<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2021 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหาเธร์&#039;ถวายคำร้องกษัตริย์ขอยกเลิกภาวะฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด ถวายคำร้องต่อสมเด็จพระราชาธิบดีเมื่อวันอังคาร เพื่อขอให้พระองค์ยกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินกรณีโควิด-19 โดยระบุว่ากำลังทำให้มาเลเซียตกอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อดีตนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด (Photo by Faris Hadziq/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ ชาห์ แห่งมาเลเซีย ทรงประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศเมื่อเดือนมกราคม ตามคำกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตของนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน เพื่อต่อสู้กับการระบาดของไวรัสโคโรนาที่ควบคุมไม่ได้ แต่ผลจากคำประกาศนี้ทำให้สภาผู้แทนราษฎรถูกพักการประชุมไปด้วย นักวิจารณ์กล่าวหามูห์ยิดดินว่าใช้วิกฤติโควิดเป็นข้ออ้างครองอำนาจต่อไปภายหลังสมาชิกในพรรคร่วมรัฐบาลเลิกสนับสนุนเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 20 เมษายน อดีตนายกฯ มหาเธร์ วัย 95 ปี ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเมื่อราว 1 ปีก่อนภายหลังความขัดแย้งในรัฐบาลผสม ได้นำรายชื่อ 39,000 ชื่อเข้าไปยื่นคำร้องที่พระราชวังในกรุงกัวลาลัมเปอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องนี้ ซึ่งเขานำขึ้นถวายพร้อมกับนักการเมืองฝ่ายค้านคนอื่นๆ เตือนว่า ภาวะฉุกเฉินกำลังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ, ต่อภาพลักษณ์ของมาเลเซียในระดับสากล และต่อประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเข้าวัง มหาเธร์โพสต์เตือนไว้ในบล็อกว่า ภาวะฉุกเฉินกำลังบ่อนทำลายหลักนิติธรรม และประเทศนี้กำลังถูกปกครองโดยกฤษฎีกา เสียงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยที่ทำงานคือผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่สภานี้ไม่ได้เปิด คำอธิบายเดียวสำหรับรัฐบาลนี้ก็คือ นี่คือระบอบเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวด้วยว่า ภาวะฉุกเฉินเป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐบาลอ่อนแอที่ต้องการอยู่ในอำนาจ ไม่ใช่เรื่องของการต่อสู้กับโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่สนับสนุนภาวะฉุกเฉิน ซึ่งบังคับใช้ถึงวันที่ 1 สิงหาคม โต้แย้งว่าเป็นเรื่องจำเป็นต่อการจัดสรรทรัพยากรเพิ่มเติมเพื่อต่อสู้กับโรคระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูห์ยิดดิน ซึ่งขึ้นสู่อำนาจเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว หลังจากมหาเธร์ลาออก เคยให้คำมั่นว่าจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปทันทีที่การระบาดยุติลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100129</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษัตริย์มาเลเซีย, ถวายคำร้อง, นายกฯ มูห์ยิดดิน ยัสซิน, ภาวะฉุกเฉิน, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607edc27bf586.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าจุดชนวนแห่งวิปโยค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความจาก รองศาสตราจารย์ เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องในวัน พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ๓๐-๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เกิดความกังวลไปถึงระดับรัฐบาลว่า อาจเกิดอันตรายกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ภายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะการละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทุกสิ่งเดินมาถึงจุดแห่งความไม่ไว้วางใจกัน อนาคตข้างหน้าแทบมองไม่เห็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากความขัดแย้งรุนแรง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนเจน Y และเจน Z ที่เติบโตมากับความทันสมัย โดยเฉพาะเจน Z อาจมองข้ามบางสิ่งไป และสิ่งที่มองข้ามนั้น กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับสังคมมนุษย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความไม่เข้าใจในรากเหง้า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และดูหมิ่นในศรัทธาของ &amp;quot;ผู้อื่น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะก่อสงครามที่ไม่จำเป็นขึ้นมาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ &amp;quot;ศรัทธา&amp;quot; มาจากความเชื่อ และความไว้วางใจ การลบหลู่จึงนำไปสู่ความขัดแย้งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มหาเธร์ โมฮัมหมัด&amp;quot; เสือเฒ่า อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียวัย ๙๕ ปี ทวีตข้อความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวมุสลิมมีสิทธิ์ที่จะโกรธและสังหารชาวฝรั่งเศสหลายล้านคนได้ เช่นเดียวกับที่ชาวฝรั่งเศสเคยสังหารหมู่ในอดีต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความนี้สร้างความตกตะลึงไปทั้งโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่โลกมุสลิมจำนวนไม่น้อย สนับสนุน &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้เราสามารถตัดสินได้ทันทีว่า &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; ไม่ควรทวีตข้อความยุยงส่งเสริมให้มนุษย์ฆ่ากัน ที่สำคัญให้ฆ่ากันเป็นล้านคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ใช่ว่าจู่ๆ &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; ลุกขึ้นมาบอก....เชิญฆ่ากันตามสบาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกรู้อยู่แล้วว่ามีสงคราม ที่มาจากความต่างด้านศาสนา และศรัทธา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีมานับพันๆ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดำเนินเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นเพราะมีการจุดชนวนครั้งแล้วครั้งเล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิกิริยาของ &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; สืบเนื่องจาก &amp;quot;เอมมานูเอล มาครง&amp;quot; ผู้นำฝรั่งเศส ระบุว่าศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ &amp;quot;อันตราย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาครง&amp;quot; วางแผนการปราบปรามกลุ่มหัวรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังมีการสังหารครูที่เสนอภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัดในชั้นเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; จึงตอบโต้ผ่านทวิตเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...คุณกล่าวโทษชาวมุสลิมทุกคนและศาสนาของพวกเขาสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นจากบุคคลที่รู้สึกโกรธแค้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวมุสลิมจึงมีสิทธิ์ลงโทษชาวฝรั่งเศส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคว่ำบาตรไม่สามารถชดเชยความผิดที่ฝรั่งเศสกระทำไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงตอบตรงนี้ไม่ได้ว่าใครถูกใครผิด เพราะอย่างที่รู้กัน มีความขัดแย้งมานานนับพันปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่พูดได้เต็มปากคือ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือการปลุกเร้าที่อันตราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถนำไปสู่สงครามได้ หากการท้าทายระหว่างกันยังดำเนินไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับมาที่ประเทศไทย...&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่เห็นอยู่ในวันนี้คือ คนรุ่นใหม่ไม่เชื่อในศรัทธาของคนรุ่นเก่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าหยุดอยู่แค่นี้ ปัญหาคงไม่เกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ศรัทธาไม่พอ ยังดูหมิ่นเหยียดหยาม ทำลายเกียรติยศ ทำให้ด้อยค่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิกิริยาต่อต้านจึงเกิดขึ้น อย่างที่เราเห็นคนเสื้อเหลืองลุกขึ้นมา แม้คนรุ่นใหม่จะมองว่าเป็นการจัดฉากเกณฑ์คน แต่เบื้องลึกของความรู้สึก คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่เข้าไม่ถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่เข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อม็อบคณะราษฎร ๖๓ สนุกสนานกับการล้อเลียนสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกพระองค์ในราชวงศ์ ล้วนถูกคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้กระทำการมิบังควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคงจะไม่จบอยู่แค่นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นจึงอยากจะเตือน...