<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2งูเห่าอนค.จ่อซบอก‘ปชป.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ-ผบ.เหล่าทัพเข้าอวยพรนายกฯคึกคัก &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ขอพรให้รัฐบาลอยู่นานๆ ให้ประชาชนมีความสุขไฟเขียววิ่งไล่ลุงจัดได้ แต่อย่าให้วุ่นวาย จะขออนุญาตหรือไม่ต้องถาม ตร. แกนนำส้มหวานเดินสายร่วมงานปีใหม่กลุ่มชาติพันธุ์ &amp;quot;ทอน&amp;quot; ลั่นปี 63 เป็นปีแห่งชัยชนะของ ปชช. &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ฟันธง อนค.ถูกยุบ แนะ กก.บห. 11 คนรีบลาออกเพื่อไม่ให้จำนวน ส.ส.หายไปเตือนทำม็อบระวังถูกล้อมปราบ หวั่นเวทีชังชาติจบลงด้วยรัฐประหาร พท.ชี้ ปชช.เบื่อนายกฯ ตอกย้ำอิเหนาเมาหมัด-รัฐเชียงกง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.30 น. วันที่ 28 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายในการทำงานของปี โดยเวลา 09.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นำข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเข้าอวยพรเนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) นำ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ., พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผช.ผบ.ทบ., พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ ผช.ผบ.ทบ. และ พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก รวมถึงคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพบกเข้าอวยพรและรับพรจากนายกรัฐมนตรีด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กลุ่มเพื่อนนายกรัฐมนตรีสมัยเตรียมทหารรุ่น 12 นำโดย พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร และ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ซึ่งวันนี้เป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตบเท้าเข้าร่วมอวยพรนายกรัฐมนตรีอย่างคึกคัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการเข้าอวยพรปีใหม่ด้วย &amp;nbsp;โดยนายธีระภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าอวยพรว่า นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณข้าราชการทุกคนที่ช่วยกันทำงานและเหน็ดเหนื่อยมาด้วยกัน ให้ถือเป็นครอบครัวเดียวกันที่จะขับเคลื่อนประเทศ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนมีความสุข และกำชับให้ข้าราชการทุ่มเททำงาน ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ ได้มอบถุงผ้าซึ่งสกรีนเป็นการ์ตูนรูป พล.อ.ประยุทธ์แต่งตัวเป็นชาวนา พร้อมข้อความระบุว่า &amp;ldquo;ปีใหม่ กินข้าวใหม่&amp;rdquo; และด้านหลังถุงผ้ายังสกรีนข้อความว่า &amp;ldquo;ด้วยรักและห่วงใย&amp;rdquo; ลงชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งในถุงผ้ามีข้าวหอมมะลิ และข้าว กข.83 (มะลิดำหนองคาย 62) ให้เป็นที่ระลึก โดยถุงผ้าดังกล่าวเป็นถุงผ้าที่นายกฯ มอบให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยช่วงปีใหม่ว่า มีการกำชับไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนกิจกรรมชุมนุมที่จะมีขึ้นในช่วงหลังปีใหม่นั้น เขายังไม่ได้มีการชุมนุม ต้องไปถามคนที่จะชุมนุมดู ซึ่งไม่มีอะไรต้องกังวลหรือกำชับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กิจกรรมวิ่งไล่ลุงสามารถจัดได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จัดได้ แต่อย่าให้มันวุ่นวายแล้วกัน ให้เป็นที่เป็นทาง ส่วนฝ่ายความมั่นคงอนุญาตหรือไม่ เป็นเรื่องของกฎหมาย ต้องไปถามตำรวจดู ตำรวจเขาว่าอย่างไร เป็นเรื่องของกฎหมาย ส่วนจะเข้าข่ายการชุมนุมหรือไม่นั้น ต้องดูในเรื่องกฎหมาย คนที่ดูแลเรื่องนี้มีอยู่ ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับกฎหมายจราจรหรือกฎหมายใด
ขอให้รัฐบาลอยู่นานๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ต้องนำ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะมาพิจารณาอนุญาตด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวย้อนถามว่า เขาชุมนุมหรือไม่ วิ่งไล่ลุงกิจกรรมเป็นอย่างไร รู้ได้อย่างไรว่าจะไม่มีการปราศรัย ให้ไปถามเขาดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนกรณีแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการไทยยุติการคุกคามด้วยกระบวนการกฎหมายต่อสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน, นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และนักเคลื่อนไหวในประเทศไทย รองนายกฯ กล่าวว่า ใครไปลิดรอนสิทธิเขา ต้องไปถามแอมเนสตี้เอง เราไม่ได้ทำอะไร ใครที่จะข่มขู่มีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ได้อวยพรปีใหม่อะไรให้กับนายกฯ พล.อ.ประวิตร บอกว่า ขอให้ต่างคนต่างมีความสุขทั้งคู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ปีใหม่นี้ ถ้าขอพรได้อยากขออะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ขอให้รัฐบาลอยู่ไปนานๆ ขอให้ประชาชนมีความสุขตลอดไป&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่า ที่ว่านาน นานกี่ปี พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;เอาแค่เท่าที่จะอยู่ได้&amp;rdquo; เมื่อถามอีกว่า 8 ปีเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเสียงสูงว่า ไม่เอา สื่อพูดไปเรื่อย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ดินแดง พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) นำผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ., พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร., พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เข้าขอพรและอวยพร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ &amp;nbsp;เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯ, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ตัวแทนหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน คณะทหาร ตำรวจ คณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ และประชาชนทั่วไปนำกระเช้าเข้าร่วมอวยพรอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ในปีหน้าขอให้ทุกคนมีความเจริญรุ่งเรือง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาทุกประการ มีสุขภาพที่แข็งแรงและเป็นหลักให้บ้านเมือง ปีหน้าขอให้อย่าวุ่นวายมากนัก ขอให้สื่อช่วยกันประคับประคองบ้านเมืองให้ไปตลอดรอดฝั่ง ทั้งนี้ ขอฝากสื่อทุกคนด้วย ถ้าไม่อยากให้บ้านเมืองปั่นป่วน อย่าถามอะไรที่รุนแรงมากนัก ซึ่งตนขอฝากรัฐบาลชุดนี้และประเทศชาติไว้กับทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามหลังปีใหม่จะยืนเคียงข้างนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า &amp;ldquo;ถามอะไรเช่นนั้น มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว ผมจะไปไหน ก็อยู่ช่วยงานนายกฯ นี่แหละ&amp;ldquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า ดูเหมือนนายกฯ จะมอบหมายงานด้านความมั่นคงให้มากขึ้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ตอนนี้แข็งแรงขึ้น งานก็มากขึ้น ซึ่งจะช่วยงานได้ยาวขนาดไหนก็ขึ้นอยู่สภาพร่างกาย ซึ่งก็ต้องดู 4 ปีนี้ก่อนอย่าเพิ่งไปดูอนาคต เอา 4 ปีนี้ให้ช่วยกันตลอดรอดฝั่งไปก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า &amp;nbsp;บรรยากาศที่คึกคักของพี่น้องชาวหาดใหญ่ และจังหวัดใกล้เคียง ในการรับรู้ข้อมูล &amp;ldquo;ลัทธิชังชาติ&amp;rdquo; ที่โรงแรมพาราไดซ์ หาดใหญ่ นับวันยิ่งคึกคัก ผมบอกกับพี่น้องว่า รอบนี้พวกเราไม่ต้องเหนื่อย ไม่มีความคิดลงถนน แค่ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ข้อเท็จจริงต่างๆ ห่วงใยพูดคุยกับลูกหลาน อย่าให้ตกเป็นเหยื่อ เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อไปปกป้องเรื่องส่วนตัวของพวกลัทธิชังชาติ ที่กระทำผิดกฎหมายเสียเอง เพราะคนพวกนี้พยายามดิ้นรน เนื่องจากทำผิดกฎหมายแล้วไม่ยอมรับผิด กล่าวหาว่าเป็นนิติสงคราม ถ้าไม่ทำผิดกฎหมายก็ไม่มีใครทำอะไรได้ #ปราบลัทธิชังชาติด้วยความจริง&amp;rdquo;
63ปีแห่งชัยชนะปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.โชคอำนวย วงษ์บุญฤทธิ์ รอง ผกก.สอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้เดินทางเข้ามาที่ศาล เพื่อสอบถามแนวทางกับศาล หากจะมีการยื่นคำร้องขอให้คุ้มครองชั่วคราว กรณีการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 ม.ค.2563 โดยมีรายงานข่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพียงแค่มาพบ เพื่อสอบถามแนวทางปรึกษาข้อกฎหมายจากทางศาลเท่านั้น ยังไม่ได้มีการยื่นคำร้องดังกล่าวแต่อย่างใด และเนื่องจากเป็นการเดินทางมาช่วงพักกลางวัน จึงไม่ได้มีการปรึกษาในเรื่องดังกล่าวในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์ นิติบริรักษ์ ทนายความพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ได้ให้สัมภาษณ์ที่ สน.ปทุมวัน ว่าทางตำรวจไม่ได้ห้ามนายธนาธรไปร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ในวันที่ 12 ม.ค. เนื่องจากเป็นเพียงงานวิ่งออกกำลังกายปกติ ที่ไม่น่าก่อให้เกิดปัญหาใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ อ.พบพระ จ.ตาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมงานประเพณีวันปีใหม่ม้ง โดยมีนายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค อนค. จากกลุ่มชาติพันธุ์ม้งนำเดินชมงานและร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยนายธนาธรกล่าวกับประชาชนบทเวทีกิจกรรมว่า พรรค อนค.มี ส.ส.ที่เป็นตัวแทนกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ 2 คน คือ 1.คุณณัฐพล ส.ส.บัญชีรายชื่อชาติพันธุ์ม้ง และ 2.คุณมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เหตุผลที่เราผลักดันให้มี ส.ส.ซึ่งเป็นคนชาติพันธุ์ในสภา เพราะเราเชื่อในเรื่องคนเท่ากัน เราเป็นเพื่อนประเทศเดียวกันเป็นเจ้าของประเทศเป็นเจ้าของผืนป่า เป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันต่อหน้ากฎหมาย พรรค อนค.เห็นคุณค่าของทุกกลุ่มคนในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่ถูกภาครัฐละเลยกลุ่มคนที่รัฐมองว่าเป็นชนชั้นสองกลุ่มคนที่ถูกกดขี่เอาเปรียบมายาวนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่เดินทางไปร่วมงานปีใหม่พี่น้องชาติพันธุ์ คุณกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค ขณะนี้ไปร่วมงานปีใหม่กะเหรี่ยงที่ จ.เชียงใหม่ และคุณช่อ พรรณิการ์ วานิช โฆษพรรค ก็ไปร่วมงานปีใหม่ม้งที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ด้วยเช่นกัน&amp;quot; นายธนาธรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า ในปีหน้าพรรคอนาคตใหม่จะขับเคลื่อนเรื่องที่ดินอย่างจริงจัง ทรัพยากรที่เป็นสิทธิชุมชน ดิน น้ำ ป่า นโยบายต่างๆ เรื่องนี้จะต้องไม่ถูกกำหนดมาจากส่วนกลางโดยที่ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของพี่น้องชาติพันธุ์ พรรคเราจะผลักดันให้เกิดการแก้ไข การจัดการปัญหาที่ดินต้องมองเห็นคนตัวเล็กตัวน้อย ต้องมองเห็นหัวประชาชน ไม่ใช่ที่ดินจัดสรรให้นายทุนหรือผู้มีอิทธิพล แต่ที่ดินต้องเอามารับใช้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2563 หรือ ค.ศ.2520 ขอให้พี่น้องพบแต่ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ปีหน้าขอให้เป็นปีแห่งความกล้าหาญ ภาวะเศรษฐกิจที่เผชิญอย่าเพิ่งสิ้นหวังหรือหมดกำลังใจ ให้ต่อสู้ไปด้วยกัน ขอให้ปี 2563 เป็นปีแห่งชัยชนะของประชาชน สวัสดีปีใหม่ 2563&amp;quot; นายธนาธรกล่าว จากนั้นได้โยนลูกช่วงซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำหรับวันขึ้นปีใหม่ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ให้ผู้มาร่วมงานสำหรับนำไปใช้ในการเล่นลูกช่วงต่อไป ก่อนที่จะเดินพบปะประชาชนที่มาร่วมงานและร่วมกิจกรรมเล่นลูกช่วงด้วย&amp;nbsp;
