<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กป้อม’ไม่กล้ารับประกันเขตปกครองพิเศษไฟใต้ดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; โยนคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้หารือแนวคิด &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; ชงแบ่งเขตปกครองพิเศษ 3 จว.ภาคใต้ ระบุไม่มีเครื่องการันตีไอเดียนี้ดับไฟใต้ได้จริงหรือไม่ &amp;quot;เบตง&amp;quot; คุมเข้มพื้นที่หลังขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มอีก 3 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เสนอแนวคิดการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการแบ่งเป็นเขตปกครองพิเศษว่า คงต้องมีการพูดคุยกันเรื่องการกระจายอำนาจ ซึ่งเรามีคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การนำของ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ดำเนินการอยู่แล้ว และเราก็ไม่ได้ตั้งธงว่าจะแบ่งเป็นเขตปกครองพิเศษไม่ได้ แต่คณะพูดคุยฯ ก็ต้องไปดูว่าฝ่ายอำนวยความสะดวกมาเลเซียคิดอย่างไร ส่วนโอกาสที่จะให้เป็นเขตปกครองพิเศษเหมือนกรุงเทพฯ และพัทยานั้น ต้องดูความเหมาะสม สามารถทำได้แค่ไหน เกี่ยวข้องกับงบประมาณรวมถึงเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรื่องเขตปกครองพิเศษ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องมีการพูดคุยในเรื่องรายละเอียดกันก่อน ส่วนจะเป็นความต้องการของผู้เห็นต่างในพื้นที่หรือไม่นั้น ไม่ทราบ เนื่องจากไม่ได้ไปคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง โดยในช่วงก่อนหน้านี้ที่ได้มีโอกาสได้พบปะกับผู้นำของมาเลเซีย ก็ไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ถือเป็นเพียงแนวความคิด และหาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตปกครองพิเศษจริง ผมก็ไม่ทราบว่าในอนาคตจะเกิดความสงบจริงหรือไม่&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในวันแรกของการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยกเว้นอำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี, อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2561 ถึง 19 มี.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา ได้สั่งการให้กำลังพลบูรณาการร่วมทหาร ตชด. อส. ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในห้วงเวลาที่กำหนดตามแผนรักษาความปลอดภัยเมืองเบตงอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันคนร้ายฉวยโอกาสเข้ามาก่อเหตุ สร้างความเชื่อมั่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชนช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ โดยเน้นตรวจสอบบุคคลตามหมายจับในคดีความมั่นคง ตรวจค้นอาวุธปืนและวัตถุระเบิด รถจักรยานยนต์ รถยนต์ เป้าหมาย ที่ถูกโจรกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคาดว่าคนร้ายอาจนำไปประกอบเป็นวัตถุระเบิด และนำกลับเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 23.00 น. ของวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายยิงก่อกวนในพื้นที่ จ.ยะลา จำนวน 4 จุด จุดแรกคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะใช้อาวุธสงคราม ยิงใส่ สภ.ลำใหม่ ในพื้นที่ บ.ต้นพิกุล ม.6 ต.ลำใหม่ อ.เมืองฯ ทำกระจกห้องพนักงานสืบสวนชั้น 2 เจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้กัน 10 นาที คนร้ายได้ล่าถอยไป เมื่อตรวจสอบไม่พบผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ฐาน ชคต.เงาะกาโป ในพื้นที่ บ.เงาะกาโป ม.3 อ.บันนังสตา ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนจุดที่ 3 คนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหารชุดสันติสุข 304 ในพื้นที่ บ.ปะแต ม.6 ต.ปะแต อ.ยะหา ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และจุดที่ 4 คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงชุดคุ้มครองตำบลบาโร๊ะ อ.ยะหา ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24787</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จว.ภาคใต้, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มหาเธร์, หนังสือพิมพ์, เขตปกครองพิเศษไฟใต้ดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1cf25f24d7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2026 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาเธร์: &#039;เมียนมาควร แก้ปัญหาโรฮีนจาจริงจัง&#039;   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โหฮัมหมัดแห่งมาลเซียมาเยือนไทย 24-25 ตุลาคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์ท่านอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในคำถามของผมคือ ประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า ประเด็นเรื่องเมียนมากับโรฮีนจา ท่านคิดว่าประเทศไทยจะมีบทบาทในฐานะเป็นผู้ประสานงานไกล่เกลี่ยเพื่อหาทางแก้ปัญหาได้หรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือส่วนหนึ่งของคำถามคำตอบวันนั้น:&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย:&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า ซึ่งเราจำเป็นต้องขอความเห็นของท่านเกี่ยวกับชาวโรฮีนจาในเมียนมา คุณคิดว่าประเทศไทยจะเข้าไปมีบทบาทหรือไม่ ในการเป็นตัวเชื่อมให้มีการพูดคุยกันระหว่างเมียนมาและอาเซียน โดยเฉพาะกับมาเลเซีย ถึงวิธีการปฏิบัติต่อชาวโรฮีนจาและประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับชาวโรฮีนจา เรื่องนี้ควรจะนำมาเป็นปัญหาของอาเซียนไหม หรือเป็นแค่ปัญหาของสองประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์:&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ครับ นี่เป็นประเด็นเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานว่าคนที่อาศัยอยู่ในไม่ว่าจะประเทศไหนก็ควรมีสิทธิ์ ก็ควรได้รับการยอมรับเป็นพลเมือง ตอนที่มาเลเซียได้รับเอกราช เรามีคนต่างชาติที่มาจากต่างถิ่นถึง 40% เรายอมรับคนเหล่านี้หมด หรือแม้แต่ยอมรับให้สอนภาษาของพวกเขาในโรงเรียนได้ นี่ก็เลยเป็นผลให้มาเลเซียเป็นประเทศที่มีสันติภาพ และทุกคนก็มีชีวิตที่ดีขึ้นเหมือนกัน ผมว่าแม้แต่ประเทศไทยคุณก็มีคนชนเผ่าเยอะ บางคนก็มีเชื้อสายกัมพูชาหรือลาว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย: เมียนมาด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์: แต่คนเหล่านี้ก็เป็นพลเมืองไทยรวมถึงชาวมาเลเซียด้วย