<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับปรุงอัตราความเร็วใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครม.ไฟเขียวปรับอัตราความเร็วขับรถใหม่ใน กทม. พัทยา เขตชุมชน ระบุให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรและสอดคล้องมาตรฐานสากลกำหนดให้รถบรรทุก รถ รร. มอเตอร์ไซค์ วิ่งไม่เกิน 60 กม./ชม. ส่วนรถลากจูง รถสี่ล้อเล็ก และรถสามล้อ เหลือ 45 กม./ชม. พร้อมปรับเปลี่ยนเครื่องหมายจราจร-สัญลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 1 มิ.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการแก้ไขปรับปรุงการกำหนดอัตราความเร็วสำหรับการขับรถในทางโดยกำหนดเกณฑ์ตามเขตพื้นที่ ลักษณะทางเดินรถ และประเภทของยานพาหนะให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาระสำคัญของการแก้ไขปรับปรุงครั้งนี้ได้แก่ การกำหนดความเร็วขั้นสูงมีดังนี้ ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตชุมชน 1.รถบรรทุกที่มีน้ำหนักตัวรถเกิน 2,200 กิโลกรัม รถใช้บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน รถโรงเรียน และรถจักรยานยนต์ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 60 กิโลเมตร 2.รถในขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 45 กิโลเมตร ต่างจากเดิมที่กำหนดไว้ว่า&amp;nbsp;รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกเกิน 1,200 กิโลกรัม หรือรถบรรทุกคนโดยสาร ให้ขับในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ไม่เกินชั่วโมงละ 60 กิโลเมตร หรือนอกเขตดังกล่าวให้ขับไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนอกเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา และเขตชุมชน แก้ไขเป็น 1.รถบรรทุกที่มีน้ำหนักตัวรถเกิน 2,200 กิโลกรัม รถใช้บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร 2.รถโรงเรียน และรถจักรยานยนต์ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 70 กิโลเมตร 3.รถในขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 55 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทางเดินรถที่จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้อย่างน้อย 2 ช่องทางและมีเกาะกลางถนน 1.รถบรรทุกที่มีน้ำหนักตัวรถเกิน 2,200 กิโลกรัม รถใช้บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร 2.รถโรงเรียน และรถจักรยานยนต์ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร 3.รถในขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 65 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางเดินรถที่เป็นทางพิเศษ 1.รถบรรทุกที่มีน้ำหนักตัวรถเกิน 2,200 กิโลกรัม รถใช้บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน รถโรงเรียน ในกรณีเป็นทางที่จัดสร้างขึ้นในระดับเหนือหรือใต้พื้นดินหรือพื้นน้ำ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 800 กิโลเมตร ในกรณีเป็นทางที่จัดสร้างขึ้นในระดับพื้นดินให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 90กิโลเมตร 2.รถในขณะที่ลากจูงรถอื่นให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 65 กิโลเมตร ทั้งนี้ ให้หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลทางเดินรถนั้นๆ ดำเนินการจัดทำเครื่องหมายจราจร และมีหน้าที่ควบคุมกำหนดความเร็วในเครื่องหมายจราจรประเภทที่สามารถปรับเปลี่ยน รูปภาพ ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104972</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับอัตราความเร็ว, มอเตอร์ไซค์, รถลากจูง, รถสามล้อ, สี่ล้อเล็ก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัตราความเร็วใหม่, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b650468ca36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 22:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับปรุงอัตราความเร็วใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ไฟเขียวปรับอัตราความเร็วขับรถใหม่ใน กทม. พัทยา เขตชุมชน ระบุให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรและสอดคล้องมาตรฐานสากลกำหนดให้รถบรรทุก รถ รร. มอเตอร์ไซค์ วิ่งไม่เกิน 60 กม./ชม. ส่วนรถลากจูง รถสี่ล้อเล็ก และรถสามล้อ เหลือ 45 กม./ชม. พร้อมปรับเปลี่ยนเครื่องหมายจราจร-สัญลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 1 มิ.