2 ม็อบจบลงด้วยรัฐประหาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ชั้น 5 ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว ร้านกาแฟพีซคอฟฟี่แอนด์ไลบรารี่ มีการจัดงานปีใหม่ 2563 โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เข้าร่วมจำนวนมาก โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง ว่า ปี 2563 จะเป็นปีของความยากลำบากทางเศรษฐกิจ ชนิดที่คนไทยไม่เคยเจอมาก่อนวิกฤติเมื่อปี 2540 เป็นการล้มบนฟูก ผู้ที่ได้รับกระทบมีแต่คนรวย แต่ปัจจุบันคนไทยต่างได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรจะไปถามประชาชนว่า เบื่อหรือไม่ ที่คนไทยแสดงออกว่าเบื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่ความเกลียดส่วนตัว แต่เกลียดที่ไม่มีน้ำยาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ในวันที่ 21 ม.ค. ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัย ในคดีล้มล้างการปกครองของพรรคอนาคตใหม่ ตนคาดไม่ผิด ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งยุบพรรค อนค.อย่างแน่นอน ด้วยการพรรณนาเหตุจากลัทธิชังชาติ ขอแนะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ว่าหากพรรคถูกยุบพรรคจริง กก.บห.ที่เป็น ส.ส.อยู่ในขณะนี้จำนวน 11 คน จะถูกตัดสิทธิ์ไปด้วย ส่งผลให้จำนวน ส.ส.อนค.ลดลงไป 11 คน เพื่อให้ ส.ส.พรรค อนค.ไม่หาย กก.บห.ทั้ง 11 คนที่เป็น ส.ส.ควรลาออกจากการเป็น ส.ส. เพื่อให้บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปได้เป็นแทนเตรียมการไว้ให้ดี นายธนาธร หากจะตัดสินใจลงถนนจริง ควรมีการเตรียมความพร้อม ในเรื่องการชุมนุม ถ้าไม่มีการบริหารจัดการ จะถูกแทรกแซง และจบด้วยการล้อมปราบ ไม่ว่านายธนาธรจะตัดสินใจอย่างไร ต้องมีความพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน นปช.กล่าวว่า กิจกรรมวิ่งไล่ลุง 12 ม.ค. การใช้กลไกรัฐเข้าแทรกแซง จะเป็นการเพิ่มจำนวนคนมาร่วมกิจกรรมอย่างคาดไม่ถึง สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือมีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งกำลังเดินสายปลุกระดม สร้างความขัดแย้ง โดยตั้งเวทีต่อต้านลัทธิชังชาติ ซึ่งทางรัฐบาลก็ยังไม่มีการตักเตือน สิ่งที่จะเกิดขึ้น จบลงอย่างเดียวคือยึดอำนาจอีกรอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปี 2563 นี้ จะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความเดือดร้อนของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ควรยอมรับความจริงและลาออกไป ไม่อยู่เป็นภาระประชาชนอีก หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาชาติได้&amp;quot; นายจตุพร กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์เดินแจกถุงผ้ารณรงค์ลดอุบัติเหตุปีใหม่ปลอดภัย เมาไม่ขับ แล้วเจอประชาชนทำหน้าเซ็ง เบื่อนายกฯ ที่หมอชิต ว่า ถือเป็นอีกกรณีที่ตอกย้ำฉายาอิเหนาเมาหมัดแห่งรัฐเชียงกง ทำตัวเอง เจ็บเอง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เปิดใจกว้างสำรวจตัวเองอย่างซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา 5-6 ปีที่ผ่านมาปฏิบัติตนอย่างไร ต่อประชาชน มีผลงานด้านเศรษฐกิจอะไร ที่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนได้บ้าง จะได้รับคำตอบว่าทำไมประชาชนถึงเบื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ชัดเจนขนาดนี้ ไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะโกรธจนควันออกหู แล้วไม่ปรับปรุงตัวเอง ไม่พัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น ทีมงานที่คิดอีเวนต์ให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องระมัดระวัง การนำ พล.อ.ประยุทธ์ไปสร้างภาพพบปะใกล้ชิดประชาชนในลักษณะนี้ เพราะเกิดปัญหากระทบกระทั่งกับประชาชนหลายครั้ง ประเทศไทยไม่ใช่ค่ายทหาร ประชาชนไม่ใช่พลทหาร ไม่ใช่ลูกน้องใคร จะมาทวงบุญคุณกับประชาชนไม่ได้ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี การเบื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นสิทธิของประชาชน&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;quot;จารึก&amp;quot;จ่อซบ ปชป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านมีการทำการบ้านหนักมาก ในการหาข้อมูล ข้อเท็จจริงในการงานที่ไม่โปร่งใสของรัฐบาล ดังนั้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในครั้งนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องของรัฐบาลและเปิดแผลการทุจริตของรัฐบาลที่ประกาศว่าจะเข้ามาปราบโกงนั้นไม่มีจริงเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง ยืนยันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านมีหมัดเด็ดน็อกรัฐมนตรีบางคนกลางสภา และจะอภิปรายแบบไม่เวิ่นเว้อ ไม่มีเรื่องเก่ามีแต่เรื่องใหม่ เพราะมีหลักฐานการทุจริต ซึ่งทางพรรคร่วมฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นถึงการทุจริตที่ชัดเจน เชื่อว่าประชาชนจะได้เห็นว่าจริงๆ แล้วเรื่องการเข้ามาเพื่อปราบทุจริตเป็นเพียงแค่วาทกรรมเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากกรณีที่นายจารึก ศรีอ่อน และ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา 2 ส.ส.จันทบุรี ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ ปรากฏว่านายจารึกได้โพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการร่วมรับประทานอาหารกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรค ปชป. ที่ดูแลภาคกลาง รวมถึงนายเรวัต อารีรอบ เลขานุการรมช.สาธารณสุข และอดีต ส.ส.ภูเก็ต พรรค ปชป. พร้อมเขียนข้อความว่า &amp;ldquo;หารือเรื่องการเมือง คนหนึ่งเสมือนญาติ คนหนึ่งเสมือนเพื่อน ชีวิตสับสน ยอมรับว่าเครียดครับ&amp;rdquo; จึงทำให้เกิดกระแสข่าวว่านายจารึกอาจย้ายเข้าสังกัดพรรค ปชป. โดยอาจชักชวน พ.ต.ท.ฐนภัทรมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รายงานข่าวจากพรรค ปชป.แจ้งว่า นายจารึกและ พ.ต.ท.ฐนภัทรมีการมาพูดคุยกับแกนนำพรรค ซึ่งมีแนวโน้มมากว่าจะเข้ามาอยู่กับพรรค ปชป. เพียงแต่ตอนนี้กำลังรอความชัดเจนจากเจ้าตัวและพรรคต้องพร้อมชี้แจงเหตุผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจารึกให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้พูดคุยกับ 3 พรรคการเมืองคือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติพัฒนา และพรรคพลังท้องถิ่นไท ซึ่งตนต้องรอหารือกับทีมงานก่อนว่าจะไปสังกัดพรรคการเมืองไหน สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนพูดคุยกับนายเฉลิมชัยและนายสาธิต ซึ่งเป็นคนที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่สาเหตุที่ยังไม่ตัดสินใจ เพราะการจะย้ายไปสังกัดพรรคประชาธิปัตย์เป็นไปได้ยากที่สุด เนื่องจากตนเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ย้ายไปสังกัดพรรคใหญ่ จึงไม่อยากถูกครหาว่าย้ายไปด้วยเรื่องผลประโยชน์ ส่วนภาพการรับประทานอาหารร่วมกับนายเฉลิมชัยและนายสาธิต เป็นเรื่องปกติ เพราะสนิทสนมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาธิตกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เปิดกว้างสำหรับทุกคนอยู่แล้ว ส่วนกรณีของนายจารึกนั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรที่ชัดเจน ต้องรอให้นายจารึกตัดสินใจที่ชัดเจน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องรับรอง ชั้น 4 อาคารรัฐสภา เกียกกาย นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังได้การรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ส่งผลให้พรรคพลังประชารัฐมี ส.