<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;วิทัย&#039;เครื่องร้อนเตรียมลุยแก้ไขหนี้เน่าออมสินจ่อเบรกธุรกิจเชิงพาณิชย์เดินหน้าช่วยปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.2563 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวมอบนโยบายการบริหารงานและแนวทางในการปฏิบัติงานแก่คณะผู้บริหารและพนักงานธนาคารออมสิน ว่า ภารกิจที่มีความท้าทายคือการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้เสีย ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีหนี้ค้างชำระที่ยังไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 3.3 แสนบัญชี คิดเป็นวงเงินประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนนี้ต้องเร่งดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการประเมินว่ามีโอกาสที่หนี้ในส่วนนี้จะกลายเป็นหนี้เสียเพิ่มมากขึ้น และยังมี NPL ที่อยู่ระหว่างการปรบโครงสร้างหนี้อีก 4 แสนบัญชี คิดเป็นวงเงิน 6.5 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารได้มีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ วงเงิน 5 หมื่นล้านบาทแล้ว เพื่อรองรับและแก้ไขหนี้ในส่วนดังกล่าวให้เป็นหนี้ปกติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้มีการเตรียมพัฒนาการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ให้สามารถใช้ระบบยืนยันตัวตน (KYC) ตรวจเครดิตบูโร และทำสัญญากับลูกค้าได้โดยที่ไม่ต้องให้ลูกค้าเดินทางมาที่สาขา ซึ่งถือเป็นการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อสนันบสนุนการให้บริการของธนาคาร และเพื่อลดการเดินทางมาสาขาของลูกค้า สอดคล้องกับนโยบายและยังเป็นการรองรับโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้มีการวางแนวทางให้ธนาคารออมสินเป็นธนาคารที่ดูแลประชาชน เศรษฐกิจฐานราก และผู้มีรายได้น้อย เป็นกำลังหลักของประเทศในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม จะมีการยกระดับบทบาทในด้านนี้ให้ชัดเจนมากขึ้น และเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผ่านการปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือกลุ่มดังกล่าวที่มากขึ้น เน้นการทำงานที่มุ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงมากกว่าภาพลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากวางบทบาทให้ธนาคารออมสินเป็นธนาคารเพื่อสังคม แต่ไม่ได้หมายความว่ากำไรของธนาคารจะลดลง แต่อาจจะต้องมานั่งทบทวนว่ารูปแบบการทำธุรกิจที่แข่งขันเชิงพาณิชย์มาก ๆ อาจจะมีการลดขนาด เปลี่ยนจุดเน้น หรือจุดโฟกัส ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกธุรกิจประเภทนี้ แต่อาจจะทำในระดับที่มีกำไรที่พอดี ๆ และสามารถช่วยคนไปพร้อมกัน ส่วนธุรกิจโดยทั่วไปก็ยังทำอยู่ เพื่อเอากำไรมาหล่อเลี้ยงช่วยผู้มีรายได้น้อย ตรงนี้เป็นความชัดเจน ทำให้ต่อไปจะเป็นธุรกรรม ธุรกิจต่าง ๆ ของธนาคารออมสินที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือสังคมมากขึ้น ออมสินจะกลับมาสู่ตัวตนจริงของเรา ในการช่วยผู้มีรายได้น้อย ช่วยฐานราก อยู่กับสังคม อยู่กับชุมชน&amp;rdquo; นายวิทัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทัย กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง สำนักงานใหญ่ ให้การสนับสนุนการทำงานของสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปได้ตามเป้าหมาย ทุกฝ่ายต้องช่วยและเดินไปด้วยกัน โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้องคิดล่วงหน้าไปด้วยกัน โดยก่อนหน้านี้ได้อนุมัติงบค่าทำงานล่วงเวลา (โอที) เพิ่มเป็น 2 เท่า เพื่อสนับสนุนการทำงานของพนักงานออมสินในโครงการต่าง ๆ ตามภารกิจ ส่วนลูกจ้างจะมีเงินโบนัสให้อย่างแน่นอน พร้อมทั้งจะมีการเปิดช่องทางออนไลน์เพื่อเป็นช่องทางให้พนักงานธนาคารออมสินทุกคนสามารถส่งข้อมูลตรงเพื่อนำมาปรับแก้ไข หรือช่วยเหลือ ซึ่งถือเป็นการสื่อสารภายใน