การใช้สิทธิ เสรีภาพ ในการพูด และการแสดงออกนั้น ย่อมต้องมีความรับผิดชอบตามมาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช่ว่าดูหมิ่นผู้อื่นแล้วบอกว่าเป็นเสรีภาพในการแสดงความเห็น ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดถนัด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาดดูหมิ่นบุคคล ยังถูกฟ้องหมิ่นประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วนี่...ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครก็ตามที่คิดว่าตัวเองยืนอยู่ข้างกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา แล้วบอกว่าเด็กคิดทุกอย่างถูกแล้ว &amp;nbsp;ควรทำตามที่เด็กเรียกร้อง อยากให้กลับไปพินิจพิจารณาให้ถี่ถ้วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้ความคิดให้เยอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แยกแยะประเด็นให้ออก สนับสนุนเด็กๆ ให้ถูกทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ข้อเสนอปฏิรูปสถาบัน ไม่ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๐ ข้อที่เคยปรากฏก่อนนี้ ไม่ใช่ข้อเสนอ แต่เป็นความเห็นที่เป็นปฏิปักษ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามคือ ทำไมไม่มีคำอธิบายว่าปฏิรูปสถาบันในเชิงข้อเสนอแนะคืออะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บอกจะปรับโครงสร้าง คือโครงสร้างอะไร ปัจจุบันโครงสร้างที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญไม่ชัดเจนอย่างไร ซึ่งเรื่องพวกนี้นักวิชาการช่วยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...น่าเสียดาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การล้อเลียนสถาบันพระมหากษัตริย์คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ผลิตขึ้นมาเป็นกระแสหลัก และผู้หลักผู้ใหญ่ที่สนับสนุนเด็กๆ หรี่ตา...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเป็นมองไม่เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การล้อเลียนพระราชกรณียกิจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเหยียดหยาม สร้างความเข้าใจผิดในโครงการพระราชดำริ นานเข้านี่จะเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ บาดแผลในอดีต จะถูกปลุกขึ้นมาโดยใครก็ตาม แต่ไม่ควรมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ย้อนกลับมาเกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพละครแขวนคอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายหนึ่งบอกว่า นักศึกษาจงใจดูหมิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกฝ่ายยืนกรานเป็นการจัดฉาก แต่งเรื่องเพื่อปราบปรามนักศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าใครจะอ้างอย่างไร แต่ผลคือ....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุการณ์วิปโยค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้จะย้อนกลับสู่รอยเดิมหรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือคำถามไปยังทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร ๖๓ แทบทุกครั้ง มีเจตนาดูหมิ่น เหยียดหยาม อาฆาตมาดร้าย สถาบันเบื้องสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดที่ถนนสีลม ปรากฏภาพ ล้อเลียน ที่คนไทยจำนวนมากไม่อยากเห็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระวัง! จะกลายเป็นชนวน กลับไปเหมือน ๖ ตุลา ๑๙&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนจะเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ ถึงเวลาต้องหยุดคิด และไตร่ตรอง อย่าอ้างสิทธิเสรีภาพ ตามระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อความสะใจ!