ส.รวม 115 คน และ ณ ขณะนี้ ทำให้สภามี ส.ส.จำนวน 499 คน แยกเป็นส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 255 คน ส.ส.ฝ่ายค้าน 244 คน.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53392</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอพรให้รัฐบาลอยู่นานๆ, ทำม็อบระวังถูกล้อมปราบ, ผบ.เหล่าทัพ, มอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการ, วิ่งไล่ลุง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อวยพรนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e05f2aa26787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบนโยบาย หัวหน้าขรก. สั่งลุยเกียร์5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ปธ.มอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ยันรัฐบาลผสมทำงานร่วมกันได้ไม่ขัดแย้ง ย้ำต่อยอดอีอีซี ลุยลงทุนดิจิทัลปีหน้า 5Gต้องเกิด &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ผุดโมบายยูนิตจดทะเบียนสินค้าจีไอรายจังหวัด &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ชูไทยแลนด์เฟิร์ส สั่ง ขรก.ลุยเกียร์ 5 ทำงาน ประเดิม ครม.สัญจรแรกนครพนม-มุกดาหาร 19-20 ส.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูง โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ หัวหน้าส่วนราชการระดับสูง และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ จากทุกหน่วยงาน ประมาณ 800 คน เข้ารับฟัง ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าในการรักษาความปลอดภัยนอกจากใช้มาตรการขั้นสูงสุดแล้ว ยังมีความละเอียดในการป้องกันมากกว่าทุกครั้ง โดยแยกช่องทางในการเข้า-ออกของนายกฯ ครม. และผู้เข้าร่วมงานออกจากกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า สำหรับมาตรการทางภาษี ขอฝากทุกคนให้มีจิตสำนึกในการเสียภาษีตามกฎหมาย และไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะรีดภาษีกับทุกคนอย่างที่วิพากษ์วิจารณ์ ยืนยันว่าการเงินการคลังของเรายังมีความเข้มแข็ง เงินทุนสำรองยังอยู่ในระดับสูง เพียงมีปัญหาในเศรษฐกิจโลก ส่วนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศยังแข็งแกร่ง ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ และยังได้รับรายงานว่าค่าเงินบาทของไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ว่าเป็นค่าเงินที่ปลอดภัยที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ? รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้กำชับเรื่องการส่งเสริมโครงการเน็ตประชารัฐ การตั้งศูนย์ป้องกันข่าวปลอมที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่ป่าสีเขียว แก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าและภัยแล้ง? โดยให้ข้าราชการทุกคนนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้การทำงานให้ประชาชน ขณะเดียวกัน? ขอให้ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวเพื่อป้องกันภัยความมั่นคง โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซีอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีแรงงานเข้ามาทำงานจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดูงานหลายกระทรวง แต่ในทางปฏิบัติ รัฐมนตรีแต่ละคนจะประสานงานกับกระทรวงอื่นด้วย สิ่งแรกที่จะขอพูดคือสถานการณ์ระยะสั้นที่เราเผชิญกันอยู่ เศรษฐกิจโลกเป็นอย่างไร โดยเฉพาะกรณีสหรัฐอเมริกา ประกาศขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจีน ทำให้หุ้นทั่วโลกตกหมด ไทยถึงเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ตกไป 2% กว่า ถือว่าฐานตลาดหุ้นไทยค่อนข้างแข็งแรง ขณะเดียวกันการบริโภคภายในประเทศ ขึ้นอยู่กับความมั่นใจของคนในประเทศ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน สำคัญที่สุดคือคนไทยกันเองต้องมีความมั่นใจ วันนี้ค่าเงินบาทก็แข็ง นักลงทุนไทยต้องใช้จังหวะในลงทุนในประเทศให้มากขึ้น รัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ ต้องถือโอกาสลงทุนในช่วงนี้ ได้แนะนำ รมว.คลัง และ รมว.คมนาคม ไปร่วมฟังการลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งหมดว่าเขาจะช่วยกันอย่างไร ก็ได้รับความร่วมมือค่อนข้างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ห่วงว่ารัฐบาลผสมทำงานไม่ได้ก็ไม่จริง เพราะทุกคนรู้จักกันดี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข รู้จักกันมา 20 กว่าปี ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ &amp;nbsp;เป็นนักศึกษารุ่นใกล้เคียงกัน ดังนั้นแต่ละท่านรู้จักกันมา 20 กว่าปี การปรึกษาหารือไม่มีปัญหาเด็ดขาด เราต้องการอะไร เขาต้องการอะไรพูดคุยได้หมด ฉะนั้นเรื่องความกังวลความขัดแย้ง ความไม่ลงรอย ไม่มีอย่างเด็ดขาด&amp;quot; นายสมคิดระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เราต้องมองไปที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง กระทรวงต่างๆ ต้องให้ความสำคัญการต่อยอดโครงการเก่าที่รัฐบาลทำอยู่ เรื่องแรกคืออีอีซี แบ่งเป็น 3 เฟส เริ่มจากขายแนวความคิดช่วง 2 ปีแรก เพื่อให้เห็นว่าเป็นโครงการใหญ่ ต้องทำอย่างไรให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดึงลงทุนเข้ามาที่นี่ นอกเหนือจากไปที่จีน การคมนาคมจึงเกิดขึ้น เพราะมีส่วนสำคัญในการปูพื้นฐานการพัฒนา จากนั้นจะเป็นเรื่องของดิจิทัล ทีโอที แคท ต้องการเน้นการลงทุนดิจิทัล