<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2026 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นั่งสามล้อเที่ยวท่าฉลอม แวะกินกุ้งมหาชัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สามล้อปั่นมีไว้บริการ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่าฉลอม กับมหาชัย จะคิดทำไมว่าไกล เชื่อมความรักไว้ดีกว่า บอกเพียงสักคำ ว่าไม่รักจะหักใจลา ซ่อนตัวตามประสา จะหนีซ่อนหน้า ห่าง ไกล....&amp;rdquo; นี่คือเพลงท่าฉลอม ของ ชรินทร์ นันทนาคร ที่โด่งดังในอดีต เนื้อหาของเพลงได้พูดพรรณนาถึงหนุ่มประมงชาวท่าฉลอมที่ไปหลงรักสาวมหาชัย &amp;nbsp;ในสมัยนั้นเพลงนี้ดังมาก ร้องกันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่สำหรับชาวสมุทรสาครถือเป็นเพลงฮิตประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(รถสามล้อถีบจอดเรียงรายหน้าโรงเจเช็งเฮียงตั๊ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคนรุ่นใหม่ถ้าได้ยินเพลงนี้คงไม่คุ้น หรือไม่ค่อยอินสักเท่าไหร่ เพราะการหลงรักใครหรือจีบกันสมัยนี้ ไม่ได้ออดอ้อนกันตามเนื้อเพลงนี้แล้ว แต่ถ้าเป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่พอได้ยินคงนึกถึงไปถึงสมัยยังหนุ่มยังสาว สมัยพ่อจีบสาว หรือสมัยแม่สาวๆ มีหนุ่มๆ มาจีบก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่พูดถึงเพลงท่าฉลอมก็เพราะเพิ่งเคยได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกก็ตอนที่มาเที่ยว ต.ท่าฉลอม จ.สมุทรสาคร เป็นทริปสั้นๆ วันเดียว กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่อยากพาเรามาสัมผัสวิถีชุมชนริมแม่น้ำท่าจีน ซึ่งการมาครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มาเลยก็ว่าได้ เพราะว่าปกติก็จะขับรถผ่านบ้าง หรือไม่ก็แบบมาไวไปไว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรามาที่นี่ได้ฟังเรื่องเล่าจากคุณสุวันชัย แสงสุขเอี่ยม รองประธานบริษัท สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) อยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเบสิกๆ อย่างความเป็นมาของท่าฉลอม คุณสุวันชัยก็เล่าให้ฟังว่า ท่าฉลอมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนบ้านท่าจีน หรือสมุทรสาครในปัจจุบัน แต่เพราะสมัยก่อนบริเวณริมฝั่งท่าฉลอมมี &amp;lsquo;เรือฉลอม&amp;rsquo; จำนวนมากเข้ามาเทียบท่าจอดขายปลาและซื้อสินค้า ก็เลยมีชื่อเรียกท่านี้ว่าท่าฉลอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ท่าฉลอมมีลักษณะเกือบเป็นเกาะ มีแม่น้ำท่าจีนล้อมรอบเกือบทั้งหมด ยกเว้นที่ท้ายบ้านของท่าฉลอม ซึ่งกว้างเพียงราว 200 เมตรที่แม่น้ำท่าจีนไม่ได้ล้อมรอบไว้ อีกอย่างที่นี่ยังเคยเป็นชุมชนประมงสำคัญ ตอนนี้ก็ยังเป็น แต่อาจน้อยกว่าอดีต บริเวณสำคัญอยู่ที่ถนนถวาย เป็นถนนที่ชาวท่าฉลอมสร้างถวายรัชกาลที่ 5 เป็นย่านการค้าสำคัญ ซึ่งเราก็ได้ปักหลักถนนตรงนี้ให้เป็นเส้นทางหลักสำหรับเยือนชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเรานั่งรถสามล้อปั่นออกจากศูนย์ท่องเที่ยวและชุมชนท่าฉลอม มุ่งหน้าไปตามถนนถวาย ซึ่งสามล้อปั่นที่ว่าไม่มีให้เห็นนานแล้ว จะเห็นก็แต่ในแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งเท่านั้น ที่นี่ก็เช่นกัน มีไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวทุกเสาร์-อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาก็มีบ้างแต่ไม่มาก เพราะเป็นวันที่คนทำงาน