เป็นช่องทางในการรับทราบปัญหา และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวางแนวทางให้ธนาคารออมสินเน้นการทำธุรกิจเพื่อสังคมแล้ว ก็อาจจะต้องปรับลดธุรกรรมบางลงบ้าง เช่น การโฆษณา การจัดกิจกรรม ตีกอล์ฟ ไปต่างประเทศ โดยจะทำเท่าที่จำเป็น ดูความคุ้มค่าเป็นหลัก ส่วนธุรกรรมใดที่ประชาชนมีความสงสัย สังคมมีการตั้งคำถาม ก็จะเลิก เรื่องนี้ได้มีการสั่งการอย่างชัดเจนออกไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราต้องอยู่บนความคลีน ต้องตอบได้ ธุรกรรมที่ทำต้องมีความคุ้มค่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีอะไรผิด ทุกคนทำด้วยความปรารถนาดี แต่ปัจจุบันเป็นยุคโซเชียลแบงก์ ความจำเป็นเรื่องการทำพีอาร์ การจัดกิจกรรมก็อาจจะลดน้อยลงไป เรื่องงานบุญก็ยังทำอยู่ แต่อาจจะลดเรื่องความใหญ่โต ไม่เน้นจำนวนคนที่เข้ามามาก ไม่แข่งเรื่องเงินบริจาค ไม่โชว์ป้าย ไม่มีการเกณฑ์เงิน กำหนดเงิน ไม่มีทั้งสิ้น ธนาคารออมสินต้องกลับมายืนบนตัวตนของเรา&amp;rdquo; นายวิทัย กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70297</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน, มอบนโยบาย, วิทัย รัตนากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd48f394418.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ถาวร&#039;แนะครัวการบินไทยปรับตัวให้เข้ากับภาวะวิกฤติช่วงโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.63-นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่และมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ฝ่ายการพาณิชย์สินค้า บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ที่อาคารคลังสินค้าระหว่างประเทศ เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ &amp;nbsp;และฝ่ายครัวการบิน ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกและการบริหารงานในภาวะวิกฤต จะต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องเหมาะสมและจะต้องบูรณาการความร่วมมือทั้งภายในและนอกองค์กรอย่างเข้มแข็ง ซึ่งการบินไทยมีบุคลากรที่มีศักยภาพในการแก้ปัญหาด้านต่างๆ เช่น ช่องทางและระบบการจำหน่ายตั๋ว การวางแผนอัตรากำลัง การทำการตลาดด้วยเกณฑ์ราคาที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวรกล่าวว่าได้รับรายงานตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีการขนส่งจำนวน 135 เที่ยวบิน เป็นสินค้าเกษตร 100 เที่ยว สินค้าอุตสาหกรรม 35 เที่ยว โดยในช่วงการดำเนินงานในสถานการณ์โควิด-19 ภาวะเศรษฐกิจโลก และการบริหารงานในภาวะวิกฤต ที่จะต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องเหมาะสมและจะต้องบูรณาการความร่วมมือทั้งภายในและนอกองค์กรอย่างเข้มแข็ง ซึ่งการบินไทยมีบุคลากรที่มีศักยภาพในการแก้ปัญหาด้านต่างๆ เช่น ช่องทางและระบบการจำหน่ายตั๋ว การวางแผนอัตรากำลัง การทำการตลาดด้วยเกณฑ์ราคาที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้เน้นย้ำการให้ความสำคัญการช่วยเหลือเกษตรกร การขนส่งสินค้าทางการเกษตร การอำนวยความสะดวกประชาชน การนำคนไทยต่างแดนเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงโควิด-19 ทั้งนี้ THAI CARGO ได้เตรียมจัดทำแผนการสร้างเครือข่ายการขนส่งสินค้าในเส้นทางประเทศคู่ค้าต่างๆ มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการขนส่งสินค้าทางการเกษตรในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวรรธนะ สีบุญเรือง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนการบริการธุรกิจการบิน รักษาการกรรมการผู้จัดการฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า ในช่วงที่การบินไทยหยุดทำการบินเป็นการชั่วคราว ทำให้ไม่มีรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารนั้น ฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ ยังคงดำเนินกิจกรรมการให้บริการด้านการขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการส่งออกและนำเข้าสินค้า