<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039;มอบตัวคดีอุ้มรีดเรียกค่าไถ่ชาวไต้หวัน น้ำตาร่วงอ้างถูกยัดข้อหา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.64- นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อายุ 62 ปี อดีตตำรวจสันติบาล พร้อมพวกและทนายความเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ เพื่อมอบตัวกรณีถูกพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ออกหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้เลขที่ 362/2564 คดีอุ้มรีดเรียกค่าไถ่ชาวไต้หวัน ในข้อหากระทำความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ข่มขืนใจ โดย นายสันธนะ มีอาการอิดโรยหลังจากที่ตนเองเพิ่งหายป่วยจากโรคโควิด-19 ส่วนทีมงานพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนที่เกี่ยวข้อง ก็เตรียมตัวสวมชุด PPE ปฏิบัติหน้าที่กันทุกนาย เนื่องจากทราบข้อมูลว่า นายสันธนะ เพิ่งหายป่วยกลับจากโรงพยาบาลมาและยังอยู่ระหว่างการกักตัวต่อที่บ้านพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันธนะ กล่าวทั้งน้ำตาและท่าทีคล้ายคนเหนื่อยหอบตลอดเวลาก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ว่า ที่เดินทางมาวันนี้เพราะทางพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้ไปยื่นขออนุมัติหมายจับศาลในคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ ช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก็ตั้ง 4 เดือนแล้ว และมีการจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติ รวมถึงผู้ต้องหาอื่นๆ อีกหลายคนเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา และตนเคยแถลงข้อเท็จจริงไปแล้วว่า ผมรู้จักกับชาวต่างชาติเหล่านั้นแต่ว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของคดี จนคดีนี้สำนวนการสอบสวนจะครบฝากขังใน วันศุกร์ที่ 6 ส.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะต้องนำสำนวนส่งอัยการ ส่วนผมเองก็กำลังพักรักษาตัวเกี่ยวกับการติดโรคโควิด-19 มีใบเเพทย์ยืนยัน ซึ่งก็ยังอยู่ในระหว่างกักตัวจะครบกำหนดในวันศุกร์ที่ 6 ส.ค.นี้เช่นกัน คดีเกิดมา 4 เดือนแล้ว อีก 4 วันพนักงานสอบสวนที่โรงพักนี้ ก็กลั่นแกล้งตนขอหมายจับยัดข้อหาตนให้อยู่ในสำนวนคดีเดียวกัน เรื่องนี้ตนคิดว่าจะต่อสู้อย่างถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนทั้งเจ็บใจและทรมานกายหลังต้องต่อสู้จนตัวเองรอดจากโรคโควิด ขอเรียนท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า ตนก็เป็นประชาชนคนหนึ่งในประเทศนี้ ท่านต้องรับผิดชอบกับการทำหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทั้ง 2 คน ทราบดี เมื่อคืนนี้พอตนรู้ก็รีบโทรศัพท์หาก็ไม่มีใครรับสาย จึงฝากท่านนายเวรและคนใกล้ชิดไปว่า พวกท่านทราบข้อเท็จจริงแต่เเรกกันแล้วและเคยไปพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวแล้ว ทำไมพวกท่านยังอยากจะมาเสี่ยงกับตน ก็ไม่เป็นไรตนพร้อมสู้ และจะขอวอนให้สังคม นักสิทธิมนุษยชน ผู้รู้ทางกฎหมาย ได้รับทราบว่าพวกเขาทำสิ่งใดต่อตนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ว่าจะต้องการเอาคืนส่วนตัวหรือมีผู้หลักผู้ใหญ่บางคนไม่พอใจ อยากจะปิดบัญชี หรือไม่ว่าตนจะตกเป็นเป้าหมายทางการเมือง ตนก็พร้อมสู้ ขอใช้สิทธิ์ยื่นประกันตัว ทั้งตัวเอง และอีกหลายๆ คนที่ติดตามตน ซึ่งถูกออกหมายจับในคดีนี้ด้วย โดยใช้เงินสดและหลักทรัพย์มายื่น ซึ่งก็อยู่ในดุลยพินิจของผู้ปฏิบัติว่าจะอนุญาตหรือไม่ ตนเรียนว่าคดีนี้ ตนให้ความร่วมมือมาตลอด เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมาก็ได้ทำหนังสือมายื่นให้ ผกก.สน.ทองหล่อ ระบุชัดเจน ว่าตนป่วยโรคโควิด-19 ยังอยู่ระหว่างรักษาตัว แต่สุดท้ายก็โดนออกหมายจับถึง 4 ข้อหาเมื่อตนได้รับอิสรภาพจะดำเนินการฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.ท.