ผมเลยคิดว่าการยอมรับชาวต่างชาติเป็นสิ่งที่ดี แน่นอนว่าพวกเขาต้องไม่ครอบงำชาวมาเลเซีย แต่สิ่งที่พลเมืองต่างชาติในมาเลเซียก็มีส่วนสร้างสิ่งดีๆ ให้แก่ประเทศ และทำให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย: ท่านมีท่าทีแข็งกร้าวมากในการประกาศว่า มาเลเซียจะไม่สนับสนุน อองซาน ซูจี อันเนื่องมาจากปัญหาชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์:&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราผิดหวังมาก เราสนับสนุนเธอในช่วงเวลาที่เธอถูกกักบริเวณโดยรัฐบาลทหาร และเราคิดว่าจากประสบการณ์นั้น เธอควรมีความเห็นใจต่อความทุกข์ยากของชาวโรฮีนจา แต่จนกระทั่งบัดนี้เธอก็ยังปฏิเสธการยอมรับว่านี่คือปัญหา เรารู้สึกผิดหวังมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย:&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในฐานะสมาชิกอาเซียนควรทำอย่างไรครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์:&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในฐานะของการเป็นประเทศสมาชิก เราไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก แต่เรากำหนดจุดไหนล่ะที่จะไม่แทรกแซง ถ้าเราเห็นประชาชนถูกสังหารหมู่อย่างเหตุการณ์ที่เคยเกิดขี้นในกัมพูชา ประชาชนชาวกัมพูชาเป็นทุกข์มาก เพราะพวกเขาไม่สามารถสู้รบตบมือกับรัฐบาลได้ และพวกเขาเป็นทุกข์ที่ถูกสังหารเกือบ 2 ล้านคน ก็ได้แต่มองดูการสังหารนั้น และไม่มีการทำอะไรเพื่อพวกเขาเลย ผมมองว่าเราควรหาแนวทางเพื่อทำอะไรบางอย่างให้คนเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย:&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นอาเซียนไม่สามารถนั่งเฉยๆ แต่ควรดูว่าสามารถทำอะไรได้ใช่ไหม ท่านจะเสนอให้เรื่องนี้ควรเป็นหนึ่งในวาระการสุดยอดประชุมอาเซียนในเดือนพฤศจิกายนนี้หรือไม่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์:&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราต้องรู้ให้ชัดว่าประเทศอาเซียนรู้สึกอย่างไร มีแนวโน้มอย่างไร เพื่อที่จะนำไปสู่ฉันทามติในสิ่งที่เราจะทำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย:&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านได้คุยกับรัฐบาลไทยเรื่องนี้ไหมครับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์:&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ครับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย:&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านคิดไหมครับว่าประเทศไทยจะเป็นผู้เอื้ออำนวย เป็นสื่อกลางที่ดีสำหรับเรื่องนี้&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์:&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยเป็นประเทศที่อยู่ติดกับเมียนมาที่สุด และแน่นอนว่ามีผู้ลี้ภัยจำนวนมากจากเมียนมาเข้ามาที่ประเทศไทย ดังนั้นคุณรู้จักพวกเขาดีกว่า บางทีคุณสามารถให้การยอมรับที่พวกเขาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่ง นี่ไม่ใช่เรื่องไม่ดี เพราะในทุกประเทศรวมถึงประเทศไทย มีคนเข้ามาลงหลักปักฐานและมีสถานะเป็นพลเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในมาเลเซียหรือสิงคโปร์ก็เช่นกัน มีชาวต่างชาติเข้ามา แต่ชาวโรฮีนจาไม่ใช่คนต่างชาติของเมียนมาด้วยซ้ำ พวกเขาอยู่ที่นั่นมาร่วม 800 ปีแล้ว และข้อเท็จจริงก็คือพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของเมียนมา เพราะอังกฤษสมัยเป็นผู้ปกครองได้ตั้งรัฐบาลชุดเดียวสำหรับทั้งภูมิภาค ซึ่งรวมถึงรัฐยะไข่ด้วย&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย:&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในแง่ทางการของเมียนมาก็คือ พวกเขาไม่ได้เรียกว่าโรฮีนจาด้วยซ้ำไป พวกเขาคือชาวเบงกาลีที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย เมียนมาต้องการส่งกลับหรือผลักดันออกไป&amp;nbsp;


สล็อต789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์:&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการรับรู้ของเรา พวกเขาบางคนเป็นชาวเบงกาลี แต่นั่นเป็นเรื่องนานมากแล้ว ในมาเลเซียก็มีคนจีน คนอินเดีย พวกเขาเข้ามาอาศัยอยู่ได้ไม่ถึงร้อยปี เรายอมรับพวกเขา และประเทศก็สงบสุข.&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21247</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, มหาเธร์, สุทธิชัย หยุ่น, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2026 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาเธร์: เงื่อนไขก่อนการหยุดยิงภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด แห่งมาเลเซีย มาเยือนไทยช่วง 24-25 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้พบกับนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวข้อหลักของการปรึกษาหารือคือ ความร่วมมือของมาเลเซียในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษนายกฯ มหาเธร์อีกครั้งในวาระนี้ อีกบางตอนที่พูดคุยกันเรื่องภาคใต้ที่น่าสนใจคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : มีข้อเสนอให้มีการหยุดยิงหรือสร้างเขตปลอดภัยที่เริ่มต้นด้วยพื้นที่หรือเขตใดเขตหนึ่งก่อน และหากสำเร็จก็สามารถขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ ให้มีการหยุดยิงได้กว้างขึ้นได้ นั่นคือสิ่งที่ท่านเสนอไว้ใช่ไหมครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : เราจะต้องดำเนินการทีละขั้นตอน เราไม่สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายทั้งหมดในจังหวะเดียวได้ ก็ต้องแสดงถึงประโยชน์ของการหยุดยิง หากพวกเขาตระหนักว่าเป็นประโยชน์สำหรับพวกเขาแล้ว ผมคิดว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะยอมรับแนวทางที่เราเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : เขาอาจเสนอประเด็นสิทธิปกครองตนเอง ซึ่งอาจตีความได้หลายอย่าง ท่านมีความเห็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : เรามีตัวอย่างมากมายที่เราสามารถทำตามได้ อินโดนีเซียมีตัวอย่างให้เห็น ในภาคเหนือที่ประสบความสำเร็จ ตัวอย่างเช่น ในอาเจะห์และยอร์กยาการ์ตา ซึ่งก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย แต่พวกเขามีอำนาจในการปกครองส่วนของประเทศส่วนนั้น แน่นอนว่าเราสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับทั้งรัฐบาลและบางกลุ่ม แต่ต้องพูดคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : และแน่นอนว่าเรื่องของการพัฒนาและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนก็เป็นเรื่องสำคัญ ท่านเคยพูดกับผมเมื่อครั้งที่แล้วว่าเป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่สำคัญที่สุด เราจะทำอย่างไรให้มาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่อาศัยอยู่ภาคใต้ดีขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : แน่นอน จะต้องมีบางอย่างที่เป็นผลประโยชน์ต่อพวกเขาถึงจะยอมหยุดการยิง แต่ถ้าพวกไม่เห็นว่าจะได้ประโยชน์ด้านมาตรฐานการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้น ผมก็คิดว่าพวกเขาจะไม่สนใจการหยุดยิง&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : ที่ผ่านมามีความสงสัยว่าผู้ก่อเหตุร้ายที่หนีข้ามจากฝั่งไทยมักได้รับการดูแลจากฝั่งมาเลเซีย ท่านได้สะสางความระแวงสงสัยนี้อย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : คุณก็รู้ว่ามีคนที่ถือ 2 สัญชาติอยู่ ที่ถือทั้งสัญชาติมาเลเซียและก็ถือเอกสารของไทยด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเข้ามาจัดการปัญหาการถือ 2 สัญชาติ เพราะว่าคนเหล่านี้เกี่ยวโยงกัน อาจจะมีญาติอยู่ที่กลันตันฝั่งมาเลเซียและที่ภาคใต้ของไทย เพราะฉะนั้นจึงมีการไปมาหาสู่กันตลอด ถ้าถามว่าคนเหล่านี้อยากจะก่อความไม่สงบหรือไม่ บางทีเราก็ไม่รู้ แต่ความจริงคือ ที่ชายแดนเราเจอคนมาเลเซียอยู่ในฝั่งไทยและเราก็เจอคนไทยที่ฝั่งมาเลเซีย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : ใช่ครับ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็รักสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : ครับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณนั้นตามปกติวิสัย ที่ผมรู้เพราะว่าผมก็เกิดในพื้นที่แถบนั้น ท่านก็ด้วย ใช่ไหมครับ ท่านก็ทราบดีว่าที่ชายแดน คนข้ามฝั่งไปตอนเช้าและกลับมาตอนเย็น แต่คนส่วนใหญ่รักสันติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : ใช่ครับ&amp;nbsp;


สล็อต789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : ท่านแก้ปัญหาด้านการถือ 2 สัญชาติอย่างไรครับ ไม่ให้กระทบกับความสัมพันธ์ของผู้คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : ถึงแม้ว่าจะถือสัญชาติเดียวก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะข้ามพรมแดนเพื่อเยี่ยมญาติหรือทำอย่างอื่นไม่ได้ พวกเขาอาจจะมีญาติอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่ง ถ้าพวกเขาอยากจะข้ามแดน เราไม่ห้าม คนไทยหรือคนมาเลเซียก็มีญาติอยู่อีกฝั่งพรมแดนเช่นกัน เรายังมีคนไทยที่อาศัยในมาเลเซียนานแล้วด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : หลายชั่วอายุคน? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : ใช่ครับ หลายชั่วอายุคน บางคนก็พูดไทย เป็นคนมาเลเซียที่พูดไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : ครับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : แล้วเราก็มีคนที่เรียกตัวเองว่า ซัมซัม ซึ่งเป็นคนเชื้อสายมาเลย์ แต่ภาษาที่พวกเขาพูดคือภาษาไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : ครับ ซัมซัม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เรามีความเกี่ยวดองกันใกล้ชิดมาก และที่จริงแล้ว ความสัมพันธ์ของคนทั้ง 2 ฝั่งก็มั่นคงมาก ยกเว้นแต่ว่า พอเกิดความรุนแรงขึ้น มันจะเป็นชนวนของปัญหาได้&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : เราเองก็หวังไม่ได้หรอกว่าจะไม่มีคนหัวรุนแรง ยังไงก็มีอยู่แล้ว ซึ่งยากที่จะเปลี่ยนความคิดพวกเขา แต่เราก็ต้องทําอะไรสักอย่าง เพราะถ้าไม่ลองทำก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : ครับ ท่านไม่กลัวว่าคนหัวรุนแรงจากข้างนอกจะเข้ามาแทรกซึมในภาคใต้ของไทยหรือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : เรื่องนี้มันก็เป็นไปได้ครับ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในประเทศอื่น ที่ชักชวนคนในพื้นที่ไปเข้าร่วม ที่มาเลเซียเราก็มีปัญหานี้ แล้วผมคิดว่าที่ภาคใต้ของไทยก็อาจจะมีเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่แก้ปัญหาความรุนแรงในปัจจุบัน มันก็อาจจะกลายเป็นการก่อการร้ายข้ามประเทศก็ได้ใช่ไหมครับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : ใช่ครับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย : มาเลเซียกำลังร่วมมือกับอินโดนีเซียและสิงคโปร์ ต่อต้านปัญหาเกี่ยวกับไอเอสอยู่ใช่ไหมครับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเธร์ : ครับ เราต้องร่วมมือกัน เพราะว่าคนเหล่านี้ไหวตัวเร็ว สามารถย้ายจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง ค่อนข้างใหญ่ เราไม่รู้ว่าถือพาสปอร์ตประเทศอะไร บางทีก็แอบเข้ามา&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (พรุ่งนี้ : มหาเธร์กับปัญหาโรฮีนจา)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21184</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, มหาเธร์, สุทธิชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สันติภาพแดนใต้&quot; มิติมหาเธร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เห็น &amp;quot;มหาเธร์-พลเอกเปรม&amp;quot; พบกัน &amp;quot;มีความสุขลึกๆ&amp;quot; บอกไม่ถูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบราณว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเมืองไหน มีคนอายุวัฒนะ ๙๐ ขึ้นไป แสดงว่า บ้านเมืองนั้น อุดมมงคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกเปรม ๙๙ ปี นายกฯ มหาเธร์ ๙๓ ปี ต่างคน ต่างไม่ได้พบพานกัน นานกว่า ๓๐ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้ววันหนึ่ง มิตรสหายต่างเมือง ผู้เคยเป็น &amp;quot;นายกฯ ร่วมสมัย&amp;quot; มีโอกาสได้โคจรมาพบกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นหน้ากัน เกาะกุมมือกัน ยิ้ม-หัวเราะร่วมกัน ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้นั่งรำลึกอดีตแต่หนหลัง ที่หลายเรื่องเคยร่วมวิกฤติเดียวกันมา เช่น วิกฤติต้มยำกุ้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และบางปัญหา เคยช่วยแก้กันมา เช่น ปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์ อันเป็นหนามยอกอกมาเลย์ยาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สุดของมนุษย์ก็เท่านี้..