<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แตงโม&#039;ควง&#039;คุณพ่อ&#039;เปิดใจ หลังป่วย&#039;มะเร็งต่อมลูกหมาก ระยะ4&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่สาวแตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ โพสต์ว่าคุณพ่อโสภณป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ระยะที่4 แต่เมื่อไม่นานมานี้ดาราสาวได้ออกมาอัปเดตอาการของคุณพ่อผ่านทางอินสตาแกรมว่าคุณพ่อหายแล้ว ล่าสุดแตงโมควงคุณพ่อโสภณมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ตอนนี้คุณพ่อดีขึ้นประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ถามว่าเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ได้ไหม คงไม่ได้ แต่มันจะอยู่ตรงนี้ 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จะใช้ชีวิตอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ตอนแรกพ่อกลับบ้านมาบอกหนูแบบหน้าเสียๆ แล้วชีวิตหนูหลังจากนั้น 2-3 วัน หนูก็ร้องไห้อย่างเดียวเลย เพราะว่าระยะสุดท้ายแล้ว โมอยากให้คุณพ่ออยู่ในวันรับปริญญาและได้เห็นหน้าหลานด้วย มีความรู้สึกว่าคุณพ่อลำบากเลี้ยงเรามานานแล้ว ได้เห็นความสำเร็จเราจากวงการบันเทิง แต่สำหรับการศึกษายังได้แค่ผู้ช่วยพยาบาล แต่ว่าปริญญาตรียังเอามาให้คุณพ่อไม่ได้ แต่ว่าไม่เกิน 1 ปีก็จะได้แล้ว แล้วก็อยากรอให้คุณพ่อเห็นหลานก่อน อย่างหนูมีปมตรงที่ อากง กับ อาม่าเสียไปก่อน หนูไม่รู้จักใครเลย หนูรู้สึกว่าญาติหนูน้อยจัง หนูไม่รู้จักใครเลย หนูอยากเจอ อยากรู้จัก เพราะฉะนั้นหนูอยากให้ลูกหนูเจอคุณตาเหมือนกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน คุณพ่อโสภณ เผยถึงอาการป่วยของตนเองว่า &amp;quot;จริงๆแล้วเรื่องนี้คนไทยเราขาดความรู้ มันเริ่มจากอาการปวดหลังบ่อย ไปนวดบ่อยมาก เป็นปีเลย จนกระทั่งวันนึงก้มลงไปจับแมว แล้วหล่นลงไปมันเหมือนไฟช็อต 2 เส้น แล้วกระดิกไม่ได้ หลังเดี้ยงขยับไม่ได้เจ็บมาก เราก็ไปหาหมอ แล้วก็บังเอิญว่าต่อมลูกหมากมีอาการ ฉี่ราด ฉี่เร็ว ฉี่ไม่สุด แต่เราก็ปักใจว่าเป็นอาการที่เราล้มปวดหลัง แล้วหมอก็อธิบายว่ามันมีค่ามะเร็ง คนปกติ4 แต่คุณ 300 แต่คุณอย่าตกใจนะมีบางคน 2000
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอหมอตรวจปุ๊บเขาไม่ได้บอกว่าเราเป็นมะเร็ง เขาบอกว่าคุณต้องเป็นเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก แล้วเขาก็บอกว่าคุณไม่ได้เพิ่งเป็น เพราะเขาเอาไปบวกกับอาการปวดหลัง แล้วตอนหลังถึงมาเฉลย ตอนแรกเราก็เคืองหมอ เราปวดหลังแต่มาต่อมลูกหมากอยู่นั่นแหละ แล้วเราก็ย้ายโรงพยาบาลเพราะเราไม่เข้าใจหมอ พอมาโรงพยาบาลใหม่เขาก็พูดเหมือนกัน เขาตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากไปเช็ก พร้อมให้ความรู้เราว่าต่อมลูกหมากถ้ามันอักเสบมันจะกลายเป็นมะเร็ง พอเป็นมะเร็งเสร็จมันจะเข้าสู่ไขสันหลังเป็นที่แรก ถึงได้ปวดหลัง สุดท้ายหมอโรงพยาบาลที่2 เขาเอาชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากไปเช็ก ผลออกมาเป็นมะเร็ง ระยะ4 หมอเขาอธิบายในแง่ของหมอเนี่ยมะเร็งที่มันกินตรงหลังเนี่ยเป็นมะเร็งเล็กที่สุด เขาบอกว่ามันเป็นมะเร็งที่รักษาง่ายที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมอบอกว่าคุณไม่ต้องกังวล เดี๋ยวไปผ่าตัดก็จะดีขึ้น นี่ก็เป็นความรู้อีก เราก็คิดว่าผ่าต่อมลูกหมาก แต่จริงๆ มันไม่ใช่ มันผ่าลูกอันฑะ มีผลข้างเคียงมันกินข้าวไม่ได้เป็น 10 วัน แม้แต่ช้อนเดียว กินแต่น้ำ มันเบื่ออาหาร อาการมะเร็งทำให้เราเบื่ออาหาร 10 วันน้ำหนักหายไป 10 โล แล้ววันที่ไปผ่าตัดเจ็บมาก พอวันรุ่งขึ้นความเจ็บปวดมันหายไป 80-90 เปอร์เซ็นต์&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58975</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณพ่อโสภณ, มะเร็ง, มะเร็งต่อมลูกหมาก, แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e60ea580ce48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้จักเทคโนโลยี TRUS-Biopsy ตัวช่วยเช็กมะเร็งต่อมลูกหมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มะเร็งต่อมลูกหมาก&amp;rdquo; เป็นโรคร้ายอีกโรคหนึ่งที่คุกคามชีวิตผู้ชายทั่วโลก จากสถิติพบว่ามะเร็งต่อมลูกหมากพบบ่อยเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งในผู้ชายรองจากมะเร็งปอด และเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ซึ่งมะเร็งต่อมลูกหมากจะพบได้ยากในชายอายุต่ำกว่า 40 ปี แต่ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น และส่วนมากจะเริ่มตรวจพบเมื่ออายุมากกว่า 60 ปี โดยปัจจัยเสี่ยงต่างๆ มีดังนี้คือ ชายที่บริโภคอาหารประเภทเนื้อแดงและอาหารไขมันสูง ปริมาณมาก และรับประทานผักและผลไม้น้อย เชื้อชาติแอฟริกัน-อเมริกัน จะมีความเสี่ยงสูงกว่าชาวเอเชีย ชายน้ำหนักเกิน หรือมีภาวะอ้วน มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมาก่อน (บิดาหรือพี่ชาย) เนื่องจากพันธุกรรมมีผลต่อการเกิดโรค อีกทั้งมีข้อมูลกล่าวว่ามะเร็งต่อมลูกหมาก มีความเกี่ยวข้องกับต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด มีข้อมูลสาเหตุการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก เพื่อสามารถสังเกตตัวเองเบื้องต้น และวิธีการตรวจได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;สาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมาก ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่พบปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค ได้แก่ 1.