้นด้วยวิธีง่ายๆ ปักเสาลงไปในโคลนใต้น้ำจนถึงชั้นดิน ปูด้วยแผ่นไม้ที่พอจะหามาได้ แต่ชาวบ้านบอกว่าสะพานนี้ก็ยังคงอยู่มาร้อยปีได้ เราลองเดินบนสะพานไปจากฝั่งบ้านหัวขัว ค่อนข้างหวาดเสียว แรกๆ ที่เดินจากฝั่งบ้านหัวขัวด้านล่างสะพานเป็นบึงดอกบัวและพืชสีเขียว คอยบดบังน้ำที่อยู่ด้านล่าง มองลงไปจึงไม่ค่อยน่าหวาดเสียวเท่าไหร่ แต่พอเดินไปเรื่อยเราเริ่มรู้สึกว่าทำไมไม่ถึงฝั่งเสียที เพราะมาได้ครึ่งทางเริ่มกลัวแล้ว ไม่มีบึงบัวคอยบังแม่น้ำที่อยู่ด้านล่าง บวกกับสะพานที่ค่อนข้างโยกเยก คดโค้ง เดินไปขาสั่นไป &amp;nbsp;แต่สุดท้ายก็ข้ามมาถึงฝั่งจนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เรียนรู้การทำเสื่อกกกับชาวบ้านแกดำ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินขึ้นฝั่งมาได้ก็เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านแกดำกำลังทำเสื่อกก เพราะชาวมหาสารคามขึ้นชื่อเรื่องการทำเสื่อกก ซึ่งเป็นภูมิปัญญาการทอคล้ายทอผ้าไหม แต่ดูท่าแล้วน่าจะยากกว่าด้วยซ้ำ เพราะต้องนั่งพื้น และใช้เวลา เวลาสานเสื่อก็ต้องงอตัว ทำอย่างนั้นทั้งวันกว่าจะได้เสื่อผืนหนึ่ง เดินผ่านบ้านอีก 2-3 หลังก็เห็นทอเสื่อกกอีกเหมือนกัน คนทอก็มีแต่คนรุ่นย่ายายทั้งนั้น ไม่มีแล้วรุ่นลูกหลาน เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องพูดเรื่องฝีมือและลวดลายของเสื่อกกว่ามีความประณีตสวยงามแค่ไหน ถ้าได้มาที่นี่ชาวบ้านเขาใจดีสอนทำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สาวๆ เลือกกระเป๋าแฟชั่นทำจากเสื่อกก ที่บ้านแพง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกหนึ่งแห่งที่เราอยากแนะนำในมหาสารคามคือ บ้านแพง อำเภอโกสุมพิสัย เป็นแหล่งผลิตเสื่อกกชื่อดังด้วยเช่นกัน แต่มีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำจากเสื่อกกด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่รองแก้ว กระเป๋า กล่องใส่ของทั้งแบบเล็กใหญ่ ถ้าสาวๆ ได้เห็นจะต้องช็อปจนกระเป๋าแฟบแน่ๆ เราได้แวะบ้านแพงก่อนไปขึ้นเครื่องกลับที่ขอนแก่น เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ไปด้วยกันช็อปผลิตภัณฑ์ที่บ้านแพงกันไปคนละอย่างสองอย่าง แฮปปี้กันทั้งแม่ค้าและลูกค้าเลยทีเดียว ซึ่งใครสนใจก็ต้องไปแวะช็อปกันได้โดยตรงที่บ้านแพง จากมหาสารคามมาตามถนนสายมหาสารคาม-โกสุม-ขอนแก่น อำเภอห่างจากจังหวัด 27 กม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24168</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู่กาสิงห์, ททท., พระพุทธไสยาสน์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, วัดบูรพาภิราม, สตรีทอาร์ต, สะพานไม้แกดำ, เสื่อกก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c125763e6219.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