จะทำโครงการเสนอขึ้นมา ย้ำนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยบอกว่า 5G ปีหน้าต้องเกิดให้ได้ ส่วนเฟสสอง ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้นักลงทุนมาไทยให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเฟสสุดท้าย คือการรู้จักใช้เกมระหว่างประเทศทำให้คนตัวเล็กกลายเป็นคนตัวใหญ่เช่นเดียวกับสิงคโปร์ ฉะนั้นงานของกระทรวงการต่างประเทศในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เราทำให้ไทยจากโนบอดี้ ให้กลายเป็นพระเอกเสียงดังในอาเซียน และขณะนี้เราต้องเล่นไพ่ 3 ใบ จีน สหรัฐ และญี่ปุ่น เราประสานงานกับทุกประเทศอย่างเท่าเทียม ไม่มีเอนเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องแรกที่อยากพูดถึงคือการประกันรายได้เกษตรกร นโยบายรัฐบาลเขียนไว้ชัดในนโยบายเร่งด่วน โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร 5 ประเภท คือ ข้าว มัน ยาง ปาล์ม และข้าวโพด โดยเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ได้สรุปแล้วว่าจะประกันรายได้เกษตรกรสวนปาล์มกิโลกรัมละ 4 บาท ณ น้ำมัน 18% ตามมาตรฐานกลาง แต่ละครอบครัวที่ปลูกปาล์มจะได้รับไม่เกิน 25 ไร่ต่อครัวเรือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังฝากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีผลไม้หลายชนิดที่ต้องพึ่งพาการส่งออก ตลาดใหญ่สุดคือจีน แต่เขาเริ่มเคร่งครัดเรื่องมาตรฐานผลไม้และสินค้าเกษตรส่งออก โดยต้องการเอกสาร GAP ที่ยืนยันว่าผลิตได้อย่างมีมาตรฐาน แม้ที่ผ่านมาจะได้ดำเนินการไปแล้วอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยอยากให้เร่งรัดการออกเอกสารดังกล่าว หากติดปัญหาคอขวดตรงนี้ จะทำให้การส่งออกมีปัญหา และตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวมจะมีปัญหา ส่วนเรื่องที่สองคือเซฟการ์ด หากมีสินค้าเกษตรตัวใดนำเข้ามาในปริมาณผิดปกติ เราสามารถใช้มาตรการเซฟการ์ด ตัดสินใจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อไม่ให้กระทบสินค้าเกษตรภายในประเทศ ซึ่งขอให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งดำเนินการเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกประเด็นที่คิดว่าจะเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้ คือ การเพิ่มมูลค่าทางการค้าชายแดนในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่จะต้องทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับการพัฒนาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจดทะเบียน จีไอ หรือการบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เช่น ไข่เค็มไชยา ได้ประสานงานผ่านกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรวบรวมสินค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนจีไอ จากนั้นจะจัดโมบายยูนิตลงไปจดทะเบียน เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าในท้องถิ่นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้พวกเรามีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน เราผ่านยุค 5 ปีที่ผ่านมา ข้าราชการลงพื้นที่กันตามหน้าที่ &amp;nbsp;สิ่งที่จะต้องทำจากนี้ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ต้องมีคำตอบให้ทุกเรื่อง ในส่วนของตัวเองที่มีรัฐมนตรีสังกัดพรรคภูมิใจไทย 7 คน ได้คุยกันและคิดนโยบายภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ไทยแลนด์เฟิร์ส&amp;rdquo; คือ ไทยคิด ไทยทำ และคนไทยต้องได้เป็นคนแรก งบประมาณที่จะใช้จ่ายแต่ละปี มีทั้งจากการท่องเที่ยว การขายสินค้าไทย รับจ้างแรงงานไทย เราจะหาทางทำให้เงินหมุนเวียนได้หลายรอบ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในเศรษฐกิจฐานราก ทุกงบประมาณต้องลงถึงประชาชนในทุกระดับชั้นให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระทรวงสาธารณสุขก็มีเรื่องกัญชา ที่จะนำไปใช้ทางการแพทย์ ต่อยอดภาคอุตสาหกรรม หากผลการศึกษาออกมาเป็นที่น่าพอใจ ตัวสารสกัดจากกัญชาจะช่วยต่อยอดทางเศรษฐกิจได้มาก นอกจากนั้นจะโปรโมตการแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก สมุนไพรไทย มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้มาห้ำหั่นอะไรกัน ลืมอดีตทุกอย่าง มองไปข้างหน้า ขอให้ท่านเอาผลงานมาแลก จะได้รู้ว่าอยู่ได้หรือไม่ได้ ถ้าทำได้ดี ไม่มีใครย้ายท่านได้ เพราะเราต้องการคนทำงาน ขอให้ใส่เกียร์ 5 ลุยให้เต็มที่ ไม่ต้องรอดูว่ารัฐมนตรีมีนโยบายอย่างไร ถ้าผลงานดี ไม่มีใครทำอะไรท่านได้ ความเป็นธรรมเกิดขึ้นแน่นอน ขอให้ท่านได้สบายใจ ทำงานอย่างเต็มที่ไม่ต้องเหลียวหลัง&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า รัฐบาลได้เตรียมจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) เป็นครั้งแรกของรัฐบาลปัจจุบัน ในระหว่างวันที่ 19-20 ส.ค.นี้ ที่จังหวัดนครพนม-มุกดาหาร ซึ่งถือเป็นการประชุมพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน โดยจะมีการแบ่งงานให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ในจังหวัดใกล้เคียง เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน รวมทั้งติดตามงานตามนโยบายรัฐบาลที่วางไว้ด้วย ในส่วนของการประชุม ครม.เศรษฐกิจ เลื่อนจากวันที่ 19 ส.ค. มาเป็นวันที่ 21 ส.ค.แทน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43048</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, คลื่น 5G, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการ, หนังสือพิมพ์, ไทยแลนด์เฟิร์ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4c2bb41fa09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่รื้อกฎตั้งตำรวจ ประเดิมนั่งหัวโต๊ะก.ตร./วิษณุเคลียร์ปมถวายสัตย์จบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; จ่อนั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร.ครั้งแรก 2 ส.ค. จับตาแก้กฎแต่งตั้งนายพลปี 62 พร้อมมอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการ 8 ส.ค.จบแล้ว! &amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เคลียร์ปมนายกฯ ถวายสัตย์ฯ ได้รับพระราชทานพรใส่เกล้าใส่กระหม่อม จะมีอะไรต้องพูดต่อกันอีก ฝ่ายค้านไม่เชื่อมั่นนายกฯ คุมเศรษฐกิจ เย้ย 5 ปีทีม ศก.