ตามนโยบายของภาครัฐ โดยได้ให้บริการแก่สายการบินลูกค้า กว่า 60 สายการบิน และให้บริการการบินไทยในรูปแบบเช่าเหมาลำ (Chartered Flights) ไปยังเมืองปลายทาง อาทิ ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น เฉิงตู และจุดหมายปลายทางอื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้า เป็นจำนวน 16 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ เพื่อหารายได้ให้แก่บริษัทฯ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบิน บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า ธุรกิจของฝ่ายครัวการบิน นอกจากจะผลิตอาหารสำหรับบริการผู้โดยสารบนเครื่องบินของการบินไทย และสายการบิน ลูกค้าแล้ว ยังมีธุรกิจเบเกอรี่และอาหารพร้อมรับประทาน ภายใต้แบรนด์ พัฟแอนด์พาย ซึ่งทำการผลิตและจัดบรรจุที่อาคารฝ่ายครัวการบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยในปัจจุบันมีทั้งหมด กว่า 40 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งยังได้ขยายบริการในส่วนของเดลิเวอรี่ผ่านทางไลน์แมน และกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการเพิ่มช่องทางการจัดส่งผ่าน App Online เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรับบริการได้สะดวกมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ฝ่ายครัวการบินได้เพิ่มรายการอาหารพร้อมรับประทานและเบเกอรี่ให้หลากหลายขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่สนองนโยบายรัฐบาลในโครงการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ พร้อมกับเพิ่มจุดจำหน่ายอาหารออนไลน์ เดลิเวอรี่ให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ อาทิ ร้านพัฟแอนด์พาย สาขาอาคารรักคุณเท่าฟ้า สาขาสำนักงานใหญ่ การบินไทย และสาขาอาคารโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63408</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ถาวร เสนเนียม, มอบนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e9925abe1428.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกขอร่วมมือ พรบ.งบฯไม่ผ่าน เดือดร้อนทั้งปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ หวังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 63 ผ่านสภา ลั่นต้องอาศัยความร่วมมือกัน ถ้าไม่ผ่านคนเดือดร้อนกันทั้งประเทศ ไม่ใช่ตนเองคนเดียว &amp;quot;เทวัญ&amp;quot; เผย ครม.มีวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 8 ต.ค.นี้ คาดสัปดาห์หน้าเคาะวันอภิปราย &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; ยื่น &amp;quot;ชวน&amp;quot; ท้วงงบฯ 63 ขัด รธน.มึนตัวเลขจีดีพีหน่วยราชการไม่ตรงกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันที่ 3 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานพิธีมอบนโยบายแก่สภาเกษตรกรแห่งชาติ ตอนหนึ่งว่า ตนมาในนามนายกฯ และเป็นเพื่อนของทุกคน ถือว่าทุกคนเป็นพ่อแม่พี่น้องของตน ตระกูลของตนก็น่าจะเคยเป็นเกษตรกร ทำไร่ทำนามาก่อน เพราะทำไมตนจึงรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยเกษตรกรมากนัก และในฐานะผู้นำ ก็ต้องทำทุกอย่างให้คนทุกภาคส่วนอยู่ดีกินดี เราจะทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้ ใครอ่อนแอก็ต้องดูแลให้มากหน่อย แต่คงไม่ใช่เอางบประมาณทั้งหมดมาทุ่มเทไปในทางเดียว ก็จะพังกันหมด รัฐบาลจะแก้ปัญหาทุกอย่างอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เอาเงินลงมาเติมเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง ดังนั้น ในช่วงที่มีปัญหาราคาตกต่ำ เราสามารถดูแลได้ระยะหนึ่ง แต่เมื่อดีขึ้น ก็ต้องนำเงินส่วนนี้ไปใช้ด้านอื่น ซึ่งทุกวันนี้นำงบประมาณไปใช้ด้านบนเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้งบประมาณยังไม่ได้พิจารณา ต้องรอนำเข้าวาระการพิจารณาภายในเดือนนี้ หวังว่าคงผ่าน