จะมีมากอีกทีก็ช่วงเทศกาลกินเจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นั่งสามล้อปั่นชมเมือง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;คุณตา&amp;quot; อายุอานามไม่ต่ำกว่า 60 ปี เป็นคนถีบสามล้อให้เรานั่ง คุณตาบอกว่า ทุกวันนี้ไม่มีคนรุ่นใหม่มาถีบอีกแล้ว เราเองก็แอบเกรงใจคุณตาที่ต้องมาออกแรงถีบสามล้อให้เรานั่ง แต่ดูทีท่าของแกแล้วดูเหมือนจะมีความสุขที่เห็นลูกหลานมาเที่ยวบ้านของแก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นั่งสามล้อปั่น นอกจากชมวิวข้างทางที่มีบ้านเรือนของคนในชุมชนและร้านค้าขายของชำ ขายอาหารทะเลแล้ว เรามีความรู้สึกว่านับเป็นความโชคดีที่ได้นั่งชมบรรยากาศแบบช้าๆ แบบนี้ เพราะถ้านั่งรถอื่นๆ คงไม่ได้เห็นอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างนั่ง เรามองเห็นผู้คนแถวนั้นมองเราด้วยความสุขผ่านรอยยิ้ม บ้างก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่าย บ้างก็ตะโกนเสียงทักทายแซวพวกคุณตาที่ถีบสามล้อให้นั่ง ทำให้อดยิ้มตามไม่ได้ ขณะที่นั่งพอหันซ้ายหันขวามองเห็นศาลเจ้าเรียงไล่ตามๆ กันไป เท่าที่นับได้ก็ประมาณ 9 ศาล มีศาลเจ้าแม่ทับทิม โรงเจเช็งเฮียงตั๊ว ศาลเจ้ากลาง (ปุนเถ้ากง) ศาลเจ้าพ่อกวนอู ฯลฯ สมกับเป็นชุมชนหลักๆ ที่จัดงานเทศกาลกินเจ ไหว้ศาลเจ้า 9 แห่ง จริงๆ เคยได้ยินมาว่าที่นี่มีศาลเจ้า มีวัดวาอารามเยอะมาก ถ้านับดูทั้งจังหวัดสมุทรสาครก็น่าจะเป็นร้อย เพราะเป็นเมืองอยู่ริมน้ำเลยมีคนมาตั้งถิ่นฐานเยอะ โดยเฉพาะชาวจีนที่อพยพมาอยู่ &amp;nbsp;เพราะเป็นเมืองติดแม่น้ำเป็นเมืองแรกๆ ที่สามารถขึ้นฝั่งเพื่อเข้าสู่ประเทศสยามในสมัยนั้น เมื่อชาวจีนมาตั้งรกรากกันมากขึ้นก็เกิดการรวมตัวกันเพื่อสร้างศาลเจ้าเป็นศูนย์รวมพบปะสังสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ศาลเจ้าโรงเจเช็งเฮียงตั๊ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลเจ้าแห่งแรกของท่าฉลอมคือ &amp;ldquo;ศาลเจ้าโรงเจเช็งเฮียงตั๊ว&amp;rdquo; ที่ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญของชุมชน ในช่วงตุลาคมทุกๆ ปีจะมีงานประเพณีถือศีลกินเจ 10 วัน จุดเด่นของเทศกาลกินเจที่นี่จะมีพิธีเผาเรือมังกร&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ ด้วยการนำกระถางธูปไปไว้บนเรือ แล้วไฟจะลุกขึ้นเอง ไม่ใช่จุดไฟเผา ชาวจีนเขามีความเชื่อว่าพิธีกรรมนี้เป็นการนำเรือไปส่งเจ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในศาลเจ้ากว้างขวาง สวยงามด้วยศิลปะการก่อสร้างของจีน เช่นเดียวกับศาลเจ้าอื่นๆ ก็สวยโดดเด่นไม่แพ้กัน&amp;nbsp;


แทงสล็อต ใครที่ถือศีลกินเจ มาที่นี่น่าจะได้พบเจอผู้คนมากมาย มาไหว้เจ้าแล้วก็นั่งสามล้อปั่นไปยังศาลอื่นๆ ต่อ น่าจะเป็นอีกกิจกรรมด้านศาสนา วัฒนธรรมที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทำลูกประคบสมุนไพรด้วยตนเองที่ท่าฉลอม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นก็แวะไปดูการผลิตลูกประคบของชาวท่าฉลอมที่บ้านป้าแป๊วที่อยู่ละแวกเดียวกัน หรือเยื้องๆ โรงเจนี่แหละ บ้านป้าแป๊วเป็นแหล่งผลิตลูกประคบ แล้วก็มีบริการนวดแผนไทยด้วย ลูกประคบนี้เป็นภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษเราที่ใช้พืชสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นนำมาใช้ในการรักษา หรือเพื่อช่วยในการไหลเวียนของเลือด หรือรักษาบาดแผล แต่ละยุค แต่ละที่ ก็จะมีการพัฒนาต่างกันไป&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ อย่างสูตรป้าแป๊วมีผสมสมุนไพร 