เดิมยังแก้ปัญหาไม่ได้ วันนี้ไม่มี ม.44 จะดีกว่าเก่าอย่างไร จี้ &amp;quot;กัลยา&amp;quot; รับผิดชอบตั้ง ส.ส.เป็นที่ปรึกษาความผิดสำเร็จแล้ว &amp;quot;เสี่ยลาว&amp;quot; ซบ พปชร.อ้างต้องการทำงานช่วยพื้นที่ &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ปูด &amp;quot;พรศักดิ์&amp;quot; แจ้งเหตุลาออกเพราะการต่อรองเรื่องคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 31 กรกฎาคม ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ &amp;nbsp;เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและเลขาธิการอาเซียนเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยคณะรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้แสดงความยินดีที่ พล.อ.ประยุทธ์รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีวิทยุในราชการ ตร. ด่วนที่สุด เลขที่ 0007.11/1013 ถึง จตช. รอง ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบช.น. ผบช.ภ.1-9 ผบช.ก. ผบช.ปส. ผบช.สตม. ผบช.ตชด. ผบช.ทท. ผบช.ส. ผบช.ศ. ผบช.สพฐ.ตร. ผบช.สกพ. ผบช.สงป. ผบช.กมค. ผบช.สง.ก.ตร. ผบช.สตส. จตร.(หน.จต.) และ พตร. ระบุว่า ด้วยนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาประชุม ก.ตร.และมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการให้กับข้าราชการตำรวจในวันศุกร์ที่ 2 ส.ค.62 เวลา 13.30 น. ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. จึงให้ข้าราชการตำรวจระดับ ผบช.ขึ้นไป เข้าร่วมรับมอบนโยบายดังกล่าวด้วยตนเองโดยพร้อมเพรียงกัน ตามวัน เวลา สถานที่ ที่กำหนดนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาระการประชุมที่สำคัญ อาทิ การแก้ไขกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 ซึ่งในเดือน ส.ค.นี้ จะมีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุม ก.ตร.วันที่ 2 ส.ค.นี้ จะเป็นการเดินทางมาเป็นประธาน ก.ตร.ครั้งแรก ของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กำกับดูแล ตร. โดย พล.อ.ประยุทธ์เคยเดินทางมาประชุมมอบนโยบายแก่ข้าราชการตำรวจที่ ตร. เพียงครั้งเดียว เมื่อปี 2559 เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กรณีที่นายกฯ กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เอง จะมีผลต่อการพิจารณาคดีสำคัญหรือไม่ ว่าไม่มีผล การกำกับดูแลไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร และในอดีตก็เคยกำกับดูแล ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไร และว่านายกฯ กำกับดูแล ตร.อยู่แล้ว จึงมากำกับดูแล DSI เพราะทำงานคู่ขนานกัน และที่สำคัญ DSI ทำงานในรูปคณะกรรมการ ที่เรียกว่าคณะกรรมการคดีพิเศษ กว่า 80% ซึ่งตนเป็นประธาน ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีทราบว่า ที่ผ่านมา DSI และ ตร.มีปัญหาระหว่างกันบ้าง จึงลงมากำกับเอง แต่ผมก็เป็นคนกรองคดีอยู่แล้ว ไม่ใช่เหตุผลของการไม่ไว้ใจฝ่ายการเมือง&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีพูดในสภาเกี่ยวกับคดีความของพรรคฝ่ายค้าน เกี่ยวเนื่องกับการกำกับดู DSI หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีหมายถึงอะไร เพราะคดีมีหลายที่ อาทิ สตง., &amp;nbsp; ป.ป.ช., สรรพากร และมีทั้งคนในรัฐบาลและฝ่ายค้าน เมื่อมีการร้องเรียนกล่าวหา ก็ดำเนินคดีหมดทุกคน &amp;nbsp;ส่วนการติดตามคดีสำคัญที่เงียบไป เช่น คดีธัมมชโย คงไม่ถึงขั้นว่า นายกฯ มากำกับดูแล แล้วจะจับตัวได้&amp;nbsp;
มอบนโยบายหัวหน้าราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงกำหนดการที่นายกฯ จะเดินทางไปมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการในวันที่ 8 ส.ค.ว่า เป็นเรื่องที่มีมาทุกยุคสมัย ทุกรัฐบาลเมื่อได้แถลงนโยบายต่อนักการเมืองในสภาแล้ว แต่ผู้ปฏิบัติจริงคือข้าราชการประจำ จึงจำเป็นต้องทำให้เขามีความเข้าใจว่ารัฐบาลเน้นอะไร ตรงไหน และในแต่ละปีรัฐบาลจะทำอะไร เรื่องแบบนี้พูดในสภาอาจไม่ละเอียด เพราะมัวแต่ตอบโต้กันไปมา ดังนั้นเมื่อเสร็จสิ้นการแถลงนโยบาย รัฐบาลต้องทำในสิ่งที่เรียกว่าการถ่ายทอดนโยบายให้กับผู้ปฏิบัติ จึงมีการจัดประชุมปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ในอดีตจัดที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล แต่ครั้งนี้ต้องการขยายให้มากขึ้น จึงไปจัดที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีนายกฯ และรองนายกฯ ที่เกี่ยวข้องไปสรุปให้ทราบถึงรายละเอียดว่าจะทำอะไร ใครทำ และแหล่งงบประมาณเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงการเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่า คาดว่าจะเข้าสู่สภาในเดือน ต.ค. แม้ตอนนั้นจะปิดสมัยประชุมไปแล้ว แต่สามารถขอเปิดประชุมวิสามัญได้ และประมาณเดือน ม.ค.63 จะประกาศใช้ได้ ซึ่งจะมีผลย้อนหลังมาวันที่ 1 ต.ค.62 อยู่ดี ในช่วงเวลานี้จะใช้เวลาปรับงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายเพื่อให้สามารถเดินหน้าได้ วงเงินงบประมาณกำหนดเอาไว้กว้างๆ 3.3 ล้านล้านบาท สามารถบวกลบได้ ส่วนแหล่งที่มาของรายได้มีการระบุเอาไว้แล้วในหน้าสุดท้ายของเล่มนโยบายรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุกล่าวถึงการชี้แจงระหว่างการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่ผ่านมาว่า เมื่อมีผู้สงสัยตนก็ตอบ ใครว่าผิดก็ไม่เป็นไร ยอมรับว่ามีความรู้สึก แต่ไม่จำเป็นต้องไปตอบโต้ เพราะผมเชื่อว่ามือที่ไม่มีบาดแผลนั้นจับยาพิษมันก็คงไม่ซึมซาบอาบเข้าไปถึงตัว ซึ่งเป็นคำของพระพุทธเจ้า แต่ถ้าจับกรอกปากเนี่ยตาย ส่วนความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐของนายกฯ ที่ยังคงมีการถกเถียงกันอยู่ ขณะนี้เรื่องอยู่ในศาลแล้ว ก็ดำเนินไปตามนั้น นั่งรออย่างเดียว และนายกฯ พูดเองกลางสภาว่าน้อมรับ ถ้าผิดก็ออก ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านอภิปรายระบุว่านายกฯ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วน นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ขอตอบ เนื่องจากเสร็จเรียบร้อย กระบวนการครบถ้วน และผ่านพ้นไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่า เคยมีปัญหาการอ่านคำถวายสัตย์ฯไม่ครบหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เคยมี เมื่อถามต่อว่า หากฝ่ายค้านจะยื่นขอให้สถานะคณะรัฐมนตรีเป็นโมฆะได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คงต้องถามผู้ยื่น ตนไม่ขอตอบ เพราะนายกรัฐมนตรีได้ตอบแล้วในสภา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ถือว่าเรียบร้อย ถือว่าจบ เพราะได้รับพระราชทานพรใส่เกล้าใส่กระหม่อม จะมีอะไรต้องพูดต่อกันอีก&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ไม่เชื่อมั่นนายกฯ คุม ศก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายวิษณุระบุถึงการรับตำแหน่งข้าราชการการเมืองของ ส.ส. จากการหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า ส.ส.ไม่สามารถเป็นข้าราชการการเมืองได้ เนื่องจากจะเกิดปัญหาผลประโยชน์ขัดกันและจะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 184 ที่ระบุว่า ส.ส.ต้องไม่ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ กรณีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ รวม 35 คน เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา ในคำสั่งดังกล่าวมี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ด้วย 3 คน สุ่มเสี่ยงขัดต่อกฎหมาย ทำให้คุณหญิงกัลยาได้ยกเลิกคำสั่งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ว่าจะยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปแล้ว แต่เมื่อพบข้อเท็จจริงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 และมาตรา 185 บัญญัติในเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ จะถือว่าเป็นการกระทำความผิดสำเร็จโดยสมบูรณ์แล้วหรือไม่ คุณหญิงกัลยาต้องออกมาชี้แจงกับประชาชนว่าเกิดข้อผิดพลาดอย่างไร การยกเลิกคำสั่งดังกล่าวถือเป็นการสารภาพหรือไม่ว่าความผิดสำเร็จไปแล้ว ความรับผิดชอบทางการเมืองเหนือกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย กรณีคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการการเมืองที่อาจขัด รธน.จะรับผิดชอบทางการเมืองอย่างไร&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวถึงกรณีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุมครม.เรื่องการแบ่งงานรองนายกฯ ว่า ถือเป็นงานยากของโฆษกรัฐบาลที่จะต้องตอบคำถามและสร้างภาพลักษณ์ สื่อสารผลงานรัฐบาล เพราะรัฐบาลนี้ภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นถูกตั้งคำถาม 5 ปี ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจเต็ม มีเครื่องมือพิเศษ มีงบประมาณ การแต่งตั้งรัฐมนตรีทำได้โดยไร้เงื่อนไข แต่สภาพปัญหาวิกฤติในหลายด้าน การกลับมาเป็นรัฐบาลต่อในขณะที่ไม่มีเครื่องมือพิเศษ ต้องจัด ครม.ตามระบบจัดสรรปันส่วนโควตา ภรรยาเป็นไม่ได้ให้สามี พี่เป็นไม่ได้ให้น้อง พ่อเป็นไม่ได้ให้ลูก จะสร้างผลงานที่ดีได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า การแบ่งงานที่ พล.อ.ประยุทธ์กระชับอำนาจไว้เองในหลายตำแหน่ง ประชาชนรู้สึกกังวล โฆษกประจำสำนักนายกฯ กรุณาตอบคำถามดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเอง จะขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายเศรษฐกิจได้ดีกว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือไม่ มีอะไรใหม่หรือไม่ 2.5 ปีที่ผ่านมานายสมคิดคุมทุกกระทรวงเศรษฐกิจ ยังไม่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์คุมเพียงบางกระทรวงเศรษฐกิจ จะขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจให้เป็นเอกภาพได้อย่างไร 3.หากทัศนคติของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่บอกว่าคนจนไม่ได้เสียภาษีมีอยู่จริง จะมีผลต่อวิธีคิด การออกนโยบายและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่างไร 4.นโยบายทางเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐที่สัญญาไว้ตอนหาเสียงว่าทำได้ทำทันที แต่พอเป็นรัฐบาลแล้วไม่สามารถทำได้ จะอธิบายกับประชาชนอย่างไรว่าไม่ได้หลอกลวงเพียงเพื่อให้ได้คะแนนนิยมในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น 5.นโยบายแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ รมว.กลาโหม อยากให้อธิบายว่าการซื้อเรือดำน้ำเพิ่ม จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างไร จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ ปากท้องของพี่น้องประชาชนดีขึ้นได้อย่างไร
เย้ย 5 ปีทีม ศก.ชุดเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับโฆษกรัฐบาลคนใหม่ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ผันตัวจากวงการวิชาการ วงการการเงิน มาสู่แวดวงการเมืองอย่างเต็มตัว ได้ตนรู้สึกชื่นชอบในสิ่งที่ ดร.นฤมลได้ประกาศลบภาพลักษณ์อดีต คสช. รวมถึงได้นิยามการเมืองใหม่ ว่าจะไม่มีการตอบโต้ด้วยการโจมตีสาดโคลน และจะทำให้เป็นการเมืองที่สร้างสรรค์ หากสามารถปฏิบัติตามที่พูดได้จริง จะถือเป็นบุญวาสนาของประเทศไทยจริงๆ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่งดงามทางการเมือง เป็นประโยชน์กับประเทศ มากกว่าในอดีตที่มักประดิษฐ์แต่วาทกรรมสร้างความเกลียดชัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รู้สึกยินดีที่เห็นการแบ่งงานให้แต่ละรัฐมนตรีอย่างชัดเจน มองเห็นถึงความตั้งใจทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ขยันเหลือเกิน ดูแลทั้งตำรวจ ทหาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเป็นหัวหน้าทีม ครม.เศรษฐกิจ หวังว่าหลังจากที่ท่านนายกฯ มาควบคุมเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแล้ว ประเทศจะดีขึ้น ประชาชนจะไม่หมดประเทศ เพราะตายกันหมดจากความจน&amp;quot; ดร.รยุศด์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายกฯ มาควบคุมเรื่องเศรษฐกิจด้วยตนเองว่า ทีมเศรษฐกิจก็ทีมเดิม นายกฯ ก็คนเดิม 5 ปีที่ผ่านมายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้เลย สิ่งที่ต่างกันมีเพียงตอนนี้ไม่มี ม.44 ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าในช่วงที่มี ม.44 ไม่ได้ใช้ทำอะไรให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เกิดรากฐานเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ดังนั้นวันนี้ไม่มี ม.44 แล้วยังมองไม่ออกว่าจะดีกว่าเก่าอย่างไร แต่ไม่ตำหนิ และจะเอาใจช่วยให้ประชาชนอยู่รอดได้ และจะรอดูผลงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า ส่วนตัวนั้นไม่เชื่อมั่น แต่ก็เอาใจช่วย และไม่สามารถให้คะแนนหรือคาดหวังการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ได้ และกรณี พล.