อายุ พบมากในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีความเสี่ยงมากขึ้นตามอายุ 2.พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้จะมีความเสี่ยงมากขึ้นประมาณ 3 เท่า 3.อาหาร มีความสัมพันธ์กับการบริโภคอาหารที่มีไขมันและพลังงานสูง อาหารจำพวกเนื้อแดง การบริโภคผักและผลไม้น้อย 4.การมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ในเลือดสูง 5.เชื้อชาติ การสูบบุหรี่ ความอ้วน เป็นต้น ทั้งนี้ มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกจะไม่มีอาการผิดปกติ แต่การรักษาตั้งแต่ระยะนี้จะได้ผลดีและเป้าหมายของการรักษา คือการหายขาดจากโรค ดังนั้นการตรวจพบโรคในระยะแรกๆ จึงมีความสำคัญ เป็นเหตุให้แนะนำการตรวจคัดกรองในผู้ชายที่อายุมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการตัดชื้นเนื้อตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก TRUS-Biopsy : Transrectal Ultrasound with Biopsy Prostate เป็นการตัดชิ้นเนื้อจากต่อมลูกหมาก โดยการสอดเครื่องมืออัลตราซาวด์ ที่มีช่องใส่เข็มสปริงสำหรับตัดเอาชิ้นเนื้อจากต่อมลูกหมากไปตรวจทางพยาธิวิทยาว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ครั้งละ 10-12 ชิ้น ใช้เวลาตรวจประมาณ 15-30 นาที ทำได้ทั้งการดมยาสลบ ฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง หรือใช้ยาชาเฉพาะที่ ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังทำการตัดชิ้นเนื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แพทย์จะแนะนำตรวจชิ้นเนื้อในรายที่ตรวจเลือดพบค่าสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) สูงกว่าเกณฑ์ปกติ ตรวจร่างกายพบความผิดปกติ เช่น คลำได้ก้อนเนื้อ หรือลักษณะต่อมลูกหมากแข็งผิดปกติ เป็นต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือเรื่องสุขภาพอื่นๆ สามารถขอคำปรึกษาจากทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37640</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, บริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด, มะเร็งต่อมลูกหมาก, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf66a6ab3748.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5 โรคอันตรายของผู้ชายวัยใกล้เกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;คุณทราบหรือไม่ว่าผู้ชายมีอายุเฉลี่ยสั้นกว่าผู้หญิง&amp;quot; นพ.จรัสพงศ์ ดิศรานันท์ ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุ และอธิบายว่า เหตุผลก็เพราะว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักให้ความสนใจกับสุขภาพของตัวเองน้อยกว่าผู้หญิง ในขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มที่จะเกี่ยวข้องกับปัจจัยที่สุ่มเสี่ยงกับการทำลายสุขภาพมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ใช้ชีวิตอย่างโลดโผน หรือแม้แต่ไม่ให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองโรคหรือการตรวจสุขภาพประจำปีเท่าที่ควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัสพงศ์กล่าวย้ำว่า ต้องไม่ลืมว่านอกเหนือจากโรคทั่วไปที่คนทุกเพศทุกวัยมีโอกาสเป็นได้เมื่ออายุมากขึ้นอย่างโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็งแล้ว คุณผู้ชายยังมีโรคเฉพาะตัวอีกหลายโรคที่ควรต้องกังวล ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.