<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มองปีหน้า: แนวโน้ม เศรษฐกิจที่ต้องจับตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลไทยบอกว่าปีหน้าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจมีปัญหาต่อเนื่องจากปีนี้ เพราะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป รวมถึงการที่อังกฤษจะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่แน่นอนว่าปัญหาโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจ รวมไปถึงการเมืองภายในของเราย่อมเป็นปัจจัยที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำเป็นที่ฝ่ายรัฐและเอกชนต้องตั้งหลักหาหนทางแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่โทษใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยอมรับฟังข้อเท็จจริงและความเห็นของคนเห็นต่างมากขึ้น เพื่อจะได้แสวงหาทางออกที่ตรงเป้าแทนที่จะยังทำและคิดอะไรแบบเดิมๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวานนี้ผมได้นำเอาบทสรุปของแนวทางวิเคราะห์บนเวที TMB Investment Forum ที่คุณ &amp;quot;IC&amp;nbsp; เป้ง&amp;quot; ได้บันทึกเอาไว้และได้แบ่งปันใน social media ซึ่งผมเห็นว่าเป็นประโยชน์หลายข้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ขอนำมากล่าวอ้างต่อเพื่อช่วยในการนำมาประกอบการวิเคราะห์หาทางออกสำหรับเศรษฐกิจปีหน้าของไทยเรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทสรุปนั้นบอกต่อว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ปีหน้า Deutsche Bank ของยุโรปมีความเสี่ยงจะล้มละลาย อาการหนักมาก เป็นของตระกูล&amp;nbsp; Welberg ที่ควบคุมระบบการเงินโลกมากว่า 200 ปี และกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยน มีความเสี่ยงจะล่มสลาย ส่วนหนึ่งมาจากการพังของตราสารอนุพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -เรื่องของทองคำมีไม่พอ backup สกุลเงินตราของโลก ข้อนี้น่ากังวลจะมีความเสี่ยงของระบบค่าเงินต่างๆ ของโลก จะเห็นว่าธนาคารกลางสวิสและนอร์เวย์เข้ามาถือเหมืองทองคำเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มปริมาณสำรองทองคำที่ถืออยู่ ดังนั้นถ้าเกิดวิกฤติขึ้นมา ดอลลาร์สหรัฐฯ จะเสื่อมค่า ทองคำจะแข็งค่าขึ้น ซึ่งค่าเงินหยวนจีนมี backup สำรองทองคำไว้เยอะ หยวนจีนจึงดูปลอดภัย รวมไปถึงค่าเงินต่างๆ&amp;nbsp; เช่น รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์ ที่มีปริมาณสำรองทองคำสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ในแง่ของ Cryptocurrency บิตคอยน์จะไม่น่าลงทุน ข้อเสียคือบิตคอยน์ใช้ไฟฟ้าในการผลิตมากเกินไป โลกจะผลิตไฟฟ้าไม่ทัน จึงมองเป็นแค่ระบบเงินทางเลือกไม่ใช่เงินสกุลหลักในอนาคต ซึ่งจะมี&amp;nbsp; Digital Currency ที่ใช้ระบบ Blockchain เข้ามาแทน ซึ่งไม่ใช่ Cryptocurrency อย่างบิตคอยน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ถ้าระบบ Fiat Currency พังและล้มรอบนี้ ธนาคารอังกฤษจะขึ้นมาแข็งแกร่งอีกรอบ ที่ผ่านมาอังกฤษดูอ่อนแอ แต่จริงๆ ไม่อ่อนแอ ตอนนี้กำลังทำ Digital Paymant ทำ New Digital Currency จะเป็นเงินสกุลใหม่ของโลกหลังจากเกิดวิกฤติครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์อัตราดอกเบี้ย REPO ขึ้น 8% ทันทีภายในวันเดียว เกิดจากการขาดสภาพคล่องของเงินดอลลาร์ (Cash Crunch) ถือเป็นสัญญาณเตือนภัย จน FED ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องออกมารับซื้อพันธบัตรจากสถาบันการเงิน ทำ MINI-QE ทุกคนอยู่ในสภาวะ I Owe You หมด ไม่มีสภาพคล่อง พังเหมือนแชร์แม่มณี ไม่มีเงินใหม่ใส่เข้าไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ในฝั่งไทยจะเกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ และอุตสาหกรรมใน EEC กำลังจะเกิดขึ้น และจะเชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟ สถานีบางซื่อจะกลายเป็น HUB ใหญ่แห่งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ปีหน้าให้ระวังการโตของ NPL ในฝั่งธนาคารพาณิชย์ให้ดี อาจจะเพิ่มสูงขึ้น เกิดต่อกันเป็นทอดๆ เหมือนห่วงโซ่ เช่น กรณีหุ้น PACE ที่ Default&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -อีกทั้งต้องระวังเรื่องเงินทุนไหลออกจากตราสารหนี้ไทย ที่ผ่านมา Flow ไหลเข้ามาเยอะมาก ค่าเงินบาทอาจจะสวิงไปถึง 35 จาก foreign reserve ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -การพัฒนา Smart City ของจีนจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก เรื่องของ Biometric &amp;nbsp;และ Facial Recognition กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้านั้นการเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยี 5G จะเป็นแค่ทางผ่านไปสู่ 6G ที่มีการพัฒนายานพาหนะแบบไร้คนขับ (Autonomous Car) จนนำไปสู่ 7G ที่เป็นการควบคุมบังคับอากาศยานแบบไร้คนขับ (Autonomous Drone) ในปี 2030-2035 ซึ่ง ณ ตอนนี้บริษัท Airbus เริ่มพัฒนา รวมไปถึง Uber และ Grab ที่อนาคตอาจจะเป็นคนบริหารระบบการให้บริการ&amp;nbsp; Autonomous Car ในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ภายในปี 2023 จีนจะใช้เทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ รวมไปถึงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบไร้รอยต่อ One Belt One Road ทำให้อนาคต Fund Flow มีโอกาสไหลเข้ามาในฝั่ง A-Share&amp;nbsp; มหาศาล เพราะเป็น IT Hub ของโลกที่จะใหญ่กว่า Silicon Valley ถึง 20 เท่า จีนจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยการลงทุนในอุตสาหกรรม Cloud หรือ REITs พวก Data Center, Logistics และพวก Infra Fund นั้นน่าสนใจ เพราะมีรัฐบาลหนุนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดนี้เป็นการคาดการณ์ไปข้างหน้าโดยดูจากความเคลื่อนไหวที่เห็นอยู่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายประเด็นอาจเปลี่ยนเพราะความผันผวนแปรปรวนที่ไม่อาจจะพยากรณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความสามารถในการบริหารความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงจึงเป็นหัวใจของการคงไว้ซึ่งความสามารถในการแข่งขันในเวทีสากลของไทยได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51184</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, มองปีหน้า: แนวโน้ม เศรษฐกิจที่ต้องจับตา, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