ถ้าไม่ผ่านคนเดือดร้อนกันทั้งประเทศ เกษตรกรก็เดือดร้อน คงไม่ใช่ผมคนเดียว เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกัน และคิดว่าประเทศไทยคงไม่ได้ลำบากมากเหมือนต่างประเทศ ทั้งนี้ ประเทศเรามีความแตกต่างด้านรายได้ของแต่ละจังหวัดสูงมาก เราต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นใครพูดอะไรมาเราก็จะหลงเชื่อทั้งหมด&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) เรื่องร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่าจะเปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญวันที่ 17 ต.ค.นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับพรรคฝ่ายค้านเรื่องเวลาที่จะอภิปรายว่าจะใช้เวลากี่วัน อาจจะได้ข้อสรุปว่าเป็นวันที่ 17-18 ต.ค. หรือวันที่ 17-19 ต.ค. คงต้องขอคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล หารือในวิปรัฐบาล และคุยกับวิปฝ่ายค้าน คาดจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ อย่างช้าภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ได้คุยเวลาที่เหมาะสมกันว่าคงเป็นสองวัน แต่ฝ่ายค้านอาจขอเพิ่มเติมมากกว่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ร่างพิมพ์เขียวร่าง พ.ร.บ.งบฯ จะสามารถแจกจ่ายให้กับฝ่ายค้านหรือ ส.ส.ได้เมื่อใด นายเทวัญกล่าวว่า คงจะเป็นช่วงก่อนการประชุมอีกสักระยะ แต่คิดว่าคงไม่ช้า เพราะสมาชิกทุกคนคงอยากศึกษาว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯ มีรายละเอียดอย่างไร เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ที่ต้องทำส่งไปยังสภา เพื่อให้สภาแจกจ่าย ส่วนที่ฝ่ายค้านเรียกร้องต้องการให้รีบออกพิมพ์เขียวเพื่อให้มีการศึกษาก่อนนั้น บางทีงบประมาณมันเยอะ ต้องรอเวลานิดหนึ่ง แต่ความจริงก็ไม่ได้ช้าที่ครม. เพราะติดอยู่ที่สำนักงบประมาณ ถ้าเขาทำเสร็จ ก็จะส่งมาให้เรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า พิมพ์เขียวดังกล่าวจะเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ภายในวันที่ 8 ต.ค.นี้หรือไม่ นายเทวัญตอบว่า เห็นว่ามีวาระพิจารณาดังกล่าวในที่ประชุมอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;เพื่อท้วงติงร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท มีปัญหาไม่ทำตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2563 ที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 17 ต.ค.นี้ ไม่ทำตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ เพราะจัดทำขึ้นก่อนการแถลงนโยบายรัฐบาล โดย ผอ.สำนักงบประมาณลงนามเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ในวันที่ 25 ก.ค.2562 และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามเห็นชอบวันที่ 26 ก.ค.2562 แต่การแถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จสิ้นวันที่ 27 ก.ค. ดังนั้นคำของบของหน่วยงานต่างๆ จึงไม่ได้ทำขึ้นใหม่ แต่นำคำของบต่อรัฐบาลชุดก่อนมาปรับปรุงตัวเลขพอเป็นพิธี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังพบว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่สำนักงบประมาณจัดทำไว้ วันที่ 7 ม.ค.2562 ระบุไว้ที่ 18.36 ล้านล้านบาท ต่อมาวันที่ &amp;nbsp;2 ก.ย.2562 สำนักงบฯ ปรับลดจีดีพีเหลืออยู่ที่ 17.83 ล้านล้านบาท แต่ปรากฏว่าวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ยังอยู่เท่าเดิมคือ 3.2 ล้านล้านบาท ไม่ได้ถูกปรับลดลงไปด้วยทั้งที่จีดีพีถูกปรับลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะเดียวกันยังพบว่าตัวเลขจีดีพีเดือน ก.ย. ของสำนักงประมาณกับสำนักบริหารหนี้สาธารณะยังไม่ตรงกันคือ สำนักงบฯ ระบุไว้ที่ 17.8 ล้านล้านบาท แต่สำนักบริหารหนี้ฯ ระบุจีดีพีไว้ที่ 17.6 ล้านล้านบาท ทั้งที่เป็นหน่วยราชการเหมือนกัน แต่เหตุใดตัวเลขจีดีพีจึงแตกต่างกัน อยากให้นายชวนที่ยึดมั่นข้อกฎหมายและ ส.ส.