8 ชนิด ก็มีไพล ขมิ้นชัน ตะไคร้ ใบมะขาม มะกรูด เกลือ การบูร พิมเสน แต่ละอย่างก็มีสรรพคุณต่างกัน ทั้งขัดผิว แก้แผลอักเสบบ้าง แก้เส้นเอ็นที่แข็ง บางอย่างก็บำรุงหัวใจ นำไปบดเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกัน ห่อด้วยผ้าขาวทำเป็นลูกประคบกลมๆ เวลาจะใช้ก็เอาไปนึ่งหรือทำให้ร้อน ใช้ประคบร่างกายได้เลย เราว่าสมุนไพรพื้นบ้านช่วยอะไรหลายๆ อย่าง บางครั้งป่วยรักษาไม่หายก็ได้สมุนไพรมาช่วยก็ดีขึ้น ส่วนลูกประคบนี้น่าจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่วัยทำงานที่นั่งทำงาน เป็นโรคออฟฟิศซินโดรม ก็สามารถมาแตะประคบผ่อนคลายในเวลานั่งทำงานได้ง่ายๆ ด้วย ถ้ามาก็อย่าลืมมาอุดหนุนป้า&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชิมขนมเทียนสำหรับเทศกาลตรุษจีน สูตรเฉพาะของชาวท่าฉลอม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เสร็จจากการทำลูกประคบ เราก็ได้ชิมขนมเทียนสูตรท่าฉลอม ของไหว้ที่ขาดไม่ได้ในวันตรุษจีนและเทศกาลกินเจ ซึ่งขนมเทียนดั้งเดิมเป็นขนมที่ปรับปรุงขึ้นจากสูตรของชาวจีนโพ้นทะเล แล้วนำมาดัดแปลงด้วยขนมท้องถิ่นของไทย รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลม มีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์ อย่างพี่น้องชาวท่าฉลอมมีสองไส้คือเค็มและหวานเหมือนกัน แต่ความแปลกของขนมเทียนที่นี่ซึ่งไม่เหมือนใครอยู่ที่แป้งที่ใช้ทำ ที่เราเคยกินจะเป็นแป้งนุ่มๆ แต่ที่นี่ทั้งเหนียวและนุ่มมากกว่า เพราะว่าใช้แป้งผสมกับหญ้านางนวล หรือชิวคัก หรือหญ้าฉือคัก ตามชื่อที่ชาวจีนเรียกกัน เพื่อให้มีกลิ่นหอม เนื้อเหนียวนุ่ม และรสชาติอร่อยไม่แพ้แบบที่เราเคยกิน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน บางคนไม่เคยกินถึงกับต้องซื้อกลับบ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(องค์เจ้าแม่กวนอิมสูงเด่นเห็นชัด ที่อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงเวลาที่เราต้องอำลาคุณตาผู้ถีบสามล้อพาเรามาเที่ยวแล้ว เพราะได้เวลาที่เราจะมุ่งไปยังสถานที่อื่นต่อ โดยไปไหว้องค์เจ้าแม่กวนอิมที่อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อปี 2539 จุดเด่นของที่นี่สามารถมองเห็นองค์เจ้าแม่กวนอิมได้แต่ไกล ด้วยความสูง 9.85 เมตร ฐานล่างสูง 8.8 เมตร หล่อด้วยทองเหลืองหนัก 15 ตัน ประทับยืนบนฐานดอกบัว พระหัตถ์ขวาเทน้ำจากคนโทเป็นน้ำมนต์ เมื่อเข้าไปด้านในก็สามารถกราบสักการะรูปหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิมปางเมตตา หล่อด้วยทองเหลืองปิดด้วยทองคำเปลวขนาดใหญ่ จากนั้นก็พบเทพเจ้าจีนที่ให้โชคลาภต่างๆ ด้านในสุดเป็นถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมปางต่างๆ หลายปาง จำนวนหลายองค์ ใครมาก็แวะมาขอพรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กุ้งเสียบไม้ทาด้วยเนยชีส ย่างหอมน่าทาน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนกลับยังมีเวลาอีกมาก เราได้ไปกินกุ้งที่ตลาดไทย แต่วันที่เราไปเป็นเพียงแค่วันซ้อมแถลงข่าว เพราะวันจริงเริ่ม 15-17 มิ.ย.