โรคต่อมลูกหมากโต ( Benign Prostatic Hyperplasia) คือ ภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติแล้วไปเบียดท่อปัสสาวะให้ตีบแคบเล็กลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการ มีความผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะลำบาก ไม่พุ่ง ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะบ่อย หรือต้องการปัสสาวะทันทีรอนานไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อย รู้สึกปวดขณะถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะมีเลือดปน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ภาวะฮอร์โมนเพศชายลดต่ำ (Male Hypogonadism) เป็นภาวะที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนเพศชายหรือเทสโทสเตอโรน (testosterone) ได้น้อยลง โดยอาจเป็นผลจากการบาดเจ็บหรือติดเชื้อที่ลูกอัณฑะ มีความผิดปกติทางด้านฮอร์โมน เช่น มีโรคหรือเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง หรือมีโรคที่เกี่ยวกับระบบต่างๆ เช่น โรคเอดส์ โรคตับและไตเรื้อรัง ไขมันสะสมในร่างกายมากเกินไป โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการ ความต้องการทางเพศลดลง อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่เต็มที่ ตัวอสุจิมีจำนวนน้อย หน้าอกโตขึ้น กล้ามเนื้อลีบลง สะสมไขมันมากขึ้น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ไม่กระฉับกระเฉง นอนไม่หลับ สมองไม่เฉียบคม ขาดความมั่นใจ บางรายอาจมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3. การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) เป็นภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้สมบูรณ์ในขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยอาจเกิดจากปัญหาทางอารมณ์ จิตใจ ความเครียดสภาวะที่มีผลกระทบต่อสมอง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ตลอดจนอาจเป็นผลตามมาจากโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการ อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว แข็งตัวไม่เต็มที่ หรือไม่สามารถคงความแข็งตัวในขณะปฏิบัติกิจทางเพศ ทำให้ความพึงพอใจในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง และความมั่นใจในตัวเองลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ (Stones in the Urinary Tract) ซึ่งรวมถึงนิ่วในไต ท่อไต และนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วเกิดจากการที่สารต่างๆ ในปัสสาวะตกตะกอนหรือตกผลึกขึ้นในไตแล้วสะสมรวมกันเป็นก้อนแข็งมีลักษณะคล้ายก้อนกรวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิ่วที่ยังอยู่ในไตเรียกว่า โรคนิ่วในไต แต่หากก้อนนิ่วหลุดลงมายังท่อไตเรียกว่า โรคนิ่วในท่อไต ส่วนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะเป็นนิ่วที่หลุดจากท่อไตลงมาสะสมเพิ่มขนาดในกระเพาะปัสสาวะ หรืออาจเป็นนิ่วที่เกิดขึ้นในกระเพาะปัสสาวะเองก็ได้ โดยเกิดจากการที่มีน้ำปัสสาวะคั่งค้างอยู่จากการขับถ่ายปัสสาวะออกไม่หมด ทำให้เกิดการตกตะกอนแล้วค่อยๆ โตขึ้นเป็นก้อนนิ่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการ กรณีนิ่วในไตและท่อไต ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดรุนแรงเป็นช่วงๆ บริเวณข้างลำตัวและหลัง บางครั้งอาจปวดช่องท้องด้านล่างลงไปจนถึงขาหนีบ คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีไข้ หนาวสั่น ส่วนอาการโดยรวมของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ได้แก่ ปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย น้ำปัสสาวะน้อยผิดปกติ ปัสสาวะมีเลือดปน ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นผิดปกติ บางรายอาจมีเม็ดนิ่วลักษณะคล้ายกรวดทรายปนออกมากับปัสสาวะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer) เป็นโรคมะเร็งที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านเชื้อชาติ พันธุกรรม รวมถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารจำพวกเนื้อแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการ ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใดๆ แต่เมื่อมะเร็งขยายตัวมากขึ้นจนไปกดทับท่อปัสสาวะ ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะช่วงกลางคืน ปัสสาวะขัด ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะไม่พุ่งหรือต้องใช้เวลาในการเบ่ง ปัสสาวะมีเลือดปน หรืออาจมีอาการจากการที่มะเร็งลุกลามไปยังอวัยอื่น เช่น ปวดกระดูก หรือกระดูกหักง่ายหากมะเร็งแพร่กระจายไปกระดูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหมอกล่าวอีกว่า แม้จะพบได้บ่อย แต่โรคเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะด้วยการใช้ชีวิตในรูปแบบที่หลายคนทราบดี เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดสูบบุหรี่ จำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ และที่สำคัญคือการตรวจคัดกรองโรคเพื่อการป้องกันและรักษาแต่เนิ่นๆ หากตรวจพบโรคในระยะแรก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17154</URL_LINK>
                <HASHTAG>การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ, คุณภาพชีวิต, นพ.จรัสพงศ์ ดิศรานันท์, ภาวะฮอร์โมนเพศชายลดต่ำ, มะเร็งต่อมลูกหมาก, โรคต่อมลูกหมากโต, โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b9515447e711.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