อ.ประยุทธ์ดูแลงานด้านความมั่นคงแทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เห็นว่าเป็นการลดทอนอำนาจของ พล.อ.ประวิตร เชื่อว่าทั้งสองคนต่างมีทีมงานเป็นของตัวเอง และไม่ทราบว่าการปรับเปลี่ยนลักษณะนี้ มีนัยอะไรในรัฐบาลหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรค พปชร. โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ในฐานะประธาน ส.ส.พปชร. ให้การต้อนรับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรศักดิ์กล่าวว่า การย้ายพรรคครั้งนี้เป็นการตัดสินใจส่วนตัว ไม่ได้ถูกบีบบังคับหรือถูกต่อรองตำแหน่ง ยืนยันว่าไม่ได้เป็นต่อรองเรื่องคดีความ ส่วนตัวรู้จักและได้ทำงานร่วมกับนายสุชาติมาตั้งแต่ปี 2554 เพราะอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณด้วยกัน จึงรู้ใจกัน นายสุชาติได้โทรศัพท์ชักชวนให้ย้ายพรรคเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ตัวเองเห็นว่าเป็นการย้ายพรรคหลังจากการเลือกตั้งไปแล้ว และส่วนตัวต้องการทำงานพัฒนาพื้นที่ จึงได้ตัดสินใจลาออกจากพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 31 ก.ค. และยืนยันว่าไม่มีใครมาบังคับให้ต้องย้ายพรรค ไม่มีการต่อรองตำแหน่งใดๆ หากผู้ใหญ่เห็นว่าเราช่วยงานก็ยินดี พร้อมที่จะช่วยงานทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การลาออกครั้งนี้ได้โทรศัพท์แจ้งคุณหญิงสุดารัตน์ ไม่มีเรื่องบาดหมางภายใน ไม่เคยมีความขัดแย้ง ผมเคารพนายทักษิณอยู่ วันนี้ก็เคารพนะ แต่วันนี้ต้องการทำงานช่วยเหลือพื้นที่ เราก็ขออนุญาต ผมออกมา ผมขออนุญาตแล้ว&amp;quot; นายสุชาติกล่าว&amp;nbsp;
แฉใช้คดีต่อรองย้ายพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติกล่าวว่า ในฐานะประธาน ส.ส. มีหน้าที่จัดการพื้นที่ทั่วประเทศให้มีผู้แทนราษฎรของพรรค การได้นายพรศักดิ์มาร่วมงาน จะทำให้จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดสุรินทร์เข้มแข็งขึ้น ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการวางตัวขยายฐานเสียงภาคอีสาน เพราะรัฐบาลเพิ่งเริ่มต้นทำงาน ดังนั้นเราไม่นึกถึงเรื่องการเลือกตั้ง แต่ตอนนี้ต้องคิดเรื่องการช่วยเหลือประชาชนเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ส่วนใครที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ก็อยากจะชวนเขามาร่วมงานทั้งหมด เพราะเราเป็นพรรคการเมือง ไม่มีปิดกั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงกรณีนายพรศักดิ์ ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐว่า ไม่มีปัญหา เป็นเรื่องธรรมดา คนที่อยู่ก็อยู่ต่อไป นายพรศักดิ์แจ้งเรื่องการลาออกว่าเป็นเรื่องคดีที่มีอยู่ ซึ่งการกระทำลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่เป็นเพียงพรรคเพื่อไทย แต่พรรคอื่นๆ ก็มีกรณีแบบนี้เช่นกัน ส่วนใหญ่จะเอาเรื่องคดีมาเป็นข้อต่อรอง ไม่เป็นไร เข้าใจ การดึงนักการเมืองหลังจากที่มีการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้วนั้น ขอให้ไปถามอีกฝ่ายว่าการกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ การที่เมื่อย้ายฝั่งไปแล้วก็มีการฟ้องไม่ทัน มีคดีหลุด ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องธรรมดา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในยุคนี้ที่มีการใช้คดีมาต่อรองเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ ตามกระบวนการยุติธรรม ตามหลักความเป็นธรรม ความเสมอภาค และการอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายทั้งหมดอย่างเท่าเทียมกันตามหลักความยุติธรรม ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์และเกิดขึ้นได้&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม กล่าวถึงการย้ายพรรคในขณะนี้ว่า ถ้าเป็นสมาชิกพรรคย้ายได้ แต่ถ้าเป็น ส.ส.ไม่สามารถย้ายได้ เพราะการย้ายพรรคหมายถึงต้องลาออกจากสมาชิกพรรค และเท่ากับขาดสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. อีกกรณีหนึ่งคือพรรคไล่ออก กรณีนี้สามารถไปหาพรรคใหม่สังกัดได้ รวมถึงกรณีที่พรรคถูกยุบก็สามารถไปหาพรรคใหม่สังกัดได้เช่นกันภายใน 60 วัน แต่อยู่ๆ จะมาลาออกเพื่อไปอยู่พรรคใหม่ไม่ได้ และพรรคการเมืองเองจะยุบเพื่อไปรวมกับพรรคอื่นไม่ได้เช่นเดียวกัน ถือเป็นการแก้ปัญหาในอดีต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังตรวจความพร้อมห้องประชุมจันทรา อาคารรัฐสภา เกียกกาย ว่าโดยรวมความพร้อมสูงขึ้น มีการเสริมที่นั่งเเพิ่มอีก 150 ที่นั่งแล้ว จากเดิมมีเพียง 350 ที่นั่ง สามารถใช้ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้านี้ได้แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และวันที่ 14 ส.ค. จะเดินทางไปที่สำนักงานใหญ่ TOT แจ้งวัฒนะ เพื่อดูความเรียบร้อยการขนย้ายอุปกรณ์ และขอบคุณผู้อำนวยการ TOT ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ ช่วงบ่ายจะกลับมาดูการทดสอบระบบในห้องประชุมจันทรา ทั้งเรื่องเครื่องเสียงและระบบการลงคะแนน จะมีการทดสอบระบบเสียงและระบบลงคะแนนอีกครั้ง ทราบว่าเป็นการจัดคนมา 500 คน ร่วมทดสอบเสมือนประชุมจริง ส่วนเรื่องงบประมาณที่จะใช้ในรัฐสภาแห่งใหม่มีการกำหนดไว้แล้ว แต่ยอมรับว่าค่าไฟสูง เพราะมีความจำเป็นต้องใช้ ส่วนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ก็จะมีปัญหาบ้าง ซึ่งต้องใช้ที่นั่งข้างบน หรือที่นั่งเสริมข้างหลังเพิ่มอีก แต่ขอรอดูความพร้อมของระบบก่อน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42438</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎแต่งตั้งนายพลปี 62, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการ, รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน, รื้อกฎตั้งตำรวจ, หนังสือพิมพ์, เลขาธิการอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d41a9dbd2805.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