นี้ ซึ่งถือว่าจัดเป็นครั้งแรก เพราะว่าสถานการณ์ราคากุ้งถูกลง เลยนำกุ้งมาจัดเทศกาลให้คนมากิน โดยในงานจะมีการรังสรรค์อาหารที่ทำจากกุ้งหลายอย่างเลย ทั้งกุ้งเผา กุ้งอบ กุ้งชีส กุ้งอบวุ้นเส้น ในราคาเมนูละ 50 บาทเอง แต่ถ้าจะซื้อกุ้งสดๆ กลับไป เขาขายกิโลกรัมละ 150 บาท ถูกมากๆ โดยเฉพาะกุ้งแวนนาไม หรือกุ้งที่ชุมชนนำมาเลี้ยงเอง ซึ่งทางหอการค้าก็รับประกันคุณภาพเลยว่ากุ้งที่นี่ปลอดสารพิษ เพราะว่าตอนที่ส่งออกไปต่างประเทศตรวจไม่พบสารตกค้างหรือสารเคมีอะไรเลย ไว้ใจกุ้งไทยได้เลย ใครสนใจก็อย่าลืมไปกินกุ้งที่นี่ เราไปชิมวันซ้อมมาแล้ว อร่อยชนิดท้องแน่นพุงป่องเลย เรียกได้ว่ามาเที่ยวสมุทรสาครครั้งนี้ไม่เสียเที่ยวจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11379</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบูร, ขมิ้นชัน, ชรินทร์ นันทนาคร, ท่องเที่ยว, ท่าฉลอม, น้ำตะไคร้, พิมเสน, มหาชัย, มะกรูด, ลูกประคบ, ศาลเจ้าแม่ทับทิม, สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม, เกลือ, โรงเจเช็งเฮียงตั๊ว, ใบมะขาม, ไพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b226fdc5e04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มะกรูด&#039;ผักสวนครัวกลิ่นหอม    ช่วย&quot;ปู่ย่า&quot;เลือดลมไหลเวียนดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;พับใบเตยหอมมะกรูด&amp;rdquo; งานฝีมือที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายผู้สูงอายุและตกแต่งบ้าน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มะกรูด&amp;rdquo; เป็นผักสวนครัวที่ใช้ในทางปรุงอาหาร ตลอดจนการดูแลสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะสรรพคุณที่ช่วยบำรุงโลหิต อีกทั้งใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย กระทั่งการช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อจากการบริโภคอาหารย่อยยาก เกริ่นมาอย่างนี้ เชื่อว่าหลายคนที่หมางเมินพืชสมุนไพรรสเปรี้ยวกลิ่นฉุนดังกล่าว ต้องรีบไปซื้อหามาไว้ใช้กันอย่างแน่นอน นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องการนำมะกรูดมาใช้ในงานฝีมือที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้เข้าสังคมอย่างการทำ &amp;ldquo;ยาดมมะกรูด&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;พับใบเตยหอมมะกรูด&amp;rdquo; ที่สามารถนำมาใช้ตกแต่งบ้านเรือนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(เภสัชกรหญิงผกากรอง ขวัญข้าว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เภสัชกรหญิงผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อธิบายว่า &amp;ldquo;มะกรูดเป็นผักสวนครัวที่มีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องของ &amp;ldquo;น้ำมันหอมระเหย&amp;rdquo; หรือคนทั่วไปรู้กันดีว่าเป็นกลิ่นอโรมา เนื่องจากเป็นพืชในตระกูลส้ม จึงช่วยปรับสภาพจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น การนำมาทำเป็นเครื่องหอม &amp;ldquo;ยาดมมะกรูด&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;การพับใบเตยหอมมะกรูด&amp;rdquo; ที่เป็นการส่งเสริมให้ท่านใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วก็สามารถนำมาตกแต่งบ้านเรือนได้ หรือห้องน้ำบ้านไหนที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ การฝานมะกรูดไว้ตามจุดต่างๆ ก็จะเพิ่มความผ่อนคลายได้ดีขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ยาดองมะกรูด&amp;rdquo; ช่วยบำรุงเลือดผู้สูงวัย ช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของการดูแลสุขภาพทั้งสาวน้อยและสาวใหญ่ แนะนำให้ลูกหลานปรุงเครื่องดื่ม &amp;ldquo;ยาดองมะกรูด&amp;rdquo; ซึ่งไม่ได้มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แต่อย่างใด เพื่อให้ผู้สูงวัยรับประทาน โดยเริ่มจากการนำมะกรูดมาฝานทางขวางให้เป็นชิ้นบางๆ จากนั้นนำไปต้มให้สุก และนำมาดองร่วมกับน้ำผึ้ง โดยทิ้งไว้ 7 วัน หรือจะให้ดีคือระยะเวลา 1 เดือนก็ได้เช่นกัน สรรพคุณจากยาดองมะกรูดจะช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ผิวพรรณสดใส ใบหน้าเปล่งปลั่ง ประกอบกับผู้หญิงสูงวัยจะค่อนข้างมีความเย็น ซึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะแห้ง ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ไม่ปกติ หรือเลือดมีความหนืด ซึ่งยาดองมะกรูดจึงถือเป็นยาฟอกเลือด ทำให้โลหิตไหลเวียนได้ดีนั่นเอง โดยผู้สูงอายุสามารถดื่มได้ทุกวัน วันละ 2 ช้อนโต๊ะ หรือเท่ากับ 1 แก้วเป๊ก (30 ซีซี) ที่สำคัญเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพนี้จะมีเชื้อแบคทีเรียชนิดดีต่อลำไส้ ที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;พรีไบโอติกส์&amp;rdquo; ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบของร่างกาย จึงลดการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ได้ ที่สำคัญยังป้องกันโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ต้องปรุงอย่างสะอาดและถูกสุขอนามัย ที่ลืมไม่ได้คือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังต่างๆ ก่อนบริโภคก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ลดผมขาว ช่วยผมดกดำจาก &amp;ldquo;แชมพูมะกรูด&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการนำมาใช้กับร่างกายที่ดีต่อสุขภาพและช่วยให้ผมดกดำนั้น คือการทำ &amp;ldquo;แชมพูมะกรูด&amp;rdquo; เนื่องจากผักสวนครัวดังกล่าวจะมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ จึงทำให้ผิวหนังชุ่มชื่น และยังช่วยลดเชื้อแบคทีเรียบนหนังศีรษะและอาการคันหัว แต่ข้อเสียของแชมพูมะกรูดก็มีเช่นกัน เพราะถ้าหากผู้สูงอายุล้างออกไม่สะอาด ก็จะทำให้น้ำมันหอมระเหยไปทำปฏิกิริยากับแสงแดด ซึ่งจะทำให้หนังศีรษะมีรอยดำ แต่ก็พบได้ค่อนข้างน้อยมาก ดังนั้นผู้สูงวัยจึงควรล้างผมให้สะอาดทุกครั้งหลังใช้ ก็จะช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำโดยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ประโยชน์จากมะกรูดซึ่งอยู่ในรูปแบบของ &amp;ldquo;เครื่องแกงปรุงอาหาร&amp;rdquo; เกริ่นไปแต่ต้นว่าสรรพคุณนั้น คือกลิ่นหอมระเหยที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย ที่สำคัญยังช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ค่อนข้างดี เพราะเราจะสังเกตว่าแกงเผ็ดของไทย เช่น แกงเนื้อ ที่ค่อนข้างย่อยยากสำหรับคนสูงวัย ซึ่งเครื่องแกงที่ใช้จะมีส่วนผสมของผิวมะกรูด เมื่อผู้สูงวัยรับประทานเมนูปรุงจากเนื้อสัตว์ที่มีส่วนผสมของผักสวนครัวพื้นบ้านดังกล่าว ก็จะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของผู้สูงวัยดีขึ้น หรือกินอาหารแล้วไม่แน่นท้องนั่นเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรรพคุณครบวงจร ทั้งสร้างความผ่อนคลาย ช่วยย่อย ทำให้เส้นผมดกดำ ไหนจะไล่ยุง ลดกลิ่นอับชื้นในบ้าน อีกสารพัด ฯลฯ งานนี้รีบไปหามาไว้ใช้กันดีกว่าค่ะ...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11152</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ช่วยย่อย, น้ำมันหอมระเหย, ผ่อนคลาย, มะกรูด, ยาดองมะกรูด, เภสัชกรหญิงผกากรอง ขวัญข้าว, แชมพูมะกรูด, โลกวัยเกษียณ, ไล่ยุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e7bc1bdc06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
