<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมวิชาการเกษตรโชว์มะพร้าว2สายพันธุ์ใหม่หลังทุ่มวิจัยมากว่า30ปีสำเร็จเป็นรายแรกของโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.62- &amp;nbsp;กรมวิชาการสบช่องราคามะพร้าวในประเทศวิกฤติหนัก &amp;nbsp; โชว์ผลงานวิจัย &amp;ldquo;มะพร้าว 2 สายพันธุ์ใหม่&amp;rdquo; ที่ใช้เวลาทุ่มเทในการวิจัยกว่า30ปีจนเป็นผลสำเร็จเป็นรายแรกของโลก &amp;nbsp; &amp;nbsp;มุ่งแก้ปัญหามะพร้าวขาดแคลน-ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ &amp;nbsp;รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมมะพร้าวของไทย ให้สามารถแข่งขันในตลาดการค้าเสรีในอนาคต &amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมผลิตต้นกล้าจำหน่ายให้เกษตรกรได้ปลายปี63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางสาวเสริมสุข &amp;nbsp; สลักเพ็ชร์ &amp;nbsp; อธิบดีกรมวิชาการเกษตร &amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อรองรับการขยายตัวของ ภาคอุตสาหกรรมมะพร้าวของประเทศและลดการนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากต่างประเทศ กรมวิชาการเกษตรได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยพืชสวนศึกษาวิจัยและพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์มะพร้าวเพื่อให้ได้มะพร้าวสายพันธุ์ดีให้มีผลผลิตเพิ่มมากขึ้นจนเป็นผลสำเร็จ &amp;nbsp;มีชื่อว่ามะพร้าวลูกผสมสามทางพันธุ์ชุมพร 1 และ ลูกผสมสามทางพันธุ์ชุมพร 2 &amp;nbsp; สำหรับมะพร้าวลูกผสมสามทางพันธุ์ชุมพร 1ได้จากการผสมข้ามระหว่างลูกผสมเดี่ยวพันธุ์เรนเนลล์ต้นสูง x เวสท์อัฟริกันต้นสูง (แม่พันธุ์) กับพันธุ์ไทย ต้นสูง (พ่อพันธุ์) โดยแม่พันธุ์เรนเนลล์ต้นสูง x เวสท์อัฟริกันต้นสูง ได้จากการนำเข้าจากประเทศไอเวอรี่โคสท์ และ พ่อพันธุ์ไทยต้นสูง จากการคัดเลือกต้นในแปลงรวบรวมเชื้อพันธุกรรมด้วยวิธีการควบคุมการผสมพันธุ์แบบใกล้ชิด เมื่อปี พ.ศ. 2517 และทำการปลูกลูกผสมเดี่ยวพันธุ์เรนเนลล์ต้นสูง x เวสท์อัฟริกันต้นสูง เมื่อปี พ.ศ. 2518 ดูแล รักษาแปลงแม่พันธุ์ลูกผสมเดี่ยว ระหว่างปี พ.ศ. 2519-2531 และผสมพันธุ์เพื่อสร้างลูกผสม ปี พ.ศ. 2532-2533 ปลูกทดสอบลูกผสม ร่วมกับลูกผสมสายพันธุ์อื่นๆ จนได้สายพันธุ์ดีนาเสนอรับรองพันธุ์กรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนมะพร้าวลูกผสมสามทางพันธุ์ชุมพร 2ได้จากการผสมข้ามระหว่างลูกผสมเดี่ยวพันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x เวสท์อัฟริกันต้นสูง (แม่พันธุ์) กับพันธุ์ ไทยต้นสูง (พ่อพันธุ์) โดยแม่พันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย X พันธุ์เวสท์อัฟริกันต้นสูง ได้จากการคัดเลือกต้นแม่พันธุ์ใน แปลงรวบรวมเชื้อพันธุกรรมภายในศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรกับพันธุ์ไทยต้นสูง (พ่อพันธุ์) จากการคัดเลือกต้นในแปลง รวบรวมเชื้อพันธุกรรมด้วยวิธีการควบคุมการผสมพันธุ์แบบใกล้ชิดเมื่อปี 2517 และทาการปลูกลูกผสมเดี่ยวพันธุ์ มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย X เวสท์อัฟริกันต้นสูง เมื่อปี2518 ดูแลรักษาแปลงแม่พันธุ์ลูกผสมเดี่ยวระหว่างปี 2519-2531 และผสมพันธุ์เพื่อสร้างลูกผสม เมื่อปี 2532-2533 ปลูกทดสอบลูกผสมร่วมกับลูกผสมสายพันธุ์อื่นๆจนปรับปรุงพันธุ์จนได้สายพันธุ์ดี และผ่านการรับรองตามขั้นตอนการรับรองพันธุ์พืช ประเภทพันธุ์รับรอง จากกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร &amp;nbsp; กล่าวต่อว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสำเร็จในการวิจัยมะพร้าวลูกผสมสามทางพันธุ์ชุมพร 1 และ ลูกผสมสามทางพันธุ์ชุมพร 2 ของกรมวิชาการเกษตรในครั้งนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ในการเพิ่มผลผลิตมะพร้าวของกรมวิชาการเกษตร ที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดการค้าเสรีในอนาคตซึ่งมีแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งสายพันธุ์ใหม่ที่ค้นพบมีความเหมาะสมกับพื้นที่ปลูกของ ประเทศไทยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 &amp;ndash; 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับพันธุ์ไทยต้นสูงสามารถเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp; หลายสิบปีที่ผ่านมาประเทศไทยต้องนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศเพื่อทดแทนสาหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆโดยส่วนใหญ่ ร้อยละ 99.65 นำเข้าจากอินโดนีเซียซึ่งราคาถูกกว่าไทยและส่วนหนึ่งนำเข้าเพื่อผลิตเป็นกะทิกระป๋องส่งออกไปสหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย ฯลฯ นอกนั้นส่งออกเป็นมะพร้าวฝอยไปตุรกี &amp;nbsp; ส่งออกเป็นน้ำมะพร้าวไปประเทศเมียนมา ฮ่องกง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแหล่งผลิตมะพร้าวสำคัญๆของไทย &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4.2 แสนไร่ ชุมพร 2.1 แสนไร่ สุราษฎร์ธานี 2.1 แสนไร่ ชลบุรี 6.4 หมื่นไร่ นครศรีธรรมราช 9.9 หมื่นไร่ และอื่นๆ 2.6 แสนไร่ รวมทั้งประเทศรวม 1.3 ล้านไร่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากการเปลี่ยนไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ามัน ยางพารา และ ไม้ผล และส่วนหนึ่งมีปัญหาการระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าว โดยปัจจุบันสามารถแนะนำและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมด้วยวิธีการผสมสามทางไปสู่บริษัทเอกชนที่มีแปลงแม่พันธุ์ดังกล่าวแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอนาคตสามารถกระจายพันธุ์ไปสู่เกษตรกรที่มีความต้องการพันธุ์มะพร้าวเพิ่มขึ้น สามารถขยายพื้นที่ไปยังแหล่งปลูกใหม่ที่มีศักยภาพ ผลผลิตมะพร้าวเพียงพอต่อความต้องการตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมมะพร้าว &amp;nbsp;ตลอดจนช่วยรักษาเสถียรภาพของราคามะพร้าวสามารถลดการนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากต่างประเทศ&amp;rdquo; นางสาวเสริมสุข กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมบัติ &amp;nbsp; ตงเต๊า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 (สวพ.2) กล่าวเพิ่มเติมถึงลักษณะเด่นของมะพร้าวลูกผสมสามทางชุมพร 1 และมะพร้าวลูกผสมสามทางชุมพร 2 ว่า มะพร้าวลูกผสมสามทาง ชุมพร 1 สามารถให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 102 ผลต่อต้นต่อปี หรือ 2,252 ผลต่อไร่ต่อปี ผลขนาดกลางถึงใหญ่โดยมี น้ำหนักเฉลี่ย 1,882 กรัมต่อผล น้ำหนักเนื้อมะพร้าวแห้งสูงเฉลี่ย 337 กรัมต่อผลต่อปี หรือ 766 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ให้น้ำมันต่อเนื้อมะพร้าวแห้งเฉลี่ย 61 เปอร์เซ็นต์ และคิดเป็นผลผลิตน้ำมันเฉลี่ย 21 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมะพร้าวลูกผสมสามทางชุมพร 2 ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 108 ผลต่อต้นต่อปี หรือ 2,372 ผลต่อไร่ต่อปี &amp;nbsp;ผลขนาดกลาง โดยมีน้ำหนักเฉลี่ย 1,509 กรัมต่อผล น้ำหนักเนื้อมะพร้าวแห้งสูงเฉลี่ย 250 กรัมต่อผลต่อปี หรือ 584 กิโลกรัมต่อไร่ ต่อปีและให้น้ำมันต่อเนื้อมะพร้าวแห้งเฉลี่ย 62 เปอร์เซ็นต์ และคิดเป็นผลผลิตน้ำมันเฉลี่ย 17 กิโลกรัมต่อต้น &amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้วางแผนผลิตหน่อพันธุ์มะพร้าวลูกผสมสามทางชุมพร 1 และมะพร้าวลูกผสมสามทาง ชุมพร 2 โดยเฉพาะพันธุ์ลูกผสมสามทางชุมพร 2 สามารถผลิตต้นกล้าจำหน่ายให้เกษตรกรได้ปลายปี2563 และเกษตรกรสามารถนาผลงานวิจัยไปต่อยอดเชิงการค้ารองรับการขยายตัวและการเติบโตของอุตสาหกรรมมะพร้าวของไทยแบบยั่งยืนในอนาคตต่อไปและผลการวิจัยดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จรายแรกของโลกโดยกรมวิชาการเกษตรใช้เวลาในการวิจัยยาวนานกว่า 30ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานวิจัยดังกล่าวถือว่าเปิดตัวได้ถูกจังหวะ &amp;nbsp; เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนมะพร้าวเพื่อบริโภคและใช้ในอุตสาหกรรมมะพร้าวมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากพื้นที่ปลูกมะพร้าวในประเทศไทยมีเพียง 1 ล้านไร่ ผลผลิตจึงไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่วนหนึ่งเพราะพื้นที่ปลูกมะพร้าวลดลง &amp;nbsp;ในขณะที่ปริมาณการใช้มะพร้าวสูงขึ้น จึงมีการนำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมากจนเข้ามาแข่งขันกับเกษตรกรในประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมีการเรียกร้องให้มีการส่งเสริมเกษตรกรปลูกมะพร้าวพันธุ์ดีเพื่อลดการนำเข้า โดยการกำหนดโซนนิ่งเพื่อให้ผลผลิตออกมาเพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ นอกจากนี้ควรส่งเสริมการแปรรูปเพื่อส่งออกกะทิ อาหารและขนมหวานไทยไปทั่วโลก เนื่องจากคุณภาพกะทิของประเทศไทยเป็นที่ 1 ของโลก ในขณะที่ผลผลิตมีมากเป็นอันดับ 7 ของโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40502</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิชาการเกษตร, มะพร้าวสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d241d966872d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