ศุภชัย หาญคำหล้า รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ ที่ทุจริตและประพฤติมิชอบ ด้วยการกลั่นแกล้งตนในครั้งนี้&amp;quot; นายสันธนะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มูลเหตุแห่งคดีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปราม ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเจเรมี่ แมนเซสเตอร์ และ นายลูอิส ซิสกิน สองผู้ต้องหาสัญชาติอเมริกัน และผู้ต้องหาชาวไทยอีกหลายคน ในข้อหาร่วมกันเรียกค่าไถ่, พยายามฆ่า, อั้งยี่, ซ่องโจร, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ไม่กระทำการใดโดยใช้กำลังประทุษร้ายและมีอาวุธฯ หลัง นายเวน ยู ชุง ชาวไต้หวันซึ่งเป็นตัวแทนนักธุรกิจจำหน่ายถุงมือยางทางการแพทย์เข้าแจ้งความกับตำรวจ ว่า ถูกอุ้มไปรีดค่าไถ่ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ชนวนเหตุเกิดจากการที่ นายลูอิส หนึ่งในผู้ต้องหาทำธุรกิจซื้อขายถุงมือ กับบริษัทของ นายเวน ยู ชุง แล้วเกิดความเสียหายจำนวนเงินถึง 93 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเกิดเหตุขณะที่ นายเวน ยู ชุง นั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ ได้ถูกคนร้ายร่วมกันจับใส่กุญแจมือ พาตัวไปยังห้องพักรายวันที่อยู่ห่างไป 200 เมตร ก่อนจะใช้โทรศัพท์ติดต่อไปเรียกค่าไถ่จากนายจ้างเป็นเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเรียกค่าไถ่จากญาติของ นายเวน ยู ชุง อีก 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ญาติๆ เห็นท่าไม่ดีจึงติดต่อไปขอความช่วยเหลือยังสถานทูตให้ประสานตำรวจ กลุ่มผู้ต้องหาจึงยอมปล่อยตัว จนนำมาสู่การออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุจำนวนหลายคน ซึ่งในส่วนของ นายสันธนะ นั้นทราบข้อมูลว่า เจ้าตัวกับพวกรวม 7 คน ถูกออกหมายจับคดีนี้ มีที่เดินทางมา สน.ทองหล่อ ร่วมกันรวม 5 คน อีก 1 คนหลบหนีติดต่อไม่ได้ และ อีก 1 คน ป่วยอยู่ระหว่างรักษาอาการโรคโควิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112029</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักธุรกิจไต้หวัน, มอบตัว, สันธนะ ประยูรรัตน์, อุ้มเรียกค่าไถ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108b36768fdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจ๋ปากน้ำวัย19ปีมอบตัวคดีรุมฟันสองพี่น้อง ตร.จ่อออกหมายจับอีก3คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - จากกรณีนายไพศาล อินทรา อายุ 24 ปี และ นายนที อินทรา อายุ 20 ปี สองพี่น้องที่ถูก 4 ชายฉกรรจ์ขี่รถจักรยานยนต์และนั่งซ้อนท้ายกันมาจำนวน 2 คัน ไล่ตามหลังมาประกบ และลงมือชกต่อยนายนที ที่นั่งซ้อนท้ายจนตกจากรถและถูกรุมกระทึบ ขณะที่หนึ่งใน 4 ผู้ก่อเหตุจะวิ่งเข้ามาใช้มีดยาวประมาณ 50 เซนติเมตรเข้ามาไล่ฟันนายไพศาลที่เป็นคนขี่รถและนายนทีหลายครั้งจนต้องทิ้งรถวิ่งหนีตายไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน เหตุเกิดที่บริเวณกลางซอย 24 หมู่บ้านการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงเย็นของวันที่&amp;nbsp; 4 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา มารดาของหนึ่งในผู้ก่อเหตุรุมฟันนายไพศาลและนายนที ซึ่งมีอายุ 19 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน หลังถูกกดดันอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกไล่ล่า ก่อนส่งตัวพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีทำการสอบปากคำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร่วมก่อเหตุวัย 19 ปี ให้การว่า&amp;nbsp; วันเกิดเหตุตนและเพื่อนรวม 4 คน นั่งดื่มสุรากันที่หน้าห้องพักภายในชุมชนเคหะเมืองใหม่บางพลี และได้มีขวดโซดาปาเข้ามาที่กลางวงที่ตนและเพื่อนกำลังนั่งดื่มกันอยู่ นายหนึ่งที่ร่วมวงอยู่ด้วย ได้ชักชวนตนและเพื่อนอีกสองคนพร้อมมีดดาบ พากันขี่รถจักรยานยนต์ออกมาตามหาคนที่ปาขวดใส่&amp;nbsp; จนมาเจอกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย ซึ่งตนก็มองว่าไม่น่าจะใช่ จึงได้ขี่รถเลยผู้เสียหายไป แต่เพื่อนของนายหนึ่งที่ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมาได้จอดรถประกบรถผู้เสียหาย นายหนึ่งที่นั่งซ้อนท้ายรถตนจึงบอกให้ตนรถวนกลับ ได้เห็นนายอู๋ เพื่อนของนายหนึ่ง เป็นคนเปิดฉากต่อยเข้าที่ใบหน้าของผู้เสียหายทั้งสอง นายหนึ่งได้กระโดดลงจากรถตรงไปใช้มีดกระหน่ำฟันใส่ผู้เสียหาย ตนพยายามห้ามปราม แต่เป็นช่วงที่ชุลมุนจึงไม่มีใครฟังใคร จนผู้เสียพากันวิ่งหลบหนีไปได้&amp;nbsp; จึงพากันขับขี่รถแยกย้ายหลบหนี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุตนกลัวความผิดจึงไปซ่อนตัวที่ห้องพัก