<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.สร้างมอเตอร์เวย์สาย7 พัทยา – มาบตาพุด คืบ75%พร้อมให้บริการปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.เผย มอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 พัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด คืบหน้ากว่า 75 % ยืนยันทดสอบให้บริการได้ภายในปี 62 เปิด พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบปี63 หวังรองรับ อีอีซี&amp;nbsp;ปี60 -64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.61- นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย กรุงเทพฯ - บ้านฉาง ช่วงพัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด &amp;nbsp; ว่า โดยปัจจุบันทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายพัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด มีความก้าวหน้ากว่า75%(ณ เดือนพฤษภาคม 2561) &amp;nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. 61 ขณะที่งานก่อสร้างระบบบริหารจัดเก็บค่าผ่านและซ่อมบำรุง (O&amp;amp;M) คาดว่าจะสามารถลงนาม สัญญากับเอกชนได้เร็วๆ นี้ ก่อนเริ่มทดสอบระบบในปี 62 และเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในปี 63 สอดคล้องกับแผนงานพัฒนาเพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ปี60 -64 ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความพิเศษโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7กรมฯได้ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบโดยติดตั้งเครื่องวัดความขรุขระของผิวด้วยเลเซอร์ (Laser Profilometer) ซึ่งใช้วัดดัชนีความเรียบขรุขระสากล (International Roughness Index, IRI) หากเป็นถนนคอนกรีตต้องมีค่าต่ำกว่า 2.5 และถนนแอสฟัลต์ต้องมีค่าต่ำกว่า 2.0 จึงตรวจรับงาน อันเป็นไปตามมาตรฐานสากล และคำแนะนำของธนาคารโลก (World Bank) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นเส้นทางสายหลักที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมทั้งในภาคธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว ด้วยแนวเส้นทางที่สามารถรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าในภาคตะวันออกไปยังทั่วทุกภูมิภาค เชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงการขนส่งทางรถไฟ และการขนส่งทางอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางหลวงหมายเลข 7 สายพัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด เป็นการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ ผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด มีจุดเริ่มต้นที่ กม. 2+300 เชื่อมกับทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ผ่านอำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สิ้นสุดที่เทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง บริเวณ กม. 34+400 ระยะทางรวม 32 กม &amp;nbsp; ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 14,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณจากกองทุนเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางของทางหลวงพิเศษสำหรับงานก่อสร้างในส่วนงานโยธา แบ่งออกเป็น 13 สัญญา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10870</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ทล., ธานินทร์ สมบูรณ์, ภาคตะวันออก, มอเตอร์เวย์พัทยา – มาบตาพุด, มอเตอร์เวย์หมายเลข7, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18b3beb4d0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