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อยืนยาวถึงศตวรรษ สุขใดๆ ก็จืดชืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหลือ ๒ สุข เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเมืองสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับสุขจากได้สนทนาและรำลึกเรื่องหลังกับมิตรสหายผู้รู้ใจกัน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์ กลับมาเป็นนายกฯ หนสอง เมื่อพฤษภา.๖๑ นี่เอง เท่าที่จำได้ นอกจากไปเยือนจีนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน ที่มหาเธร์ &amp;quot;เดินสายไปแนะนำตัว&amp;quot; นายกฯ น้องใหม่&amp;quot; ตามประเพณีปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะว่าไป ประหนึ่ง &amp;quot;ญาติผู้ใหญ่&amp;quot; จากบ้านใกล้เรือนเคียงเยี่ยมเยือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดตรงๆ มหาเธร์วันนี้ หน้าตาท่านคล้าย ๓๙ มากกว่า ๙๓ ดูหนุ่มแน่นกว่าตอนไปชวนอันวาร์ล้มรัฐบาลนายนาจิบเป็นไหนๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนวัย ๙๓ เดินหลังตรงเหมือนคันทวน เรียกว่าสมาร์ทนับว่าการเมืองเป็นโอสถทิพย์ได้อย่างหนึ่งเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยยิ้มและแววตาท่าน ขณะพูดคุย เหมือนน้ำเย็นจากจุดลึกก้นมหาสมุทร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นได้ หยั่งได้ แต่ลึก...ยากถึง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์เป็นบุคคลน่าศึกษาในเส้นทางการเมืองหลากมิติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในหลายหัวข้อที่หารือตกลงกับรัฐบาลไทย และที่ท่านตั้งใจสื่อให้คนไทยทราบเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นจะเป็นเรื่อง &amp;quot;ความร่วมมือแก้ปัญหา ๓ ชายแดนภาคใต้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านพูดในบริบทว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาเลย์เคยมีปัญหาเรื่องโจรจีนคอมมิวนิสต์ ไทยก็ช่วย เมื่อไทยมีปัญหา ๓ จังหวัดใต้ มาเลย์ก็ต้องช่วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง ๓ จังหวัดใต้ ที่เปลี่ยนตัว-เปลี่ยนมุมการเจรจา โดยมาเลย์เป็นตัวกลางนี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนมหาเธร์พบปะเจรจากับนายกฯ ประยุทธ์ ท่านให้สัมภาษณ์พิเศษ &amp;quot;ข่าวสามมิติ&amp;quot; ไว้น่าสนใจ โดยคุณ &amp;quot;กิตติ สิงหาปัด&amp;quot; เป็นผู้สัมภาษณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รู้เขา-รู้เรา&amp;quot; ไว้ก่อนดีสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวคิด-แนวทางของท่านมหาเธร์ต่อกรณีนี้เป็นอย่างไร ก็ฟังคำตอบดูนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-เชื่อว่าความรุนแรงไม่ส่งผลดีกับทุกฝ่าย ในมาเลย์เองก็เคยมีปัญหารุนแรง และมีการเจรจาจนได้รับสันติภาพ โดยการช่วยเหลือจากประเทศไทย และปัจจุบันนี้ เราก็อยู่อย่างสันติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นว่าสถานการณ์ในภาคใต้ของไทย ยังไม่ใช่สงครามและความรุนแรงที่แท้จริง ควรต้องเจรจา และเป็นปกติ บางครั้งก็ได้ บางครั้งก็เสีย การเจรจาดี ดีกว่าการเผชิญหน้ากัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพูดถึงข้อเสนอกับรัฐบาลไทย มหาเธร์บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ที่นำมาพูดจากับนายกฯ ประยุทธ์ ไม่ใช่ข้อเสนอใหม่ และไม่ต่างจากรัฐบาลก่อนๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจำเป็นต้องรู้สาเหตุ และจัดการกับปัญหา ไม่ใช่การเผชิญหน้า ไม่ใช่การต่อสู้กัน นี่คือความหวังของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการต่อสู้มานานกว่า ๖๐ ปี แต่ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ขณะนี้ จึงถึงเวลาที่ต้องเจรจาพูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับคำถามว่า &amp;quot;อะไรคือสาเหตุแท้จริงของความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้&amp;quot;?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบจากมหาเธร์ คือ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-จากประวัติศาสตร์ที่ประเทศส่วนใหญ่เป็นคนมาเลย์ ที่ศรัทธาในศาสนาอิสลาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สนธิสัญญาระหว่างสยามกับอังกฤษสมัยนั้น ที่ให้แบ่งคนมาเลย์ในภาคเหนือเป็น ๒ ส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งอยู่ในมาเลย์ อีกส่วนหนึ่งอยู่ในไทย ความรู้สึกที่ไม่ดี ที่รู้สึกว่า &amp;quot;ถูกกระทำ&amp;quot; ยังคงอยู่ อาจรู้สึกว่าเป็นพลเมืองชั้น ๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงประเด็นมาเลย์เป็น &amp;quot;ผู้อำนวยความสะดวก&amp;quot; ในการพูดคุย ทำไมไม่คืบหน้า หรือคืบไปช้ามาก? มหาเธร์ตอบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ทั้ง ๒ ฝ่าย อาจแข็งเกินไปในทุกการเจรจา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจำเป็นต้องเตรียมตัว สำหรับที่จะเสียบางอย่าง และได้บางอย่าง ไม่สามารถได้ทุกอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางครั้ง ทั้ง ๒ ฝ่าย ต้องยอมเสียบางอย่าง เพื่อจะได้บางอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับคำถาม &amp;quot;การที่มาเลย์แต่งตั้งผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจาคนใหม่ ไทยก็ตั้งคนใหม่ จะช่วยให้การเจรจาเร็วขึ้นไหม? มหาเธร์ตอบกว้างๆ ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ผู้อำนวยการความสะดวกคนใหม่ เคยมีประสบการณ์ในการเจรจาพูดคุย สมัยที่มาเลย์มีปัญหากับโจรจีนคอมมิวนิสต์ ไทยก็เคยช่วยเหลือ จึงมีความสัมพันธ์ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในระหว่างที่เป็นผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ เคยมีประสบการณ์ความรุนแรง และในที่สุด ความรุนแรงก็ยุติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ควรจะมีกลุ่มใหม่เข้าร่วมเจรจาไหม?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ควรเปิดกว้างให้ทุกฝ่าย ทุกคนควรต้องยอมรับว่า การต่อสู้ด้วยอาวุธ ไม่ใช่วิธีจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ต้องเจรจากันตามกรอบกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเราพร้อมที่จะเสียบางอย่างและได้บางอย่าง ผลการเจรจาก็เป็นที่ยอมรับทั้ง ๒ ฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าฝ่ายหนึ่งเสียมาก หรือฝ่ายหนึ่งเรียกร้องมามากเกินไป ก็ไม่มีทางจะบรรลุข้อตกลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านต้องการเห็นอะไรจากการเจรจาสันติสุข?