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเมื่อเกิดความสูญเสียแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับมาคิด มาทำใหม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปถึงจุดที่ทุกฝ่ายทำได้แค่โทษว่าอีกฝ่ายเป็นคนทำ อีกฝ่ายสร้างสถานการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ไม่เร็วก็ช้า หากยังจาบจ้วงกันอยู่ ประเทศไทยจะเดินเข้าสู่หายนะอีกครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสิ่งหนึ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลงคือ ศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาทำลายศรัทธาอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ต้องบอกว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้วนเกิดหายนะทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วานนี้ (๓๐ ตุลาคม) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ความว่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดีที่ได้มามอบปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีนี้ ขอแสดงความชื่นชมกับผู้ทรงคุณวุฒิและบัณฑิตทุกคนที่ได้รับเกียรติและความสำเร็จ ทั้งขอขอบใจมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ที่มอบปริญญาพัฒนาชุมชน ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่ข้าพเจ้า และมอบปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย แก่พระราชินี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปริญญาบัตรที่บัณฑิตได้รับในวันนี้ เป็นสิ่งที่มีความหมายและมีความสำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องรับรองวิทยฐานะของแต่ละคน ว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาการ สาขาต่างๆ ตามที่ได้อุตสาหะศึกษาเล่าเรียนมา บัณฑิตทุกคนจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ที่จะต้องนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่ ไปใช้สร้างสรรค์ความสำเร็จแก่ตนเองให้สมบูรณ์ ทั้งในด้านอาชีพการงาน ในด้านเกียรติคุณความดี และในด้านการทำประโยชน์เกื้อกูล แก่ส่วนรวมและประเทศชาติ ถ้าทุกคนจะได้ตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้ แล้วมุ่งมั่นทำให้จริง ให้สำเร็จครบถ้วนตามที่กล่าว แต่ละคนก็จะได้รับการยอมรับยกย่อง ว่าเป็นผู้ประพฤติตนปฏิบัติงานสมกับวิทยฐานะอย่างแท้จริง...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เป็นสิทธิส่วนบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การดูหมิ่นงานพระราชทานปริญญาบัตร ทำลายความภาคภูมิใจของผู้อื่น ไม่ใช่สิทธิส่วนบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และการขาดความรับผิดชอบ ไม่มีทางปฏิบัติงานสมกับวิทยฐานะอย่างแท้จริงได้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักกาดหอม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผักกาดหอม, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, เอมมานูเอล มาครง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 22:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสือเฒ่า&#039;มหาเธร์&#039;ประกาศก่อตั้งพรรคใหม่ในวัย95ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยังไม่หมดไฟ &amp;quot;มหาเธร์ โมฮัมหมัด&amp;quot; อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียวัย 95 ปี แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า เขากำลังก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ เป็นพรรคอิสระที่ไม่ขึ้นกับขั้วการเมืองใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์ โมฮัมหมัด เป็นผู้นำประเทศที่อายุมากที่สุดก่อนที่เขาจะลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาได้รับเลือกเป็น ส.ส.ครั้งแรกในปี 2507 เป็นนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย 2 สมัย และยังไม่ยุติเส้นทางการเมืองของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกฯ วัย 95 ปีแถลงที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ว่าเขาจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ แต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ พรรคนี้จะเป็นพรรคการเมืองที่เป็นอิสระไม่ขึ้นกับขั้วการเมืองใด เป็นพรรคการเมืองที่มุ่งเน้นพิทักษ์สิทธิของประชาชนชาวมาเลย์และต่อสู้กับคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า &amp;quot;เราจะต่อสู้กับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบนและขโมยเงินของแผ่นดิน&amp;quot;&amp;nbsp; เขาจะรับตำแหน่งประธานพรรคใหม่ที่ตั้งขึ้น พรรคการเมืองใหม่นี้จะไม่ไปเกี่ยวข้องกับรัฐบาลปัจจุบันหรือพันธมิตรพรรคฝ่ายค้านที่เขาเคยเป็นสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มี ส.