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการแก้ไขปรับปรุงการกำหนดอัตราความเร็วสำหรับการขับรถในทางโดยกำหนดเกณฑ์ตามเขตพื้นที่ ลักษณะทางเดินรถ และประเภทของยานพาหนะให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาระสำคัญของการแก้ไขปรับปรุงครั้งนี้ได้แก่ การกำหนดความเร็วขั้นสูงมีดังนี้ ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตชุมชน 1.รถบรรทุกที่มีน้ำหนักตัวรถเกิน 2,200 กิโลกรัม รถใช้บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน รถโรงเรียน และรถจักรยานยนต์ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 60 กิโลเมตร 2.รถในขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 45 กิโลเมตร ต่างจากเดิมที่กำหนดไว้ว่า&amp;nbsp;รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกเกิน 1,200 กิโลกรัม หรือรถบรรทุกคนโดยสาร ให้ขับในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ไม่เกินชั่วโมงละ 60 กิโลเมตร หรือนอกเขตดังกล่าวให้ขับไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนอกเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา และเขตชุมชน แก้ไขเป็น 1.รถบรรทุกที่มีน้ำหนักตัวรถเกิน 2,200 กิโลกรัม รถใช้บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร 2.รถโรงเรียน และรถจักรยานยนต์ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 70 กิโลเมตร 3.รถในขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 55 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทางเดินรถที่จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้อย่างน้อย 2 ช่องทางและมีเกาะกลางถนน 1.รถบรรทุกที่มีน้ำหนักตัวรถเกิน 2,200 กิโลกรัม รถใช้บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร 2.รถโรงเรียน และรถจักรยานยนต์ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร 3.รถในขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 65 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางเดินรถที่เป็นทางพิเศษ 1.รถบรรทุกที่มีน้ำหนักตัวรถเกิน 2,200 กิโลกรัม รถใช้บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน รถโรงเรียน ในกรณีเป็นทางที่จัดสร้างขึ้นในระดับเหนือหรือใต้พื้นดินหรือพื้นน้ำ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 800 กิโลเมตร ในกรณีเป็นทางที่จัดสร้างขึ้นในระดับพื้นดินให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 90กิโลเมตร 2.รถในขณะที่ลากจูงรถอื่นให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 65 กิโลเมตร ทั้งนี้ ให้หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลทางเดินรถนั้นๆ ดำเนินการจัดทำเครื่องหมายจราจร และมีหน้าที่ควบคุมกำหนดความเร็วในเครื่องหมายจราจรประเภทที่สามารถปรับเปลี่ยน รูปภาพ ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104969</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับอัตราความเร็ว, มอเตอร์ไซค์, รถลากจูง, รถสามล้อ, สี่ล้อเล็ก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัตราความเร็วใหม่, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BMW Motorrad เปิดตัวโปรแกรมกิจกรรมเอาใจเจ้าของมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัว BMW Motorrad Experience Program โปรแกรมกิจกรรม ที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างคอมมูนิตี้ให้เจ้าของมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูโดยเฉพาะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BMW Motorrad Experience Program ประกอบด้วยกิจกรรมขับขี่มอเตอร์ไซค์หลากหลายประเภท ทั้งการอบรมการขับขี่ Rider Training และการออกเดินทางกันเป็นกลุ่มทั้งระยะไกลระยะใกล้ เช่น Tour Experience และ Morning Ride &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขึ้นชื่อว่าเป็นโปรแกรมของบีเอ็มดับเบิลยูใครๆ ก็ตั้งตารอ เพราะมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง โปรแกรมทริประยะไกล&amp;nbsp; BMW Motorrad Tour Experience จัดมาเต็มทั้งรถเซอร์วิสและมาร์แชล ที่ได้รับการรับรองจาก BMW Motorrad International Tour Guide Academy ส่วนเทรนนิ่งจัดโดยผู้ฝึกสอนที่ได้รับการรับรองจากสถาบัน BMW Motorrad International Instructor Academy (IIA) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ ทางบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย สนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนทำให้เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูที่เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต้องจ่ายเต็มจำนวน ซึ่งเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ผู้ใช้งานรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์แบรนด์อื่นต้องอิจฉามาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคนส่วนใหญ่บรรยากาศช่วงนี้อาจจะดูเหงาๆ ด้วยสถานการณ์โควิด แต่ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ไม่รอช้า อาศัยจังหวะนี้โปรโมทกิจกรรม โดยส่งคำเชิญให้เจ้าของมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู หรือ BMW Motorrad ทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ เข้ามาแอด LINE Official Account ที่สร้างขึ้นสำหรับโปรแกรมนี้โดยเฉพาะ เพื่อใช้อัพเดตข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไลน์ถูกเลือกใช้เพราะเป็นช่องทางสื่อสารที่สะดวกที่สุดในตอนนี้ โดยช่องทางนี้แยกออกมาจากเรื่องการขายชัดเจน เน้นพูดคุยกันเรื่องกิจกรรมเป็นหลัก ซึ่งผลตอบรับที่ได้จากเจ้าของมอเตอร์ไซค์ตัวจริงออกมาดีมาก หลายๆ คนเตรียมตัวพร้อมร่วมกิจกรรมทันทีที่ BMW Motorrad Experience Program เปิดรับสมัคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตามเรื่องราวน่าสนใจสายมอเตอร์ไซค์และความเคลื่อนไหวของโปรแกรม BMW Motorrad Experience Program ได้ทาง www.facebook.com/BMWMotorradTH และ BMW-Motorrad.co.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92709</URL_LINK>
                <HASHTAG>BMW, BMW Motorrad, มอเตอร์ไซค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210211/image_big_6024b8e6bbcf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘รอยัล เอนฟิลด์’ เจาะตลาดเกาหลีใต้ เดินหน้ารุกเอเชียแปซิฟิกต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 14pt 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 14pt 0cm 0pt;&quot;&gt;รอยัล เอนฟิลด์ ผู้นำรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางระดับโลก รุกตลาดประเทศเกาหลีใต้ เปิดแฟลคชิปสโตร์เป็นแห่งแรก เริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งบริการหลังการขาย อะไหล่ และบริการอื่นๆ โดยมีวินเทจ มอเตอร์ส (Vintage Motors) หรือ กีฮึง อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นคู่ค้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ การเปิดแฟลคชิปสโตร์ที่เกาหลีใต้นี้เป็นกลยุทธ์การขยายตลาดของการเป็นผู้นำรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250-750 ซีซี) ในต่างประเทศของรอยัล เอนฟิลด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 14pt 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 14pt 0cm 0pt;&quot;&gt;วิมัล ซุมบ์ลี หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก รอยัล เอนฟิลด์ เปิดเผยว่า รอยัล เอนฟิลด์มีวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ทั้งในด้านความยั่งยืนและการขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เรามองเห็นการเติบโตที่มั่นคง ซึ่งรอยัล เอนฟิลด์เติบโตมากขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้เป็นก้าวสำคัญในการเติบโตของเรา และเราก็มีความยินดีในการเริ่มธุรกิจที่นี่ รวมทั้งมุ่งมั่นและตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมมอเตอร์ไซค์อันมีค่าในประเทศนี้ รอยัล เอนฟิลด์ ถือกำเนิดในปีค.ศ. 1901 หรือ พ.ศ. 2444 ที่เมืองเรดดิตช์ สหราชอาณาจักร ได้สร้างสิ่งใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์มากกว่าศตวรรษ ด้วยการสืบทอดตำนานสายพันธุ์อังกฤษมากว่า 118 ปี รวมทั้งสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง รถมอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์ที่เก่าแก่ที่สุดและยังคงผลิตมาถึงทุกวันนี้ &amp;ldquo;บุลเล็ต&amp;rdquo; เป็นมอเตอร์ไซค์ที่สำคัญลำดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์มอเตอร์ไซค์ของอังกฤษ ก่อนที่จะเดินทางจากอังกฤษสู่อินเดียในปี ค.ศ. 1950 ที่ซึ่งปัจจุบันเป็นฐานการผลิตรถมอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์ วันนี้ รอยัล เอนฟิลด์เป็นหนึ่งในแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกและเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางระดับโลก อยู่ภายใต้บริษัทแม่ ไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด ประเทศอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 14pt 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 14pt 0cm 0pt;&quot;&gt;ปาโบล ลี จูเนียร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กีฮึง อินเตอร์เนชันแนล เปิดเผยว่า เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับรอยัล เอนฟิลด์ และนำความหลงใหลในมอเตอร์ไซค์มาสู่ลูกค้าชาวเกาหลี มอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์จะมอบโอกาสให้แก่ผู้ขับขี่ได้เพิ่มระยะทางการขับขี่ได้อย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งวัฒนธรรมการขับขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อพักผ่อนไปกับมอเตอร์ไซค์โมเดิร์น คลาสสิกของรอยัลเอนฟิลด์ ที่เหมาะสมกับการขับขี่ทั้งระยะไกลบนทางสายหลักและการขับขี่ในเมืองที่สภาพการจราจรติดขัด รอยัล เอนฟิลด์ รุกตลาดเกาหลีใต้ ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ 3 รุ่น ได้แก่ บุลเล็ต (500 ซีซี) เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1932 เป็นมอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงผลิตมาถึงปัจจุบัน โดดเด่นด้วยการเพ้นต์ตัวถังแบบแฮนด์เมดทุกคัน  , คลาสสิก (500 ซีซี) มอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในระดับโลก คงสไตล์วินเทจแท้ของยุคหลังสงคราม  , หิมาลายัน (410 ซีซี) สุดยอดมอเตอร์ไซค์เอนกประสงค์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 60 ปี แรงบันดาลใจแห่งจิตวิญญาณของเทือกเขาหิมาลัยที่เปรียบเสมือนบ้านของมอเตอร์ไซค์หิมาลายัน ออกแบบมาสำหรับการขับขี่แบบผจญภัยและทัวร์ริ่ง พาผู้ขับขี่ไปได้เกือบทุกที่ที่ต้องการ ทั้งออนโรด และ ออฟโรด พร้อมจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งและแอคเซสซอรีส์แบบครบชุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 14pt 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 14pt 0cm 0pt;&quot;&gt;รอยัล เอนฟิลด์ อนุรักษ์การผลิตแบบเรียบง่าย วิศวกรรมสายพันธุ์อังกฤษแท้ และความเป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์คลาสสิกแท้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901 มีปรัชญาการออกแบบที่ไม่ซับซ้อน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และยังเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เรียบง่าย ทำให้รำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต สร้างมาเพื่อความลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างคน เครื่องยนต์ และผืนดิน แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างลงตัวของเทคโนโลยีกับงานฝีมือแบบดั้งเดิมไม่เหมือนใครและไร้กาลเวลา มอบประสบการณ์ &amp;ldquo;การขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่แท้จริง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Pure Motorcycling&amp;rdquo; ที่เป็นปรัชญาของแบรนด์ รอยัล เอนฟิลด์ เติบโตอย่างแข็งแกร่งและในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากการขายมอเตอร์ไซค์กว่า 50,000 คันตลอดปี 2010 และมากกว่า 826,000 คันในปี 2018 มีอัตราการเติบโต 16 เท่า รอยัล เอนฟิลด์จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ผ่านเน็ตเวิร์คมากกว่า 850 แห่งในอินเดีย และผ่านผู้แทนจำหน่ายมากกว่า 540 แห่งในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก รวมทั้ง เอ็กคลูซีฟสโตร์ 38 แห่งในเมืองใหญ่อย่าง ลอนดอน, ปารีส, มาดริด, เซาท์ เปาโล, มิลวอคกี, โบโกต้า, บัวโนส ไอเรส, ดูไบ, จาการ์ต้า, กรุงเทพฯ, โฮจิมินห์ ซิตี้ และกรุงโซล &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34922</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ปาโบล ลี จูเนียร์, มอเตอร์ไซค์, รอยัล เอนฟิลด์, รีวิว, วิมัล ซุมบ์ลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5cca65c65becb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงห์บิ๊กไบค์มีหนาว คลังจ่อปรับวิธีเก็บภาษี ราคาพุ่งเฉียดแสน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เมษายน 2562 &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า