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ถึงที่สุดแล้ว ก็ต้องการเห็นสันติภาพในพื้นที่ ซึ่งความต้องการของคนในพื้นที่ บางส่วนได้รับการตอบสนอง ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ต้องยุติความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณกิตติถาม &amp;quot;จะเห็นความสำเร็จในสมัยของท่านไหม ซึ่งอาจจะ ๒ ปี ต่อจากนี้?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบจากมหาเธร์ มีว่า.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่า คงจะนานกว่านั้น เราต้องอดทน&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่เราเรียกร้องอะไรอย่างสุดโต่ง จะไม่มีทางให้การเจรจาสำเร็จได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับคำถาม &amp;quot;ควรใส่งบประมาณเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อจะไม่สร้างความรุนแรง และไทย-มาเลย์ ควรมีความร่วมมือกันมากขึ้นไหม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ผมคิดว่าถ้าเศรษฐกิจดี ทุกคนมีงานทำ มีรายได้ แนวโน้มความรุนแรงก็จะลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้ ต้องให้ความสนใจอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้รู้สึกว่า ได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แน่นอน สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการศึกษา ในมาเลย์เราให้คนได้รับการศึกษาอบรม เพื่อให้เขามีรายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามสุดท้าย........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านเคยพูดเรื่องหนึ่ง ให้คนมาเลย์ที่ถือ ๒ สัญชาติ เคารพกฎหมายไทย วันนี้ ท่านมีอะไรจะบอกเขาไหม?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ก็คงบอกเหมือนเดิม เราต้องการความชัดเจน ระหว่างคนถือสัญชาติไทย และสัญชาติมาเลเซีย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ นี่คือคำตอบมหาเธร์.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็นำไปพินิจ-พิจารณากันดู ว่าการเจรจาสันติภาพใน ๓ จังหวัดใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากคำตอบนี้ ทำให้มองเห็นแสงสันติภาพจากการอำนวยการของรัฐบาลมาเลย์ในยุคมหาเธร์ได้มากน้อยขนาดไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกเปรมนั้น ขึ้นเป็นนายกฯ ปี พ.ศ.๒๕๒๓ ส่วนมหาเธร์ ขึ้นเป็นนายกฯ ปี พ.ศ.๒๕๒๔
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลย์มีปัญหา &amp;quot;โจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา&amp;quot; มาเป็นร้อยปี แก้ไม่ตก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางเหนือของมาเลย์ ซึ่งติดทางใต้ของไทย เหตุการณ์ตอนนั้น ก็เหมือนไทยตอนนี้ ที่ ๓ จังหวัดใต้ พื้นที่ติดมาเลย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจรจีนเข้าไปโจมตีมาเลย์ แล้วหลบเข้ามาซุกอยู่ในเขตแดนไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ พวกก่อการร้าย ก่อเหตุใน ๓ จังหวัดใต้ ก็หลบเข้าไปซุกในมาเลย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุคนั้น มาเลย์มาขอให้ไทยช่วยปราบ พลเอกเปรมออกคำสั่ง ๖๖/๒๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ ๔๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายทุกรูปแบบ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึง &amp;quot;ปราบปรามโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา&amp;quot;!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พลโทหาญ ลีลานนท์&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ ๔ ใช้นโยบาย &amp;quot;ใต้ร่มเย็น&amp;quot; ช่วยมาเลย์ปราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อด้วย พลโทวันชัย จิตต์จำนงค์-พลโทวิศิษย์ อาจคุ้มวงษ์ และ พลตรีกิตติ รัตนฉายา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งปราบ ทั้งเจรจาสันติภาพ เฉพาะการเจรจา พูดคุยกันถึง ๕ ครั้ง ๕ หน ทั้งในไทย ในมาเลย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนจบสงบศึกเบ็ดเสร็จ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจรจาสันติภาพไตรภาคี ครั้งที่ ๕ ระหว่างมาเลเซีย-ไทย กับพรรคคอมมิวนิสต์ มลายา เมื่อ ๒-๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๒&amp;quot; ที่ภูเก็ต!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจรจากันกี่ปีล่ะ สันติภาพจึงเกิดในมาเลย์?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบ คือ ๙ ปี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์จะเป็นนายกฯ แค่ ๒ ปี แล้วยกเก้าอี้ให้ &amp;quot;นายอันวาร์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น สันติภาพ ๓ จังหวัดใต้ ถ้าจะพึ่งเจรจาเป็นหลัก ก็รู้แล้วนะ ว่าจะเมื่อไหร่?.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20742</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาเธร์, วิกฤติต้มยำกุ้ง, สันติภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปรมพบมหาเธร์ รำลึกความหลัง หนุนแก้3จว.ใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป๋าเปรม&amp;quot; เปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์ต้อนรับ &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; เพื่อนเก่า หลังไม่ได้เจอกัน 30 ปี แสดงความยินดีกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ รำลึกความหลังนั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศช่วงเวลาเดียวกันนานถึง 7 ปี&amp;nbsp;หนุนแก้ปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 25 ตุลาคม ที่บ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้การต้อนรับนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล &amp;nbsp;โดย พล.อ.เปรมได้เดินมารอคณะของนายมหาเธร์บริเวณด้านหน้าอาคารบ้านพัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้พูดคุยทักทายกัน ก่อนที่จะเดินเข้าไปในอาคารบ้านพักพร้อมกัน โดย พล.อ.เปรมสวมเสื้อผ้าไทยทรงพระราชทานสีม่วง และมีสีหน้ายิ้มแย้ม ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล สถานีตำรวจนครบาลสามเสน และเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารที่ดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าบ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.เปรมได้ใช้เวลาพูดคุยกับนายมหาเธร์ &amp;nbsp;เป็นเวลาประมาณ 15 นาที จากนั้น พล.อ.