ช่วยตรวจสอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2563 มีความถูกต้องหรือไม่ เพราะหลักฐานต่างๆ นำมาจากตัวเลขของหน่วยราชการทั้งสิ้น&amp;quot; นายเรืองไกรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47276</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.งบประมาณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มอบนโยบาย, สภาเกษตรกรแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d9606876fb7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;มอบนโยบายกอ.รมน.รัฐบาลต้องการให้บ้านเมืองสงบ&#039;ความมั่นคงพิเศษ&#039;ประชาชนหายจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 &amp;nbsp;ธ.ค.61- &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) เป็นประธานและกล่าวมอบนโยบายในงานสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2561 เยี่ยมชมนิทรรศการและรับฟังรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2562 ของกอ.รมน. เยี่ยมชมนิทรรศการ พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;ผู้บัญชาการเหล่าทัพ สมาชิกคณะกรรมการกอ.รมน., คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง, ผู้แทนส่วนราชการในคณะกรรมการบูรณาการและขับเคลื่อนงานการรักษาความมั่นคงภายใน,ผู้บริหารระดับสูงของ กอ.รมน., ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด และกรุงเทพมหานคร, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด และกรุงเทพมหานคร (ฝ่ายทหาร), และหัวหน้าหรือผู้แทนส่วนราชการด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้กอ.รมน.เร่งสร้างความเข้าใจ &amp;nbsp;สร้างหลักคิดที่ถูกต้อง ให้ประชาชนเข้าใจว่า รัฐบาลต้องให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย มีการพัฒนาควบคู่กับความมั่นคงที่ยั่งยืน ซึ่งความมั่นคงพิเศษ คือ การทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีรายได้ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ดีใจที่ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการสร้างอาชีพ ซึ่งหากมีเวลาว่าง ก็จะลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อไปให้กำลังใจประชาชนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาเรื่องความไม่สงบในพื้นที่ ต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่า รัฐบาลไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน และอยากให้ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย เพราะกฎหมายทำให้เกิดความสงบ ซึ่งที่ผ่านมา คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล ก็มักจะเป็นคนที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ จะต้องให้เป็นฟิโกไฟแนนซ์ที่ถูกต้อง และเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องของกฎหมายขายฝาก ว่ามีรายละเอียดและกติกาเช่นไร รวมถึงต้องแก้ปัญหาเรื่องของที่ดินทำกินควบคู่ไปด้วย ก็จะช่วยทำให้การแก้ปัญหาทำได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้มอบนโยบาย และข้อสั่งการให้แก่หน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงได้นำไปปฏิบัติ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ การจัดระเบียบสังคม และการดำเนินการด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงและประชาชนได้รับทราบผลการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.ในปีที่ผ่านมาและความพร้อมในการดำเนินงานรองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23974</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความมั่นคง, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มอบนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf7be6333ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ.ลง3จว.ใต้มอบนโยบาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผบ.ทบ.