เร็ว ๆ นี้จะมีการเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณามาตรการภาษีสำหรับยานพาหนะเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (พีเอ็ม 2.5) ระยะสอง ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอัตราและรูปแบบการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตของรถจักรยานยนต์ใหม่ จากเดิมคิดภาษีตามขนาดของเครื่องยนต์ (ซีซี) เปลี่ยนเป็นการคิดภาษีตามค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นแบบเดียวกับภาษีรถยนต์ เพื่อต้องการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแนวทางการจัดเก็บภาษีจะมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เก็บภาษีตามขนาดเครื่องยนต์ในช่วง 2.5-9% เปลี่ยนเป็นตามขนาดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ซึ่งเพิ่มเป็น 3-18% ซึ่งจะส่งผลให้รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก หรือมีเทคโนโลยีการใช้น้ำมันน้อยได้รับผลเล็กน้อยหรือาจเสียภาษีต่ำลง แต่ในทางกลับกันหากเป็นรถขนาดใหญ่ หรือรถบิ๊กไบค์ที่มีการใช้น้ำมันและปล่อยมลพิษเยอะก็อาจถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อัตราภาษีเดิมรถบิ๊กไบค์จะเสียภาษีสูงสุดที่ 9% แต่ภาษีใหม่เก็บสูงสุด 18 % ทำให้มีต้นทุนเพิ่มอีก 9% ดังนั้น ถ้ารถบิ๊กไบค์คันละ 1 ล้านบาท ราคาอาจสูงขึ้นจากเดิมอีก 9 หมื่นบาท หรือหากเป็นรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กทั่วไป คันละ 5 หมื่นบาท ก็อาจขึ้นแค่คันละ 250 บาท แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการเทคโนโลยีการผลิตของผู้ประกอบการด้วย ถ้าปล่อยก๊าซพิษน้อยลงก็จะได้ประโยชน์จากภาษีครั้งนี้&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหาก ครม.เห็นชอบแนวทางการจัดเก็บภาษีดังกล่าว คาดว่าอัตราภาษีจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2563 โดยระหว่างนี้จะให้เวลากับผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าปรับตัว ซึ่งการเก็บภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์จะเรียกเก็บเฉพาะรถใหม่ที่ออกมาจากโรงงาน หรือนำเข้ามาเพียงครั้งเดียว ซึ่งการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีครั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้มีเป้าหมายต้องการรีดเก็บภาษีจากประชาชน แต่ต้องการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการพัฒนาเทคโนโลยีรถมอเตอร์ไซค์ให้ปล่อยก๊าซพิษลดลงแก้ปัญหาฝุ่นพิษในอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ใหม่ตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คาดว่าจะแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 50 กรัมต่อกิโลเมตร จะเสียภาษี 3% กลุ่มที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 50-100 กรัมต่อกิโลเมตร จะเสียภาษี 5% กลุ่มที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 100-130 กรัมต่อกิโลเมตร จะเสียภาษี 9% และกลุ่มที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 130 กรัมต่อกิโลเมตรขึ้นไป เสีย 18%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าว ระบุอีกว่า การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตใหม่ตามค่าการปล่อยมลพิษ &amp;nbsp;กลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ รถบิ๊กไบค์ เนื่องจากมีการปล่อยค่าไอเสียค่อนข้างมากและเป็นผลจากการใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ส่วนรถจักรยานยนต์ทั่วไปไม่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามในปีหน้าค่ายรถจักรยานยนต์จะต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะมีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทั้งโครงสร้างภาษีรวมถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะมาตรฐานยูโร 4 จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34762</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กไบค์, ภาษีบิ๊กไบค์, ภาษีสรรพสามิตของรถจักรยานยนต์ใหม่, มอเตอร์ไซค์, มาตรการภาษีสำหรับยานพาหนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุกจยย.2เดือน ชนนร.