เปรมได้มอบของที่ระลึกเป็นรูปภาพลายไทยพระนารายณ์ทรงสุบรรณลงรักปิดทอง ในส่วนของนายมหาเธร์ ได้มอบรูปทำเนียบฯ ของมาเลเซียเป็นของที่ระลึกให้ พล.อ.เปรมด้วยเช่นกัน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นเพราะทั้งสองบุคคลไม่ได้เจอกันนาน ก่อนที่คณะของนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด จะเดินทางกลับ โดย พล.อ.เปรมได้เดินออกมาส่งขึ้นรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ก่อนที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเดินทางมาถึง ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจากประเทศมาเลเซียเดินทางเข้าไปยังบ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์เพื่อดูแลมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศในฐานะเป็นเจ้าภาพคอยกำกับดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กล่าวว่า พล.อ.เปรมพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบ รวมถึงสุขภาพของกันและกันหลังจากที่ไม่เจอกันนาน และแสดงความยินดีที่นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด ได้เป็นนายกรัฐมนตรีตามความต้องการของประชาชนมาเลเซีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พล.อ.เปรมดีใจที่นายมหาเธร์มาพบ และดีใจที่กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ทั้งสองท่านได้รำลึกความหลังกัน โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.เปรมได้ส่งจดหมายส่วนตัวผ่านช่องทางการทูตของกระทรวงการต่างประเทศ ไปแสดงความยินดีในช่วงที่นายมหาเธร์รับตำแหน่งใหม่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พิศณุยังเปิดเผยถึงความสัมพันธ์ในอดีตระหว่าง พล.อ.เปรมกับนายกฯ มหาเธร์ว่า ทั้งสองท่านมีความใกล้ชิดกันมาก เพราะเป็นนายกรัฐมนตรีพร้อมกันประมาณ 7 ปี ซึ่งในช่วงนั้นนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ ขอให้ไทยช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์ในประเทศมาเลเซีย ในขณะที่ พล.อ.เปรม ขอให้ทางมาเลเซียสนับสนุนแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงความร่วมมือในด้านอื่นๆ อีกมาก คาดว่าทั้งสองท่านไม่ได้เจอกันนานเกือบ 30
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรมฯ ยังเผยว่า พล.อ.เปรมสุขภาพแข็งแรงดี แต่จำเป็นต้องลดภารกิจลง เช่น งานสานใจไทยสู่ใจใต้ จะให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ไปเป็นประธานเปิดและปิด เนื่องจากท่านเป็นประธานโครงการอยู่แล้ว แต่ พล.อ.เปรมยังเข้าประชุมทำเนียบองคมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนปล่อยข่าวว่า พล.อ.เปรมจะย้ายออกจากบ้านสี่เสาเทเวศร์ ยืนยันไม่เป็นความจริง ไม่ได้ย้ายไปไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ วันเดียวกันนี้ นายมหาเธร์บรรยายพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;Malaysia - Thailand Bilateral Relations in the context of ASEAN&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า หลังจากที่ประเทศมาเลเซียได้ดิ้นรนจนได้รับเอกราชมาจากอังกฤษ และต้องต่อสู้กับภัยจากลัทธิคอมมิวนิสต์นั้น ประเทศไทยก็เป็นอีกประเทศที่คอยช่วยเหลือมาเลเซียมาโดยตลอด เช่นเดียวกับปัญหาในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ประเทศมาเลเซียรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ และเราก็ได้ช่วยเหลือประเทศไทยแก้ปัญหาความไม่สงบมาโดยตลอดเช่นกัน โดยใช้วิธีพูดคุยกับกลุ่มที่ก่อความไม่สงบ เพื่อหวังจะให้สถานการณ์ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับกรณีการแก้ปัญหาเรื่องทรัพยากร ประเทศไทยกับมาเลเซียนั้น ก็มีความตกลงกันว่าจะมีการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติที่ได้มาในพื้นที่พัฒนาร่วมกันอย่างเหมาะสม โดยมีการก่อตั้งองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรวจและแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่มีชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โดยมีหลักการที่สำคัญคือ บรรดาค่าใช้จ่ายขององค์กรร่วมที่จ่ายไป และผลประโยชน์ที่องค์กรร่วมได้มา จากกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย รัฐบาลทั้งสองจะแบ่งปันโดยเท่าเทียมกัน (50:50)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในช่วงตอบข้อซักถามจากผู้ร่วมงาน มีคำถามว่า ประเทศไทยนั้นไม่เห็นนโยบายที่จะลดความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน ถ้าเป็นมาเลเซียจะมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างไรบ้าง นายมหาเธร์ตอบว่า การลดความเหลื่อมล้ำก็คือการสร้างนโยบายให้คนยากจนได้พัฒนาตัวเอง ให้มีโอกาสในการที่จะเข้าถึงการศึกษาในระดับสูง อาทิ ครอบครัวคนจน ถ้าไม่สามารถส่งลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ลูกก็จะไม่ได้เรียนสูงๆ และจะไม่ได้ทำงานดีๆ ในที่สุดเขาก็จะกลับไปสู่ความยากจน ไม่สามารถหลุดพ้นจากวังวนนี้ไปได้ ดังนั้น จึงต้องส่งเสริมให้เขาเข้าถึงการศึกษาตรงนี้ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คำถามถึงปัญหาของกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนาที่สนับสนุนการก่อการร้ายทั่วโลก รวมไปถึงปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ของประเทศไทย นายมหาเธร์แจงว่า ปัญหาเรื่องความขัดแย้งความไม่สงบนั้น รากเหง้าไม่ได้เกิดมาจากเนื้อหาของศาสนา แต่เกิดมาจากผู้ที่ได้รับความอยุติธรรม เช่น ประเทศที่ถูกฝั่งตะวันตกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เขาก็ต้องต่อสู้เพื่อแสดงออก ซึ่งจะให้เขาไปต่อสู้แบบปกติก็คงไม่ได้ เพราะว่าคุณภาพอาวุธสู้ผู้ที่กดขี่เขาไม่ได้ ดังนั้นเขาก็ต้องหาแนวทางต่อสู้อื่นๆ เพื่อแสดงความไม่พอใจที่เขาได้รับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นต้นเหตุการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นทั่วโลก ปัญหาเรื่องความแตกแยกในโลกนั้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากเรื่องศาสนา แต่เป็นเพราะว่าผู้ที่โกรธแค้นจากการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำถามประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียน คาดหวังอะไรบ้าง นายมหาเธร์กล่าวว่า หากดูจากข้อมูลจะพบว่าประเทศในภูมิภาคอาเซียนนั้นต้องนำเข้าสินค้าโดยเฉพาะจากประเทศจีนเป็นหลัก แต่ก็หวังว่าประเทศในภูมิภาคอาเซียนนั้นจะสามารถพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น โดยเฉพาะในแง่ของการผลิตสินค้าต่างๆ เพื่อการบริโภค ถ้าเราเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ผลิตสินค้า มากกว่าที่จะเป็นผู้นำเข้าสินค้าเพียงอย่างเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20737</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป๋าเปรม, พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, มหาเธร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1cadfd70b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป๋าเปรม&#039;ดีใจพบเพื่อนเก่า&#039;มหาเธร์&#039; รำลึกความหลังนายกฯพร้อมกัน 7 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.61 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.55 น. ที่บ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้การต้อนรับ นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดยพล.อ.เปรมได้เดินมารอคณะของนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด &amp;nbsp; บริเวณด้านหน้าอาคารบ้านพักฯ จากนั้นได้พูดคุยทักทายกันก่อนที่จะเดินเข้าไปในอาคารบ้านพักพร้อมกัน โดยพล.อ.เปรม สวมเสื้อผ้าไทยทรงพระราชทานสีม่วง และมีสีหน้ายิ้มแย้ม ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล สถานีตำรวจนครบาลสามเสน และเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารที่ดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าบ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พล.อ.เปรมได้ใช้เวลาพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย &amp;nbsp;เป็นเวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นพล.อ.เปรมได้มอบของที่ระลึกเป็นรูปภาพลายไทยพระนารายณ์ทรงสุบรรณลงรักปิดทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด &amp;nbsp;ได้มอบรูปทำเนียบของมาเลเซียเป็นของที่ระลึกให้พล.อ.เปรมด้วยเช่นกัน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นเพราะทั้งสองบุคคลไม่ได้เจอกันนานก่อนที่คณะของนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด &amp;nbsp;จะเดินทางกลับ โดยพล.อ.เปรมได้เดินออกมาส่งขึ้นรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ก่อนที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเดินทางมาถึงได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจากประเทศมาเลเซียเดินทางเข้าไปยังบ้านพักรับรองสี่เสาเทเวศร์เพื่อดูแลมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศในฐานะเป็นเจ้าภาพคอยกำกับดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เผยว่า พล.อ.เปรมพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบ รวมถึงสุขภาพของกันและกันหลังจากที่ไม่เจอกันนาน และแสดงความยินดีที่นายมหาเธร์ โมฮัมหมัดได้เป็นนายกรัฐมนตรีตามความต้องการของประชาชนมาเลเซีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; พล.อ.เปรม ดีใจ ที่ นายมหาเธร์ มาพบ และดีใจ ที่ นายมหาเธร์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ทั้งสองท่านได้รำลึกความหลังกัน โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.เปรม ได้ส่งจดหมายส่วนตัว ผ่านช่องทางการทูตของกระทรวงต่างประเทศ ไปแสดงความยินดี ในช่วงที่นายมหาเธร์รับตำแหน่งใหม่ๆ&amp;quot; พล.ท.พิศณุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.พิศณุ ยังเปิดเผยถึง ความสัมพันธ์ในอดีตระหว่าง พล.อ.เปรม กับ นายกมหาเธร์ว่า ทั้งสองท่านมีความใกล้ชิดกันมาก เพราะเป็นนายกรัฐมนตรีพร้อมกันประมาณ 7 ปี &amp;nbsp;ซึ่งในช่วงนั้น นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ ขอให้ไทยช่วยสนับสนุนการ แก้ไขปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์ในประเทศมาเลเซีย ในขณะที่ พล.อ.เปรม ขอให้ทางมาเลเซีย สนับสนุนแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงความร่วมมือในด้านอื่นๆอีกมาก คาดว่าทั้งสองท่านไม่ได้เจอกันนานเกือบ 30&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.พิษณุ เผยด้วยว่า พล.อ.เปรม สุขภาพแข็งแรงดี แต่จำเป็นต้องลดภารกิจลง เช่น งานสานใจไทยสู่ใจใต้ จะให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์องคมนตรี ไปเป็นประธานเปิดและปิด เรื่องจากท่านเป็นประธานโครงการอยู่แล้ว แต่พล.อ.เปรม ยังเข้าประชุมทำเนียบองคมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนปล่อยข่าวว่า พล.อ.เปรมจะย้ายออกจากบ้านสี่เสาร์เทเศน์ ยืนยันไม่เป็นความจริง ไม่ได้ย้ายไปไหน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20697</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรีมาเลเชีย, นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด, ประธานองคมนตรี, ป๋าเปรม, พล.อ.เปรม, มหาเธร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd15aa5ad25c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 19:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่-มหาธีร์&#039;แถลงร่วมพร้อมผลักดันกระบวนการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค.61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พร้อม นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา จัดพิธีต้อนรับ&amp;nbsp;ตุน มหาธีร์ บิน โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล พร้อมลงนามสมุดเยี่ยมและชมของที่ระลึก ก่อนหารือข้อราชการเต็มคณะ&amp;nbsp;จากนั้นเวลา 18.25 น. ที่ตึกสันติไมตรี พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงข่าวร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนและนายกฯมาเลเซียได้หารือร่วมกันใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเด็น 1.การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้และความร่วมมือด้านความมั่นคง ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่าเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งไทยและมาเลเซีย และภูมิภาค ที่ปัญหาจังหวัดใช้แดนภาคใต้จะต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งตนได้เล่าให้นายกฯมาเลเซียฟังถึงแนวทางและนโยบายของรัฐบาลไทย รวมถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ฝ่ายไทยถือว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายใน แต่ขณะเดียวกันความร่วมมือจากต่างประเทศก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาทำได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับนายกฯมาเลเซียเกี่ยวกับกระบวนการการพูดคุย ที่มีฝ่ายมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ ทำให้เกิดความเข้าใจในข้อห่วงกังวล และข้อจำกัดของกันและกันเป็นอย่างดี ทั้งนี้ การพูดคุยจะดำเนินการต่อไปโดยมีมาเลเซียเป็นผู้ประสานงาน อยู่บนพื้นฐานและกรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขณะเดียวกันจะขยายความร่วมมือในการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน การพัฒนาเศรษฐกิจ และประเด็นความมั่นคงในภาพใหญ่ โดยเฉพาะการต่อต้านการก่อการร้าย และแนวคิดสุดโต่ง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และการค้ามนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า 2.การพัฒนาเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงกับแนวชายแดน ซึ่งในการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ตนได้เสนอให้สองประเทศยกระดับความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่เข้มข้น ทั้งนี้สองประเทศจะร่วมมือกันผลักดันโครงการความร่วมมือที่คั่งค้างมา ซึ่งมีหลายโครงการ แล้วจะเข้มข้นเป็นพิเศษในเรื่องของความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน และการส่งเสริมการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว โดยจะมอบให้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีภายในต้นปีหน้า เพื่อดูงานที่คั่งค้างและผลักดันเรื่องต่างๆให้คืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวด้วยว่า และ 3.ความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งทั้งตนและนายกฯมาเลเซีย ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในปีหน้าที่ไทยจะทำหน้าที่ประธานอาเซียน มีเป้าหมายคือการก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนที่มีความเข้มแข็ง มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประเทศสมาชิกอาเซียนจะก้าวไปพร้อมกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยมุ่งสร้างความเชื่อมโยง และความยั่งยืนในทุกมิติ เป็นกลุ่มพลังที่สามารถร่วมมือกับความท้าทายต่างๆในโลกได้อย่างแท้จริง ซึ่งนายกฯมาเลเซียเห็นพ้องกันว่าจะต้องร่วมมือกันบริหารจัดการความท้าทายต่างๆด้วยความสุขุมรอบคอบ และเพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นและสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียน ในการขับเคลื่อนความร่วมมือกับนานาประเทศ ให้มีสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอย้ำเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยที่จะทำงานร่วมกับนายมหาธีร์ และรัฐบาลมาเลเซียอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ เพื่อให้สองประเทศและประชาชนมีความสงบสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี มีฐานะที่มั่นคงและยังยืน มีการพัฒนาเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการมีเสถียรภาพความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของไทยและมาเลเซีย รวมทั้งในภูมิภาคร่วมกัน&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า ในการเยือนไทยนี้ อยากสร้างความคุ้นเคยกับอาเซียน หลังได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องขอขอบคุณนายกฯและรัฐบาลไทย สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น และการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา เราไม่มีปัญหาระหว่างกัน และเรามีประวัติศาสตร์ความร่วมมือในอดีต ซึ่งมาเลเซียเคยมีปัญหาและไทยได้ให้การสนับสนุนเพื่อยุติปัญหาดังกล่าว ก็ขอขอบคุณไทยในด้านนี้ ทั้งนี้ปัจจุบันไทยมีปัญหาชายแดนใต้ เราก็ยินดีที่จะช่วยไทยในทุกด้านเพื่อแก้ไขความรุนแรง และตนก็มั่นใจว่าด้วยว่าความร่วมมือของสองประเทศ จะทำให้สามารถแก้ไขและลดปัญหานี้ได้ และเห็นว่าการแสดงมิตรภาพไม่ใช่แค่การพูดคุย แต่ต้องเป็นการปฏิบัติอย่างแท้จริงในฐานะมิตรที่ใกล้ชิด นอกจากนี้ในส่วนของการค้าระหว่างไทย-มาเลเซียใน ปี 2018 มีมูลค่าสูงขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าการค้า 14,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเราสามารถเพิ่มมูลค้าการค้าได้ เมื่อแก้ด่านศุลกากร ที่ปัจจุบัน มีจุดผ่านแดน 4 ด่าน ที่รัฐกลันตัน 2 ด่าน และรัฐเคดาห์ และรัฐเปอร์ลิส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯมาเลเซีย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างลังกาวีและสตูล มีการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะสร้างความเจริญรุ่งเรืองของสองประเทศ เราควรพัฒนาการค้าระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกการไปมาหาสู่ของประชาชนทั้งสองฝ่าย เพื่อที่จะบรรลุตามเป้าหมายนี้ โดยเราจะเปิดด่านศุลกากร 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการขนส่งสินค้า และเราจะมีการสร้างสะพาน 2 สะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก ที่เชื่อมกับรัฐกลันตัน และเราพร้อมที่จะสนับสนุนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้ที่มีอุปสรรค ในทุกทางที่เป็นไปได้ อย่างกรณีประชาชนถือสองสัญชาติ ต้องมีความพยายามแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดการค้ามนุษย์และการขนส่งสินค้าที่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯมาเลเซีย กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้เราเห็นว่าประชาคมอาเซียนมีความแข็งแกร่ง มีประชากรกว่า 600 ล้านคน และด้วยความต้องการทางทรัพยากรต่างๆ อาเซียนควรเป็นตลาดภายในของทุกประเทศ โดยเราจะหารือประเด็นดังกล่าวในการพูดคุยอาเซียนครั้งต่อไป เชื่อว่าในความพยายามจะบรรลุเป้าหมาย ด้วยการที่ผู้นำควรร่วมกันหารือบ่อยครั้ง และในระดับผู้แทนควรจะหารือเพื่อแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆระหว่างกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชื่อว่าเราจะสามารถยกระดับกระบวนการต่างๆในการข้ามพรมแดน ทั้งนี้ตนยินดีอย่างยิ่งที่จะสร้างมิตรภาพกับพล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าผู้นำที่มีความใกล้ชิดระหว่างกันจะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างสำเร็จ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20635</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนใต้, กลุ่มก่อความไม่สงบ3จังหวัดชายแดนภาคใต้, บิ๊กตู่, มหาเธร์, ไทย-มาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd0696915cbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