ส.หลายคนเข้าร่วมการแถลงข่าวของมหาเธร์ในวันศุกร์ด้วย หนังสือพิมพ์สเตรทไทม์รายงานว่า พรรคการเมืองใหม่ของมหาเธร์มี ส.ส.อิสระ 4 คนร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียผู้นี้เคยเป็นสมาชิกของพรรคเบอร์ซาตู พันธมิตรพรรคฝ่ายค้านที่เขาก่อตั้งขึ้นจนชนะการเลือกตั้งในปี 2561 ที่ทำให้เขากลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย หลังจากเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรียาวนานช่วงปี 2524-2546 แต่รัฐบาลของเขาพังทลายลงในปีนี้ เพราะความขัดแย้งเรื่องจะให้อันวาร์ อิบราฮิม เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหรือไม่ นำมาสู่การลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเขา และมูห์ยิดดิน ยัสซิน ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73764</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งพรรคใหม่, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d72dc19f6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯมาเลย์คนใหม่เลื่อนเปิดสภา หลบมติไม่ไว้วางใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของมาเลเซีย มีคำสั่งให้เลื่อนการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรออกไปจากเดิมอีก 2 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดอภิปรายลงมติไม่ไว้วางใจ ตามที่อดีตนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ขู่ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูห์ยิดดิน ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีมหาดไทยในรัฐบาลของมหาเธร์ชุดที่ผ่านมา ได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ สุลต่าน อาหมัด ชาห์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนใหม่แทนที่มหาเธร์ เพื่อยุติความวุ่นวายทางการเมืองยาวนานเกือบ 1 สัปดาห์ภายหลังมหาเธร์ลาออกอย่างปุบปับท่ามกลางความพยายามโค่นล้มรัฐบาลเพื่อตั้งรัฐบาลใหม่โดยไม่มีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้รอท่าเป็นนายกฯ ต่อจากมหาเธร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กษัตริย์มีพระบรมราชวินิจฉัยว่า มูห์ยิดดินมีเสียงสนับสนุนข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการจับมือกับพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) และพรรคอิสลามิสต์ปาส ตั้งเป็นรัฐบาลผสมชุดใหม่ แต่มหาเธร์ ซึ่งพยายามจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติต้องการท้าทายโดยอ้างว่าเขามีเสียงสนับสนุนมากกว่าภายหลังกลับไปจับมือกับอันวาร์ และประกาศจะยื่นญัตติอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจทันทีที่เปิดประชุมสภาวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม อ้างคำกล่าวของโมหะหมัด อาริฟ มดี ยูซุฟ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า เขาได้รับจดหมายจากมูห์ยิดดิน ซึ่งสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาให้เลื่อนการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญออกไปเป็นวันที่ 18 พฤษภาคม แต่รายงานข่าวไม่ได้กล่าวถึงเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูห์ยิดดินเป็นสมาชิกพรรคเบอร์ซาตูของมหาเธร์ เขาถูกมหาเธร์ประณามว่าทรยศ ภายหลังหันไปจับมือกับพรรคอัมโนที่เคยเป็นรัฐบาลมายาวนานหลายทศวรรษ แต่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 2561 ต่อกลุ่มข้อตกลงแห่งความหวังของมหาเธร์กับอันวาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58894</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯมาเลเซีย, มติไม่ไว้วางใจ, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มูห์ยิดดิน ยัสซิน, เลื่อนเปิดสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5fb4f58d9ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูห์ยิดดิน&#039;เข้าพิธีสาบานตนแล้ว &#039;มหาเธร์&#039;จวกทรยศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มูห์ยิดดิน ยัสซิน อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยที่กษัตริย์มาเลเซียทรงเลือกรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนที่มหาเธร์ โมฮัมหมัด เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งแล้วเมื่อวันอาทิตย์ ด้านมหาเธร์โวยทรยศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกฯ คนใหม่ของมาเลเซีย โบกมือทักทายสื่อก่อนออกจากบ้านไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยวัย 72 ปีในรัฐบาลชุดที่แล้วก่อนที่มหาเธร์จะลาออกอย่างปุบปับเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว เข้าพิธีสาบานตนต่อสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ สุลต่าน อาหมัด ชาห์ ที่พระราชวังในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2563 โดยปฏิญาณว่าจะปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของมูห์ยิดดิน ปิดฉากสัปดาห์อันสับสนวุ่นวายของการเมืองมาเลเซีย ที่ทำให้มหาเธร์วัย 84 ปีพ้นจากอำนาจ แม้เขาและอันวาร์ อิบราฮิม จะกลับลำหันมาจับมือกันด้วยความหวังว่าจะสกัดกั้นมูห์ยิดดินไม่ให้หยิบชิ้นปลามัน มหาเธร์โจมตีอดีตรัฐมนตรีในพรรคเบอร์ซาตูของเขาผู้นี้ว่า &amp;quot;ทรยศ&amp;quot; และต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรเปิดประชุมเพื่อลงมติท้าทาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการลาออก มหาเธร์เสนอจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติโดยไม่แบ่งแยกพรรค แต่พรรคพันธมิตรในกลุ่มข้อตกลงแห่งความหวังไม่เห็นด้วย แล้วพากันหนุนหลังอันวาร์เป็นนายกฯ คนใหม่ ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายงัดข้อกัน มูห์ยิดดินก็หันไปจับมือกับพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) พรรคฝ่ายค้านที่เคยเป็นรัฐบาลมายาวนานหลายทศวรรษ ในวันเสาร์ก่อนที่กษัตริย์จะทรงเลือกมูห์ยิดดิน อันวาร์ยอมถอยและหนุนหลังให้มหาเธร์เป็นนายกฯ ตามเดิม แต่ก็สายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่เป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก คนแพ้จะได้จัดตั้งรัฐบาล ส่วนคนชนะจะไปเป็นฝ่ายค้าน&amp;quot; มหาเธร์กล่าวก่อนหน้าพิธีสาบานตนถึงผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2561 ที่เขาจับมือกับอันวาร์โค่นพรรคอัมโนลงได้ &amp;quot;ไม่มีการใช้หลักนิติธรรมอีกต่อไปแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์ซึ่งเคยเป็นผู้นำพรรคอัมโนระหว่างเป็นนายกฯ รอบแรกช่วงปี 2524-2546 กล่าวอ้างว่า เขามี&amp;nbsp; ส.ส.สนับสนุน 114 คน จาก ส.ส.ทั้งหมดในสภา 222 คน แต่ก็ยอมรับว่าไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ว่าคนเหล่านี้ทั้งหมดจะสนับสนุนเขาในสภา
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มหาเธร์ตั้งคำถามว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่มีอดีตพรรครัฐบาลซึ่งถูกกล่าวหาคอร์รัปชันดกดื่น จะพร้อมดำเนินคดีคอร์รัปชันกับนักการเมืองในสังกัดของตนหรือไม่ นั่นรวมถึงอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค ที่กำลังถูกศาลไต่สวนดำเนินคดียักยอกเงินจากกองทุนวันเอ็มดีบี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงราว 200 คนชุมนุมกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อประท้วงการตัดสินพระทัยของกษัตริย์ที่เลือกมูห์ยิดดินเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่และให้จัดตั้งรัฐบาลผสมรวมกับพรรคอัมโน และรวมถึงพรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย (ปาส) ขณะที่ตำรวจกล่าวว่า พวกเขากำลังสอบสวนโพสต์ทางทวิตเตอร์ที่ปลุกเร้าประชาชนมาร่วมการชุมนุม ที่ตำรวจกล่าวว่าผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่โกรธแค้นการโค่นอำนาจรัฐบาลผสมหัวปฏิรูปพากันระบายความไม่พอใจผ่านโลกออนไลน์ด้วย และทำให้แฮชแท็ก &amp;quot;NotMyPM&amp;quot; (ไม่ใช่นายกฯ ของฉัน) ติดเทรนด์ทางทวิตเตอร์ ขณะเดียวกัน ประชาชนอีกมากกว่า 130,000 คนลงนามคำร้องทุกข์ กล่าวหาว่าการตัดสินใจเช่นนี้ &amp;quot;ทรยศ&amp;quot; ต่อเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูห์ยิดดินเคยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ในรัฐบาลของนาจิบ แต่โดนนาจิบปลดจากตำแหน่งเมื่อปี 2558 หลังจากเขาวิจารณ์รัฐบาลเรื่องการทุจริตในกองทุนวันเอ็มดีบี การขึ้นสู่อำนาจของเขาน่าจะทำให้รัฐบาลมาเลเซียส่งเสริมคนเชื้อสายมาเลย์อย่างเปิดเผยมากขึ้น ครั้งหนึ่งมูห์ยิดดินเคยลั่นวาจาอื้อฉาวไว้ว่าตัวเขาให้ความสำคัญกับ &amp;quot;คนมาเลย์อันดับแรก&amp;quot; และประชาชนชาวมาเลเซียเป็นอันดับถัดมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58606</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ คนใหม่, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, มูห์ยิดดิน ฮัสซัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5bc22e0d43b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/02/2020 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/02/2020 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหาเธร์-อันวาร์&#039;ชวดทั้งคู่ กษัตริย์ตั้ง&#039;มูห์ยิดดิน&#039;นั่งนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หักมุมตอนจบ เสือเฒ่ามหาเธร์ โมฮัมหมัด และอันวาร์ อิบราฮิม ชวดอำนาจทั้งคู่ เมื่อสมเด็จพระราชาธิบดีมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง &amp;quot;มูห์ยิดดิน ยัสซิน&amp;quot; อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยเป็นนายกฯ คนใหม่เมื่อวันเสาร์ ดึงอัมโนและพรรคปาสกลับมาร่วมรัฐบาลอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูห์ยิดดิน ยัสซิน (กลาง) ว่าที่นายกฯ คนใหม่ของมาเลเซีย พาครอบครัวพบกับสื่อเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูห์ยิดดิน ยัสซิน วัย 72 ปี กลายเป็นตาอยู่คว้าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีตามพระบรมราชโองการของสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ สุลต่าน อาหมัด ชาห์ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ เนื่องจากพระองค์มีพระบรมราชวินิจฉัยว่าเขาได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขึ้นสู่อำนาจอย่างเซอร์ไพรส์ของอดีตรัฐมนตรีมหาดไทยในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ไม่เพียงทำให้มหาเธร์วัย 94 ปีพ้นจากวงจรอำนาจเท่านั้น แต่ยังดับความหวังของอันวาร์ที่จะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศในเวลาอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์ทำให้การเมืองมาเลเซียโกลาหลเมื่อเขาลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว ภายหลัง ส.ส.ในพรรครัฐบาลผสม &amp;quot;ข้อตกลงแห่งความหวัง&amp;quot; และพรรคฝ่ายค้านพยายามจับมือกันตั้งรัฐบาลใหม่โดยไม่มีอันวาร์ ผู้ที่ทำข้อตกลงก่อนเลือกตั้งไว้กับมหาเธร์ว่าเขาจะได้ขึ้นครองอำนาจสืบต่อ กษัตริย์ทรงแต่งตั้งให้มหาเธร์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีชั่วคราวไปก่อน แต่ต่อมามหาเธร์และอันวาร์ต่างแสดงความประสงค์ว่าต้องการเป็นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์อ้างว่าเขาได้รับเสียงสนับสนุนจาก 3 พรรคการเมืองฝ่ายปฏิรูป ขณะที่มหาเธร์ต้องการให้สภาลงมติเลือกนายกฯ คนใหม่ในวันจันทร์นี้ แต่กษัตริย์ทรงคัดค้านเมื่อวันศุกร์ ต่อมาในวันเสาร์ มหาเธร์และอันวาร์หันมาจับมือกันอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามูห์ยิดดินระดมเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านได้ โดยพรรคที่เหลือในรัฐบาลข้อตกลงแห่งความหวังประกาศหนุนหลังมหาเธร์เป็นนายกฯ ตามเดิม แต่ก็สายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะของมูห์ยิดดินและพันธมิตรพรรคมุสลิมส่วนใหญ่ของเขา ไม่เพียงเป็นการกำจัดรัฐบาลที่มาจากชัยชนะในการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณถึงการกลับสู่อำนาจขององค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) พรรครัฐบาลเก่าของนาจิบ ราซัค ที่ถูกครหาว่ามีคอร์รัปชันดกดื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลผสมของมูห์ยิดดินยังรวมถึงพรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย (ปาส) พรรคแนวทางแข็งกร้าวที่พยายามผลักดันกฎหมายอิสลามเคร่งครัดในมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูห์ยิดดินกล่าวกับผู้สนับสนุนของเขานอกบ้านพักในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เรียกร้องให้ชาวมาเลเซียทุกคนยอมรับการตัดสินของกษัตริย์ และอวยพรให้รัฐบาลของเขาประสบความสำเร็จเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของมาเลเซีย ขณะที่สำนักพระราชวังแถลงว่า การแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่ไม่อาจปล่อยให้เนิ่นช้าไปกว่านี้ เพราะประเทศต้องการรัฐบาลมาดูแลสวัสดิภาพของประชาชน โดยมูห์ยิดดินจะสาบานตนรับตำแหน่งในวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่นายกฯ คนใหม่ของมาเลเซียเคยเป็นสมาชิกพรรคอัมโนมายาวนานหลายทศวรรษ และดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เขาเคยเป็นรองนายกฯ ในรัฐบาลของนาจิบ แต่โดนนาจิบสั่งปลด เมื่อเขาออกมาวิจารณ์เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับวันเอ็มดีบีที่นาจิบพัวพันด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58525</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ คนใหม่, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, มูห์ยิดดิน ยัสซิน, อันวาร์ อิบราฮิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200229/image_big_5e5a78a4edf8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กษัตริย์มาเลย์ค้านแผน&#039;มหาเธร์&#039; เปิดสภาเลือกนายกฯคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การเมืองมาเลเซียยังวุ่นวายไม่จบ สำนักพระราชวังปฏิเสธแผนการของมหาเธร์ โมฮัมหมัด ที่ต้องการให้เปิดสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่วันจันทร์หน้า ระบุวังต้องการให้ผู้นำแต่ละพรรคสอบถามความเห็นสมาชิกให้ชัดเจนว่าต้องการเลือกใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนรถของมหาเธร์ โมฮัมหมัด ออกจากวังภายหลังเข้าเฝ้าฯ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติการเมืองของมาเลเซียเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเมื่อมีความพยายามจากสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลส่วนหนึ่งที่ต้องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยปราศจากอันวาร์ อิบราฮิม ผู้วางตัวสืบทอดตำแหน่งนายกฯ ต่อจากมหาเธร์ ความวุ่นวายเกิดต่อเนื่องอีกเมื่อมหาเธร์ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เมื่อวันจันทร์ แต่สมเด็จพระราชาธิบดีทรงแต่งตั้งให้เขาดำรงตำแหน่งนายกฯ ชั่วคราวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มหาเธร์แถลงภายหลังเข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp; ว่ากษัตริย์ทรงสอบถามความเห็น ส.ส.ทั้ง 222 คนว่าสนับสนุนผู้ใด แต่ไม่มีบุคคลใดได้เสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง เขาจึงเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรควรเปิดการประชุมเพื่อลงมติเลือกนายกฯ คนใหม่ในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันศุกร์ โมหะหมัด อาริฟ หมัดยูซอฟ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เขาได้รับจดหมายจากมหาเธร์ที่ร้องขอให้เปิดประชุมสภาวาระพิเศษจันทร์หน้า แต่เรื่องนี้กระทำไม่ได้หากไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จากกษัตริย์ เพื่อให้สภาทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า สำนักพระราชวังมาเลเซียมีคำประกาศภายหลังการประชุมของสุลต่าน 9 รัฐในวันศุกร์ ว่าสมเด็จพระราชาธิบดีไม่มีพระบรมราชานุญาตให้เปิดการประชุมสภาวาระพิเศษ โดยสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ สุลต่าน อาหมัด ชาห์ มีพระราชประสงค์จะทำงานร่วมกับบรรดาผู้นำของพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้ ส.ส.ของแต่ละพรรคได้เลือกบุคคลที่พวกเขาต้องการให้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์วัย 72 ปีได้รับการสนับสนุนจาก 3 พรรคการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ที่ไม่พอใจคำประกาศของมหาเธร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ให้สภาเป็นผู้เลือกนายกฯ พวกเขาโจมตีมหาเธร์ว่าประกาศเองก่อนที่กษัตริย์จะตัดสินพระทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคเบอร์ซาตูของมหาเธร์ ประกาศชัดเจนแล้วเมื่อวันศุกร์ว่าพวกเขาสนับสนุนให้อดีตรัฐมนตรีมหาดไทย มูห์ยิดดิน ยัสซิน เป็นนายกฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58458</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษัตริย์มาเลเซีย, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, สภาเลือกนายกฯ, อันวาร์ อิบราฮิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e59239d02879.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