จนมารดาทราบเรื่อง จึงได้พากันมามอบตัว ตนก็ยอมรับว่าเป็นคนขี่รถจักรยายนต์พากันไป แต่ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายคู่กรณี โดยตนรู้จักนายหนึ่ง ส่วนอีกสองคนไม่รู้จักกันมาก่อน และเป็นเพื่อนของนายหนึ่งที่ชักชวนมาดื่มสุราในวงเหล้าเท่านั้น ซึ่งทราบชื่อเล่นคือ นายอู๋ และนายป๊ะ ซึ่งในวันเกิดเหตุ ทั้งสองก็เป็นคนลงมือต่อยผู้เสียหายก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านมารดาของผู้ร่วมก่อเหตุวัย 19 ปี กล่าวว่า วันแรกที่เห็นคลิป ก็ยังไม่ทราบว่าลูกชายตนเป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุ เนื่องจากลูกชายตนมีครอบครัวและแยกไปอยู่กับทางครอบครัว จนกระทั่งลูกสาวโทรมาบอกว่าหนึ่งในนั้นเป็นลูกชายที่ร่วมก่อเหตุอยู่ด้วย ตนถึงกับช็อก หลังตั้งสติได้จึงติดต่อลูกชายให้เข้ามอบตัว และจากการสอบถามสาเหตุ ทราบว่ามาจากความเข้าใจที่คิดว่าผู้เสียหายเป็นคนมาปาขวดใส่วงเหล้าจึงชักชวนกันไปก่อเหตุ&amp;nbsp; ในฐานะแม่คนหนึ่ง ก็เข้าใจผู้เสียหายว่าหากเป็นลูกใครที่ถูกกระทำก็ย่อมมีความโมโหด้วยกันทุกคน ตนจึงฝากขอโทษทางครอบครัวผู้เสียหายด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง เจ้าของคดีเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ ผู้ก่อเหตุที่ยังหลบหนี ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันพกพาอาวุธไปในทางชุมชนเมือง สาธารณะ&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ชื่อรู้ตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดแล้ว ประกอบด้วย 1.นายหนึ่ง อายุ 19 ปี คนที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ และใช้มีดดาบฟันใส่ผู้เสียหาย&amp;nbsp; 2.นายอู๋&amp;nbsp; (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เข้าประกบรถผู้เสียหายและลงมือชกต่อยผู้เสียหาย&amp;nbsp; และ 3. นายป๊ะ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี คนที่นั่งซ้อนท้ายนายอู๋ และเป็นคนถือมีดสั้นตามภาพวงจรปิด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105501</URL_LINK>
                <HASHTAG>มอบตัว, รุมฟันสองพี่น้อง, สภ.บางเสาธง, สมุทรปราการ, ออกหมายจับ, โจ๋ปากน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bd6a2000048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายตั้ม&#039;แจ้ง10โมงเช้าจะพา&#039;ลุงพล&#039;เข้ามอบตัวกับ&#039;บิ๊กปั๊ด&#039;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการส่งต่อข้อความผ่านแอพฯไลน์ข่าวทนายประชาชนเผยแพร่ข้อความที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด&amp;nbsp; ทนายความชื่อดัง เขียนระบุว่า &amp;quot;วันนี้ผมจะพาลุงพลไปมอบตัวกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 10.00 น. ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ช่วงเวลาประมาณ 06.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลัง ภายใต้การปฏิบัติการ &amp;quot;ฟ้าสางกลางกกกอก&amp;quot;&amp;nbsp; เข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 79 หมู่ 2 ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เพื่อจับกุมตัวนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 53/2564 ลงวันที่ 1 มิ.ย. 2564 แต่ไม่พบตัวลุงพลแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105002</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีน้องชมพู่, ทนายษิทรา, มอบตัว, ลุงพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b6f2d465c37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประสิทธิ์&#039;โผล่มอบตัวกองปราบ! หอบหลักฐานสู้คดีโกงพันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 64 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน พร้อมทนายนำพยานเอกสารหลักฐานสำคัญเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน มีมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท
ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน นายประสิทธิ์ เปิดเผยว่า เตรียมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงมาชี้แจงกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม หลังถูกออกหมายจับร่วมกับพวกรวม 6 คนในคดีที่ร่วมกันฉ้อโกงฯ โดยมั่นใจว่า มีข้อมูลสามารถชี้แจงและต่อสู้คดีตามกฏหมายได้ เพราะสิ่งที่พูดไปทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง โดยมั่นใจว่าส่วนตัวถูกกลั่นแกล้ง เพราะที่ผ่านมาส่วนตัวก็มีคดีความที่ตัวเองตกเป็นผู้เสียหาย สูญเงินไปกว่า 100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสิทธิ์ ยังยอมรับว่า ที่ผ่านมาปัญหาสถานการณ์ โควิด &amp;ndash; 19 ส่งผลกระทบกับธุรกิจการท่องเที่ยวของตัวเองอย่างมาก อีกทั้งยังถูกนำชื่อไปเชื่อมโยงกับประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง จึงอยากให้สังคมแยกแยะระหว่างการระดมทุนทางธุรกิจ กับการทำธุรกิจแบบเครือข่าย ซึ่งส่วนตัวเชื่อมั่นว่า ยังมีคนที่มั่นใจในตัวเองอยู่ ซึ่งหากพบว่าตัวเองกระทำความผิดจริง ต้องรับโทษตามกฎหมายอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ตำรวจกองปราบปราม เข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 9 จุด และจับผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 4 คน ประกอบด้วย น.ส.ณัฐวรรณ อุตตมะปรากรม น.ส.สิริมา ดนาวรัตน์ นายกิตติวัฒน์ อ่วมอารีย์ และพ.ท.พญ.อมราภรณ์ วิเศษสุข สังกัดกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ช่วยราชการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ประธานโครงการ &amp;quot;เที่ยวเพื่อชาติ&amp;quot;&amp;nbsp; โดยผู้เสียหาย อ้างว่าถูกกลุ่มนี้ หลอกลวงด้วยวธีการหลายรูปแบบ เช่น ชักชวนให้ผู้เสียหายนำบัตรเครดิต หรือเงินสด มาลงทุนซื้อแพ็กเกจทัวร์&amp;nbsp; ชักชวนให้ลงทุนโดยให้โอนเงินฝากเข้าบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์โดยอ้างผลตอบแทนร้อยละ 11.5 ถึงร้อยละ 15 ต่อการลงทุนในระยะเวลา 39 วัน ชักชวนให้ลงทุนซื้อทองคำ และให้นำมาลงทุนตามโปรโมชั่นของบริษัทฯ เสนอผลกำไรร้อยละ 43.5&amp;nbsp; ชักชวนให้ลงทุนเงินสดหรือทองคำในระบบกองทุนส่วนตัวของนายประสิทธิ์ และชักชวนให้ลงทุนซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม และให้ปล่อยเช่ากระเป๋าพบมูลค่าความเสียหายกว่าพันล้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103162</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบ, คืนคุณแผ่นดิน, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, มอบตัว, โกงพันล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1e06406e2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวัฒน์&#039;มอบตัวกับดีเอสไอแล้ว ลั่น!ไม่หนีไปไหน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.62 - &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิต อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวก เข้ามอบตัวกับดีเอสไอแล้ว โดยเขาให้สัมภาษณ์ว่า สื่อและดีเอสไอสร้างสตอรี่ จนชีวิตข้าราชการของตน และครอบครัว เป็นผู้ร้ายในโลกโซเชียล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมพร้อมที่สู้ เราต่อสู้เพื่อแผ่นดินมาตลอด ไม่หนีไปไหน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับ&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่ 1,&amp;nbsp;นายบุญแทน บุษราคำ&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่ 2 และ&amp;nbsp;นายธนเสฏฐ์ หรือนายไพฑูรย์ แช่มเทศ&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่ 3&amp;nbsp;และ นายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเสี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพ ในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เช็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น, ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดติดตัวไปด้วยเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกันโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การขันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 289 (4) (7), 309, 310, 33, 340, 340&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 50 ทวิ และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต, ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 147, 148 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 172.