ลง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 วัน 2 คืน มอบนโยบายให้แยกคดีก่อเหตุรุนแรง ออกจากคดีอาชญากรรมทั่วไป พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ส่วนการหารือระหว่าง &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; กับ รมว.กลาโหมมาเลเซีย เดินหน้าเจรจาสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีกำหนดเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อมอบนโยบายการทำงานให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ในการแก้ไขปัญหาดูแลความปลอดภัยและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการประชุมผู้บังคับหน่วยถึงระดับหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข ติดตามแผนงานโครงการในปี 2562 และความคืบหน้าในคดีสำคัญต่างๆ รวมถึงการเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกมีเจตนาที่จะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่อดีตผู้บัญชาการทหารบกได้ดำเนินมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้บัญชาการทหารบกได้เคยให้นโยบายเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การคลี่คลายเหตุการณ์สร้างความปลอดภัย โดยได้กำชับให้หน่วยในพื้นที่ให้ความสำคัญกับการประเมินและคัดแยกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อเหตุรุนแรงและคดีอาชญากรรมทั่วไป เพื่อทำให้สังคมได้เห็นภาพรวมที่แท้จริงของสถานการณ์ชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังสนับสนุนให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและกองทัพภาคที่ 4 เดินหน้าสานสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน อันจะส่งผลเชิงบวกต่อการแก้ไขปัญหาความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้จะมีภารกิจอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ในวันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม ซึ่งจะมีการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ณ กองบัญชาการกองทัพบก กทม. พล.อ.อภิรัชต์ ในฐานะเลขาธิการ คสช.ก็จะยังคงเป็นประธานการประชุมดังกล่าว ด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียมจากจังหวัดชายแดนภาคใต้มายังกองบัญชาการกองทัพบก ทั้งนี้เพื่อให้ทุกภาระหน้าที่สามารถสานต่อและดำเนินไปได้แม้จะอยู่ในพื้นที่ใด ด้วยการใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตามนโยบาย &amp;quot;ไทยแลนด์ 4.0&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห.เปิดเผยว่า ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 5 (ADMM-Plus) เมื่อ 20 ต.ค.61 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมได้หารือร่วมกับนายฮาจิ โมฮัมหมัด &amp;nbsp;บิน ซาบู (Haji Mohamad bin Sabu) รมว.กลาโหมมาเลเซีย โดยได้กล่าวขอบคุณประเทศไทยที่สนับสนุนการแก้ปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์ที่ผ่านมา และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ในการเจรจาสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีผลกระทบกับความมั่นคงของมาเลเซียด้วย &amp;nbsp;และพร้อมที่จะใช้กลไกความร่วมมือชายแดนของทั้งสองประเทศในการพัฒนาและแก้ปัญหาความมั่นคงชายแดนร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ร.ต.อ.เอกรัตน์ เจียรเจริญ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี และเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดปัตตานี รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 1 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จากกรณีเมื่อกลางดึกวันที่ 19 &amp;nbsp;ต.ค.ถูกคนร้ายประมาณ 2 คน ใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 กราดยิงใส่ ซึ่งเป็นบ้านของ ด.ต.อนุสรณ์ ขันติกุลานนท์ ผบ.หมู่ ฝ่ายปกครอง ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 (ศฝร.