บนทางเท้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีเตือนใจสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ชอบวิ่งบนทางเท้า ศาลสั่งจำคุก 2 เดือนแมสเซนเจอร์ชนนักเรียนหญิงบดินทร์ 3 เมื่อปลายปีที่แล้วได้รับบาดเจ็บ ชี้ไม่มีเหตุรอลงโทษเพราะจงใจทำผิด ขาดจิตสำนึกต่อสังคมส่วนรวม แม้จะเยียวยาผู้เสียหายแล้วก็ตาม แต่เพราะรับสารภาพและไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน เปลี่ยนเป็นกักขัง 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มกราคมนี้ ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.8112/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 2 (รัชดาฯ) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายภูวดล ศรีสำโรง อายุ 23 ปีเศษ อาชีพรับ-ส่งเอกสาร (แมสเซนเจอร์) ที่ขี่รถจักรยานยนต์ชนเด็กนักเรียนหญิง โรงเรียนบดินทรเดชา 3 บนทางเท้าได้รับบาดเจ็บ เป็นจำเลยในความผิดฐานผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายและจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390, ขับขี่รถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน, ขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุสมควร, ขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 32, 43 (4) (7) (8), 157, 160 รวม 4 ข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์บรรยายฟ้องระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2561 เวลากลางวัน จำเลยได้ขี่รถจักรยานยนต์ทะเบียน 6 กฎ 6283 กทม.ไปตามถนนลาดพร้าว จากทางถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าไปทางซอยลาดพร้าว 112 ด้วยความประมาท ปราศจากความระมัดระวังที่ต้องมีตามวิสัย ซึ่งจำเลยได้ขี่รถมาตามถนนลาดพร้าวด้วยความเร็ว เมื่อไปถึงบริเวณป้ายรถประจำทางใกล้ปากซอยลาดพร้าว 69 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กทม. โดยถนนเส้นนั้นเป็นทางเดินรถที่จัดแบ่งช่องเดินรถไว้ 2 ช่อง และมีทางเท้าอยู่ด้วย แต่จำเลยกลับขี่รถขึ้นบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุสมควร และขี่ด้วยความเร็วโดยไม่ให้สัญญาณเตือนคนเดินเท้าให้รู้ตัว อันเป็นการขี่รถโดยประมาทน่าหวาดเสียวที่อาจเกิดอันตรายต่อบุคคลและทรัพย์สิน และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งขณะนั้นเด็กนักเรียนผู้เสียหายเดินอยู่บนทางเท้าบริเวณป้ายรถเมล์ใกล้ปากซอยลาดพร้าว 69 ถูกเฉี่ยวชนอย่างแรงจนล้มลง ได้รับบาดเจ็บมีอาการปวดที่สะโพก และแผลถลอกที่บริเวณขาทั้งสองข้าง เหตุเกิดที่แขวงสะพานสูง เขตวังทองหลาง กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 27 พ.ย.2561 เวลา 18.00 น. พนักงานสอบสวน สน.โชคชัยได้แจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยทราบ และยึดรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุไว้เป็นของกลาง ขณะที่ชั้นสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และภายหลังเกิดเหตุ จำเลยกับผู้เสียหายได้ตกลงชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ซึ่งอัยการยังระบุด้วยว่า การขี่รถจักรยานยนต์ของจำเลยเป็นการรบกวนความสงบสุข ความปลอดภัยของคนเดินเท้า และการกระทำผิดดังกล่าวเป็นภัยอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สินของผู้อื่น เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิด และเพื่อคุ้มครองสังคมและสุจริตชน ขอให้ศาลงโทษจำเลยสถานหนักด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลประทับรับฟ้องไว้ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.2561 ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติทำรายงานการสืบเสาะและพินิจ ในการแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติ-ภูมิหลังอายุ อาชีพของจำเลย สภาพความผิด พฤติการณ์แห่งคดี และเหตุอันควรปรานี กรณีการเยียวยาผู้เสียหาย สรุปเป็นรายงานสืบเสาะและพินิจส่งศาลประกอบการพิจารณาพิพากษาต่อไป และกำหนดฟังคำพิพากษาวันนี้ (23 ม.