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50087</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าบิลลี่, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ดีเอสไอ, มอบตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca2f241c0c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาที่ประชุมมส.รายงาน3อดีตพระพรหมเงินทอน! ลุ้น&#039;ธงชัย&#039;มอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 &amp;nbsp;พ.ค.61- &amp;nbsp; นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยก่อนการประชุมมส.ในวันนี้ นอกจากจะมีวาระที่สำนักเลขาธิการ มส.เสนอตามปกติแล้ว ยังมีการรายงานกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับอดีตพระผู้ใหญ่ในคดีฟอกเงิน ทุจริตงบอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ให้ที่ประชุมรับทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ที่ถูกจับกุม ให้สึก และอยู่ในเรือนจำระหว่างรอการสอบสวนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพระผู้ใหญ่อีก 2 รูป ที่ยังหลบหนี คือ พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะภาค 4 ธรรมยุต และรองเลขาธิการคณะธรรมยุต และพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศวรมหาวิหาร เจ้าคณะภาค 10 และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศทั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับการติดต่อจากลูกศิษย์คนสนิทของพระพรหมสิทธิ ว่าจะเข้ามอบตัวที่กองปราบปราม สาเหตุที่ยังไม่เข้ามอบตัวในช่วงที่ผ่านมานั้น เนื่องจากต้องการให้ผ่านวันวิสาขบูชาไปก่อน และการจะเข้ามอบตัวเพราะไม่อยากให้ลูกศิษย์ต้องเดือดร้อน ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลูกศิษย์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตาดูพฤติกรรมแทบทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามที่รับผิดชอบคดีดังกล่าว ยังไม่มีใครยืนยันว่าพระพรหมสิทธิจะเข้ามอบตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10297</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตเงินทอนวัด, ที่ประชุมมส., พระพรหมสิทธิ, มส., มอบตัว, สิปป์บวร แก้วงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e0d2e8aba4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2018 07:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 07:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039;ถอดเสื้อชูมือเข้ามอบตัว โวยอำนาจรัฐกลั่นแกล้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.61 - เมื่อเวลา 05.30 น. พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย ได้เดินทางมาที่บ้านบิดาของ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล เพื่อมารอรับมอบตัว พ.ต.ท.สันธนะ ซึ่งเป็นไปตามคำร้องขอของ อดีตนายตำรวจสันติบาล หลังถูกศาลออกหมายจับใยข้อหากรรโชกทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศล่าสุดที่บริเวณด้านหน้าบ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งใช้เป็นสถานที่นัดมอบตัวนั้น ได้มีสื่อมวลชนจำนวนมาก ต่างมารอทำข่าวถึงการมอบตัวในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่กลางดึกของคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 06.20 น. พ.ต.ท.สันธนะ ได้เดินถอดเสื้อเดินชูมือออกมาจากบ้านพักของบิดา พร้อมกับเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.สุพล เพื่อให้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวพ.ต.ท.สันธนะ ขึ้นรถ ทั้งนี้ พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่าถูกอำนาจรัฐกระทำโดยมิชอบ และพร้อมที่จะข้อปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา.
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดใหม่ดอนเมือง, ผู้มีอิทธิพล, พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, มอบตัว, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af63866d39e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