ภ.9)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในวันเกิดเหตุ ด.ต.อนุสรณ์และนางศิริพร (ภรรยา) ซึ่งเป็นผู้ช่วยสาธารณสุข อ.หนองจิกไม่อยู่บ้าน มีเพียงลูกชายคนเดียวนอนอยู่ภายในบ้าน แต่กระสุนไม่ถูก ทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นอกจากนั้นคนร้ายได้ขว้างระเบิดเพลิงเข้าใส่หน้าบ้านอีก 2 ขวด แต่ถูกฝาผนังปูน โชคดีไฟดับก่อนจะลุกลาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ พบร่องรอยกระสุนปืนที่ฝาปูนและไม้หลายสิบรู และถูกกระจกหน้าต่างแตก บริเวณหน้าบ้านด้านข้างพบระเบิดเพลิงเป็นขวดใส่น้ำมันแตกกระจาย 2 จุด มีคราบน้ำมันคราบไฟไหม้ที่อาคารปูนเล็กน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่นอกรั้วบ้านประมาณ 20 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ต้องการสร้างสถานการณ์ โดยยิงและเผาบ้านหลังดังกล่าวแต่โชคดีที่ไม่ถูกใคร และคนร้ายยังขว้างระเบิดเพลิงไม่ถึงที่ตัวไม้ โดยตกที่พื้นปูนเสียก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20356</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, ผบ.ทบ., พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, มอบนโยบาย, หนังสือพิมพ์, แยกคดีก่อเหตุรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bcb3a05ba64d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039; ลั่นไม่เคยคิดเป็นนายกฯ-นักการเมือง แต่เพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย. 61 - เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น พร้อมกล่าวช่วงหนึ่งว่าเราใช้กฎหมายบังคับอย่างเดียวไม่ได้ ต้องสร้างการเรียนรู้ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อทำให้เกิดสังคมที่ปลอดภัย ทั้งหมดเป็นสิ่งที่รัฐบาล และคสช.คิด ขอให้เข้าใจความคิดของตนด้วย ซึ่งตนรับผิดชอบทั้งงานด้านความมั่นคงและการบริหารราชการแผ่นดินด้วย คนเป็นข้าราชการต้องเสียสละ ต้องคิดว่าประชาชนจะได้อะไรจากการทำงานของพวกเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การทำงานต้องอยู่ในสมองว่าเราทุกคนต้องทำอะไรบ้าง ไม่ใช่เตรียมการไปสู่อนาคตเป็นนักการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้จริงๆ ทุกอย่างมันเป็นชะตาฟ้าลิขิตมาทั้งหมด ประเทศไทยเราก็ไม่ลบหลู่ใช่ไหม เขาบอกโชคชะตาฟ้าลิขิตทุกคนกำหนดมาแล้ว ถ้าเราเป็นคนดี ลิขิตจะเปลี่ยนไปได้ ถ้าเราดีจริงๆ ซึ่งก็พยายามทำกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าเราต้องการให้พร้อมในการรองรับการเป็นประชาธิปไตยสากลในวันข้างหน้า ซึ่งตนก็ทราบว่ามีผลกระทบต่างๆมากมาย แต่เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเราเป็นประเทศที่เลือกประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครอง ในการบริหารประเทศมี 3 อำนาจ โดยที่รัฐบาลจะใช้อำนาจที่พระราชทานมาอย่างไรไม่ให้เสื่อมเสีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าราชการทุกคนต้องปฏิบัติให้ราบรื่น ขอให้ข้าราชการมีความมั่นคงต่อไปในระบอบประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ตนจะพยายามทำให้ทุกคนมีความปลอดภัยในการทำงานให้มากที่สุด แต่ทำอย่างไรทุกคนจะไม่พ่ายแพ้ต่อสิ่งที่มันไม่ดี และที่เคยเกิดขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ยังจำเป็นต้องใช้กฎหมายทางการปกครองอยู่บ้าง เพราะทุกคนรู้แล้วว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง และวันหน้าต้องไม่เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าใครก็ตามจะทำให้เกิดขึ้นอีกไม่ได้ เพราะผู้ที่จะมารับโทษทางวินัยคือพวกท่านทุกคน ซึ่งทุกคนต้องฝืน และเข้มแข็งให้ได้&amp;quot;นายกฯ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการพลเรือนดีเด่น, ทำเนียบขาว, นายกฯ, บิ๊กตตู่, พล.อ.ประยุทธ์, ฟ้าลิขต, มอบนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac1c2451d2cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