ค.2562) ซึ่งนายภูวดล จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวไปโดยไม่มีหลักประกัน ก็เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัดของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390, พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 43 (4) (7) (8), 157, 160 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 160 วรรคสาม ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักสุด ให้จำคุก 2 เดือน โดยจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยเป็นเวลา 1 เดือน แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังเป็นเวลา 1 เดือน (กักขังในสถานที่กักขัง ซึ่งไม่ใช่เรือนจำ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อศาลพิเคราะห์รายงานสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว เห็นว่าทางเท้าตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 4 (11) คือพื้นที่ที่ทำไว้สำหรับให้คนเดิน ซึ่งอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างของทาง หรือส่วนที่อยู่ชิดขอบทาง ใช้เป็นที่สำหรับคนเดิน โดยกฎหมายดังกล่าวห้ามขับรถบริเวณทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของคนเดินเท้า ซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า การจราจรบนท้องถนนในเขต กทม.ทุกเขตมีความหนาแน่นติดขัด ต้องใช้เวลาในการเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วบนทางเท้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของจำเลยแต่ฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้ใช้ทางเท้า จนเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้เสียหายซึ่งเดินบนทางเท้าได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นการจงใจฝ่าฝืนกฎหมายที่มีไว้คุ้มครองผู้ใช้ทางเท้า และยังเป็นการขาดจิตสำนึกต่อสังคมส่วนรวม อีกทั้งจำเลยเคยกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันกับคดีนี้มาก่อน แต่ไม่ถูกจับดำเนินคดีอาญาพฤติการณ์แห่งคดี จึงเป็นเรื่องร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จำเลยจะมีภาระต้องเลี้ยงดูแลครอบครัว และบริษัทประกันภัยรถจักรยานยนต์คันที่จำเลยขี่ได้ชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้ผู้เสียหาย และจำเลยได้กล่าวคำขอโทษผู้เสียหายกับบิดาของผู้เสียหายแล้ว พร้อมแสดงความรับผิดชอบจนเป็นที่พอใจของผู้เสียหายกับบิดาโดยไม่ประสงค์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยอีกก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลย ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น ถือเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรง ศาลจึงมีคำสั่งให้ริบไว้ด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว นายภูวดล จำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างจะอุทธรณ์คดีนี้ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยไประหว่างจะอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกัน 18,000 บาท ซึ่งจำเลยได้นำเงินสดมาวางเป็นหลักทรัพย์ประกันตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27352</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนบนทางเท้า, มอเตอร์ไซค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c486c6348c70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เจ เจตริน’ฟาดเคราะห์ชุดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นการฟาดเคราะห์ชุดใหญ่ไปซะแล้ว สำหรับนักร้องรุ่นใหญ่ เจ-เจตริน วรรธนสิน ที่เกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้ม ทำให้มีอาการบาดเจ็บ กระดูกสะบักหลังขวาแตก โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพขณะที่นั่งรถเข็นที่โรงพยาบาล พร้อมระบุข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กราบเรียนท่านลูกค้าที่เคารพรัก เนื่องจากกระผมเกิดอุบัติเหตุระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์ทางเรียบ รถมีปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย จึงมีผลทำให้เกิดการบาดเจ็บ กระดูกสะบักหลังขวาแตกร้าว จึงมีความจำเป็นต้องพักรักษาตัวซัก 1-2 สัปดาห์ จึงต้องมีการขยับตารางทัวร์คอนเสิร์ตและอีเว้น จึงเรียนมาเพื่อทราบ กราบขออภัยมา ณ.ที่นี้ วิถีBiker สายแว๊นทั้งบกทั้งน้ำต้องทำใจ เกิดจากความซุกซน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้มีแฟนๆ เขามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจหนุ่มเจ เจตริน กันอย่างล้มหลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @jjetrin&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14566</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระดูกสะบักหลังขวาแตก, นักร้อง, มอเตอร์ไซค์, อุบัติเหตุ, เจ เจตริน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b6288e4b247a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
